正在加载视频...

视频加载失败

การที่กัมพูชาเชิญทูตทหารไปลงพื้นที่เป็นสิทธิของเขา เราไม่ได้กังวล เพราะหากผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบอย่างละเอียด ก็จะเห็นข้อเท็จจริงว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่วนฝั่งไทย กระทรวงกลาโหมกำลังประสานงานเพื่อนำผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่เช่นกัน ที่เราลงช้ากว่า เพราะต้อง คำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีกเมื่อใด แต่ขอยืนยันว่าจะมีการพาลงพื้นที่ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าจะเป็นวันศุกร์ สื่อมวลชนจะได้ร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อให้ได้เห็นข้อเท็จจริงจากพื้นที่จริง โดยเฉพาะกรณีการโจมตีพลเรือน ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับผู้ช่วยทูตทหารและกลุ่มผู้สังเกตการณ์ เช่น อาเซียน, มาเลเซีย, สหรัฐฯ, และจีน สาระสำคัญคือ ไม่ใช่แค่ “ความเร็ว” ในการลงพื้นที่ แต่คือ ความมั่นใจในความปลอดภัยของคณะผู้ลงพื้นที่ครับ” #ไทยกัมพูชา

489,033 次观看 • 1 年前 •via X (Twitter)

0 条评论

暂无评论

原始帖子的评论将显示在这里

相关视频

[ เด็กและเยาวชน ไม่ใช่แค่ “อนาคต” แต่คือ “ปัจจุบัน” ของชาติ - กมธ. พัฒนาการเมืองฯ นำเสนอรายงานข้อเสนอในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ] . วันนี้ ผมและทาง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้นำเสนอรายงานของ กมธ. ต่อสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับข้อเสนอในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน . หลักคิดสำคัญที่ทาง กมธ. และ อนุ กมธ. ยึดถือในการจัดทำรายงานดังกล่าวคือหลักคิดที่ว่า “เด็กและเยาวชน ไม่ใช่แค่ “อนาคต” แต่เป็น “ปัจจุบัน” ของชาติเช่นกัน” . แม้เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมลูกหลานเราให้เติบโดขึ้นไปเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในขับเคลื่อนประเทศในอนาคต แต่ในปัจจุบันที่พวกเขายังเป็นเด็กและเยาวชน นโยบายและกฎหมายต่างๆที่พวกเราผู้ใหญ่ร่วมกันตัดสินใจย่อมส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่และโอกาสในชีวิตของพวกเขาเช่นกัน . การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนเป็นภารกิจที่สำคัญ แต่ภารกิจดังกล่าวต้องเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมแบบ “มีความหมาย” ไม่ใช่การทำกิจกรรมกับเยาวชนแบบ “ฉาบฉวย” หรือที่ถูกมองว่าเข้าข่ายพฤติกรรม “youthwashing” (การที่รัฐหรือองค์กรใดพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าให้ความสำคัญกับ เด็กและเยาวชน หรือ “คนรุ่นใหม่” โดยการยกย่อง มอบรางวัล หรือเชิญชวนให้พวกเขามาร่วมแสดงความเห็น แต่กลับถูกมองโดยเยาวชนว่าไม่ได้รับฟังความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริงหรือไว้วางใจให้พวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างจริงจัง) . เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ทาง กมธ. และ อนุ กมธ. เราจึงได้จัดทำข้อเสนอ โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก โดยมีตัวอย่างข้อเสนอเชิงนโยบายดังต่อไปนี้ . [ A. การมีส่วนร่วมของเยาวชนใน “พื้นที่การเมืองทั่วไป” ] . 1. ทบทวนอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิทางการเมือง (เช่น อายุขั้นต่ำในการสมัครรับเลือกตั้ง) . 2. ปรับกลไกการมีส่วนร่วม (เช่น การร้องเรียน การแสดงความเห็นต่อกฎหมาย) ให้เป็นมิตรต่อเยาวชนมากขึ้น (เช่น ภาษาที่เข้าใจง่าย ใช้ระบบออนไลน์) . 3. พัฒนากลไกประเมินผลกระทบของกฎหมายและนโยบายต่อเด็กและเยาวชน (Child and Youth Impact Assessment, CYIA) . [ B. การมีส่วนร่วมของเยาวชนใน “พื้นที่เฉพาะเด็กและเยาวชน” ] . 4. ปรับ “ที่มา” ของสภาเด็กและเยาวชนให้มาจากการเลือกตั้งจากเด็กและเยาวชนในวงกว้าง . 5. เพิ่ม “บทบาท” ของสภาเด็กและเยาวชนด้านนโยบาย (เช่น เสนอความเห็นต่อร่างกฎหมาย เสนอร่างกฎหมายไปยังสภาผู้แทนราษฎร เสนอข้อเรียกร้อง-ตั้งกระทู้ต่อรัฐบาล ส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่กระทบต่อเด็กและเยาวชน) . 6. คุ้มครอง “ความเป็นอิสระ” ของสภาเด็กและเยาวชน (เช่น ทบทวนสังกัดของสภาเด็กและเยาวชนระดับประเทศและระดับพื้นที่ ขยายแหล่งงบประมาณให้หลากหลายเพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐซึ่งผันผวนหรือถูกแทรกแซงความเป็นอิสระได้ง่าย) . [ C. การมีส่วนร่วมของเยาวชนใน “พื้นที่สถานศึกษา” ] . 7. เปิดให้นักเรียนร่วมกันเลือกตัวแทนนักเรียน ไปอยู่ใน “คณะกรรมการสถานศึกษา” . 8. ยกระดับ “สภานักเรียน” ให้ยึดโยงกับนักเรียนและมีความเป็นอิสระจากคณะผู้บริหารในการออกแบบและดำเนินโครงการ . [ D. “สภาพแวดล้อม” ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของเยาวชน ] . 9. ปรับปรุงกฎหมายและสภาพแวดล้อม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานให้กับเยาวชนในการมีส่วนร่วม . 10. บ่มเพาะทักษะเยาวชนในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง & ทักษะผู้ใหญ่ในการรับฟังเยาวชน . อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่:

Parit Wacharasindhu (Itim)

17,677 次观看 • 1 年前