#ntftnews

nUKiOz's profile picture

🥹เปิดคราบน้ำตาพนักงานส่งของวัย 27 สู้ชีวิตสุดทรหด ล้างหนี้ร้อยล้านด้วยหยาดเหงื่อ #NTFTnews "ทำงานเดือนละ 700 ชั่วโมง แต่ไม่มีความสุขเลย" เรื่องราวสุดสะเทือนใจของ ‘คิมคยองโฮ’ พนักงานส่งของวัย 27 ปี ที่ต้องแบกรับภาระเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุ 17 หลังเสียคุณพ่อไป และถูกญาติที่ไว้ใจหลอกจนติดหนี้รวมกว่า 100 ล้านวอน เขาต้องปากกัดตีนถีบ ทำงานวันละ 14 ชั่วโมง ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม กินแรเมียนวันละซองเพื่อประหยัด และสู้ชีวิตจนสามารถใช้หนี้ 100 ล้านวอนได้สำเร็จด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองโดยไม่มีใครช่วย แม้ตอนนี้จะหมดหนี้และทำงานเพื่อ ‘อนาคตของตัวเอง’ แล้ว แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงความลำบากที่ผ่านมา เขากลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมส่งต่อกำลังใจถึงทุกคนว่า "ขนาดผมยังรอดมาได้ ทุกคนก็ต้องทำได้เหมือนกัน" โดยเป้าหมายต่อไปของเขาคือการไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต © YouTube ช่อง 인생스토리

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

386,219 просмотров • 21 дней назад

nUKiOz's profile picture

🏔️ เผยเทรนด์ #AlpineDivorce กำลังระบาดในอมเริกาและยุโรป เมื่อการเดินป่ากลายเป็นจุดจบความรักและอันตรายถึงชีวิต #NTFTnews กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อเกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Alpine Divorce” หรือการทิ้งคู่รักไว้กลางทางระหว่างเดินเขาจนนำไปสู่การเลิกรา โดยจุดชนวนมาจากคลิปวิดีโอไวรัลใน TikTok ที่มียอดวิวกว่า 25 ล้านครั้ง เผยให้เห็นหญิงสาวรายหนึ่งถูกแฟนหนุ่มทิ้งให้ลงเขาเพียงลำพังขณะที่เธอกำลังเหนื่อยล้า จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์ถึง สัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์ที่ผู้หญิงทั่วโลกกำลังหวาดกลัว 🔍 เจาะลึกที่มาและความหมายของ ‘Alpine Divorce’ 1. นิยามของความใจดำ: คำว่า "Alpine Divorce" ไม่ได้หมายถึงการหย่าร้างตามกฎหมาย แต่เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกสถานการณ์ที่ฝ่ายชายตั้งใจเดินทิ้งห่างแฟนสาวในพื้นที่ทุรกันดารหรือบนภูเขาสูง โดยไม่สนใจว่าเธอจะเหนื่อย บาดเจ็บ หรือเผชิญอันตรายเพียงใด เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ยอดเขาคนเดียว พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการบอกเลิกทางอ้อมที่โหดร้ายที่สุด เพราะเป็นการทอดทิ้งในสภาวะที่ร่างกายและจิตใจของฝ่ายหญิงเปราะบางที่สุด 2. จากเรื่องสั้นปี 1893 สู่ศัพท์ไวรัลปี 2026 : ชื่อนี้มีที่มาจากเรื่องสั้น "An Alpine Divorce" ของ Robert Barr (ตีพิมพ์ปี 1893) ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้ายเกี่ยวกับสามีที่วางแผนฆาตกรรมภรรยาโดยการพาไปเดินเขาที่เทือกเขาแอลป์เพื่อผลักตกหน้าผาให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ปัจจุบันชาวเน็ตหยิบคำนี้มาใช้เพื่อเสียดสีพฤติกรรมของแฟนหนุ่มที่ ‘ทอดทิ้ง’ คู่รักในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน 3. คดีจริงที่จบลงด้วยความตาย : ประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่ในโซเชียล แต่มีกรณีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เมื่อศาลออสเตรียตัดสินจำคุก Thomas Plamberger นักปีนเขาผู้เชี่ยวชาญ ในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังเขาทิ้งแฟนสาวที่กำลังป่วยจากสภาวะตัวเย็นจัดไว้เพียงลำพังบนยอดเขา Grossglockner เพื่อลงไปขอความช่วยเหลือเพียงคนเดียว จนฝ่ายหญิงหนาวตายอย่างโดดเดี่ยว 4. มุมมองทางจิตวิทยาที่ต่างกัน: ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านี่คือความขัดแย้งของเป้าหมาย : • ผู้ชาย: มักมองว่าการเดินเขาคือ ‘ภารกิจ’ ที่ต้องทำให้สำเร็จ • ผู้หญิง: มักมองว่าคือ ‘การใช้เวลาร่วมกัน’ เมื่อฝ่ายชายให้ค่ากับ ‘ยอดเขา’ มากกว่า ‘คนข้างๆ’ ความสัมพันธ์จึงพังทลายลงทันทีที่เท้าแตะพื้นดินเบื้องล่าง © ตต : gratefulforthegym

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

1,428,925 просмотров • 3 месяцев назад

💸 ทุ่มเงินกว่า 140 ล้านวอน! สาวข้ามเพศเกาหลีใต้เสพติดศัลยกรรม ยอมรับยังอยากผ่าตัดเพิ่ม ทั้งเหลาความกว้างกระดูกเท้าและลดขนาดเอว #NTFTnews หญิงสาวข้ามเพศปรากฏตัวในรายการ #AskUsAnything พร้อมเปิดเผยเรื่องราวความกังวลใจเกี่ยวกับอาการเสพติดศัลยกรรมของเธอ โดยเธอเล่าว่าใช้เงินในการทำศัลยกรรมไปแล้วกว่า 140 ล้านวอน (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) แต่ก็ยังรู้สึกอยากทำเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนเริ่มลังเลว่าจะต้องทำต่อหรือพอแค่นี้ดี เธอยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากใบหน้าและร่างกายส่วนอื่นแล้ว เธอยังมีความคิดที่จะผ่าตัดเหลากระดูกเท้าเพื่อลดความกว้างของเท้า รวมถึงผ่าตัดลดขนาดเอวลงอีก สิ่งนี้ทำให้คุณ #ซอจางฮุน พิธีกรประจำรายการต้องเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีและเป็นห่วงว่า หากศัลยกรรมมากเกินไปจนเกินขอบเขตที่เหมาะสม สุดท้ายแล้วอาจเป็นการทำลายใบหน้าและรูปร่างของตัวเองให้แย่ลงมากกว่าเดิม ซึ่งเธอเองก็ยอมรับว่าไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น © รายการ Ask Us Anything Fortune Teller (무엇이든 물어보살) KBS
0:27

Sensitive content

This media may contain sensitive content.

nUKiOz's profile picture

💸 ทุ่มเงินกว่า 140 ล้านวอน! สาวข้ามเพศเกาหลีใต้เสพติดศัลยกรรม ยอมรับยังอยากผ่าตัดเพิ่ม ทั้งเหลาความกว้างกระดูกเท้าและลดขนาดเอว #NTFTnews หญิงสาวข้ามเพศปรากฏตัวในรายการ #AskUsAnything พร้อมเปิดเผยเรื่องราวความกังวลใจเกี่ยวกับอาการเสพติดศัลยกรรมของเธอ โดยเธอเล่าว่าใช้เงินในการทำศัลยกรรมไปแล้วกว่า 140 ล้านวอน (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) แต่ก็ยังรู้สึกอยากทำเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนเริ่มลังเลว่าจะต้องทำต่อหรือพอแค่นี้ดี เธอยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากใบหน้าและร่างกายส่วนอื่นแล้ว เธอยังมีความคิดที่จะผ่าตัดเหลากระดูกเท้าเพื่อลดความกว้างของเท้า รวมถึงผ่าตัดลดขนาดเอวลงอีก สิ่งนี้ทำให้คุณ #ซอจางฮุน พิธีกรประจำรายการต้องเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีและเป็นห่วงว่า หากศัลยกรรมมากเกินไปจนเกินขอบเขตที่เหมาะสม สุดท้ายแล้วอาจเป็นการทำลายใบหน้าและรูปร่างของตัวเองให้แย่ลงมากกว่าเดิม ซึ่งเธอเองก็ยอมรับว่าไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น © รายการ Ask Us Anything Fortune Teller (무엇이든 물어보살) KBS

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

280,451 просмотров • 27 дней назад

nUKiOz's profile picture

🚨หมอเกาหลีงานเข้า! 215 รายจ่อโดนยึดใบเซอร์ฯ เซ่นปม ‘ปลอมบัญชี’ กู้เงินแสนล้านไปซื้อคอนโด หลายฝ่ายหวั่นขาดแคลนหมอ !! #NTFTnews สื่อเกาหลีรายงาน มีกลุ่มหมอในเกาหลีใต้ถึง 215 คน กำลังตกที่นั่งลำบากและอาจถูกสั่งห้ามเป็นหมอตลอดชีวิต หลังจากถูกจับได้ว่ารวมหัวกันทำ ‘สมุดบัญชีปลอม’ เพื่อไปหลอกกู้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลที่ตั้งใจเอาไว้ช่วยคนเปิดธุรกิจใหม่เป็นเงินรวมกันสูงถึง 1.3 แสนล้านวอน (ประมาณ 3,400 ล้านบาท) ซึ่งแทนที่เหล่าคุณหมอจะเอาเงินกู้นี้ไปเปิดคลินิกตามที่อ้างไว้ กลับพบว่าหลายคนแอบเอาเงินไปซื้ออพาร์ตเมนต์หรูและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไรส่วนตัว ซึ่งตามกฎหมายเกาหลีเข้มงวดมาก หากหมอคนไหนโดนตัดสินโทษจำคุก (แม้จะแค่รอลงอาญา) ในคดีอาญาแบบนี้ จะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันที ทำให้ตอนนี้วงการแพทย์เกาหลีสั่นสะเทือน เพราะอาจต้องเสียหมอไปพร้อมกันทีเดียว 200 กว่าคนเลยทีเดียว © Yonhap News TV / X : issuetopic

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

617,077 просмотров • 4 месяцев назад

nUKiOz's profile picture

👶🏻 ปาฏิหาริย์บนท้องถนน! แม่ใจสลายยืนโบกรถขวางทาง หลังลูกน้อย 20 เดือนเกร็งหมดสติ โชคดีเจอ 'ตำรวจชายฝั่ง' ช่วยปฐมพยาบาลจนรอดชีวิต #NTFTnews MBC NEWS จากรายงานข่าวประจำวันที่ 24 ก.ค. เผยคลิปภาพเกิดเหตุการณ์สุดระทึกและประทับใจบนท้องถนน เมื่อทารกวัยเพียง 20 เดือน เกิดอาการไข้สูงเกร็งจนหมดสติ ม่านตาขยาย และลิ้นเริ่มม้วนจุกปาก ในวินาทีชีวิตที่ความสิ้นหวังครอบงำ คุณแม่ได้ตัดสินใจวิ่งลงไปยืนขวางรถที่กำลังขับผ่านมาเพื่อขอความช่วยเหลือ และโชคชะตาก็เหมือนจัดวาง เมื่อผู้บริสุทธิ์ที่ก้าวลงมาจากรถคันดังกล่าวคือ #ยุนจองอุก เจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันชายฝั่งประจำสถานีซอกวีโพ ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงลาพักร้อนและกำลังขับรถไปส่งภรรยาทำงาน ทันทีที่ลงจากรถ เจ้าหน้าที่ยุน ได้นำไฟฉายโทรศัพท์มือถือมาส่องเช็กปฏิกิริยาม่านตาของเด็ก พร้อมโทรประสานงานกับทีมสายด่วน 119 โดยแจ้งข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างแม่นยำ ทั้งอาการภาวะเขียวคล้ำ (Cyanosis) และประวัติการเป็นหูชั้นกลางอักเสบของเด็ก ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อรถกู้ภัยเดินทางมาถึงแต่ติดปัญหาเรื่องเส้นทางในลานจอดรถ เขายังวิ่งออกไปช่วยนำทางรถกู้ภัยเข้ามารับตัวเด็กได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งคอยเคียงข้างปลอบประโลมคุณแม่ที่กำลังตื่นตกใจ ด้านคุณแม่ของเด็กได้เปิดเผยความรู้สึกด้วยความซาบซึ้งว่า "ทางโรงพยาบาลบอกว่าเพราะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องจากคุณตำรวจ อาการของลูกจึงไม่วิกฤตไปมากกว่านี้ รู้สึกขอบคุณจากใจจริงเลยค่ะ" © MBC NEWS

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

100,273 просмотров • 28 дней назад

nUKiOz's profile picture

💔 ‘ตักเตือนนักเรียนแอบสูบบุหรี่’ เปิดเรื่องราวสุดสลด ครูเกาะเชจูจบชีวิตตัวเองในห้องเก็บของ หลังถูกผู้ปกครองกดดันหนัก #NTFTnews เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อครูท่านนี้ได้ว่ากล่าวตักเตือนและลงโทษนักเรียนในประจำชั้นที่มีพฤติกรรมขาดเรียนบ่อยและแอบสูบบุหรี่ แต่หลังจากวันนั้นนักเรียนคนดังกล่าวกลับไม่มาโรงเรียน เมื่อติดต่อไปยังครอบครัว ทางผู้ปกครองระบุว่าเด็กถูกกล่าวหาเกินจริง และกลัวครูจนไม่กล้าไปโรงเรียน พร้อมทั้งกดดันครูว่าจะแจ้งเรื่องไปยังสำนักงานศึกษาธิการเขตในข้อหาใช้วาจารุนแรงกับเด็ก ครูผู้เสียชีวิตพยายามขอลาป่วยเนื่องจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจากภาวะเครียด แต่กลับถูกรองผู้อำนวยการปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าต้องแก้ปัญหาและเคลียร์กับผู้ปกครองให้จบเสียก่อน ทั้งนี้ แม้ครูจะส่งข้อความขอโทษและพยายามขอเข้าพบเพื่อปรับความเข้าใจ แต่ก็นัดไม่สำเร็จ จนสุดท้ายครูตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในโรงเรียน พร้อมทิ้งจดหมายลาตายที่ระบุความอัดอั้นใจว่า "ผมไม่ได้พูดโกหก" อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ทางสถานีตำรวจเชจูดงบูได้สั่งยุติการสอบสวนภายในเนื่องจากไม่พบร่องรอยการกระทำความผิดทางอาญาของผู้ปกครอง โดยมองว่าการที่ครูเอ่ยปากขอโทษก่อนเปรียบเสมือนการยอมรับผิด สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก และเมื่อทีมงานรายการ 'Unanswered Questions' ทางช่อง SBS พยายามติดต่อไปยังครอบครัวของนักเรียนเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว กลับได้รับเพียงคำตอบว่าจะแจ้งความตำรวจและปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ทางด้านองค์กรครูได้ยกเคสนี้เพื่อเรียกร้องสิทธิและความคุ้มครองแก่บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งต่อมาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญครูโรงเรียนเอกชน ได้อนุมัติรับรองการเสียชีวิตของครูท่านนี้ให้เป็นการเสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เนื่องจากพบว่าการเสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงาน © SBS News

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

83,808 просмотров • 1 месяц назад

nUKiOz's profile picture

💉ห้องผ่าตัดที่ไม่มีแพทย์ประจำอยู่... คุณแม่ลูกสอง จากผ่าตัดเคสปกติกลายเป็นผู้ป่วยสภาพผักหลังสันนิษฐานไม่พบแพทย์ประจำหน้าที่ #NTFTnews เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตคังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ผู้ป่วยเป็นหญิงวัย 40 ปี คุณแม่ของบุตรสองคนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยม เธอเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อศอก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ถือว่าไม่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่ำตามปกติ เริ่มต้นขั้นตอนการรักษา วิสัญญีแพทย์ได้ทำการให้ยาระงับความรู้สึกแก่ผู้ป่วยเสร็จสิ้นเพียง 12 นาที ก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินทางออกจากโรงพยาบาลไปก่อนที่ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะเข้ามาในห้องผ่าตัดด้วยซ้ำ หลังจากนั้น เมื่อศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย เขาก็ได้ออกจากห้องผ่าตัดเช่นกัน โดยเขาให้เหตุผลภายหลังว่าเขาเข้าใจว่าวิสัญญีแพทย์ยังคงอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและจะเป็นผู้ดูแลอาการของผู้ป่วยต่อไปหลังผ่าตัด เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น ทีมพยาบาลพยายามปลุกผู้ป่วยให้ฟื้นคืนสติ แต่ผู้ป่วยกลับไม่มีอาการตอบสนองใดๆ พยาบาลจึงติดต่อวิสัญญีแพทย์ถึงสองครั้งเพื่อขอคำแนะนำ โดยแพทย์สั่งให้ฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาระงับความรู้สึกตามลำดับ แต่ 9 นาทีหลังจากการฉีดยาครั้งที่สอง ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน แม้ทีมแพทย์จะทำการกู้ชีพได้สำเร็จ แต่สมองของเธอได้รับความเสียหายจากการขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน จนทำให้เธอยังคงอยู่ในสภาพไม่มีสติสัมปชัญญะและยังไม่ฟื้นคืนความรู้สึกใดๆ เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วนับถึงปัจจุบัน สามีของผู้ป่วยได้เล่าถึงสภาพของภรรยาว่า “ร่างกายของเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ และปัจจุบันเหลือเพียงแต่โครงกระดูกและผิวหนังแทบไม่มีเนื้อหนังติดอยู่เลย” ขณะที่ครอบครัวกำลังเตรียมการยื่นฟ้องโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทั้งสองรายในข้อหาการละเลยหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ทั้งสองรายโดยทันที เนื่องจากการทิ้งหน้าที่ในขณะที่ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะเสี่ยงถือเป็นการกระทำที่ละเมิดจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพอย่างร้ายแรง © YTN / Korea Herald / X : issuetopic

☻ ⋆ 𝚗 𝚄 𝙺 ⋆ ☻

98,609 просмотров • 3 месяцев назад

Больше нет контента для загрузки