THAI PRESS's banner
THAI PRESS's profile picture

THAI PRESS

@ThaiPressCC12,847 subscribers

ติดต่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์ [email protected] Line ID : @Thaipress.cc (มี@ด้วย)

Shorts

ไฟไหม้รถบัสนักเรียนไปทัศนศึกษา ทะเบียน 30-0423 บนถนนพหลโยธิน ในช่องทางหลัก บริเวณอนุสรณ์สถาน มีเด็กติดอยู่ในรถ และเสียชีวิตเบื้องต้น 10 ราย #Thaipress #ไฟไหม้ #ไฟไหม้รถบัส

Sensitive content

ไฟไหม้รถบัสนักเรียนไปทัศนศึกษา ทะเบียน 30-0423 บนถนนพหลโยธิน ในช่องทางหลัก บริเวณอนุสรณ์สถาน มีเด็กติดอยู่ในรถ และเสียชีวิตเบื้องต้น 10 ราย #Thaipress #ไฟไหม้ #ไฟไหม้รถบัส

2,675,196 Aufrufe

(9 ก.พ. 69) #คลองหก เอาถุงดำออกแล้วนะ เนื่องจากเป็นกล้อง Broadcast ของหอประชุมราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งกลางวันที่นี่ได้ใช้เป็นคูหาเลือกตั้ง สเปกกล้องคือ Pan-Tilt-Zoom ได้ 100x [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #การเมืองไทย #เลือกตั้ง69อนาคตประเทศไทย

(9 ก.พ. 69) #คลองหก เอาถุงดำออกแล้วนะ เนื่องจากเป็นกล้อง Broadcast ของหอประชุมราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งกลางวันที่นี่ได้ใช้เป็นคูหาเลือกตั้ง สเปกกล้องคือ Pan-Tilt-Zoom ได้ 100x [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #การเมืองไทย #เลือกตั้ง69อนาคตประเทศไทย

188,287 Aufrufe

อาคารที่ทำการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง.) สูง 30 ชั้น ย่านจตุจักร มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท ถล่มจากแผ่นดินไหว #Thaipress #ไทยเพรสส์ #แผ่นดินไหว

Sensitive content

อาคารที่ทำการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง.) สูง 30 ชั้น ย่านจตุจักร มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท ถล่มจากแผ่นดินไหว #Thaipress #ไทยเพรสส์ #แผ่นดินไหว

340,064 Aufrufe

ทลาย “สปาจีนแฝงค้ากาม” กลางพื้นที่ระยอง รวบผู้ต้องหาต่างด้าว 8 ราย เดินหน้าปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติ . . เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า ภายในร้าน “กู้ยจูหลิน สปาเพื่อสุขภาพ” เลขที่ 202 ม.4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีพฤติการณ์เปิดบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพบังหน้า แต่ลักลอบแฝงการค้าประเวณีให้กับลูกค้าชาวจีน . โดยมี พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.สส.บก.ตม.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมวางแผนปฏิบัติการอำพรางเข้าล่อซื้อและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งพบว่าภายในร้านมีพนักงานคอยต้อนรับและเสนอบริการพิเศษ ในลักษณะนวดแบบบอดี้ทูบอดี้ พร้อมเสนอสามารถมีเพศสัมพันธ์กับหญิงให้บริการได้ โดยเรียกค่าบริการจำนวน 4,500 บาท ต่อเวลา 50 นาที . ต่อมาสายลับถูกพาขึ้นไปยังห้องบริการบริเวณชั้นบนของร้าน โดยพบหญิงชาวเวียดนาม 2 ราย เตรียมให้บริการในลักษณะเข้าข่ายค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นและแสดงตัวเข้าจับกุมผู้กระทำผิดทันที จากการตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ 2 คูหา พบมีการดัดแปลงพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นห้องให้บริการกว่า 10 ห้อง ภายในมีเตียงและอุปกรณ์สำหรับให้บริการ พร้อมตรวจพบถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน . โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย ได้แก่ 1. MS. YUNPING (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการร้าน 2. MS. YAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ดูแลลูกค้า นำเสนอรูปแบบการนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 3. MR. BINGLIAN (สงวนนามสกุล) ชาย สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ และดูแลความปลอดภัยของร้าน 4. MS. THI BE (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 5. MS.THI BICH (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 29 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 6. MS. NANG MO (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวดภายในร้าน 7. MS. NAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 37 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน 8. MS. WIN YEE (สงวนนามสกุล) หญิงสัญชาติ เมียนมา อายุ 47 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน . เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม . ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกดำเนินคดีในความผิด รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการ ค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณีฯ , ช่วยเหลือซ่อนเร้นให้ที่พักพิงอาศัยแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย . ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ผู้ต้องหาที่ 3-6 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ , ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ผู้ต้องหาที่ 7-8 เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และ เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ทั้งนี้ ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ดำเนินการตามกระบวนการคัดกรองช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (NRM) กับพนักงานหญิงทั้งหมดภายในร้านอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีลักษณะถูกบังคับ ข่มขู่ หรือเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ ผลการตรวจสอบไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด . สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดของกลุ่มคนต่างด้าวและขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของสังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยหากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผ่านสายด่วน 1178 . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

Sensitive content

ทลาย “สปาจีนแฝงค้ากาม” กลางพื้นที่ระยอง รวบผู้ต้องหาต่างด้าว 8 ราย เดินหน้าปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติ . . เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า ภายในร้าน “กู้ยจูหลิน สปาเพื่อสุขภาพ” เลขที่ 202 ม.4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีพฤติการณ์เปิดบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพบังหน้า แต่ลักลอบแฝงการค้าประเวณีให้กับลูกค้าชาวจีน . โดยมี พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.สส.บก.ตม.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมวางแผนปฏิบัติการอำพรางเข้าล่อซื้อและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งพบว่าภายในร้านมีพนักงานคอยต้อนรับและเสนอบริการพิเศษ ในลักษณะนวดแบบบอดี้ทูบอดี้ พร้อมเสนอสามารถมีเพศสัมพันธ์กับหญิงให้บริการได้ โดยเรียกค่าบริการจำนวน 4,500 บาท ต่อเวลา 50 นาที . ต่อมาสายลับถูกพาขึ้นไปยังห้องบริการบริเวณชั้นบนของร้าน โดยพบหญิงชาวเวียดนาม 2 ราย เตรียมให้บริการในลักษณะเข้าข่ายค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นและแสดงตัวเข้าจับกุมผู้กระทำผิดทันที จากการตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ 2 คูหา พบมีการดัดแปลงพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นห้องให้บริการกว่า 10 ห้อง ภายในมีเตียงและอุปกรณ์สำหรับให้บริการ พร้อมตรวจพบถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน . โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย ได้แก่ 1. MS. YUNPING (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการร้าน 2. MS. YAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ดูแลลูกค้า นำเสนอรูปแบบการนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 3. MR. BINGLIAN (สงวนนามสกุล) ชาย สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ และดูแลความปลอดภัยของร้าน 4. MS. THI BE (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 5. MS.THI BICH (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 29 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ 6. MS. NANG MO (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวดภายในร้าน 7. MS. NAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 37 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน 8. MS. WIN YEE (สงวนนามสกุล) หญิงสัญชาติ เมียนมา อายุ 47 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน . เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม . ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกดำเนินคดีในความผิด รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการ ค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณีฯ , ช่วยเหลือซ่อนเร้นให้ที่พักพิงอาศัยแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย . ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ผู้ต้องหาที่ 3-6 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ , ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ผู้ต้องหาที่ 7-8 เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และ เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น . ทั้งนี้ ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ดำเนินการตามกระบวนการคัดกรองช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (NRM) กับพนักงานหญิงทั้งหมดภายในร้านอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีลักษณะถูกบังคับ ข่มขู่ หรือเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ ผลการตรวจสอบไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด . สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดของกลุ่มคนต่างด้าวและขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของสังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยหากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผ่านสายด่วน 1178 . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

33,381 Aufrufe

ช็อตที่กรรมการหน้า... ไม่ให้ฟาวล์ เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าแบบ 8K แต่วีรเทพเสียบสกัดบอล กลับได้อีกเหลือง กลายเป็นใบแดงเฉย #Thaipress #บอลไทย #ทีมชาติไทย #ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน2024 #เชียร์ช้างศึกชิงเจ้าอาเซียน

ช็อตที่กรรมการหน้า... ไม่ให้ฟาวล์ เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าแบบ 8K แต่วีรเทพเสียบสกัดบอล กลับได้อีกเหลือง กลายเป็นใบแดงเฉย #Thaipress #บอลไทย #ทีมชาติไทย #ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน2024 #เชียร์ช้างศึกชิงเจ้าอาเซียน

236,978 Aufrufe

ร่างทหารเขมร ที่ต่อสู้ให้ฮุนเซน สุดท้ายที่ไร้การเหลียวแล ปล่อยร่างทิ้งกลางป่า #Thaipress #ไทยเพรสส์ #ข่าวคั่วเข้ม #ข่าวการเมือง #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารกัมพูชา #ไทยกับกัมพูชา #TruthFromThailand #ไทยนี้รักสงบเเต่ถึงรบไม่ขลาด #กองทัพไทย #hunsenwarcriminal #ภูมะเขือ #ปราสาทตาควาย

ร่างทหารเขมร ที่ต่อสู้ให้ฮุนเซน สุดท้ายที่ไร้การเหลียวแล ปล่อยร่างทิ้งกลางป่า #Thaipress #ไทยเพรสส์ #ข่าวคั่วเข้ม #ข่าวการเมือง #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารกัมพูชา #ไทยกับกัมพูชา #TruthFromThailand #ไทยนี้รักสงบเเต่ถึงรบไม่ขลาด #กองทัพไทย #hunsenwarcriminal #ภูมะเขือ #ปราสาทตาควาย

34,418 Aufrufe

Videos

ThaiPressCC's profile picture

ตำรวจทางหลวงสุรินทร์ตามเจอมอเตอร์ไซค์หาย 4 ปี ส่งคืนเจ้าของสาวน้ำตาซึม ผ่อนลมจนหมดงวด . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.รักพงศ์ รักอยู่ สว.ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมกันสกัดจับและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda MSX 125 SF สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 224 กิโลเมตรที่ 224-225 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ . ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดพบรถคันดังกล่าวขับขี่โดยไม่มีป้ายทะเบียน จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ พบนายสง่า (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นผู้ขับขี่ เมื่อตรวจสอบเอกสารตัวรถพบว่าชื่อผู้ครอบครองไม่ตรงกับผู้ขับขี่ จึงทำการขยายผลเช็กเลขตัวถังรถอย่างละเอียด จนทราบว่ารถคันนี้เป็นของ น.ส.อนุสรา (สงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดนครพนม ซึ่งมีสถานะถูกระงับการใช้รถเนื่องจากขาดต่อภาษีไปตั้งแต่ปี 2564 . จากการสอบสวน นายสง่าอ้างว่าได้ซื้อรถคันนี้มาจากชายไม่ทราบชื่อในพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 2 ปีก่อน ในราคา 12,000 บาท โดยไม่มีสัญญาซื้อขาย แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเจ้าของเดิม ซึ่ง น.ส.อนุสรา ได้รีบเดินทางมาจากจังหวัดนครพนมพร้อมหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ โดยให้การว่าอดีตเคยนำรถไปจำนำไว้ แต่เมื่อจะไปไถ่ถอนคืนกลับติดต่อผู้รับจำนำไม่ได้และรถได้หายไป ทว่าตนเองยังคงจำใจผ่อนค่างวดกุญแจกับไฟแนนซ์จนครบหมดทุกงวด . บรรยากาศการส่งมอบรถเป็นไปอย่างตื้นตัน โดย น.ส.อนุสรา เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้รถรักคันนี้กลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกแล้ว เพราะเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปี และคิดว่าคงถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนขายไปแล้ว การทำงานอย่างฉับไวของตำรวจทางหลวงในครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ขณะที่ทางด้านนายสง่ายินยอมส่งมอบรถคืนให้แก่เจ้าของโดยดี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป. . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

92,926 Aufrufe • vor 20 Tagen

ThaiPressCC's profile picture

ทลายเครือข่ายคนจีน ขายนมผงผู้สูงอายุปลอมยี่ห้อ Ensure gold ตรวจยึดของกลางมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการทลายเครือข่ายผู้จำหน่ายนมผงยี่ห้อ Ensure gold ปลอม ตรวจยึดของกลาง จำนวน 13 รายการ รวม 5,370 กระป๋อง มูลค่าความเสียหาย 4,500,000 บาท . ได้รับการร้องเรียน และข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย ว่าพบการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold ปลอม ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ สามารถใช้เป็นอาหารมื้อหลัก หรือเป็นอาหารมื้อเสริม หากซื้อผลิตภัณฑ์ปลอมไปบริโภค อาจทำให้ไม่ได้รับสารอาหารที่แท้จริงตามที่คาดหวัง ได้รับสารอาหารบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง จนส่งผลอันตรายต่อสุขภาพได้ . เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจสอบพบว่า มีการจําหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold ปลอม กลิ่นวานิลลา บนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยใช้ชื่อร้านภาษาจีน ซึ่งโฆษณาจำหน่าย ขนาด 850 กรัม ในราคา 690 บาท (จากราคาปกติจะขายในราคา 1,000 บาทขึ้นไป) จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นําหมายค้นของศาลจังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้น ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จำนวน 2 จุด ดังนี้ . 1. สถานที่แพ็คสินค้า เป็นบ้านพักอาศัยใน ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผลการตรวจค้น พบ นายมนพ(สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว และ น.ส.วิริยา (สงวนนามสกุล) กำลังทำหน้าที่แพ็คสินค้าเพื่อส่งของให้ลูกค้า และพบผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลา ขนาด 850 กรัมจำนวน 1,535 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 9 รายการ . 2. สถานที่จัดเก็บ เป็นบ้านพักอาศัยใน ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผลการตรวจค้น พบ นายเฉิน (สัญชาติจีน) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลา ขนาด 850 กรัม จำนวน 3,840 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 4 รายการ รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลาขนาด 850 กรัม จำนวน 5,375 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 13 รายการ . รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี โดย น.ส.วิริยา (สงวนนามสกุล) รับว่า ตน โดยได้รับการชักชวนให้ทำงาน แพ็ค บรรจุ สินค้า จากคนรู้จัก โดยมีบุคคลสัญชาติจีนชื่อนายหวังเป็นผู้จ้าง และจะโอนเงินค่าจ้างรายเดือน เดือนละ 16,000 บาท โดยหลังจากตกลงทำงานแล้วจะมีผลิตภัณฑ์ Ensure gold ปริมาณหลายกระปุก พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพ็คและบรรจุสินค้า มาส่งที่บ้านที่พักอาศัย จากนั้น น.ส.วิริยา จะทำงานแพ็คและส่งผลิตภัณฑ์อาหาร Ensure gold ตามออร์เดอร์ที่ส่งมา และนำสินค้าส่งให้แก่ลูกค้า ผ่านบริษัทฯ ขนส่งเอกชน เป็นวันต่อวัน โดยมีวันหยุดทุกวันอาทิตย์รับจ้าง โดยทำมาประมาณ 15 วัน มียอดส่งสินค้าประมาณวันละ 100 – 200 ออร์เดอร์ . กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวจะโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเปลี่ยนชื่อร้านไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบเลี่ยงจาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และพบว่ากลุ่มเครือข่ายผู้กระทำผิดมีการลักลอบจัดเก็บสินค้าปลอม กระจายไว้ตามบ้านพักอาศัยของประชาชน โดยให้ชาวจีนที่อาศัยในพื้นที่ หรือมีกิจการในพื้นที่ ชักจูงใจคนในพื้นที่ ที่อยากมีรายได้ด้วยการทำงานที่บ้าน ลักษณะรับจ้างแพ็คสินค้าตามออร์เดอร์ โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 – 30,000 บาท แล้วจัดส่งสินค้าทางขนส่งเอกชน ซึ่งหลอกหลวงว่าเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย . เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 . 1. ฐาน “จำหน่ายอาหารปลอม” ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาท ถึงหนึ่งแสนบาท 2. ฐาน “จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท #Thaipress #นมผงปลอม #นมผงผู้สูงอายุ

THAI PRESS

2,233,396 Aufrufe • vor 1 Jahr

ThaiPressCC's profile picture

รวบเจ้าของบัญชีรับโอน ค่าบัตรคอนเสิร์ตทิพย์ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" เสียหายกว่า 10 ล้านบาท . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม น.ส.กีรติมาฯ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5834/2567 ในความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ในความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ” . ประมาณเดือนมีนาคม 2567 ได้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่สนใจอย่างมากประชาชน ต่างพากันแย่งซื้อบัตรเพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตดังกล่าว ต่อมาในแอปพลิเคชั่น x ได้มีบัญชีหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านรับกดจองบัตรคอนเสิร์ต ทางร้านได้ออกมาเปิดขายบัตรคอนเสิร์ตดังกล่าว โดยมีประชาชนจำนวนกว่าร้อยรายได้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตกับร้านข้างต้น แต่เมื่อไปถึงงานคอนเสิร์ตแล้วบัตรที่ซื้อมาจากร้านดังกล่าวไม่สามารถใช้เข้างานได้ เนื่องจากเป็นบัตรปลอมถูกใช้งานไปแล้ว อีกทั้งในการที่จะเข้าชมคอนเสิร์ตนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติมอีกด้วย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท . การสืบสวนหาข้อมูล พบว่าผู้เสียหายได้มีการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของ น.ส.กีรติมาฯ ผู้ต้องหา จึงเป็นเหตุนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำความผิดดังกล่าว . ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าว จนทราบว่า น.ส.กีรติมาฯ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ได้หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่บริเวณ ม.9 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จึงได้ทำการเข้าจับกุม น.ส.กีรติมาฯ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา​ #Thaipress #ไทยเพรสส์ #ข่าวอาชญากรรม #บัตรคอนเสิร์ต

THAI PRESS

1,369,932 Aufrufe • vor 1 Jahr

ThaiPressCC's profile picture

บุกรวบ "แพทริค" บอสโคเคนไนจีเรียซุกเงินล้านใต้ฝ้า ร้องไห้โฮกลางวงจับกุม ลั่นไม่อยากแก่ตายในคุกไทย . . เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ จับกุมตัวนาย "แพทริค" (MR. PATRIC) สัญชาติไนจีเรีย วัย 47 ปี ระดับหัวหน้าขบวนการลำเลียงโคเคนจากแอฟริกาเข้าสู่ประเทศไทย หลังชุดสืบสวนใช้เวลาแกะรอยนานกว่า 4 เดือน พบพฤติการณ์สุดแนบเนียนแฝงตัวอยู่ในไทยนานถึง 17 ปี โดยใช้การสมรสอำพรางกับหญิงไทยเพื่อพำนักในราชอาณาจักร ปฏิบัติการครั้งนี้ยังสามารถรวบตัวเครือข่ายรายสำคัญได้อีก 3 ราย ประกอบด้วยนายโธมัส สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมโคเคน 0.87 กรัม และชายชาวไทยอีก 2 ราย คือนายยศและนายณัฐ พร้อมของกลางยาเสพติดและทรัพย์สินมูลค่ารวมหลายล้านบาท . เบื้องหลังความสำเร็จมาจากแผน "เข้าเกลียว" ของชุดสืบสวนนครบาล โดยส่งเจ้าหน้าที่อำพรางตัวเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติแฝงตัวเข้าสู่กลุ่มลับในแอปพลิเคชัน จนพบโปรไฟล์ของ "แพทริค" ที่มักสวมชุดบาทหลวงสีเขียวเพื่อสร้างภาพลักษณ์บังหน้า และคอยสั่งการจำหน่ายยาเสพติดผ่านระบบออนไลน์แบบ "ไร้ตัวกลาง" เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและกินส่วนต่างกำไรเต็มที่ เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบว่าผู้ต้องหามีการตระเวนส่งยาให้กลุ่มลูกค้าทั้งในพื้นที่นนทบุรีและย่านพระราม 3 จึงสนธิกำลังวางแผนเข้าจับกุมแบบสายฟ้าแลบเพื่อมิให้ผู้ต้องหาไหวตัวทันหรือทำลายหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงต้นตอในต่างประเทศได้ . จังหวะการเข้าชาร์จจับกุมบริเวณปากซอยสีลม 1 เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากนายแพทริคมีร่างกายสูงใหญ่กำยำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังเกือบ 10 นายเข้าตะลุมบอนเพื่อควบคุมตัว ทว่าท่าทีขึงขังดุดันกลับเปลี่ยนเป็นอาการ "แต๋วแตก" ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลค้นคอนโดหรูย่านพระราม 3 แล้วพบเงินสดกว่า 1.5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดานห้องน้ำ ทำเอา "บิ๊กบอส" ร่างยักษ์ถึงกับเข่าอ่อน ตะคริวกินขา และนั่งร้องไห้โฮตลอดการจับกุม พร้อมคร่ำครวญกับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอกลับบ้าน ไม่อยากแก่ตายในคุกไทย" โดยอ้างว่าเงินจำนวนมากดังกล่าวไม่ได้มาจากการค้ายา แต่เป็นเงินที่ส่งมาจากไนจีเรียและนำไปเก็บไว้บนเพดานเพียงเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น . จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นโคเคนน้ำหนักรวม 30 กรัม (อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม) รถยนต์ส่วนบุคคล เงินสดไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงเครื่องประดับและนาฬิกาหรูมูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาท จึงได้แจ้งข้อหาหนักในความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ และพื้นที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครือข่ายผิวสีที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

183,419 Aufrufe • vor 2 Monaten

ThaiPressCC's profile picture

รวบครูคณิตแคนาดา ผู้ช่วย ผอ.โรงเรียนที่เขาใหญ่ ข่มขืนลูกศิษย์คาบ้าน ขณะสอนหนังสือ หลักฐานมัดตัว พบคลิปและภาพลามกอนาจารจำนวนมาก . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม Mr.James สัญชาติแคนาดา อายุ 68 ปี . ตามหมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 18/2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และเป็นการกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล (หลบหนีระหว่าง ปล่อยตัวชั่วคราว)” . สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ปคม. ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือให้ติดตามจับกุม Mr.James ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน หลังผู้เสียหายและครอบครัว กังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ปลอดภัยจากการที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยคดีนี้ แม้จะมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว แต่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลและหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี ทำให้ไม่สามารถนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่าน The HUG Project (โครงการฮัก) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดำเนินงานด้านการป้องกัน คุ้มครอง และเยียวยาเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การแสวงหาประโยชน์ และการค้ามนุษย์ เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีและนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม . จากนั้น The HUG Project จึงได้ประสานข้อมูลมายัง กก.1 บก.ปคม. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งยังคงหลบหนีหมายจับ โดย ผกก.1 บก.ปคม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดี และดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา . จากการตรวจสอบรายละเอียดและพฤติการณ์ของคดี ทราบว่า เด็กหญิง A (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยมี Mr.James หรือครูเจมส์ ผู้ต้องหา เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนดังกล่าว ต่อมาผู้ปกครองไว้วางใจเห็นว่า ครูเจมส์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นครูที่มีประสบการณ์สามารถดูแลบุตรของตนเองได้ จึงว่าจ้างให้มาสอนพิเศษให้ที่บ้านพักเป็นประจำ ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง คิดค่าสอนชั่วโมงละ 500 บาท ต่อเนื่องมานานกว่า 3 ปี . จนกระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 12.28 น. ขณะที่ครูเจมส์เดินทางมาสอนตามปกติ ผู้ต้องหาได้อาศัยจังหวะที่อยู่กับผู้เสียหายตามลำพัง ออกอุบายให้ผู้เสียหายพาเข้าไปในห้องนอน ก่อนลงมือ ใช้กำลังบังคับขืนใจ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกศิษย์ ต่อมาเด็กหญิง A ได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้ปกครองฟัง มารดาจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ Mr.James ที่ สภ.ปากช่อง พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบคลิปวิดีโอและภาพถ่ายลามกอนาจารในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก . พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว แต่ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เตรียมการหลบหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้ทยอยนำทรัพย์สินส่วนตัว โดยเฉพาะทองคำ ออกจำหน่ายเพื่อแปลงเป็นเงินสด พร้อมทั้งรวบรวมเงินสดไว้สำหรับใช้ในการหลบหนี วางแผนเดินทางออกจากพื้นที่เดิม . โดยเลือกไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อลดโอกาสในการถูกติดตามจับกุม พร้อมพยายามหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวในสถานที่ที่เคยพักอาศัย หรือสถานที่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิด โดยได้เข้าไปพักอาศัยอยู่กับชาวต่างชาติรายหนึ่งในพื้นที่ พร้อมอ้างเหตุผลว่าหลบหนีมาเช่าบ้านอยู่ เนื่องจากทะเลาะกับแฟนสาวชาวไทย และต้องการความสงบ เพื่อปกปิดพฤติการณ์ที่แท้จริงของตนเอง . อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ติดตามพฤติกรรม และวิเคราะห์เส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหา จนกระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดสีคิ้วเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

53,373 Aufrufe • vor 28 Tagen

ThaiPressCC's profile picture

“ผงที่มันสูดกัน มาจากรูขี้พวกกู” แชทหลุดเย้ยคนไทย หลัง รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ พร้อมทีม ป.ป.ส.กทม. จับกุมตัว บิ๊กบอส หัวหน้าขบวนการข้ามชาติ DODORIMA ที่พยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี แต่สุดท้ายสิ้นฤทธิ์ขบวนการนี้มักรวมกลุ่มตระเวนเดินสายบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมการกุศล เพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมายและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนมีชื่อเสียง . แฝงตัวในไทยนาน 7 ปี จากคนเดินยาสู่บิ๊กบอสที่มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท จนสามารถส่งเงินกลับไปสร้างคฤหาสน์ที่ไนจีเรียได้ . เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการ“เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุมตัว MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย แฝงตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวากรุงเทพฯ . โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” (ดำเนินคดี 3 กรรม) ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล . ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1. โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม 2. รถยนต์โตโยต้า 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท 3. เงินสด (ไทย) 178,800 บาท 4. เงินสด (ดอลล่า) 1,900 ดอลล่า มูลค่าประมาณ 57,000 บาท 5. เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท 6. สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ700,000 บาท . สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรีซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scamจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง . กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท โดยทางการสืบสวนได้พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม DODORIMA ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย ซึ่งเป็นการแตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA” . และจากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยสืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบิ๊กบอสรายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา . โดยแรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา บิ๊กบอสรายนี้เงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่าในปัจจุบันบิ๊กบอสรายนี้ได้กอบโกยเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย . การสืบสาวไปถึงตัวของบิ๊กบอสรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายขบวนการรายล้อมหลายรายและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงินจนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน ทว่าเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะมิได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตามแต่เขายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการเด็ดปีกเจ้าพ่อรายแอฟริการายนี้ . ต่อมา 9 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ MR.PATRICK กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block ทว่าบิ๊กบอสรายนี้พยายามขัดขืนการจับกุมได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนีจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ . ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบ โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแช็ทในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทยอย่างออกรสหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป . ในชั้นจับกุม MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า DODORIMA นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า สวัสดี . พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย . ในส่วนของการขยายผลเราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

25,339 Aufrufe • vor 19 Tagen

ThaiPressCC's profile picture

รวบมนุษย์ป้าแสบ พ้นโทษไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำ ทริคยัดเงินใต้รักแร้ ฉกเงินทอนร้านสะดวกซื้อ . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตบางนา กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งพฤติการณ์สุดแสบที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา . จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะทำทีเข้าไปเลือกซื้อสินค้ามูลค่าต่ำไม่เกิน 100 บาท แล้วชำระเงินด้วยธนบัตร 1,000 บาท เมื่อพนักงานทอนเงินให้ครบแล้ว น.ส.น้ำผึ้งจะแสร้งชวนคุยหรือทำทีว่าสินค้ามีปัญหาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะเผลอแอบนำธนบัตร 500 บาท ซ่อนไว้ใต้รักแร้อย่างรวดเร็ว แล้วโวยวายอ้างว่าพนักงานทอนเงินไม่ครบเพื่อขอยกเลิกรายการสินค้าและขอรับเงิน 1,000 บาทของตนคืน ซึ่งมักเลือกเหยื่อที่เป็นพนักงานวัยรุ่นเนื่องจากง่ายต่อการหลอกล่อและกดดันด้วยการส่งเสียงดังโวยวาย . ข้อมูลประวัติอาชญากรรมพบว่า น.ส.น้ำผึ้ง เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีท่าทีเข็ดหลาบและลงมือก่อเหตุซ้ำทันที เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแกะรอยจนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านบางนา จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบตัวขณะกำลังลงจากรถประจำทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับทันทีเพื่อตัดวงจรการก่อเหตุที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรายย่อย . เบื้องต้นจากการสอบปากคำในชั้นจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่เคยก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและประวัติการก่อเหตุที่ชัดเจน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานท้องที่อื่นที่เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันเข้าสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

47,342 Aufrufe • vor 1 Monat

Keine weiteren Inhalte verfügbar