
THAI PRESS
@ThaiPressCC • 13,813 subscribers
ติดต่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์ [email protected] Line ID : @Thaipress.cc (มี@ด้วย)
Shorts
Videos

บุกห้วยขวาง ทลาย “ผับลับอัพยา” คนแน่นตี 4 ถึงบ่าย 3 ทะลุมิติออกมาตาสู้แสงไม่ได้ ผับเถื่อนไร้ใบอนุญาต อำพรางภายนอกเป็นร้านเกมส์ . . (18 ก.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศูนย์ยาเสพติด บช น (ศอ.ปส.บช.น. ), สืบ บก.น.1, สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย . ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1. ยาอี (MDMA): 224 เม็ด 2. ยาไอซ์ 51.16 กรัม 3. โคเคน: 3.83 กรัม 4. คีตามีน 326.24 กรัม 5. หัวพ็อตเค 19 หัว 6. บุหรี่ไฟฟ้า: 38 ตัว 7. เงินสด 91,000 บาท 8. แหวน 2 วง 9. พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์ รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 300,000 บาท . จากกรณีเพลิงไหม้ร้านเหล้าชื่อดังย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่นครบาล กระทั่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ว่ามีผับแห่งหนึ่งซึ่งมีนามเรียกขานเฉพาะกลุ่มว่า "ผับลับ" ซึ่งมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเบาะแสว่าภายในผับลับนี้ มีการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดให้ลูกค้าทะลุมิติอย่างครบวงจรภายในร้าน จนกล่าวได้ว่าเข้าผับนี้แล้วจะไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว . พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด ร่วมกับ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ 1 ลงพื้นที่สืบสวนโดยทันที กระทั่งจนสืบทราบว่า “ผับลับ” แห่งนี้มีพิกัดตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ ย่านห้วยขวาง เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โดยอำพรางภายนอกให้เสมือนเป็น “ร้านเกมส์” มีการนำผ้าใบและรถมาจอดปิดบังภายหน้าร้านจนแนบเนียมมาก หากมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบได้เลยว่านี่คือผับ . ผับลับแห่งนี้จะถูกเรียกขานกันว่า “ร้านลับซอย1” มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามั่วสุมในร้านนี้ขาประจำคือกลุ่ม บาร์โฮส และ สาวเอ็นเตอร์เทรน ที่มักจะพาลูกค้าหรือคู่ขาของตนเองมาต่อ “หลังผับปิด” โดยมีทางร้านจะมีบริการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เคตามีน, พอตเค และ ยาอี ซื้อขายกับพนักงานร้านได้ ซ้ำลูกค้าสามารถเสพยาเสพติดที่โต๊ะตนเองได้ภายในร้านโดยไม่ต้องหลบซ่อน และด้วยสภาพภายในร้านที่มีการปิดฟิล์มดำทึบจนไม่สามารถทราบกลางวันกลางคืนได้ ทำให้ผับลับนี้คนจะแน่นหนาตั้งแต่ห้วง 04.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. จนลูกค้าบางรายเมื่อเดินออกจากร้านมีอาการหลงเวลา ดวงตาไม่สามารถสู้แสงได้ . และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือสภาพอาคารสถานที่ เป็นที่แคบและทึบ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟใดๆ อีกทั้งผู้มาใช้บริการในผับลับนี้มีการใช้สารเสพติด มีการใช้ “ไฟแช็ก” ภายในร้าน และยังมีห้องครัวปิดตายอยู่ด้านหลังอาคาร ขัดต่อหลักมาตรฐานเกือบทุกจุด เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นการลักลอบเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตใดๆทั้งสิ้น . พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า หลังจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ บก น 1 ได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และได้ยืนคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นผับลับดังกล่าวและศาลได้อนุมัติหมายค้นเป็นที่เรียบร้อย จนนำมาสู่ปฏิบัติการเข้าตรวจสอบผับลับแห่งนี้ โดยในวันที่ 18 ก.ค. 69 เวลา 08.25 น. ได้มีการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมลเลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. , สืบ บก น 1 , สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เพื่อใช้มาตราการยึดทรัพย์จึงนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ . ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาเสพติดหลายรายการ อยู่บนโต๊ะ , อยู่ที่ตัวลูกค้า และอยู่ที่เคาน์เตอร์พนักงานร้าน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 11 ราย โดยแบ่งเป็น 4 ราย เป็นเจ้าของร้าน และพนักงานขายยาเสพติด อีก 7 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่า บริเวณชั้นล่าง เป็นการเปิดสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ แสงสีเสียง ครบครัน มีพนักงานร้าน คอยบริการกลุ่มลูกค้าอยู่ รวม 28 ราย จากการตรวจสารเสพติดในร่างกายของกลุ่มลูกค้า พบว่ามีสารเสพติดอาทิ เมทแอมเฟตามีน, โคเคน, ยาอี, เคตามีน อยู่ในร่างกาย . และหนึ่งในพนักงานของร้าน มียาเสพติดได้แก่ ยาเค และพอตเค ไว้ในครอบครอง บริเวณชั้นลอย เปิดเป็นห้อง VIP มีไว้เพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติด แต่ไม่มีผู้ใช้บริการอยู่ บริเวณชั้น 2 พบนายเอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานบริการ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) แฟนของนายเอ พักอาศัยอยู่ในห้อง หลังจากตรวจค้นโดยละเอียด พบยาเสพติดหลายประเภท อาทิ ยาไอซ์ ยาเค ยาอี พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักของนายเอ (นามสมมุติ) จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำความผิด ดังนี้ . 1. นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้แสดงตนเป็นเจ้าสถานบันเทิง แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์,ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ช่วยซ่อนเร้น ซื้อ รับไว้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งของที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร (บุหรี่ไฟฟ้า) โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของต้องห้าม, ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ฝ่าฝืนเงื่อนไขเวลาเปิด-ปิดสถานบริการตามใบอนุญาต . 2. นายพัฒนา (ขอสงวนสนามสกุล) แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” . 3. กลุ่มพนักงานและกลุ่มลูกค้าที่พบสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 9 ราย . หลังเสร็จสิ้นการจับกุม จะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป . ในชั้นจับกุม นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของร้าน ได้ให้การว่า “ตนเปิดสถานบริการลับนี้มาแล้วประมาณ 1-2 ปี เศษ และรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อเสพเอง และจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ยาเสพติดไม่ใช่เพียงต้นตอของอาชญากรรม แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ บช.น. จึงเดินหน้าปราบปรามแหล่งจำหน่ายและแหล่งมั่วสุมยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสถานบริการหรือสถานที่ที่ลักลอบเปิดให้มีการจำหน่ายและเสพยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ใช้บริการและประชาชนโดยรอบ . ผับลับแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ภายในมีการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด ขณะที่ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์คูหาเดียว มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟ และด้านหลังยังเป็นห้องครัวที่ปิดทึบ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ภายในซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาหรือขาดสติจากการเสพยา ย่อมมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตอย่างยิ่ง . จากบทเรียนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสังคมเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการปล่อยให้แหล่งมั่วสุมยาเสพติดดำรงอยู่ คือการสร้างระเบิดเวลาที่พร้อมคร่าชีวิตผู้คนได้ทุกเมื่อ บช.น. จะเดินหน้าขยายผลจับกุมทั้งผู้ค้า ผู้จัดหา และผู้ที่เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างถึงที่สุด . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS191,133 views • 27 days ago

คุณพระช่วย!! วิ่งจีวรบิน ช่วยดับเพลิง . . ช่วงเช้ามืด ขณะที่หลวงพี่กำลังออกบิณฑบาตร ได้พบเหตุไฟไหม้รถยนต์ ก่อนที่จะมาบวชได้เป็นอดีตกู้ภัย ทำให้รู้ว่าในร้านสะดวกซื้อจะมีถังดับเพลิงอยู่ จึงรีบเข้าไปหยิบ และวิ่งออกมาช่วยฉีดดับเพลิง จนเพลิงสงบ [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS962,203 views • 5 months ago

ทลายเครือข่ายคนจีน ขายนมผงผู้สูงอายุปลอมยี่ห้อ Ensure gold ตรวจยึดของกลางมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการทลายเครือข่ายผู้จำหน่ายนมผงยี่ห้อ Ensure gold ปลอม ตรวจยึดของกลาง จำนวน 13 รายการ รวม 5,370 กระป๋อง มูลค่าความเสียหาย 4,500,000 บาท . ได้รับการร้องเรียน และข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย ว่าพบการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold ปลอม ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ สามารถใช้เป็นอาหารมื้อหลัก หรือเป็นอาหารมื้อเสริม หากซื้อผลิตภัณฑ์ปลอมไปบริโภค อาจทำให้ไม่ได้รับสารอาหารที่แท้จริงตามที่คาดหวัง ได้รับสารอาหารบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง จนส่งผลอันตรายต่อสุขภาพได้ . เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจสอบพบว่า มีการจําหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold ปลอม กลิ่นวานิลลา บนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยใช้ชื่อร้านภาษาจีน ซึ่งโฆษณาจำหน่าย ขนาด 850 กรัม ในราคา 690 บาท (จากราคาปกติจะขายในราคา 1,000 บาทขึ้นไป) จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นําหมายค้นของศาลจังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้น ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จำนวน 2 จุด ดังนี้ . 1. สถานที่แพ็คสินค้า เป็นบ้านพักอาศัยใน ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผลการตรวจค้น พบ นายมนพ(สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว และ น.ส.วิริยา (สงวนนามสกุล) กำลังทำหน้าที่แพ็คสินค้าเพื่อส่งของให้ลูกค้า และพบผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลา ขนาด 850 กรัมจำนวน 1,535 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 9 รายการ . 2. สถานที่จัดเก็บ เป็นบ้านพักอาศัยใน ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผลการตรวจค้น พบ นายเฉิน (สัญชาติจีน) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลา ขนาด 850 กรัม จำนวน 3,840 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 4 รายการ รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์อาหาร ยี่ห้อ Ensure gold กลิ่น วานิลลาขนาด 850 กรัม จำนวน 5,375 กระป๋อง และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวม 13 รายการ . รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี โดย น.ส.วิริยา (สงวนนามสกุล) รับว่า ตน โดยได้รับการชักชวนให้ทำงาน แพ็ค บรรจุ สินค้า จากคนรู้จัก โดยมีบุคคลสัญชาติจีนชื่อนายหวังเป็นผู้จ้าง และจะโอนเงินค่าจ้างรายเดือน เดือนละ 16,000 บาท โดยหลังจากตกลงทำงานแล้วจะมีผลิตภัณฑ์ Ensure gold ปริมาณหลายกระปุก พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพ็คและบรรจุสินค้า มาส่งที่บ้านที่พักอาศัย จากนั้น น.ส.วิริยา จะทำงานแพ็คและส่งผลิตภัณฑ์อาหาร Ensure gold ตามออร์เดอร์ที่ส่งมา และนำสินค้าส่งให้แก่ลูกค้า ผ่านบริษัทฯ ขนส่งเอกชน เป็นวันต่อวัน โดยมีวันหยุดทุกวันอาทิตย์รับจ้าง โดยทำมาประมาณ 15 วัน มียอดส่งสินค้าประมาณวันละ 100 – 200 ออร์เดอร์ . กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวจะโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเปลี่ยนชื่อร้านไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบเลี่ยงจาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และพบว่ากลุ่มเครือข่ายผู้กระทำผิดมีการลักลอบจัดเก็บสินค้าปลอม กระจายไว้ตามบ้านพักอาศัยของประชาชน โดยให้ชาวจีนที่อาศัยในพื้นที่ หรือมีกิจการในพื้นที่ ชักจูงใจคนในพื้นที่ ที่อยากมีรายได้ด้วยการทำงานที่บ้าน ลักษณะรับจ้างแพ็คสินค้าตามออร์เดอร์ โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 – 30,000 บาท แล้วจัดส่งสินค้าทางขนส่งเอกชน ซึ่งหลอกหลวงว่าเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย . เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 . 1. ฐาน “จำหน่ายอาหารปลอม” ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาท ถึงหนึ่งแสนบาท 2. ฐาน “จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท #Thaipress #นมผงปลอม #นมผงผู้สูงอายุ
THAI PRESS2,233,396 views • 1 year ago

รวบเจ้าของบัญชีรับโอน ค่าบัตรคอนเสิร์ตทิพย์ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" เสียหายกว่า 10 ล้านบาท . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม น.ส.กีรติมาฯ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5834/2567 ในความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ในความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ” . ประมาณเดือนมีนาคม 2567 ได้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่สนใจอย่างมากประชาชน ต่างพากันแย่งซื้อบัตรเพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตดังกล่าว ต่อมาในแอปพลิเคชั่น x ได้มีบัญชีหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านรับกดจองบัตรคอนเสิร์ต ทางร้านได้ออกมาเปิดขายบัตรคอนเสิร์ตดังกล่าว โดยมีประชาชนจำนวนกว่าร้อยรายได้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตกับร้านข้างต้น แต่เมื่อไปถึงงานคอนเสิร์ตแล้วบัตรที่ซื้อมาจากร้านดังกล่าวไม่สามารถใช้เข้างานได้ เนื่องจากเป็นบัตรปลอมถูกใช้งานไปแล้ว อีกทั้งในการที่จะเข้าชมคอนเสิร์ตนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติมอีกด้วย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท . การสืบสวนหาข้อมูล พบว่าผู้เสียหายได้มีการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของ น.ส.กีรติมาฯ ผู้ต้องหา จึงเป็นเหตุนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำความผิดดังกล่าว . ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าว จนทราบว่า น.ส.กีรติมาฯ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ได้หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่บริเวณ ม.9 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จึงได้ทำการเข้าจับกุม น.ส.กีรติมาฯ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา #Thaipress #ไทยเพรสส์ #ข่าวอาชญากรรม #บัตรคอนเสิร์ต
THAI PRESS1,369,932 views • 1 year ago

เปิดก่อน ได้เกิดใหม่!! . วินมอเตอร์ไซค์โชว์กร่าง เปิดฉากถีบ ตำรวจ ตชด. จากนั้นเพื่อนในวิน ก็วิ่งตามหวังมาซ้ำ . เจอยิงสวน เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 2 คน สาเหตุมาจากตกลงเรื่องค่าโดยสารไม่ลงตัว . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS139,812 views • 2 months ago

บุกรวบ "แพทริค" บอสโคเคนไนจีเรียซุกเงินล้านใต้ฝ้า ร้องไห้โฮกลางวงจับกุม ลั่นไม่อยากแก่ตายในคุกไทย . . เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ จับกุมตัวนาย "แพทริค" (MR. PATRIC) สัญชาติไนจีเรีย วัย 47 ปี ระดับหัวหน้าขบวนการลำเลียงโคเคนจากแอฟริกาเข้าสู่ประเทศไทย หลังชุดสืบสวนใช้เวลาแกะรอยนานกว่า 4 เดือน พบพฤติการณ์สุดแนบเนียนแฝงตัวอยู่ในไทยนานถึง 17 ปี โดยใช้การสมรสอำพรางกับหญิงไทยเพื่อพำนักในราชอาณาจักร ปฏิบัติการครั้งนี้ยังสามารถรวบตัวเครือข่ายรายสำคัญได้อีก 3 ราย ประกอบด้วยนายโธมัส สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมโคเคน 0.87 กรัม และชายชาวไทยอีก 2 ราย คือนายยศและนายณัฐ พร้อมของกลางยาเสพติดและทรัพย์สินมูลค่ารวมหลายล้านบาท . เบื้องหลังความสำเร็จมาจากแผน "เข้าเกลียว" ของชุดสืบสวนนครบาล โดยส่งเจ้าหน้าที่อำพรางตัวเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติแฝงตัวเข้าสู่กลุ่มลับในแอปพลิเคชัน จนพบโปรไฟล์ของ "แพทริค" ที่มักสวมชุดบาทหลวงสีเขียวเพื่อสร้างภาพลักษณ์บังหน้า และคอยสั่งการจำหน่ายยาเสพติดผ่านระบบออนไลน์แบบ "ไร้ตัวกลาง" เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและกินส่วนต่างกำไรเต็มที่ เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบว่าผู้ต้องหามีการตระเวนส่งยาให้กลุ่มลูกค้าทั้งในพื้นที่นนทบุรีและย่านพระราม 3 จึงสนธิกำลังวางแผนเข้าจับกุมแบบสายฟ้าแลบเพื่อมิให้ผู้ต้องหาไหวตัวทันหรือทำลายหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงต้นตอในต่างประเทศได้ . จังหวะการเข้าชาร์จจับกุมบริเวณปากซอยสีลม 1 เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากนายแพทริคมีร่างกายสูงใหญ่กำยำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังเกือบ 10 นายเข้าตะลุมบอนเพื่อควบคุมตัว ทว่าท่าทีขึงขังดุดันกลับเปลี่ยนเป็นอาการ "แต๋วแตก" ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลค้นคอนโดหรูย่านพระราม 3 แล้วพบเงินสดกว่า 1.5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดานห้องน้ำ ทำเอา "บิ๊กบอส" ร่างยักษ์ถึงกับเข่าอ่อน ตะคริวกินขา และนั่งร้องไห้โฮตลอดการจับกุม พร้อมคร่ำครวญกับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอกลับบ้าน ไม่อยากแก่ตายในคุกไทย" โดยอ้างว่าเงินจำนวนมากดังกล่าวไม่ได้มาจากการค้ายา แต่เป็นเงินที่ส่งมาจากไนจีเรียและนำไปเก็บไว้บนเพดานเพียงเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น . จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นโคเคนน้ำหนักรวม 30 กรัม (อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม) รถยนต์ส่วนบุคคล เงินสดไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงเครื่องประดับและนาฬิกาหรูมูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาท จึงได้แจ้งข้อหาหนักในความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ และพื้นที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครือข่ายผิวสีที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS184,329 views • 3 months ago

ตำรวจทางหลวงสุรินทร์ตามเจอมอเตอร์ไซค์หาย 4 ปี ส่งคืนเจ้าของสาวน้ำตาซึม ผ่อนลมจนหมดงวด . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.รักพงศ์ รักอยู่ สว.ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมกันสกัดจับและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda MSX 125 SF สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 224 กิโลเมตรที่ 224-225 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ . ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดพบรถคันดังกล่าวขับขี่โดยไม่มีป้ายทะเบียน จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ พบนายสง่า (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นผู้ขับขี่ เมื่อตรวจสอบเอกสารตัวรถพบว่าชื่อผู้ครอบครองไม่ตรงกับผู้ขับขี่ จึงทำการขยายผลเช็กเลขตัวถังรถอย่างละเอียด จนทราบว่ารถคันนี้เป็นของ น.ส.อนุสรา (สงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดนครพนม ซึ่งมีสถานะถูกระงับการใช้รถเนื่องจากขาดต่อภาษีไปตั้งแต่ปี 2564 . จากการสอบสวน นายสง่าอ้างว่าได้ซื้อรถคันนี้มาจากชายไม่ทราบชื่อในพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 2 ปีก่อน ในราคา 12,000 บาท โดยไม่มีสัญญาซื้อขาย แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเจ้าของเดิม ซึ่ง น.ส.อนุสรา ได้รีบเดินทางมาจากจังหวัดนครพนมพร้อมหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ โดยให้การว่าอดีตเคยนำรถไปจำนำไว้ แต่เมื่อจะไปไถ่ถอนคืนกลับติดต่อผู้รับจำนำไม่ได้และรถได้หายไป ทว่าตนเองยังคงจำใจผ่อนค่างวดกุญแจกับไฟแนนซ์จนครบหมดทุกงวด . บรรยากาศการส่งมอบรถเป็นไปอย่างตื้นตัน โดย น.ส.อนุสรา เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้รถรักคันนี้กลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกแล้ว เพราะเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปี และคิดว่าคงถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนขายไปแล้ว การทำงานอย่างฉับไวของตำรวจทางหลวงในครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ขณะที่ทางด้านนายสง่ายินยอมส่งมอบรถคืนให้แก่เจ้าของโดยดี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป. . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS92,926 views • 2 months ago
0:20
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

สิบเวรฟิวส์ขาด กระหน่ำยิงผู้ต้องหาคาห้องขัง หลังอารมณ์เปลี่ยวช่วยตัวเองโชว์
THAI PRESS876,327 views • 3 years ago
3:31
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ไล่ล่าหนุ่มใหญ่หนีหมายศาล ระยะทางกว่า 22 กม. คดีชิงทรัพย์กบดานนาน 2 ปี . . ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมตัว นายขจรศักดิ์ ฯ สัญชาติ ไทย อายุ 47 ปี . โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามหมายศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 491/2567 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 . สถานที่จับกุม บริเวณเเยกสมาร์ทโฟน ทล.2120 กม.17 ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ . เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าบุคคลมีหมายจับใช้รถกระบะ จะออกจาก จ. สระแก้ว จะไป จ.อำนาจเจริญ ใช้เส้นทาง ทล 348 ระหว่างที่รถวิทยุ 6208 กำลังออกตรวจ พบรถต้องสงสัยข้อมูลมูลตามที่สายลับแจ้ง จึงขับติดตามรถคันดังกล่าว จากนั้นรถเป้าหมายได้เลี้ยวเข้า ทล.2120 มุ่งหน้า อ.ละหานทราย โดยเส้นทางนั้นได้มีรถวิทยุ 6202 รอสกัดอยู่บริเวณเเยกสมาร์ทโฟน ทล.2120 กม.17 อ.ละหานทราย พบรถเป้าหมาย . จึงเรียกให้หยุด ขอตรวจใบขับขี่กับบัตรประชาชน คนขับส่งเอกสารให้ แล้วสั่งให้คนขับขยับรถเข้าชิดขอบทางด้านซ้าย ผู้ขับขี่ค่อยๆเลื่อนรถไปช้าๆพอได้จังหวะจึงได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบไล่ล่าติดตาม ผู้ขับขี่ขับรถฝ่าไฟแดง วนไป-มา แล้วจึงเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข ทล.224 มุ่งหน้า อ.ปะคำ เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานขอกำลังเสริมจาก สภ.ละหานทรายมาสนับสนุน หลังจากนั้นผู้ขับขี่เลี้ยวซ้ายเข้าถนน บร.4065 ไปจนสุดถนน แล้วจึงกลับรถเข้าทางขนาน ซึ่งเป็นถนนลูกรัง เจ้าหน้าที่แยกกันสกัด 2 เส้นทาง จนผู้ขับขี่จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนีลงทุ่งนา รวมระยะทางกว่า 22 กม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรีบวิ่งไล่ตามจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ . เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งว่าเขาต้องถูกจับ พร้อมทั้งได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ทราบ ผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิ์ดีแล้ว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงเชิญตัวมาที่ สถานีตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ เพื่อทำการบันทึกการจับกุม และนำตัวส่งศาลจังหวัดนครปฐม จว.นครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดีตามหมายศาลดังกล่าว เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ตนทราบว่ามีแนวโน้มจะได้รับโทษจำคุก จึงไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษา กระทั่งภายหลังทราบว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จึงตัดสินใจหลบหนีการจับกุมมาโดยตลอด . นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังอ้างว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามคดีดังกล่าว และเชื่อว่าถูกใส่ความ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS30,686 views • 1 month ago

รวบครูคณิตแคนาดา ผู้ช่วย ผอ.โรงเรียนที่เขาใหญ่ ข่มขืนลูกศิษย์คาบ้าน ขณะสอนหนังสือ หลักฐานมัดตัว พบคลิปและภาพลามกอนาจารจำนวนมาก . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม Mr.James สัญชาติแคนาดา อายุ 68 ปี . ตามหมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 18/2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และเป็นการกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล (หลบหนีระหว่าง ปล่อยตัวชั่วคราว)” . สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ปคม. ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือให้ติดตามจับกุม Mr.James ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน หลังผู้เสียหายและครอบครัว กังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ปลอดภัยจากการที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยคดีนี้ แม้จะมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว แต่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลและหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี ทำให้ไม่สามารถนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่าน The HUG Project (โครงการฮัก) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดำเนินงานด้านการป้องกัน คุ้มครอง และเยียวยาเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การแสวงหาประโยชน์ และการค้ามนุษย์ เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีและนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม . จากนั้น The HUG Project จึงได้ประสานข้อมูลมายัง กก.1 บก.ปคม. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งยังคงหลบหนีหมายจับ โดย ผกก.1 บก.ปคม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดี และดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา . จากการตรวจสอบรายละเอียดและพฤติการณ์ของคดี ทราบว่า เด็กหญิง A (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยมี Mr.James หรือครูเจมส์ ผู้ต้องหา เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนดังกล่าว ต่อมาผู้ปกครองไว้วางใจเห็นว่า ครูเจมส์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นครูที่มีประสบการณ์สามารถดูแลบุตรของตนเองได้ จึงว่าจ้างให้มาสอนพิเศษให้ที่บ้านพักเป็นประจำ ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง คิดค่าสอนชั่วโมงละ 500 บาท ต่อเนื่องมานานกว่า 3 ปี . จนกระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 12.28 น. ขณะที่ครูเจมส์เดินทางมาสอนตามปกติ ผู้ต้องหาได้อาศัยจังหวะที่อยู่กับผู้เสียหายตามลำพัง ออกอุบายให้ผู้เสียหายพาเข้าไปในห้องนอน ก่อนลงมือ ใช้กำลังบังคับขืนใจ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกศิษย์ ต่อมาเด็กหญิง A ได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้ปกครองฟัง มารดาจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ Mr.James ที่ สภ.ปากช่อง พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบคลิปวิดีโอและภาพถ่ายลามกอนาจารในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก . พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว แต่ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เตรียมการหลบหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้ทยอยนำทรัพย์สินส่วนตัว โดยเฉพาะทองคำ ออกจำหน่ายเพื่อแปลงเป็นเงินสด พร้อมทั้งรวบรวมเงินสดไว้สำหรับใช้ในการหลบหนี วางแผนเดินทางออกจากพื้นที่เดิม . โดยเลือกไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อลดโอกาสในการถูกติดตามจับกุม พร้อมพยายามหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวในสถานที่ที่เคยพักอาศัย หรือสถานที่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิด โดยได้เข้าไปพักอาศัยอยู่กับชาวต่างชาติรายหนึ่งในพื้นที่ พร้อมอ้างเหตุผลว่าหลบหนีมาเช่าบ้านอยู่ เนื่องจากทะเลาะกับแฟนสาวชาวไทย และต้องการความสงบ เพื่อปกปิดพฤติการณ์ที่แท้จริงของตนเอง . อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ติดตามพฤติกรรม และวิเคราะห์เส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหา จนกระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดสีคิ้วเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS53,373 views • 2 months ago

บุกจับกุมร้านบุหรี่ไฟฟ้ากลางตลาดคลองถม รวบคาหนังคาเขาขณะกำลังจะจำหน่ายให้เด็กนักเรียน ยึดของกลางเกือบสามร้อยชิ้นมูลค่ากว่า 80,000 บาท . . ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยให้กวาดล้าง ปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทั้งกรณีพบความผิดทั่วไป (On ground) และทางออนไลน์ (Online) ประกอบกับมีประชาชนแจ้งเบาะแสว่า มีชายลักษณะคล้ายคนต่างด้าวสื่อสารด้วยภาษาลาว ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายในตลาดคลองถม โดยจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงเด็กและเยาวชน ไม่เว้นแม้กระทั่งเยาวชนในชุดเครื่องแบบนักเรียน . (2 ก.ค. 69) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในตลาดคลองถม . เแฝงจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเดินเลือกชมสินค้าภายในตลาด พร้อมทั้งสังเกตการณ์ตรวจหาร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าตามที่ประชาชนแจ้งเบาะแสมา จนกระทั่งพบร้านแผงลอยที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว มีการตั้งวางสินค้าอย่างชัดเจน และพบชาย 2 ราย กำลังจะจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เยาวชนในชุดเครื่องแบบนักเรียน . เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวขณะตรวจสอบพบ นาย เก้า (นามสมมุติ) สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของร้าน และนาย เอ (นามสมมุติ) สัญชาติไทย เป็นลูกจ้าง จากการสอบถามนายเก้าให้การว่าตนเองจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ร้านดังกล่าวมาได้ประมาณหนึ่งเดือน ส่วนสาเหตุที่ตนเองสื่อสารภาษาลาวนั้น ตนเองเป็นคนอีสาน ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดศรีสะเกษ และยอมรับว่าจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่คนทั่วไปจริง . เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวให้นายเก้าและนาย เอ ทราบว่า “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากรโดยถูกต้อง” และ ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 25/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากูไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” . พร้อมทั้งตรวจยึดสิ่งของ - บุหรี่ไฟฟ้า 80 ชิ้น - น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 175 ชิ้น - แบตเตอรี่ ของบุหรี่ไฟฟ้า 6 ชิ้น รวม 261 รายการ มูลค่ากว่า 80,000บาท . จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งสองรายพร้อมทั้งของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย1 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะได้ดำเนินการขยายผลถึงที่มาของบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวต่อไป และขอประชาสัมพันธ์ว่าหากมีผู้พบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย หรือมีบาะแสการกระทำผิดเพิ่มเติมสามารถประสานข้อมูลแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS30,406 views • 1 month ago

ลักลอบผลิตในคอนโด! ยาฮอร์โมนเพศชายเถื่อน (Anabolic steroids) ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ตัดวงจรสายนักกล้าม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท . . นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายนรินทร์ กัลยาณมิตร ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข . พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา . ร่วมแถลงผลปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา รายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดและชนิดรับประทาน พร้อมเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต รวมถึงวัตถุดิบที่นำไปผลิตเป็นยาสำเร็จรูป มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท . สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก. 4 บก.ปคบ.) ได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สืบขยายผลหาผู้ผลิตและจำหน่าย อนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic steroids) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนเพศชาย มีฤทธิ์เร่งการสร้างโปรตีนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทางการแพทย์ใช้รักษาภาวะฮอร์โมนบกพร่องและกล้ามเนื้อลีบ . แต่ในวงการฟิตเนสมักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อเพิ่มขนาดกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว หากใช้ในปริมาณสูงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบฮอร์โมนและอวัยวะภายในอย่างเฉียบพลัน เช่น ภาวะตับอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง ร่างกายหยุดผลิตฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติ ส่งผลให้ลูกอัณฑะฝ่อและเล็กลง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ และเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโต จนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตได้ . ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบถึงกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตว่ามีการลักลอบผลิตและบรรจุ อยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร . โดยในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นของศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจำหน่าย จำนวน 2 จุด ดังนี้ . 1. สถานที่ผลิต และจำหน่าย ภายในคอนโดแห่งหนึ่งในซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร พบ นาย อนุวัฒน์(สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เป็นผู้นำตรวจค้นทั้ง 2 จุด ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ . 1.1. ผลิตภัณฑ์ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปชนิดฉีดและชนิดรับประทาน เช่น กลุ่มยา Oxymethalone, Oxandrolone, Methandienone, Testosterone, Trenbolone, Stanozolol, Human growth hormone, Methenolone เป็นต้น จำนวน 41 ยี่ห้อ รวมจำนวน 8,690 ขวด ได้แก่ . 1). ANADROL 2). ANAVAR 3). ARIMIDEX 4). BACTERIOSTATIC WATER 5). BOLDENONE 6). CLENBUTEROL 7). CYPIONEX 8). DIANABOL 9). DECA 10). DECA 250 11). MT Pharmaceutical DIANOBOL 12). EQUIPOISE 13). Italia EQUIPOISE 14). HALOTESTIN 15). Halotestin Signature 16). MASTERONE 17). MASTERBOLIN 18). MAST DEPOT 19). Italia MASTERONE 20). MT Pharmaceutical MASTERONE 21). NANPHENY 22). PARABOLAN 23). PRIMO DEPOT 24). Italia PRIMODEPOT 25). SOMATROPIN 26). Signature STAND 27). STANO 28). SUSTANON 29). Italia SUSTANON 30). TEAT – E 31). TEST – C 32).TEST – DEPOT 33). Italia TEST – DEPOT 34). TEST – P 35). TEST BLEND 36). TEST PROP 37). TREN – E 38). TREN ACE 39). Italia TREN ACE 40). TRENDEPOT 41). WINSTROL . 1.2. ขวดไวอัลสำหรับใช้บรรจุของเหลว และผงสารเคมี จำนวน 9,290 ขวด . 1.3. ขวดไวอัลเปล่า จำนวน 26,232 ขวด . 1.4. สารเคมีบรรจุในถุง ไม่ทราบชนิด จำนวน 6 ถุง . 1.5. สารเคมีบรรจุในถุง ระบุชื่อสาร “mannitol” จำนวน 1 ถุง . 1.6. ของเหลวใสสีเหลืองบรรจุในแกลลอน จำนวน 9 แกลลอน . 1.7. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปิดฝาขวดยาฉีด เครื่องพิมพ์รุ่นการผลิต ปิเปตต์ เครื่องชั่งดิจิทัล ตู้ฟรีซ ชุดกรองสุญญากาศ ชุดเครื่องแก้วสูญญากาศ เครื่องอบฆ่าเชื้อ เครื่องอบลมร้อน ตู้อบรังสี UV จำนวน 14 รายการ รวม 41 ชิ้น . 1.8. กล่องบรรจุภัณฑ์ยี่ห้อต่างๆ สติกเกอร์ จุกยาง ฝาโลหะ ฯลฯ . รวมทั้งสิ้น 122,092 ชิ้น . . 2. สถานที่ผลิตและจำหน่าย ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง(ห้องติดกัน) ในซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึด . 2.1. ผลิตภัณฑ์กลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโทรเจน และยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูป ชนิดรับประทาน เช่น กลุ่มยา Tamoxifen, Clomiphene, Liothyronine, Oxymethalone, Methandienone, Testosterone, Trenbolone, Stanozolol, Methenolone จำนวน 14 ยี่ห้อ รวม 77,700 เม็ด ได้แก่ . 1). bodytechpharma HALOTESTIN 2). bodytechpharma PRO VIRON 3). Italia PHARMACEUTICAL ANADROL 4). Italia PHARMACEUTICAL Fluoxymesterone 5). MB ARIMIDEX Anastrozole 6). MT CLOMID 7). MT LIGANDROL 8). MT NOLVADEX 9). MT TURINBOL 10). SN SIGNATURE CYTOMEL 11). SN SIGNATURE DIANABOL 12). SN SIGNATURE IBUMOTAREN 13). SN SIGNATURE STANO 14). SN SIGNATURE TESTOLONE . 2.2. ยาเม็ดบรรจุในกระปุกไม่มีฉลาก จำนวน 155,000 เม็ด . 2.3 ยาเม็ดรอการบรรจุ จำนวน 199 ถุง . 2.4. กล่องบรรจุภัณฑ์ กระปุกยาเปล่า สติกเกอร์ฉลากหลายยี่ห้อ ซองกันชื้น รวม 405,094 ชิ้น . 2.5. อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องกรอกเม็ดยา เครื่องซีล และไดร์เป่าลมร้อน รวม 5 เครื่อง . . รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ชนิดฉีดและรับประทาน จำนวน 8,690 ขวด ผลิตภัณฑ์กลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโทรเจนและยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปชนิดรับประทาน จำนวน 77,700 เม็ด ยาที่อยู่ระหว่างผลิตจำนวน 155,000 เม็ด วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น สารเคมี ของเหลว บรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ จำนวนกว่า 536,691 ชิ้น รวมทั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ จำนวน 46 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 50,000,000 บาท . จากการสืบสวนพบว่า ผู้กระทำความผิดนำส่วนผสม วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์จากสถานที่ต่าง ๆ มาลักลอบผลิต บรรจุ ติดฉลาก จนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปภายในห้องพักที่เป็นคอนโด พื้นที่ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อีกทั้งกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ ขายส่งลูกค้าวงการนักเพาะกายและวงการฟิตเนส ทั้งในและต่างประเทศ โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี . อีกทั้งจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าว เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในความผิดลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ยังกระทำผิดซ้ำซากโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค หวังแต่ผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ . เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 1. ฐาน “ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2. ฐาน “ผลิตและขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน เพราะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะยาเถื่อน ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง . ทั้งด้านการสืบสวน การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. โดยปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ผิดกฎหมายรายใหญ่ ตรวจยึดยา วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นการตัดวงจรผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายก่อนที่จะกระจายสู่ประชาชน . นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมขอให้ประชาชนไม่นำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือใช้โดยไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและถึงแก่ชีวิตได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ และก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผ่านแอปพลิเคชัน หมอพร้อม หรือช่องทางของ อย. เพื่อความมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและปลอดภัย . นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของสินค้าและผลิตภัณฑ์ ผิดกฎหมายที่จำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของประชาชน . การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ที่ร่วมกันเชื่อมโยงข้อมูล สืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าสิทธิและความปลอดภัยของผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ . ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นให้คนไทยสุขภาพดี การปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของ อย. และในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) อย่างเข้มแข็งโดยได้สืบสวนขยายผลจนสามารถทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์รายใหญ่ ตรวจค้น 2 จุด ภายในคอนโดย่านพัฒนาการ ตรวจยึดยาชนิดฉีดและชนิดรับประทาน วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตอบสนองนโยบายเชิงรุกในการจัดการปัญหายาเถื่อนอย่างเป็นรูปธรรม . จากการตรวจสอบพบว่ายาทั้งหมดผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียนตำรับยา และไม่ผ่านมาตรฐานการผลิต โดยเฉพาะยาฉีดที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อผู้ใช้ การใช้ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์โดยไม่มีแพทย์ดูแลอาจส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ตับ ไต และหัวใจ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก และในกรณีของยาฉีดที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต และขอเตือนผู้ที่คิดจะกระทำความผิด อย. จะเดินหน้าดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด . พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ อย. หรือ Line สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือแอปหมอพร้อม และหากพบเบาะแสการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน อย. 1556 เพื่อร่วมกันปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคในสังคม . พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ปคบ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการสืบสวน เฝ้าระวัง และขยายผลเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์รายใหญ่ ตรวจยึดยา วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ มีการลักลอบผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านมาตรฐาน เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค . ขอฝากความห่วงใยถึงประชาชนว่า การเลือกซื้อยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา หรือผลิตจากสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะการนำมาใช้เองเพื่อหวังผลในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงขอให้เลือกใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์และซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น . เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และขอเตือนไปยังผู้ลักลอบผลิต นำเข้าและจำหน่ายยาเถื่อนว่า ตำรวจสอบสวนกลางและ อย. จะร่วมกันเดินหน้าสืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีอย่างจริงจังในทุกมิติ พร้อมกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสการลักลอบผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือผ่านเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมจากผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS23,874 views • 1 month ago

รวบมนุษย์ป้าแสบ พ้นโทษไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำ ทริคยัดเงินใต้รักแร้ ฉกเงินทอนร้านสะดวกซื้อ . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตบางนา กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งพฤติการณ์สุดแสบที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา . จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะทำทีเข้าไปเลือกซื้อสินค้ามูลค่าต่ำไม่เกิน 100 บาท แล้วชำระเงินด้วยธนบัตร 1,000 บาท เมื่อพนักงานทอนเงินให้ครบแล้ว น.ส.น้ำผึ้งจะแสร้งชวนคุยหรือทำทีว่าสินค้ามีปัญหาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะเผลอแอบนำธนบัตร 500 บาท ซ่อนไว้ใต้รักแร้อย่างรวดเร็ว แล้วโวยวายอ้างว่าพนักงานทอนเงินไม่ครบเพื่อขอยกเลิกรายการสินค้าและขอรับเงิน 1,000 บาทของตนคืน ซึ่งมักเลือกเหยื่อที่เป็นพนักงานวัยรุ่นเนื่องจากง่ายต่อการหลอกล่อและกดดันด้วยการส่งเสียงดังโวยวาย . ข้อมูลประวัติอาชญากรรมพบว่า น.ส.น้ำผึ้ง เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีท่าทีเข็ดหลาบและลงมือก่อเหตุซ้ำทันที เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแกะรอยจนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านบางนา จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบตัวขณะกำลังลงจากรถประจำทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับทันทีเพื่อตัดวงจรการก่อเหตุที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรายย่อย . เบื้องต้นจากการสอบปากคำในชั้นจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่เคยก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและประวัติการก่อเหตุที่ชัดเจน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานท้องที่อื่นที่เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันเข้าสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS47,342 views • 3 months ago

“ผงที่มันสูดกัน มาจากรูขี้พวกกู” แชทหลุดเย้ยคนไทย หลัง รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ พร้อมทีม ป.ป.ส.กทม. จับกุมตัว บิ๊กบอส หัวหน้าขบวนการข้ามชาติ DODORIMA ที่พยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี แต่สุดท้ายสิ้นฤทธิ์ขบวนการนี้มักรวมกลุ่มตระเวนเดินสายบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมการกุศล เพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมายและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนมีชื่อเสียง . แฝงตัวในไทยนาน 7 ปี จากคนเดินยาสู่บิ๊กบอสที่มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท จนสามารถส่งเงินกลับไปสร้างคฤหาสน์ที่ไนจีเรียได้ . เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการ“เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุมตัว MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย แฝงตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวากรุงเทพฯ . โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” (ดำเนินคดี 3 กรรม) ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล . ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1. โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม 2. รถยนต์โตโยต้า 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท 3. เงินสด (ไทย) 178,800 บาท 4. เงินสด (ดอลล่า) 1,900 ดอลล่า มูลค่าประมาณ 57,000 บาท 5. เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท 6. สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ700,000 บาท . สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรีซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scamจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง . กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท โดยทางการสืบสวนได้พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม DODORIMA ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย ซึ่งเป็นการแตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA” . และจากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยสืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบิ๊กบอสรายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา . โดยแรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา บิ๊กบอสรายนี้เงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่าในปัจจุบันบิ๊กบอสรายนี้ได้กอบโกยเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย . การสืบสาวไปถึงตัวของบิ๊กบอสรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายขบวนการรายล้อมหลายรายและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงินจนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน ทว่าเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะมิได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตามแต่เขายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการเด็ดปีกเจ้าพ่อรายแอฟริการายนี้ . ต่อมา 9 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ MR.PATRICK กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block ทว่าบิ๊กบอสรายนี้พยายามขัดขืนการจับกุมได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนีจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ . ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบ โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแช็ทในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทยอย่างออกรสหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป . ในชั้นจับกุม MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า DODORIMA นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า สวัสดี . พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย . ในส่วนของการขยายผลเราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS25,768 views • 2 months ago
