Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

ขวัญเอ๋ยขวัญมา

326,007 Aufrufe • vor 1 Jahr •via X (Twitter)

5 Kommentare

Profilbild von เอเอสดีเอฟ
เอเอสดีเอฟvor 1 Jahr

ปกติไม่ตรงชั้น ไม่ให้ออกนะ บนห้องเครื่อลิฟต์มีอุปกรณ์ขับลิฟต์แบบแมนนวลอยู่ ทำแบบนี้ผิดขั้นตอนเต็มๆ

Profilbild von ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง
ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งvor 1 Jahr

หากลิฟท์ล่วงตอนปีนขึ้นมานี่ ไม่อยากจะคิดเลบ อันตรายมาก

Profilbild von piglet🎳🎀
piglet🎳🎀vor 1 Jahr

สิบยี่สิบสามสิบสี่สิบ ดัฃก้องมาในหัว 5555

Profilbild von surang
surangvor 1 Jahr

ดูจบ หลอนเลย สิ่งที่กลัว

Profilbild von I' m Nothing
I' m Nothingvor 1 Jahr

ยังดีวัยรุ่น ผช มีแรงยันตัวขึ้นปีนออกมา ถ้าเป็นคนแก่จะออกยังไง

Ähnliche Videos

หนุ่มคนนี้เล่าว่ามีอยู่วันหนึ่ง น้องแมวสีดำของเขาเกิดพฤติกรรมแปลกๆ คือชอบเดินมานวดและดมฟุดฟิดๆ ที่บริเวณเป้ากางเกงของเขาซ้ำๆ ทุกคืนอย่างไม่ลดละ เหมือนจะพยายามมานวดให้หายเจ็บปวด ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรตรงนั้น ความผิดปกตินี้ทำให้เขาเอะใจและตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และผลปรากฏว่า... เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็น "มะเร็งอัณฑะ" (Testicular Cancer) ชายหนุ่มคนนี้รอดมาได้และเชื่อหมดใจเลยว่า การที่เขาไปหาหมอได้ทันเวลา เป็นเพราะการเตือนภัยจากน้องแมวตัวนี้ล้วนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า "แมวรู้ได้ยังไง" นี่ไม่ใช่เรื่องลี้ลับ แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางการแพทย์ระดับโลกมารองรับเลย ​กลิ่นแห่งความเจ็บป่วย (The Smell of Disease) ทราบไหมว่าเซลล์มะเร็งนั้นมีการเผาผลาญที่ต่างจากเซลล์ปกติ ทำให้มันปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรียกว่า VOCs (Volatile Organic Compounds) ออกมาทางลมหายใจ เหงื่อ หรือปัสสาวะ ซึ่งสารเหล่านี้จะมี "กลิ่นเฉพาะตัว" ​จมูกเรดาร์ (Super Sniffers) แม้มนุษย์อย่างเราจะไม่ได้กลิ่น VOCs เหล่านี้ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวมีเซลล์ประสาทรับกลิ่นที่ไวและซับซ้อนกว่าเราหลายหมื่นเท่า พวกเขาจึงสามารถรับรู้ความผิดปกติในร่างกายเจ้านายได้ผ่านกลิ่นที่เปลี่ยนไป ​ไม่ใช่แค่แมว (Bio-detection Animals) ในวงการแพทย์ระดับโลก มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมานานแล้ว โดยเฉพาะในสุนัข มีองค์กรอย่าง Medical Detection Dogs ในอังกฤษ ที่ฝึกสุนัขให้ดมกลิ่นหามะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือแม้แต่โรคมาลาเรียและพาร์กินสัน ซึ่งพบว่ามีความแม่นยำสูงมาก ส่วนแมวนั้นแม้จะไม่ได้ถูกนำมาฝึกอย่างเป็นทางการเพราะฝึกยากกว่าสุนัข แต่พวกเขาก็มีสัญชาตญาณและจมูกที่ไวไม่แพ้กัน ​ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ระบุว่า หากสัตว์เลี้ยงของคุณจู่ๆ ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ชอบมาดม เลีย หรือเอาหัวมาดุนๆ บริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายคุณซ้ำๆ อย่างจดจ่อ (เหมือนในคลิป) หรือมีอาการติดคุณแจผิดปกติ นี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายคุณบริเวณนั้นกำลังมีความผิดปกติเกิดขึ้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่เพื่อนคลายเหงา แต่พวกเขายังเป็น "ผู้สังเกตการณ์" ที่ใส่ใจเราที่สุดด้วย ดังนั้น นอกจากเราจะต้องดูแลสุขภาพพวกเขาแล้ว ลองสังเกตพฤติกรรมแปลกๆ ที่พวกเขามีต่อเราด้วยนะ เพราะบางที... ฮีโร่ตัวน้อยๆ ในบ้าน อาจจะกำลังช่วยชีวิตคุณอยู่ก็ได้ ❤️

Eaaaw

1,658,437 Aufrufe • vor 3 Monaten