gump's banner
gump's profile picture

gump

@wishfultea_3,714 subscribers

#emiamily #beonnnie #emiwatchlist 🧡🎬🍿

Shorts

รู้สปอยล์=ไม่ช่วยอะไรเลยย จังหวะผีเสื้อบินขึ้นมาคือคำอุทาน20+ จ่ออยู่ที่ปากแล้วอ่ะ🙂‍↔️🦋 #EmiBonnieLoveSession #EmiBonnie

รู้สปอยล์=ไม่ช่วยอะไรเลยย จังหวะผีเสื้อบินขึ้นมาคือคำอุทาน20+ จ่ออยู่ที่ปากแล้วอ่ะ🙂‍↔️🦋 #EmiBonnieLoveSession #EmiBonnie

192,005 views

ตาชินเล่นเป็นพ่อละอ่อ555555555

ตาชินเล่นเป็นพ่อละอ่อ555555555

494,058 views

มากกว่าพาร์ทเนอร์✅ มากกว่าที่รัก✅✅✅

มากกว่าพาร์ทเนอร์✅ มากกว่าที่รัก✅✅✅

134,530 views

รักในความสัมพันธ์ของเอมี่บอนนี่คือมันไม่ได้มีแค่วันที่ทั้งคู่พลังดีๆแล้วมาเล่นกัน หยอกกัน หรือสร้างโมเมนต์ให้แฟนๆเห็น แต่พออีกคนอยู่ในวันที่เปราะบาง อีกคนก็รับช่วงดูแลให้ได้ และที่สำคัญคือมันสลับกันได้ ไม่ได้มีใครถูกวางให้เป็นฝ่ายเข้มแข็งหรือฝ่ายที่ต้องคอยพึ่งพาตลอด ดูแล้วอบอุ่นมาก เพราะมันเหมือนทั้งคู่ไม่ได้แค่ “ทำงานด้วยกัน” แต่ต่างคนต่างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันจริงๆ. 🧡💜

รักในความสัมพันธ์ของเอมี่บอนนี่คือมันไม่ได้มีแค่วันที่ทั้งคู่พลังดีๆแล้วมาเล่นกัน หยอกกัน หรือสร้างโมเมนต์ให้แฟนๆเห็น แต่พออีกคนอยู่ในวันที่เปราะบาง อีกคนก็รับช่วงดูแลให้ได้ และที่สำคัญคือมันสลับกันได้ ไม่ได้มีใครถูกวางให้เป็นฝ่ายเข้มแข็งหรือฝ่ายที่ต้องคอยพึ่งพาตลอด ดูแล้วอบอุ่นมาก เพราะมันเหมือนทั้งคู่ไม่ได้แค่ “ทำงานด้วยกัน” แต่ต่างคนต่างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันจริงๆ. 🧡💜

17,345 views

เมิง บอนนี่ตบโซฟาละพูดว่า บี๋เอ้ยปะ 555555555 ช่วยฟังที ขำจนเกร็งกิเดรส5555555555555555555555555 DONT TOUCH DONT KISS #MoonshadowSeriesEP2

เมิง บอนนี่ตบโซฟาละพูดว่า บี๋เอ้ยปะ 555555555 ช่วยฟังที ขำจนเกร็งกิเดรส5555555555555555555555555 DONT TOUCH DONT KISS #MoonshadowSeriesEP2

22,580 views

ชอบมาก บีน่อน ความหัวไวเป็นของบะนี่555555

ชอบมาก บีน่อน ความหัวไวเป็นของบะนี่555555

43,563 views

ยิ่งเอาตัวอย่าง EP.5 มาวางต่อจากสิ่งที่เกิดขึ้นใน EP.4 เรายิ่งติดอยู่กับคำว่า “สมมติ” ในประโยคของคีย์มากกว่าเดิม เพราะเพิ่งเห็นคีย์พูดกับเจชัดๆว่า “หนูรักพี่จันทร์ค่ะ” และ “หนูรักเค้ามานานแล้ว” ดังนั้นคีย์ไม่น่าจะกำลังค้นพบว่าตัวเองรักจันทร์ สิ่งที่คีย์ยังไม่รู้ต่างหาก คือจันทร์มองความรู้สึกของเธอว่าอะไร เพราะถึงตอนนี้จันทร์จะอ่อนโยนกับคีย์ เล่นด้วย หยอกล้อ สวีทกัน หรือมีความสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว เราก็ยังไม่ควรสรุปว่าจันทร์รักคีย์ เพราะทั้งหมดนี้บอกได้ว่าจันทร์เปิดรับคีย์ สบายใจกับการมีคีย์อยู่ข้างๆ และมีแรงดึงดูดต่อกัน แต่ “ชอบความสัมพันธ์” กับ “รักคนในความสัมพันธ์” ยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อจันทร์เพิ่งยอมรับว่าเธอยังรักเจอยู่ ตรงนี้เลยยิ่งทำให้ประโยคของคีย์น่าสนใจ เพราะก่อนหน้านั้นจันทร์กำลังพยายามนิยามความสัมพันธ์ของพวกเธอว่า “ระหว่างเราก็เป็นเหมือนธุรกิจนั่นแหละ” แต่คีย์กลับถามว่า “ถ้าสมมติว่าหนูรักพี่จริงๆพี่จะทำยังไง” เหมือนเธอไม่ได้กำลังบอกความรู้สึกของตัวเอง แต่กำลังถามว่า ถ้าความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา จันทร์จะจัดการกับมันอย่างไร แต่เราว่าก็ต้องแฟร์กับจันทร์เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ต้นคีย์เป็นฝ่ายเสนอตัวเข้ามาในความสัมพันธ์นี้ และจันทร์ก็ถามเรื่องกติกาชัดเจนแล้วว่ารับได้ไหม คีย์รับรู้เงื่อนไขและเลือกตกลงเอง ดังนั้นในแง่ของข้อตกลง จันทร์มีสิทธิ์จะมองว่านี่คือ “ธุรกิจ” และเราไม่ควรเอาความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายหลังไปลบกติกาที่ทั้งคู่เคยตกลงกันไว้ แต่การที่จันทร์มีสิทธิ์พูดแบบนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าคำพูดนั้นจะไม่ทำร้ายคีย์ เพราะคีย์อาจยอมรับกติกาได้ แต่เธอไม่ได้ยอมรับว่าจะไม่มีความรู้สึก และตอนนี้เรารู้แล้วว่าความรู้สึกนั้นคือความรัก การไล่กลับหรือย้ำว่าความสัมพันธ์เป็นเพียงธุรกิจจึงอาจไม่ได้ผิดข้อตกลง แต่ก็สามารถทำให้คีย์เจ็บได้อยู่ดี ตรงนี้เลยน่าสนใจตรงที่ปัญหาอาจไม่ใช่ใครผิดใครถูก แต่เป็นเพราะ “กติกาเดิม” กำลังเริ่มตามความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปไม่ทันแล้ว ตอนเริ่มต้นคีย์อาจเข้ามาในฐานะเด็กเลี้ยงภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน(อะไรก็ยอมเธอ) แต่ตอนนี้คีย์ไม่ได้อยู่ในจุดเดิมแล้ว และจันทร์เองก็ไม่ได้ปฏิบัติกับคีย์เหมือนตอนเริ่มต้นเสียทีเดียว เราอาจยังเรียกสิ่งนี้ว่าความรักของจันทร์ไม่ได้ แต่ก็น่าคิดว่าคำว่า “ธุรกิจ” ยังอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้ได้จริงหรือเปล่า และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคีย์ถึงยังใช้คำว่า “สมมติ” ทั้งที่คนดูรู้ เธอก็รู้ และเจก็รู้ว่าเธอรักจันทร์จริง ๆ เพราะมันเปิดทางให้คีย์หยั่งเชิงจันทร์โดยไม่ต้องบังคับให้จันทร์ตอบตรง ๆ ว่า “พี่รักหนูไหม” ถ้าจันทร์ปฏิเสธ คีย์ก็ยังถอยกลับมาอยู่ในคำว่า “สมมติ” ได้ แต่ถ้าคำถามนี้ทำให้จันทร์ต้องคิด นั่นก็อาจเป็นคำตอบบางอย่างแล้ว และภาพที่คีย์คอยดูแลจันทร์ในตัวอย่างก็ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ชัดขึ้น คีย์กำลังแสดงความรักผ่านการกระทำ ขณะที่จันทร์ยังใช้คำว่า “ธุรกิจ” เป็นกรอบอธิบายความสัมพันธ์อยู่ ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าคีย์รักจันทร์มากแค่ไหน เพราะเรื่องตอบไปแล้ว แต่อยู่ที่ว่าเมื่อความรักของคีย์ถูกวางตรงหน้าจันทร์อย่างชัดเจนแล้ว จันทร์จะยังสามารถมองมันเป็นเพียงหน้าที่ได้หรือเปล่า และหลังจากนี้คีย์ยังมีอีกหลายด่าน ทั้งการรู้ว่าถึงตัวเองจะรักจันทร์ไม่ได้แปลว่าจันทร์จะเลือกเธอ และคีย์เพิ่งรู้ว่าจันทร์ยังรักเจ ถ้า EP.5 กำลังจะเปิดเหตุผลของเจว่า การทิ้งจันทร์ในตอนนั้นอาจไม่ได้เกิดจากการที่เจหมดรักหรือเลือกจะทิ้งจันทร์ด้วยตัวเอง อดีตของเจกับจันทร์ก็อาจกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง และสั่นคลอนสิ่งที่คีย์กำลังสร้างอยู่ได้ คีย์จึงไม่ได้กำลังแข่งกับเจอย่างเดียว แต่กำลังรับมือกับอดีตของจันทร์ที่ตัวเองไม่มีทางลบออกไปได้ด้วย ตรงนี้เลยทำให้เส้นเรื่องของคีย์น่าสนใจกว่าการ “สู้เพื่อให้ได้จันทร์มา” เพราะคีย์อาจต้องเรียนรู้ว่าการรักใครสักคนไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายต้องเลือกเรา และการเป็นความสุขของใครก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องรับผิดชอบความสุขของเขาทั้งหมด โดยเฉพาะกับคีย์ที่เคยพูดว่า “พี่คือความสุขของหนูนะ” คำพูดนี้อาจกลับมาท้าทายตัวเธอเองในวันที่จันทร์ยังให้คำตอบไม่ได้ ตอนนี้อาจยังไม่ต้องรีบคิดว่าจันทร์จะรักคีย์หรือยัง รู้แค่ความสัมพันธ์ที่เคยเรียกว่า “ธุรกิจ” กำลังมีบางอย่างเกินกว่านั้นจนคีย์ต้องกล้าถามออกมา ก็น่าสนใจมากพอแล้ว ส่วนคำถามว่า เมื่อความรักของคีย์ถูกวางตรงหน้าจริงๆ จันทร์จะเลือกนิยามมันว่าอะไร คงต้องรอดู EP.ต่อๆไป #MoonshadowSeriesEP4

ยิ่งเอาตัวอย่าง EP.5 มาวางต่อจากสิ่งที่เกิดขึ้นใน EP.4 เรายิ่งติดอยู่กับคำว่า “สมมติ” ในประโยคของคีย์มากกว่าเดิม เพราะเพิ่งเห็นคีย์พูดกับเจชัดๆว่า “หนูรักพี่จันทร์ค่ะ” และ “หนูรักเค้ามานานแล้ว” ดังนั้นคีย์ไม่น่าจะกำลังค้นพบว่าตัวเองรักจันทร์ สิ่งที่คีย์ยังไม่รู้ต่างหาก คือจันทร์มองความรู้สึกของเธอว่าอะไร เพราะถึงตอนนี้จันทร์จะอ่อนโยนกับคีย์ เล่นด้วย หยอกล้อ สวีทกัน หรือมีความสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว เราก็ยังไม่ควรสรุปว่าจันทร์รักคีย์ เพราะทั้งหมดนี้บอกได้ว่าจันทร์เปิดรับคีย์ สบายใจกับการมีคีย์อยู่ข้างๆ และมีแรงดึงดูดต่อกัน แต่ “ชอบความสัมพันธ์” กับ “รักคนในความสัมพันธ์” ยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อจันทร์เพิ่งยอมรับว่าเธอยังรักเจอยู่ ตรงนี้เลยยิ่งทำให้ประโยคของคีย์น่าสนใจ เพราะก่อนหน้านั้นจันทร์กำลังพยายามนิยามความสัมพันธ์ของพวกเธอว่า “ระหว่างเราก็เป็นเหมือนธุรกิจนั่นแหละ” แต่คีย์กลับถามว่า “ถ้าสมมติว่าหนูรักพี่จริงๆพี่จะทำยังไง” เหมือนเธอไม่ได้กำลังบอกความรู้สึกของตัวเอง แต่กำลังถามว่า ถ้าความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา จันทร์จะจัดการกับมันอย่างไร แต่เราว่าก็ต้องแฟร์กับจันทร์เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ต้นคีย์เป็นฝ่ายเสนอตัวเข้ามาในความสัมพันธ์นี้ และจันทร์ก็ถามเรื่องกติกาชัดเจนแล้วว่ารับได้ไหม คีย์รับรู้เงื่อนไขและเลือกตกลงเอง ดังนั้นในแง่ของข้อตกลง จันทร์มีสิทธิ์จะมองว่านี่คือ “ธุรกิจ” และเราไม่ควรเอาความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายหลังไปลบกติกาที่ทั้งคู่เคยตกลงกันไว้ แต่การที่จันทร์มีสิทธิ์พูดแบบนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าคำพูดนั้นจะไม่ทำร้ายคีย์ เพราะคีย์อาจยอมรับกติกาได้ แต่เธอไม่ได้ยอมรับว่าจะไม่มีความรู้สึก และตอนนี้เรารู้แล้วว่าความรู้สึกนั้นคือความรัก การไล่กลับหรือย้ำว่าความสัมพันธ์เป็นเพียงธุรกิจจึงอาจไม่ได้ผิดข้อตกลง แต่ก็สามารถทำให้คีย์เจ็บได้อยู่ดี ตรงนี้เลยน่าสนใจตรงที่ปัญหาอาจไม่ใช่ใครผิดใครถูก แต่เป็นเพราะ “กติกาเดิม” กำลังเริ่มตามความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปไม่ทันแล้ว ตอนเริ่มต้นคีย์อาจเข้ามาในฐานะเด็กเลี้ยงภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน(อะไรก็ยอมเธอ) แต่ตอนนี้คีย์ไม่ได้อยู่ในจุดเดิมแล้ว และจันทร์เองก็ไม่ได้ปฏิบัติกับคีย์เหมือนตอนเริ่มต้นเสียทีเดียว เราอาจยังเรียกสิ่งนี้ว่าความรักของจันทร์ไม่ได้ แต่ก็น่าคิดว่าคำว่า “ธุรกิจ” ยังอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้ได้จริงหรือเปล่า และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคีย์ถึงยังใช้คำว่า “สมมติ” ทั้งที่คนดูรู้ เธอก็รู้ และเจก็รู้ว่าเธอรักจันทร์จริง ๆ เพราะมันเปิดทางให้คีย์หยั่งเชิงจันทร์โดยไม่ต้องบังคับให้จันทร์ตอบตรง ๆ ว่า “พี่รักหนูไหม” ถ้าจันทร์ปฏิเสธ คีย์ก็ยังถอยกลับมาอยู่ในคำว่า “สมมติ” ได้ แต่ถ้าคำถามนี้ทำให้จันทร์ต้องคิด นั่นก็อาจเป็นคำตอบบางอย่างแล้ว และภาพที่คีย์คอยดูแลจันทร์ในตัวอย่างก็ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ชัดขึ้น คีย์กำลังแสดงความรักผ่านการกระทำ ขณะที่จันทร์ยังใช้คำว่า “ธุรกิจ” เป็นกรอบอธิบายความสัมพันธ์อยู่ ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าคีย์รักจันทร์มากแค่ไหน เพราะเรื่องตอบไปแล้ว แต่อยู่ที่ว่าเมื่อความรักของคีย์ถูกวางตรงหน้าจันทร์อย่างชัดเจนแล้ว จันทร์จะยังสามารถมองมันเป็นเพียงหน้าที่ได้หรือเปล่า และหลังจากนี้คีย์ยังมีอีกหลายด่าน ทั้งการรู้ว่าถึงตัวเองจะรักจันทร์ไม่ได้แปลว่าจันทร์จะเลือกเธอ และคีย์เพิ่งรู้ว่าจันทร์ยังรักเจ ถ้า EP.5 กำลังจะเปิดเหตุผลของเจว่า การทิ้งจันทร์ในตอนนั้นอาจไม่ได้เกิดจากการที่เจหมดรักหรือเลือกจะทิ้งจันทร์ด้วยตัวเอง อดีตของเจกับจันทร์ก็อาจกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง และสั่นคลอนสิ่งที่คีย์กำลังสร้างอยู่ได้ คีย์จึงไม่ได้กำลังแข่งกับเจอย่างเดียว แต่กำลังรับมือกับอดีตของจันทร์ที่ตัวเองไม่มีทางลบออกไปได้ด้วย ตรงนี้เลยทำให้เส้นเรื่องของคีย์น่าสนใจกว่าการ “สู้เพื่อให้ได้จันทร์มา” เพราะคีย์อาจต้องเรียนรู้ว่าการรักใครสักคนไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายต้องเลือกเรา และการเป็นความสุขของใครก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องรับผิดชอบความสุขของเขาทั้งหมด โดยเฉพาะกับคีย์ที่เคยพูดว่า “พี่คือความสุขของหนูนะ” คำพูดนี้อาจกลับมาท้าทายตัวเธอเองในวันที่จันทร์ยังให้คำตอบไม่ได้ ตอนนี้อาจยังไม่ต้องรีบคิดว่าจันทร์จะรักคีย์หรือยัง รู้แค่ความสัมพันธ์ที่เคยเรียกว่า “ธุรกิจ” กำลังมีบางอย่างเกินกว่านั้นจนคีย์ต้องกล้าถามออกมา ก็น่าสนใจมากพอแล้ว ส่วนคำถามว่า เมื่อความรักของคีย์ถูกวางตรงหน้าจริงๆ จันทร์จะเลือกนิยามมันว่าอะไร คงต้องรอดู EP.ต่อๆไป #MoonshadowSeriesEP4

12,107 views

ตลกซีนตามหาณัชชาที่ในป่า เอมี่บอนนี่ชีทำตัวเป็นคู่รักนักท่องเที่ยวพากันมาเดินเทรลชมนกชมไม้ชมธรรมชาติมากกก จนทีมงานทนไม่ไหวต้องเปิดไมค์ดึงสติ เสียงในหัวคงแบบ “พวกแกสลัดฟีลแฟนทิ้งไปก่อนนนน เพื่อนแกหาย แกต้องร้อนรนว้อยยยยย5555555555555555555555555 #USTheSeries #EmiBonnie

ตลกซีนตามหาณัชชาที่ในป่า เอมี่บอนนี่ชีทำตัวเป็นคู่รักนักท่องเที่ยวพากันมาเดินเทรลชมนกชมไม้ชมธรรมชาติมากกก จนทีมงานทนไม่ไหวต้องเปิดไมค์ดึงสติ เสียงในหัวคงแบบ “พวกแกสลัดฟีลแฟนทิ้งไปก่อนนนน เพื่อนแกหาย แกต้องร้อนรนว้อยยยยย5555555555555555555555555 #USTheSeries #EmiBonnie

48,164 views

แต่ก่อนใช้ Bonny กับ Amy ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ Bonnie กับ Emi เอาเถอะ รักกันพอ ชั้นจะรอไปงานแต่ง . #EmiBonnie #เอมี่บอนนี่

แต่ก่อนใช้ Bonny กับ Amy ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ Bonnie กับ Emi เอาเถอะ รักกันพอ ชั้นจะรอไปงานแต่ง . #EmiBonnie #เอมี่บอนนี่

82,639 views

สาแก่ใจมาก เมะเขินแทบแทรกแผ่นดิน

สาแก่ใจมาก เมะเขินแทบแทรกแผ่นดิน

73,695 views

เอมี่บอนนี่ตลกคาเฟ่มาก 55555555555 บอนนี่ชี้กีต้าร์ตัวละ89K พี่มี่เดินผ่านทำหูทวนลม ชีว่าชีไม่ไหวแล้ว บอนนี่บอกราคานี้ยังไง พี่มี่บอกต้องผ่อนหมื่นเดือนกันเลย😂😂😂 หยุดดิ๊ ขำจนสำลักกกกก

เอมี่บอนนี่ตลกคาเฟ่มาก 55555555555 บอนนี่ชี้กีต้าร์ตัวละ89K พี่มี่เดินผ่านทำหูทวนลม ชีว่าชีไม่ไหวแล้ว บอนนี่บอกราคานี้ยังไง พี่มี่บอกต้องผ่อนหมื่นเดือนกันเลย😂😂😂 หยุดดิ๊ ขำจนสำลักกกกก

55,204 views

รีรันนาทีฉุกเฉินของพี่มี่

รีรันนาทีฉุกเฉินของพี่มี่

34,444 views

“กุจาล้องห้ายอีกละ กุกัดฟันไว้ก่อน อย่าให้กุทนไม่ได้นะ กุกัดฟันแล้วนะ เมิงจะหยุดมั้ย เมิงจาหยุดรึป่าว หยุดเดี๋ยวนี้” แผ่นเสียงโคสกึงอ่ะ คลั่งรักแบบกึง100%

“กุจาล้องห้ายอีกละ กุกัดฟันไว้ก่อน อย่าให้กุทนไม่ได้นะ กุกัดฟันแล้วนะ เมิงจะหยุดมั้ย เมิงจาหยุดรึป่าว หยุดเดี๋ยวนี้” แผ่นเสียงโคสกึงอ่ะ คลั่งรักแบบกึง100%

17,736 views

Videos

wishfultea_'s profile picture

ถ้าให้เลือกซีนใน EP.3 ที่อ่านอารมณ์ยากที่สุด ขอยกให้ซีนจันทร์กับคีย์ตรงนี้เลย ตอนแรกคิดว่ามันค่อนข้างตรงไปตรงมา จันทร์เพิ่งผ่านการปะทะกับเจมา อารมณ์ยังค้าง แล้วกลับเข้ามาหาคีย์แบบรุกหนักมาก แต่พอดูซ้ำ เรากลับรู้สึกว่าซีนนี้มันยุ่งเหยิงกว่านั้น ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ จันทร์เพิ่งพูดกับคีย์แรงๆ เรียกคีย์ว่า ‘เด็กเลี้ยง’ ต่อหน้าเจ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนบอกว่าไม่ให้ใครรู้เรื่องของเรา แต่วันต่อมากลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาแล้วก็หยุดไว้ สำหรับเรา มันมีทั้งความรู้สึกผิดและอาการปากแข็งแต่ใจแกว่งอยู่ตรงนั้น คีย์อาจเริ่มมีพื้นที่ในใจจันทร์มากกว่าที่จันทร์ยอมรับกับตัวเอง ตอนคีย์มารออยู่ในห้อง ถ้าจันทร์เหนื่อยและไม่อยากรับอะไรแล้ว เธอให้คีย์กลับไปก็ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นจันทร์ที่เดินเข้าไปหาเอง ตรงนี้เลยทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า จันทร์อาจไม่ได้เพิ่งนึกถึงคีย์เพราะเจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังคิดถึงคีย์อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เหตุการณ์ที่เพิ่งไปหาเจมา เหมือนเป็นตัวเร่งให้ความรู้สึกที่พยายามกดเอาไว้หลุดออกมา จันทร์มีความต้องการทางกายจริง แต่ขณะเดียวกันก็กำลังต้องการพื้นที่ให้ตัวเองพักจากความวุ่นวายในหัวด้วย และคนที่เลือกเดินเข้าไปหาก็คือคีย์ สิ่งที่ทำให้เราสะดุดคือรีแอคของคีย์ เด็กมันอ่านคนพี่ออก คีย์น่าจะรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความรู้สึกที่นิ่งของคนพี่ แต่มันปนทั้งความเจ็บ ความสับสน และอะไรบางอย่างที่จันทร์กำลังพยายามหนีอยู่ การที่คีย์เลือกเบรกจันทร์ แล้วพูดถึง “หน้าที่” เลยไม่ใช่แค่การหยุดจันทร์ไว้ แต่เหมือนเป็นการดึงสติกลับมาอย่างนุ่มนวลว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเรามันมีความหมายมากกว่านั้นนะ แล้วคีย์ก็พูดว่า เธอจะทำให้จันทร์ลืมเจ จะทำให้จันทร์จำเธอได้คนเดียว คีย์กำลังเสนอตัวเองเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างจันทร์กับบาดแผลเดิมอย่างเต็มใจ เธอรู้ว่าจันทร์ยังไม่พร้อมจะรักเธอแบบเดียวกัน แต่ก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร ขอแค่ให้เธอได้อยู่ตรงนี้ ได้กอด ได้ดูแล และรักต่อไปก็พอ มันเลยไปแตะจุดที่จันทร์กำลังต้องการพอดี จนคนที่ตอนแรกเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหากลับร้องไห้ออกมา เปิดเปลือกความเข้มแข็งของตัวเองลง อาจเพราะรู้สึกผิดที่ดึงคีย์เข้ามาเจ็บในความสัมพันธ์ที่วุ่นวายนี้ จึงขอโทษซ้ำๆพร้อมขอว่า “ช่วยกอดชั้นไว้แบบนี้ทั้งคืนเลยได้ไหม” และคำตอบของคีย์ดูเหมือนกำลังปลอบจันทร์ แต่สำหรับเรา มันมีความเจ็บของคีย์ซ่อนอยู่เต็มๆ จันทร์ได้ที่พักใจในคืนที่ตัวเองกำลังแตกสลาย ส่วนคีย์ได้อยู่ใกล้คนที่รัก แต่ยังไม่รู้ว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้เป็นคนที่จันทร์มอบหัวใจให้จริงๆ หรือเปล่า สำหรับเรา ซีนนี้เลยไม่ใช่แค่เรื่องความต้องการทางกาย ไม่ใช่แค่ rebound และก็ยังไม่ใช่ฉากที่จันทร์ตัดสินใจเลือกคีย์อย่างชัดเจน มันคือคนสองคนที่กำลังเข้าใกล้กันมากขึ้น ในขณะที่คนหนึ่งกำลังหาที่พักจากอดีต และอีกคนกำลังหวังว่าสักวันตัวเองจะกลายเป็นอนาคต ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคู่นี้ไม่ได้ง่ายเลย 🥺 #MoonshadowSeriesEP3

gump

34,534 views • 26 days ago

wishfultea_'s profile picture

ใน #MoonshadowSeriesEP1 ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นการเลือกใช้ Music Score สำหรับเราเลือกได้เข้ากับซีนมาก เพลงไม่ได้ทำหน้าที่แค่บิวต์อารมณ์ แต่พอเอาเนื้อเพลงมาวางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง มันมีอะไรให้ตีความต่อได้อีกเยอะมาก ชอบที่คนทำงานรู้ว่าเพลงจะเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพได้ยังไง เริ่มที่เพลง Divine ที่ถูกใช้ในช่วง One Night Stand ชอบมากที่ชื่อเพลงกับบริบทของซีนมันมีความขัดกันนิดๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือความสัมพันธ์ที่จันทร์ตั้งใจให้เป็นแค่คืนเดียว แต่คำว่า “Divine” กลับให้ความรู้สึกของบางอย่างที่พิเศษ สูงค่า และมีน้ำหนักมากกว่าความสัมพันธ์ชั่วคราวธรรมดา และท่อน “I can be so vulnerable / In gentle light” ยิ่งน่าสนใจ เพราะจันทร์เป็นคนที่คุมเกมและตั้งขอบเขตมาตลอด ตั้งแต่การ flirt กันจนถึงการกำหนดชัดเจนว่าเรื่องนี้มีแค่คืนนี้ แต่ในช่วงเวลาที่อยู่กับคีย์ เธอกลับยอมวางการควบคุมนั้นลงชั่วขณะ เปิดพื้นที่ให้ตัวเองอยู่กับความรู้สึกตรงหน้าโดยไม่ต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง มันเลยไม่ใช่เรื่องของการยอมจำนน แต่เป็นการยอมปล่อยตัวเองไปกับช่วงเวลาหนึ่งอย่างเต็มที่ และคำว่า “Divine” ที่ถูกวางลงบนความสัมพันธ์ที่ควรเป็นแค่ One Night Stand นี่แหละที่เราชอบ เพราะเพลงไม่ได้บอกว่าคืนนี้จะกลายเป็นความรัก แต่ทำให้รู้สึกว่าอย่างน้อย สำหรับทั้งสองคน“คืนนี้” มันไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีความหมายซะทีเดียว เราไม่อยากแยกเพลงสองช่วงนี้ออกจากกัน เพราะหลังจาก One Night Stand เรื่องมันตัดมาที่เช้าวันรุ่งขึ้น จันทร์ยืนหน้ากระจก ลูบริมฝีปากและนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ก่อนที่ I Believe You จะเข้ามา ตรงนี้เพลงน่าสนใจขึ้นไปอีก เพราะในต้นทางของเพลง “I believe you” เป็นภาษาของการเชื่อและศรัทธาต่อใครบางคนอย่างลึกซึ้ง แต่ใน Moonshadow มันกลับถูกวางไว้เหนือภาพของจันทร์ที่กำลังย้อนนึกถึงคนที่เธอเพิ่งบอกว่า “แค่คืนนี้” ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจันทร์ไม่ได้เป็นคนที่เชื่อคีย์ง่าย ๆ เลย เธอถามกลับ จับผิด ท้าทาย และพยายามคุมสถานการณ์อยู่ตลอด แต่เพลงกลับร้อง “I believe you” ซ้ำ ๆ เหมือนเอาคำว่า “เชื่อ” มาวางตรงข้ามกับตัวละครโดยตรง เราเลยไม่ได้มองว่าจันทร์กำลัง “เชื่อคีย์” ในฐานะคนคนหนึ่ง แต่เป็นการยอมเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกเธอในช่วงเวลานั้น ยอมเชื่อแรงดึงดูด ยอมเชื่อสัมผัส และยอมปล่อยตัวเองเข้าไปในประสบการณ์ที่ตัวเองเป็นคนกำหนดว่า “แค่คืนนี้” เพลงใช้ภาษาของ “ศรัทธา” และ “การเชื่อ” มาวางทับบนความปรารถนาทางกายของคนสองคน มันไม่ได้ทำให้ One Night Stand กลายเป็นความรัก แต่ทำให้ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนี้ถูกเล่าด้วยภาษาที่มีน้ำหนักมากกว่าคำว่า One Night Stand เอง และพอเอา Divine กับ I Believe You มาวางต่อกัน มันเหมือนเพลงกำลังเล่าเรื่องเดียวกันคนละช่วงเวลา เพลงหนึ่งอยู่กับช่วงที่จันทร์ยอมปล่อยตัวเองไปกับความรู้สึก อีกเพลงกลับมาในเช้าวันต่อมา ตอนที่เรื่องควรจะจบไปแล้ว แต่ความรู้สึกจากเมื่อคืนยังถูกพากลับมาอยู่ในความคิดของเธอ จากนั้นเรื่องจึงค่อยย้อนกลับมาให้เราเห็นว่า ในคืนนั้นคีย์เคยพูดถึง Once in a blue moon กับจันทร์ บอกว่าถึงบางอย่างจะเกิดขึ้นไม่บ่อย ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก ก่อนจะขอโอกาสไว้เผื่อว่าวันหนึ่งพวกเธอบังเอิญกลับมาเจอกัน จันทร์ยังคงฟอร์ม บอกว่าเด็กบ้าพูดไปเรื่อย แต่สุดท้ายก็ยอมถ้ามันมีความเป็นไปได้ เราชอบการเรียงลำดับตรงนี้มาก เพราะเรื่องไม่ได้บอกเราตรงๆ ว่า “จันทร์เริ่มรู้สึกกับคีย์แล้ว” แต่ใช้เพลง การตัดสลับเวลา และบทสนทนาค่อย ๆ ทำให้เห็นว่า คืนที่จันทร์ตั้งใจให้จบแค่คืนเดียว กลับไม่ได้จบลงพร้อมกับคืนนั้นจริง ๆ มันไม่ได้หมายความว่าจันทร์รักคีย์แล้ว และ EP.1 ก็ยังไม่จำเป็นต้องบอกเลย แต่สิ่งที่เห็นได้คือ คีย์ไม่ได้หายไปพร้อมกับรุ่งเช้า เธอยังกลับมาอยู่ในความคิดของจันทร์ ผ่านสัมผัสเมื่อคืน ผ่านคำพูดเรื่อง Once in a blue moon และผ่านประโยคที่จันทร์ทำเป็นบอกว่า “เด็กบ้า พูดไปเรื่อย” สำหรับเรา นี่แหละคือสิ่งที่ชอบที่สุดของการเลือก Music Score ใน sequence นี้ เพลงไม่ได้มาบอกเราว่าตัวละครรู้สึกอะไร แต่เป็นอีกเสียงหนึ่งของเรื่องที่ค่อย ๆ ขยายสิ่งที่ตัวละครยังไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เพราะคำว่า “แค่คืนนี้” เป็นสิ่งที่จันทร์พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่ทั้งภาพ เพลง และการกระทำของเธอกลับค่อย ๆ ทิ้งคำถามไว้ว่า แล้วมันเป็นแค่คืนนี้จริงๆหรือเปล่า 🌙🎼

gump

11,850 views • 1 month ago

“จุ๊บเหม่งหน่อย” ป้าลง20
0:38

Sensitive content

This media may contain sensitive content.

No more content to load