Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

Expansion◼️ ▪️

44,540 Aufrufe • vor 24 Tagen •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

📣 สรุปดราม่าเมื่อ "ปราง ปรางทิพย์" ถูกเจ้าร้านออกมาโวย ว่า "ไม่ร้องเพลง HBD ในงานวันเกิดลูกค้า" ล่าสุดทางฝั่งปรางออกมาชี้แจงแล้วจ้า 👇 ━━━━━━━━━━━━━━━ เรื่องมีอยู่ว่า ◼️ “ปราง ปรางทิพย์” ได้ขึ้นแสดงร้องเพลงที่ร้าน Maomine – เมามาย จ.ปทุมธานี ◼️ ที่นี้มีลูกค้ารายหนึ่งเป็นแฟนคลับของปรางโดยตรง ซื้อโต๊ะราคา 5,800 บาท เพื่อฉลองวันเกิดที่ร้านในวันนั้น โดยหวังให้ศิลปินที่ชอบร้องเพลง HBD ให้ ◼️ ฝั่งร้านระบุว่า ลูกค้าเขียนโน้ตฝากทีมงานบนเวทีเพื่อแจ้งให้ร้องเพลง HBD ◼️ แต่เมื่อถึงช่วงท้ายของโชว์ “ปราง” กลับ ไม่ได้ร้อง HBD และเดินลงเวทีเลย ◼️ ทำให้ทางร้านโพสต์ข้อความหลายโพสต์ติดกันอย่างไม่พอใจ เช่น ▪️ “FC มา HBD ไม่ร้องเพลงให้ เดินลงเวทีเฉย ๆ” ▪️ “งงนะ / ไม่น่ารักเลย / กราบขอโทษลูกค้า” ▪️ “ต่อไปจะจ้างศิลปิน ต้องถามก่อนว่า ร้อง HBD ได้ไหม ถ้าไม่ได้ กูไม่จ้าง” ▪️ “จ้างมาหรือมาร้องฟรี งงมาก” ▪️ พร้อมระบุว่าสงสารลูกค้ามาก เพราะตั้งใจมาเพื่อโมเมนต์นี้ 🔷️ ล่าสุด ฝั่ง “ปราง ปรางทิพย์” และทีมงาน ชี้แจงต่อสาธารณะว่า: ▪️ ปรางขอโทษเจ้าของวันเกิด ที่ไม่ได้ร้องเพลงให้ตามที่หวัง ▪️ เหตุเกิดจาก ไม่มีผู้ประสานงานของร้านแจ้งล่วงหน้าเลย ว่าจะมีเซอร์ไพรส์วันเกิด ▪️ ทีมงานเพิ่งได้รับกระดาษเล็ก ๆ จากคนดู ตอนเพลงสุดท้ายของโชว์ ซึ่งระบุข้อความไม่ชัดเจนว่าให้ HBD ใคร ▪️ เนื่องจากโชว์จบแล้ว ทีมงานจึงให้ปรางขอบคุณและเดินลงเวทีตามปกติ ▪️ ระหว่างทักทายแฟนคลับหลังโชว์ มีบุคคลลักษณะเหมือนเจ้าของร้าน มาพูดจาด้วยน้ำเสียงไม่ดีใส่ทีมงาน และแสดงท่าทีไม่เหมาะสม 🔷️ นอกจากนี้ ปรางยังบอกอีกว่า ทางทีมงานให้ข้อมูลเสริม: ▪️ ร้านมีปัญหาเรื่อง การชำระเงินค่าจ้างศิลปินล่าช้า ▪️ ทางร้านเพิ่งโอนเงินครบก่อนแสดง เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ตามปกติสังกัดกำหนดให้ชำระล่วงหน้าอย่างช้าที่สุดคือ 1 วันก่อนแสดง ▪️ ต้นสังกัดยอมอะลุ้มอล่วย เพราะไม่อยากให้แฟนคลับที่จองโต๊ะไว้แล้วต้องเสียโอกาส ▪️ คอนเสิร์ตนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้ความ “ไม่พร้อม” หลายอย่างของฝั่งร้าน 🗣 ปรางทิ้งท้ายว่า “หากปรางไม่สามารถดูแลแฟนเพลงได้ทั่วถึง หรือทำให้ใครไม่ประทับใจ ต้องขออภัยด้วยนะคะ” สรุปจากอรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

41,750 Aufrufe • vor 11 Monaten

📣 สรุปดราม่า "ฟ้าใส" เด็กเก็บขยะ แยกทาง "สไปร์ท SPD" โดนถล่มหนัก วอนสังคมหยุดซ้ำเติม จากรายการphutta talk 🔵 ดราม่าจากโซเชียลและประโยคพลิกชีวิต ◼️ จากเด็กเก็บขยะสู่คนดัง จนกลายเป็นไวรัล และได้รับโอกาสทองจากยูทูบเบอร์ชื่อดัง "สไปร์ท SPD" ที่ดึงตัวมาร่วมทำคอนเทนต์จนโด่งดัง ◼️ ดราม่าปะทุขึ้นเมื่อฟ้าใสตัดสินใจแยกตัวออกมาจากทีมงานของสไปร์ท และกลับมาทำช่องของตัวเอง ◼️ วันหนึ่งน้องได้ไลฟ์สดและมีชาวเน็ตเข้ามาถามทำนองว่า ไม่อยากทำงานกับพี่สไปร์ทแล้วเหรอ ◼️ ฟ้าใสหลุดปากตอบกลับกลางไลฟ์ว่า "ไม่ต้องอยู่กับพี่ไปรท์ ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้วค่ะ" คำพูดนี้ทำให้สังคมออนไลน์ผิดหวังอย่างหนัก ◼️ พี่พุทธ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า "คำนี้คำเดียวจริงๆ ครับ และผมกล้าบอกเลยว่าคำนี้แหละที่น้องพูด น่าจะเปลี่ยนชีวิตน้องฟ้าใสไปอีกอย่างยาวนานเลยทีเดียว" 🔵 ชีวิตปัจจุบันที่พังทลาย ◼️ ทีมข่าวลงพื้นที่พบว่า ตอนนี้ชีวิตฟ้าใสกลับมาอยู่จุดเดิม คืออาศัยในห้องเช่าราคา 2,500 บาทกับคุณแม่ งานและสปอนเซอร์ที่เคยมีหายวับไปทั้งหมด ไม่มีใครติดต่อจ้างงานอีกเลย ◼️ คุณแม่เปิดเผยโทรศัพท์ให้ทีมข่าวดู พบว่ามีสายแปลกโทรเข้ามาด่าทอด้วยคำหยาบถึง 44 สาย จนไม่กล้ารับโทรศัพท์ ◼️ บางคนทักแชตมาหลอกว่าจะจ้างงาน พอถามรายละเอียดกลับด่ากราดว่า "เด็กเนรคุณ" และด่าลามปามไปถึงคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ◼️ เรื่องที่สะเทือนใจที่สุดคือ มีกลุ่มคนโทรมาลวนลามน้องโดยตรง ว่าขอมีอะไรกับฟ้าใสได้มั้ย 🔵 เปิดใจฟ้าใส สาเหตุที่แท้จริง ทำไมถึงเดินออกมาจาก SPD? 1️⃣ ปรับตัวไม่ทันกับความดัง ▪️ฟ้าใสเปิดใจว่า ตลอด 10 เดือนที่อยู่กับทีมงาน น้องรู้สึกอึดอัด เพราะต้องย้ายโรงเรียนกะทันหัน ทำให้ปรับตัวไม่ทัน และรับมือกับกระแสสังคมที่เข้ามาจับจ้องไม่ได้ 2️⃣ สูญเสียอิสระและพื้นที่ส่วนตัว ▪️การเป็นคนดังทำให้น้องรู้สึกขาดความเป็นส่วนตัว ไปไหนมาไหนก็มีทีมงานรู้ความเคลื่อนไหวตลอด และมีคนมารุมถ่ายรูป 3️⃣ ความเกรงใจเรื่องเงิน ▪️น้องและแม่รู้สึกเกรงใจค่าใช้จ่ายที่สไปร์ทคอยดูแลให้ตลอด จึงคุยกันว่าถ้าอึดอัด การถอยออกมาอยู่บ้านเกิดแบบจนๆ แต่สบายใจและมีอิสระ น่าจะดีกว่า 🔵 ชี้แจงเรื่อง "ลืมบุญคุณ" ◼️ ความจริงวันไลฟ์สด ฟ้าใสอธิบายถึงประโยคดราม่าว่า วันนั้นในไลฟ์มีคนเข้ามาคอมเมนต์ด่าทอหยาบคาย ลามปามด่าไปถึงชื่อพ่อแม่ และด่าเรื่องเพศ ทำให้น้องรู้สึกกดดัน ขาดสติ และหลุดพูดออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ◼️ น้องยืนยันว่าไม่ได้เกลียดสไปร์ท และสำนึกผิดแล้ว โดยได้ส่งคลิปไปขอโทษสไปร์ทและทีมงานเป็นการส่วนตัว ◼️ พร้อมกล่าวผ่านสื่อว่า "ทุกคนคะหนูขอโทษด้วยนะคะ ก็เพราะว่าอาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ หรือว่าหนูอาจจะแบบว่าด้วยความแบบหนูกดดัน..." ◼️ หากสังคมไม่ให้โอกาสแล้ว น้องก็พร้อมยอมรับสภาพ และจะหาเลี้ยงชีพตามมีตามเกิด น้องบอกว่า "ถ้าเราไม่มีเงิน เราก็อาจจะกลับไปทำอาชีพเดิม (เก็บของเก่า) แต่ถ้าเรามีเงินน่ะค่ะ ก็อาจจะมาขายผลไม้ ไม่ขายผลไม้ก็ลูกชิ้นน้ำ" 🔵 คำเตือนสติจาก "พี่พุทธ อภิวรรณ" ◼️ พี่พุทธได้ฝากข้อคิดเตือนสติชาวเน็ตที่กำลังอินกับดราม่าว่า "ที่แม่เจ็บปวดที่สุด อันนี้ต้องฝากคนดูหน่อยนะครับว่า ยังไงก็ตามแต่ ต่อให้น้องเดินออกมาจากสไปรท์ ผมว่าสังคมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปต่อว่าครอบครัวเขา หรือไปเหยียดหยามครอบครัวเค้า" ◼️ พี่พุทธวิเคราะห์ในมุมของเด็กที่ปรับตัวไม่ทันว่า "อันนี้ผมไม่ได้เข้าข้างเด็กนะ ผมก็ยังมองว่าน้องก็ยังเป็นเด็กคนนึง สังคมอย่าโหดร้ายกับไอ้เจ้าหนูคนนี้มากเกินไปนักเลย... ชื่อเสียงมันตูมใส่น้องฟ้าใสแบบเต็มที่เลย... เด็กก็รู้สึกว่าเขาต้องการมีโลกส่วนตัวของเขาเหมือนกัน และสไปรท์เองเขาก็คงไม่มีความสุข ถ้าเห็นว่าน้องกำลังถูกสังคมรังแก... จะเป็นผู้ที่หยิบยื่นให้โอกาสเค้าหรือไม่ อยู่ที่สังคมไทยแล้วล่ะครับ" 📸อรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

2,270,754 Aufrufe • vor 1 Monat

โอ๊ยย แกร 💥💥ตามข่าวนี้มา หลายวัน คันมือ อยากเม้าส์มากกก ช่าวนี้กำลังเป็นไวรัลดังมาากที่สิงคโปร์ เรื่องของหัวหน้างาน Ceo แอบแซ่บกับลูกน้องสาวในออฟฟิต เสียงดังมาก 😳 เรื่องแดง เพราะความเลื่อนตำแหน่งขั้นไวจนโป๊ะแตก 🔵 จุดเริ่มต้นความคาว ก็คือ มันมีคลิปหลุดหน้าห้องออฟฟิศ ◼️ เรื่องมันแดงเพราะมีคลิปไวรัล (ถ่ายเมื่อ 19 ม.ค. 2026) เป็นภาพกลุ่มพนักงานชายไปยืนมุงหน้าห้องกระจกในออฟฟิศ ที่ถูกเอาผ้าม่านปิดทึบ ประตูล็อกแน่นหนา 👁️คนถ่ายคลิปอ้างว่าได้ยินเสียง "ผู้หญิงร้อง/ครวญคราง" ลอดออกมา เพื่อนร่วมงานเลยยืนดักรอกันหน้าประตู 📍ช็อตพีค คือ ตอนประตูเปิด "Melvin" (CEO ฝ่ายชาย) เดินออกมาในสภาพเหงื่อท่วมหน้า ทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ และตาดีเห็นว่าในมือพี่แกถือ "ห่อทิชชู่เปียก" ออกมาด้วยจ้าาา หลังเสร็จภารกิจเห็นทั้งคู่เดินออกจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่ง 2 ครอบครัวสนิทสนมรู้จักกันดี 📣 แกรรรร รสจะพาข้ามไปเผือกเรื่องคนดังที่สิงคโปร์กันบ้าง เรื่องนี้คือ ดังมาก คนสิงคโปร์เขาพูดถึงกันเต็มฟีดเลย คือ เรื่องของ "CEO อสังหาฯ ภาพพจน์แฟมิลี่แมน แอบกินตับลูกน้องในออฟฟิศ ความเลื่อนขั้นไวเวอร์จนโป๊ะแตก!" โดยเรื่องราวมันมีอยู่ว่า... 🔵 เปิดวาร์ปตัวละคร โปรไฟล์ดีแต่พฤติกรรม... ◼️ ฝ่ายชาย คือ Melvin Lim เป็น CEO บริษัทอสังหาฯ ชื่อดัง (PropertyLimBrothers) ◼️ ฝ่ายหญิง คือ Grayce Tan ลูกน้องสาวสวย ที่ชาวเน็ตขุดเจอความผิดปกติ คือชีไต่เต้าเร็วเวอร์! 🔵 จุดเริ่มต้นความคาว ก็คือ มันมีคลิปหลุดหน้าห้องออฟฟิศ ◼️ เรื่องมันแดงเพราะมีคลิปไวรัล (ถ่ายเมื่อ 19 ม.ค. 2026) เป็นภาพกลุ่มพนักงานชายไปยืนมุงหน้าห้องกระจกในออฟฟิศ ที่ถูกเอาผ้าม่านปิดทึบ ประตูล็อกแน่นหนา ◼️ คนถ่ายคลิปอ้างว่าได้ยินเสียง "ผู้หญิงร้อง/ครวญคราง" ลอดออกมา เพื่อนร่วมงานเลยยืนดักรอกันหน้าประตู ◼️ ช็อตพีค คือ ตอนประตูเปิด "Melvin" (CEO ฝ่ายชาย) เดินออกมาในสภาพเหงื่อท่วมหน้า ทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ และตาดีเห็นว่าในมือพี่แกถือ "ห่อทิชชู่เปียก" ออกมาด้วยจ้าาา 🔵 จากนั้นชาวเน็ตก็ทำการขุดประวัติของทั้งคู่ ◼️ฝ่ายหญิง คือ เธอ ​เพิ่งแต่งงาน "หมาดๆ": ประมาณเดือน กันยายน 2025 ◼️ ส่วนฝ่ายชาย ก็มีภาพลักษณ์ดีมาก ชอบขายความ "ซื่อสัตย์" รักครอบครัว รักเมีย และมีลูกแล้วถึง 4 คน! ◼️ นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังชอบชวนครอบครัวของแต่ละฝ่าย ไปเที่ยว ทำกิจกรรมกันเยอะมาก ทั้งไปเล่นสกี ทานข้าว แบบเป็น 2 ครอบครัวชู้ชื่น 🔵 วลีเด็ดที่ชาวเน็ตไปขุดมา ◼️ ชาวเน็ตไปขุดเจอคลิปเก่าที่ฝ่ายหญิงเคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างมั่นหน้าว่า 🗣 "การเลือก Business Partner สำคัญกว่าเลือกคู่ชีวิต เพราะเราต้องใช้เวลาอยู่กับพวกเขามากกว่าสามี" ◼️ ส่วนของฝ่ายชายก็เคยได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ในสื่อคริสเตียนชื่อดังอย่าง Salt & Light พูดถึงการนำหลักศาสนามาใช้ในธุรกิจและการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี (ใดๆ ตอนนี้บทความเหล่านั้นถูกลบเกลี้ยงแล้ว) 🔵 และสิ่งที่ทำให้ชาวสิงคโปร์โกรธและขุดคุ้ย ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว แต่เป็นเรื่อง "ความยุติธรรมในองค์กร" ค่ะ ◼️ ชาวเน็ตสิงคโปร์ได้กางไทม์ไลน์การทำงานของฝ่ายหญิงออกมาแฉ: ▪️​2020: เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน (Intern) ▪️​2021: เป็นพนักงาน Listing Manager ▪️​2022-2023: เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วข้ามหน้าข้ามตาพนักงานเก่าแก่ ▪️​2024: ขึ้นเป็น VP (Vice President) ทั้งที่อายุงานจริงแค่ 3-4 ปี ​◼️ มีข่าวลือสะพัดว่ารายได้ของเธอพุ่งสูงถึง $230,000 SGD ต่อปี (ประมาณ 6 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับอายุงานเท่านี้ ในขณะที่พนักงานคนอื่นต้องทำยอดขายแทบตาย ◼️ ล่าสุดบริษัทสั่งปลดรูปทั้งคู่เกลี้ยงเว็บ! พร้อมประกาศปลดทั้งคู่ออกจากตำแหน่งบริหารแล้วเช่นกัน เพื่อไม่ให้เสียชื่อแบรนด์ระดับโลก ◼️ ส่วนฝ่ายชายออกมาโพสต์ยอมรับว่า "ผมทำผิดและล้ำเส้นเอง" ◼️ พร้อมประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งเพื่อไปกู้ซากครอบครัว ส่วนฝ่ายหญิงเงียบกริบ ปิดโซเชียลหนีทัวร์ไปเรียบร้อย! Cr.เพจอรรถรส

Kawaaii

25,528 Aufrufe • vor 4 Monaten