Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

กทม ทักได้ครับ

91,238 Aufrufe • vor 1 Monat •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

[ กระทู้ถามรัฐมนตรี : นำเสนอแนวทางยกระดับ พ.ร.บ. กทม. - รัฐบาลเห็นด้วยหรือไม่? ] . สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมถกเถียงกันพอสมควรเรื่องปัญหาของระบบขนส่งสาธารณะใน กทม. และนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย” ของรัฐบาล แต่อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่ออนาคตของประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม. คือ “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528” (พ.ร.บ. กทม.) . “กรุงเทพมหานคร” เป็นพื้นที่ ที่ได้รับโอกาสมากกว่าพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ - งานดีๆ โรงเรียนดีๆ และ โรงพยาบาลดีๆ มักกระจุกอยู่ใน กทม. - กทม. เป็นพื้นที่เดียวที่คนในพื้นที่ได้เลือกตั้งผู้บริหารสูงสุดของตนเอง (ผู้ว่าฯ กทม.) . แต่ กทม. จะยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ หากเราคงอยู่ในกรอบของ พ.ร.บ. กทม. ที่ได้ออกแบบโครงสร้าง กทม. ที่ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. (ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หรือมีนโยบายดีแค่ไหนก็ตาม) ไม่มีเครื่องมือมากพอในการแก้ปัญหาให้กับคน กทม. . ที่ผ่านมา ผม และ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ เราได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางในการปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ กทม. - เมื่อวาน ผมจึงได้ใช้กลไกกระทู้เพื่อนำ 3 ข้อเสนอหลักของ อนุ กมธ. มาสอบถามความเห็นของรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง . [ 1. “ปลดล็อก” ให้ กทม. แก้ปัญหาให้คน กทม.ได้ ] . 1.1. ปลดล็อก “อำนาจ” ในการจัดทำบริการสาธาณะในพื้นที่ . หากเราไปดูข้อมูลจาก กทม. : - 7-10% ของเรื่องร้องเรียนที่ กทม. ได้รับผ่าน traffy fondueเป็นปัญหาที่ กทม. แก้เองไม่ได้ แต่ต้องส่งต่อให้หน่วยงานอื่นของส่วนกลาง - จาก 74 ภารกิจ ที่อยู่ในแผนกระจายอำนาจเมื่อ 15-20+ ปีก่อน ว่าจะต้องถ่ายโอนอำนาจให้ กทม. ตอนนี้ยังมี 29 ภารกิจ (39%) ที่ยังไม่ได้รับการถ่ายโอน . หรือหากเราลองยกปัญหาอันดับต้นๆของ ชาว กทม. เราจะค้นพบว่า ผู้ว่า กทม. ยังแก้หลายปัญหาดังกล่าวด้วยตนเองไม่ได้ หากรัฐบาลส่วนกลางไม่เห็นชอบด้วย - กทม. เป็นเมืองที่รถติด อันดับต้นๆของโลก แต่ ผู้ว่าฯ กทม. ยังออกแบบระบบขนส่งสาธารณะใหม่ หรือ ปรับปรุงเส้นทางรถเมล์ ด้วยตนเองไม่ได้ เพราะอำนาจในการอนุมัติอยู่ที่คณะกรรมการจากส่วนกลาง - กทม. เป็นเมืองที่รถติด อันดับต้นๆของโลก แต่ ผู้ว่าฯ กทม. ยังเปลี่ยนระบบเปิด-ปิดไฟจราจรตามสี่แยกด้วยตนเองไม่ได้ทั้งหมด เพราะภารกิจด้านจราจรยังไม่ถูกถ่ายโอนมาให้ กทม.โดยสมบูรณ์ - กทม. เป็นเมืองที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 อันดับต้นๆของโลกในบางช่วงของปี แต่ผู้ว่าฯ กทม. ยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องการตรวจจับรถควันดำและการกำหนดเกณฑ์เรื่องควันดำ . ทางออกที่เราเสนอ คือการแก้ไข พรบ. กทม. และ พรบ. อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กทม. มีอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะทุกอย่างในพื้นที่ โดยกำหนดแค่บางข้อไว้เป็นข้อยกเว้น . 1.2. ปลดล็อก “อำนาจ” กทม. ในการหารายได้ด้วยตนเอง . ปัจจุบัน กทม. ยังต้องพึ่งพารายได้ที่ กทม. ไม่ได้จัดเก็บเอง คิดเป็น 80% ของงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้ กทม. ไม่ได้มีความคล่องตัวมากพอในการแก้ปัญหาให้คน กทม. . ทางออกที่เราเสนอเบื้องต้น คือการปลดล็อกให้ กทม.: - จัดเก็บรายได้จาก น้ำมัน ยาสูบ และโรงแรม อย่างน้อยได้เทียบเท่ากับ อปท. อื่น - จัดตั้งวิสาหกิจได้ โดยไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องสาธารณูปโภค - ออกพันธบัตร-จัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยไม่ต้องรอส่วนกลาง . [ 2. “ปรับโครงสร้าง” ให้ใกล้ชิดประชาชน ] . แม้ กทม. จะเป็นพื้นที่เดียว ที่ผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราอาจมองได้ ว่าประชาชนใน กทม. มี “ระยะห่าง” กับผู้นำท้องถิ่นที่เขาเลือกมากกว่าประชาชนในพื้นที่อื่น . เพราะหากเราดูโครงสร้างท้องถิ่นของจังหวัดอื่น - ประชาชนในพื้นที่ ไม่เพียงแต่ได้เลือก นายก อบจ. ที่ดูแลคนในจังหวัด แต่ประชาชนยังได้เลือก นายกเทศมนตรี หรือ นายก อบต. ที่ดูแลคนในพื้นที่เล็กกว่าจังหวัด ในระดับ “หลักพัน-หลักหมื่น” คน . แต่พอเรามาดูโครงสร้าง กทม. - ผู้บริหารท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่สุด กลับเป็น ผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องดูแลคนในระดับ “หลักล้าน” คน . ทางออกที่เราเสนอในการแก้ปัญหาดังกล่าว คือการ “ปรับโครงสร้าง กทม.” ให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 ชั้น ที่มีผู้บริหารและสมาชิกสภาจากการเลือกตั้ง . (1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นบน = กทม. (ครอบคลุมทั้งพื้นที่ กทม.) - ประกอบไปด้วย ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภา กทม. - รับผิดชอบบริการสาธารณะขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อ กทม. โดยรวม (เช่น ระบบขนส่ง) . (2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นล่าง = นคร (ครอบคบุมพื้นที่เล็กกว่า กทม.) - ประกอบไปด้วย นายกนคร และ สมาชิกสภานคร - รับผิดชอบบริการสาธารณะที่เฉพาะพื้นที่และไม่ซับซ้อน (เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน) . เราสามารถถกกันได้ในเชิงรายละเอียด ว่าเราควรแปลงร่าง 50 เขต ปัจจุบัน มาเป็น 50 นคร หรือเราควรรวมกลุ่มบางเขต ให้จำนวนนครมีน้อยกว่า 50 แห่ง . แต่ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไร การทำให้ กทม. เป็น อปท. 2 ชั้น จะทำให้ปัญหาประชาชนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. & สภา กทม. แต่จะได้รับการแก้ไขรวดเร็วขึ้น โดย นายกนคร และสภานคร . [ 3. “เปิดพื้นที่” กทม. ให้ประชาชนมาร่วมขับเคลื่อน ] . ปัจจุบัน คน กทม. มีช่องทางการมีส่วนร่วมทางการเมือง ที่ถูกรับรองโดยกฎหมายอยู่ 3 ช่องทาง - 1. การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก - 2. การเข้าชื่อ 3,000 รายชื่อ เพื่อเสนอข้อบัญญัติไปที่ สภา กทม. - 3. การเข้าชื่อ 30,000 รายชื่อ เพื่อเสนอถอดถอนผู้ว่าฯ กทม. & สก. . ดังนั้น ในมุมหนึ่ง เราควรปรับปรุงช่องทางที่มีอยู่แล้วให้สะดวกกับประชาชนมากขึ้น เช่น - วางกลไกให้การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. และ สก. เกิดขึ้นพร้อมกันไปตลอด เพื่อประหยัดงบประมาณ & เพิ่มสัดส่วนคนออกมาใช้สิทธิ - ทำให้การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติและเสนอถอดถอนทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ . ในอีกมุมหนึ่ง เราควรเพิ่มช่องทางใหม่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากขึ้นในการขับเคลื่อน กทม. เช่น - เพิ่มช่องทางให้ กทม. และ คน กทม. เสนอการจัดทำ “ประชามติ” ระดับ กทม. - รับประกันสิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลรัฐ โดยเฉพาะงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ควรจะต้อง “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” - ยกระดับการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (PB) ที่ กทม. ได้เริ่มนำร่องไปแล้ว ให้ครอบคลุม คล่องตัว และโปร่งใสมากขึ้น . [ รัฐบาลจะเสนอ ร่าง พ.ร.บ. กทม. ฉบับของ ครม. ได้เมื่อไหร่? ] . ทางรัฐมนตรีได้ตอบผมว่า ทางรัฐมนตรีเห็นด้วยว่าควรมีการยกร่าง พ.ร.บ. กทม. ฉบับใหม่ (แม้อาจยังไม่ได้มีเวลาระบุรายละเอียด) แต่ผมได้พยายามสอบถามต่อว่ารัฐบาลวางกรอบเวลาในการขับเคลื่อนต่ออย่างไร . ปัจจุบัน ผมเข้าใจว่าเรามีความพยายามอยู่ 2 เส้นทาง . เส้นทางที่ 1 = สภาฯ & สส. . - ทาง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้เริ่มศึกษาใน 2567 โดยเราได้ตั้งอนุฯ ขึ้นมาศึกษาโดยละเอียดในต้น 2568 - ทาง อนุ กมธ. ได้อนุมัติรายงานไปเมื่อต้นสัปดาห์ เพื่อเตรียมเสนอรายงานเข้าสภา (คาดว่าภายใน ก.ย.-ต.ค. 2568) - เราหวังว่ารายงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและ สส. ในการจัดทำและเสนอร่างเข้าสภา (พรรคประชาชนมีร่างที่เราเตรียมไว้แล้ว + คาดว่าพรรคอื่นคงมีการเตรียมการไว้เช่นกัน) . เส้นทางที่ 2 = กทม. และ มหาดไทย . ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหาร กทม. ได้มีการศึกษา และยกร่างของตนเองขึ้นมา โดยทาง สภา กทม. มีการจัดทำร่างของตนเองเช่นกัน - ล่าสุดทางผู้ว่า กทม. ได้ชี้แจงใน กมธ. งบฯ ว่าคาดว่าจะนำส่งร่างจาก กทม. ไปที่กระทรวงมหาดไทยได้ภายใน 30 ก.ย. 2568 . ผมเลยได้สอบถามรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลมีกรอบเวลาที่วางแผนไว้แล้วหรือไม่ ว่าหลังจากได้รับร่างจาก กทม. ทางกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลตั้งใจว่าจะเสนอร่างเข้ามาที่สภาได้ภายในเมื่อไหร่ . แม้ทางรัฐมนตรีไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ทางรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าพร้อมจะพิจารณาตามขั้นตอนโดยเร็ว . ผมหวังว่าเรื่อง พ.ร.บ. กทม. จะเป็นเรื่องที่เราทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ของชาว กทม. ทุกคน

Parit Wacharasindhu (Itim)

18,097 Aufrufe • vor 11 Monaten

BTS ขึ้นราคา 3 เท่า!! โดยส่วนที่ขึ้นราคา คือส่วนต่อขยายของสายสีเขียว คือสถานีที่ไกลกว่าหมอชิต/อ่อนนุช/สะพานตากสิน ซึ่งส่วนนี้ดูแลโดย กทม. ถ้าผู้โดยสารน้อย กทม. ก็จะขาดทุน (BTS แค่รับจ้างเดินรถ ผู้โดยสารจะเยอะจะน้อยก็ไม่กระทบมาก) และที่ผ่านมา ผู้โดยสารก็ไม่ถึงจุดคุ้มทุน ทำให้ กทม. ขาดทุนทุกปี กทม. จึงตัดสินใจขึ้นราคาจาก 15 บาท เป็น 17 - 45 บาท สภาผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค คัดค้านการขึ้นราคาครั้งนี้ เพราะขึ้นหนักเกินไป กระทบชีวิตประชาชนหนักมาก แม้จะมีเพดานที่ 65 บาทตลอดสาย แต่ก็ยังมีค่าแรกเข้าที่ประชาชนต้องจ่ายหนักอยู่ดี การขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ดีกับใครเลย กทม. ควรทบทวนมาตรการ และหาวิธีอื่นที่ไม่ใช่ผลักภาระมาให้ประชาชนหนักขนาดนี้

กัปตันคนเนิร์ด

95,218 Aufrufe • vor 7 Monaten

คุณไอซ์ รักชนก ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอใกล้จะเลือกตั้ง กทม.ก็เลยเป็นคิวที่จะไปเปิดประเด็นกับผู้ว่าฯกทม. โดยไปหาว่า กทม.ซื้อกรวย ที่ราคาตลาดอยู่ที่ 200 กว่าบาทต่ออัน แต่ กทม.ซื้ออันละเกือบ 2,000 พัน ในขณะที่กรมทางหลวงซื้ออันละ 800 บาท ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็น่าด่ากรุงเทพฯ น่าด่าผู้ว่าฯกทม แต่ความจริงมันไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ กทม.ซืัอมันไม่ใช่กรวยอย่างที่คุณไอซ์เอามาโจมตี ซึ่งไม่รู้ตั้งใจหรือ เจตนาให้ข้อมูลผิด เพราะสิ่งที่ กทม.ซืัอคือ เสาล้มลุก ไม่ใช่กรวย พอเริ่มต้นจากข้อมูลที่ผิดฝาผิดตัว เอาไข่ไปเปรียบเทียบกับไก่ มันจึงไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ชาวเน็ตเขาก็เลยทักท้วง คุณไอซ์มาบอกว่า ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมาถูกทัวร์ลงเพียงเพราะอยากตรวจสอบการทุจริต ความจริงการตรวจสอบทุจริตเป็นเรื่องดี แต่ต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไปจับแพะชนแกะแล้วบอกว่าตรวจสอบให้คนอื่นเสียหาย เปิดไปเรื่อยแต่ปิดจบไม่ได้ แล้วก็ไปเรื่องใหม่อยู่แบบนี้

ถือแถน

52,961 Aufrufe • vor 3 Monaten