Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

ขอแม่มาวันเกิดเพื่อน แถมกลับดึกเพราะโยกอยู่กับแฟน ..

71,287 Aufrufe • vor 10 Tagen •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

คลิปเสียงเจ้าของเวปพนัน จ่ายอัจฉริยะรายเดือน มิน่าล่ะไม่ทำงานรวยจัง แทงมวยคู่เป็นล้าน‼️ เจ้าของคลิปเสียงตัดพ้อถูกบังคับให้ไปให้การเท็จใส่ร้ายตำรวจคู่กรณี พอไม่ทำนายอัจฉริยะเลยทำใบมอบอำนาจปลอมไปแจ้งความ จึงเป็นเหตุให้ตำรวจสน.นางเลิ้งแจ้งข้อกล่าวหานายอัจฉริยะ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในวันนี้ ในข้อหาแจ้งความเท็จ ปลอมเอกสารมอบอำนาจ น่าจะมีอีกหลายคดีครับ เพราะวันนี้ทนายของคนจีนที่ถูกนายอัจฉริยะ แฮบเงินค่าประกันตัวจำนวน 5 ล้านบาท ก็ติดต่อมาหาผม พร้อมเข้าโครงการ คุณล้มเราซ้ำ อีก 1 คดี จบปิ้ง! ตั้มบ้าพลัง
4:47

Sensitive content

คลิปเสียงเจ้าของเวปพนัน จ่ายอัจฉริยะรายเดือน มิน่าล่ะไม่ทำงานรวยจัง แทงมวยคู่เป็นล้าน‼️ เจ้าของคลิปเสียงตัดพ้อถูกบังคับให้ไปให้การเท็จใส่ร้ายตำรวจคู่กรณี พอไม่ทำนายอัจฉริยะเลยทำใบมอบอำนาจปลอมไปแจ้งความ จึงเป็นเหตุให้ตำรวจสน.นางเลิ้งแจ้งข้อกล่าวหานายอัจฉริยะ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในวันนี้ ในข้อหาแจ้งความเท็จ ปลอมเอกสารมอบอำนาจ น่าจะมีอีกหลายคดีครับ เพราะวันนี้ทนายของคนจีนที่ถูกนายอัจฉริยะ แฮบเงินค่าประกันตัวจำนวน 5 ล้านบาท ก็ติดต่อมาหาผม พร้อมเข้าโครงการ คุณล้มเราซ้ำ อีก 1 คดี จบปิ้ง! ตั้มบ้าพลัง

Red Skull

128,561 Aufrufe • vor 16 Stunden

เดือด! ‘โปรดปราณ’ ทีมงาน ‘ไอซ์’ ฟาด ‘ปิยบุตร’ ยับ ด่าแรง “โพสต์ส้นตีน-อ่อมแก่” อัดไร้สาระเอาตีนราน้ำ หลงตัวเองคิดว่าสูงส่ง เขียนยาวร้อยบรรทัดใครจะอ่าน ยัน ‘สส.ส้ม’ ทำงานหนัก ย่อยข่าวยากให้ประชาชนเข้าถึงง่าย ลั่น เงินภาษีหมื่นล้านโดนถลุง ไม่มีใครสน เจอ ‘โพสต์ไร้ประโยชน์’ กลบหมด วันที่ 8 ต.ค. 2569 น.ส.โปรดปราณ จันทารักษ์ คณะทำงาน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปวิดีโอลง TikTok วิจารณ์นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาโพสต์เตือนสติ สส.พรรคประชาชน เรื่อง ‘บันเทิงธิปไตย’ โดยในคลิป น.ส.โปรดปราณ ระบุว่า“ตอนนี้ไม่ค่อยแน่ใจว่าบันเทิงธิปไตยกับมือไม่พายเอาตีนราน้ำ อันไหนไร้สาระกว่ากัน อดีตผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยประโยคที่ยาวยืด ซึ่งคนไทยก็อาจจะอ่านแค่ 3 บรรทัดแรกเนาะ แล้วก็ปัดทิ้ง เพราะว่ามันเข้าถึงยาก ในฐานะที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนหนึ่งในสังคมนี้ และทำเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองมาหลายปี พูดตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการวิพากษ์วิจารณ์ของอาจารย์ปิยบุตรในครั้งนี้ รู้สึกว่าผิดหวังอย่างรุนแรงมาก เป็นการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ดูสี่ดูแปดอะไรเลย” น.ส.โปรดปราณ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ สิ่งที่คนกำลังจับตาดูอยู่ประเด็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประเด็น TH AI Passport ว่าสรุปแล้วจะอย่างไรต่อ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นไหนบ้างของ สส. พรรคส้ม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ เปิดเรื่องสามีใครเป็นสแกมเมอร์ , นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเรื่องฮั้ว สว. ทั้งนี้ สส. พรรคประชาชน ออกมาช่วยน้ำท่วม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ฟาด กทม. ไม่ยั้งเรื่องเครื่องสูบน้ำทำไมยังไม่ซื้อ แต่ละคนดาวกระจายในการผลักดันประเด็นต่างๆ ที่เขากำลังพูดถึง นึกออกหรือไม่ น.ส.โปรดปราณ ระบุว่า ประธานกรรมาธิการผลักดันประเด็น เขาสู้สุดใจขาดดิ้น เพื่อย่อยสารให้คนเข้าถึงให้คนเข้าใจง่ายๆ ว่าร้อยบรรทัดที่มึงพยายามพูดมาแบบยาวๆ มันเป็นอย่างไร มันเข้าถึงยาก เข้าใจหรือไม่ และการที่ สส. หลายๆ คนพยายามที่จะมาทำประเด็นยิบย่อยหรือสื่อสารในแนวทางที่มันเข้าใจง่ายมาก สส. รักชนก มีช่อง TikTok เป็นของตัวเอง มานั่งพูดมาสรุปให้ฟังย่อๆ ที่ยาวประมาณ 5 นาที ว่าประเด็นนี้มันเกิดอะไรขึ้น ห้องกรรมาธิการเป็นอย่างไร หรือการใช้คำพูดที่มันเข้าถึงง่ายขึ้นมาในภาษามนุษย์ทั่วไป ทำให้คนรู้สึกจับต้องได้ “ในขณะที่คนไทยทำอะไร สนใจอะไร โหนกระแส โหนกระแสทำอะไร คนไทยสนใจหมดเลย แต่เงินหลายหมื่นล้าน หลายพันล้านที่รัฐบาลกำลังใช้กันอย่างเมามัน โดยที่ประชาชนต้องเป็นคนจ่ายหนี้เนี่ย ไม่มีใครสนใจ” น.ส.โปรดปราณ กล่าว น.ส.โปรดปราณ กล่าวว่า การที่มี สส. พรรคประชาชน ที่ไปนั่งเป็นประธานกรรมาธิการ ไปตรวจสอบงบบ้าง ไปทำประเด็นบ้าง ไปตรวจสอบข้อมูลบ้าง การจัดซื้อจัดจ้างบ้าง เอามาบอกให้ประชาชนรู้ว่า เฮ้ย มันเป็นแบบไหนอย่างไร ในแนวทางของตัวเอง มันเป็นสิ่งที่ทำให้คนหลายคนเข้าใจ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากที่การเมืองเป็นเรื่องสกปรก “ยิ่งอาจารย์ปิยบุตรออกมาพูดพล่ามอะไรแบบนี้ มันยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าการเมืองมันน่าเบื่อ มึงจะสูงส่งไปถึงไหน ทุกวันนี้คนหาเช้ากินค่ำ กูเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว กูจะเอาเวลาที่ไหนมาอ่านเฟซบุ๊กมึง ที่มันเป็นร้อยบรรทัดที่มึงเขียนมา กูจะอ่านกี่โมง เข้าใจไหม กูไปนั่งดู TikTok ดีกว่า กูนั่งปัดชึ้บๆ บริบทการสื่อสารของสังคมเปลี่ยนไป แสงมันเปลี่ยนไป วิธีการเข้าถึงคนเปลี่ยนไป ทุกคนพยายามวิ่งเข้าหาสื่อ พยายามทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้นเพื่อให้คนเสพไวขึ้น เข้าใจแหละว่ามันอาจจะส่งผลให้สมาธิสั้นหรืออะไร แต่ในเมื่อถ้าคุณอยากจะสื่อสารประเด็น คุณอยากเข้าถึงประชาชนให้มากยิ่งขึ้น คุณก็ต้องมีวิธีการสื่อสารที่มีความหลากหลาย เพื่อที่จะเข้าถึงคนให้ได้มากที่สุด” น.ส.โปรดปราณ กล่าว น.ส.โปรดปราณ กล่าวด้วยว่า “การสื่อสารที่เฮงซวยที่สุดในยุคนี้คืออะไร คือการที่อยู่ๆ ก็ออกมาโพสต์ส้นตีนอะไรก็ไม่รู้ ในขณะที่ สส. หลายๆ คนกำลังพูดถึงประเด็นแบบ ฮึ้ย สามีใครเป็นสแกมเมอร์ ตรวจสอบบัญชีการเงินคืออะไร สรุปแล้วรัฐบาลจะอนุมัติงบให้ กยศ. ให้เด็กได้เรียนต่อหรือไม่ สส. ศุภณัฐ กำลังบอกว่าสรุป กทม. มึงจะซื้อเครื่องสูบน้ำหรือไม่ คนไม่ไปสนใจเลย คนไปสนใจว่าปิยบุตรด่าใคร นึกออกไหม นี่คือวิธีการสื่อสารที่เฮงซวยที่สุด ถามจริง มันมีประโยชน์อะไรตรงไหน จริงๆ นะ มันแบบ มันอ่อมแก่มาก คือถ้าเกิดว่าพูดแล้วมันไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องพูด"

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

120,128 Aufrufe • vor 1 Tag

เอาเป็นที่มาของชื่อ "หุพับ" แทนละกัน ภูมิใจกับชื่อนี้มากเพราะรู้สึกว่ามีที่มา+มีความหมาย ดิชั้นเคยโทรเข้า EFM ไปคุยกับลีน่าหมิวแล้วพี่ดีเจเขาถามถึงชื่อพอดี เลยถือโอกาสเล่าเลย เขาก็ชมว่า meaningful มาก~ #LenaMiuxFANDOMLIVE ตอนแรกตั้งไว้เรียกศิลปินที่ชอบว่า "กระต่ายหูพับ" อยากให้พวกเขาเป็นกระต่ายเหมือนในเรื่องบาร์บี้ราพันเซล ที่มันจะพับหูลงมาข้างนึงเพื่อให้ตัวเองได้ยินเสียงจากที่ไกล ๆ มากขึ้น เราอยากให้ศิลปินที่เราชอบได้ยินเสียงบอกรักจากแฟนคลับไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม แต่พอใช้ไปใช้มา มันยาวไป เลยเหลือ "ต่ายหูพับ" แล้วก็ลดลงเหลือ "หูพับ" คนส่วนใหญ่ก็เรียกเราว่าหูพับ ก็เลยใช้สเตจเนมเป็นหูพับไปเลย แต่ทีนี้ถ้าพิมพ์ชื่อว่า "หูพับ" มันจะไปขึ้นเสิร์ชเวลาคนอื่นเขาต้องการหาคีย์เวิร์ดแมวหูพับ หมาหูพับใด ๆ กลัวรกฟีดชาวบ้าน ก็เลยเปลี่ยนมาใช้เป็น "หุพับ" แทน แล้วหลังจากหุพับก็มีวิวัฒนาการอีกหลายชื่อจนนับไม่ไหว ใช้ "หุพับ" นี่แหละดีที่สุดแล้ว

🐰ᵖˡˢ₊˚⊹ 𝙷𝚞𝙿𝚞𝚏𝚏 𐙚₊˚🤍💞

241,504 Aufrufe • vor 4 Monaten

[ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปลดล็อกขนส่งสาธารณะ เพิ่มความสะดวก-ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน ] . วันนี้ ผมได้ร่วมอภิปราย ร่างแก้ไข พ.ร.บ. ขนส่งทางบก ซึ่งมีทั้งหมด 3 ฉบับ (พรรคประชาชน / พรรคภูมิใจไทย / ครม.) . แม้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น แต่ “ประเด็นหลัก” ที่เป็นความแตกต่างระหว่างสาระของแต่ละร่าง คือมุมมองต่อวาระเรื่องการ “กระจายอำนาจ” สู่ท้องถิ่น . ทางเราพรรคประชาชนยืนยันมาตลอด ว่าเราสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบทบาท งบประมาณ และกำลังคน มากขึ้นในการดูแลประชาชนและจัดบริการสาธารณะให้กับประชาชนในพื้นที่ . เหตุผลของเรา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน: . 1. เราเห็นว่าในเมื่อท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชน และมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ ท้องถิ่นน่าจะมีความเข้าใจในบริบทและความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้งกว่ารัฐส่วนกลาง . 2. เมื่อเรากระจายอำนาจหรือภารกิจบางส่วนออกจากรัฐบาลกลางไปให้ท้องถิ่นมากขึ้น รัฐบาลกลางก็จะมีเวลาและสมาธิมากขึ้น ในการทำสิ่งที่ท้องถิ่นทำเองไม่ได้ หรือที่คาบเกี่ยวหลายพื้นที่ . หากจะมีบริการสาธารณะประเภทไหน ที่จะได้ประโยชน์จาก 2 เหตุผลดังกล่าวได้อย่างชัดเจนที่สุด ภารกิจเรื่อง “ขนส่งสาธารณะ” น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นเพราะ . 1. ท้องถิ่นน่าจะมีความเข้าใจมากกว่ารัฐส่วนกลาง ว่าประชาชนต้องการระบบขนส่ง-รถเมล์-รถสองแถวในเส้นทางไหน . 2. เมื่อรัฐส่วนกลางไม่ต้องมาใช้เวลากับการกำหนดเส้นทางในแต่ละพื้นที่เอง รัฐส่วนกลางก็จะมีเวลาและสมาธิมากขึ้นในการดูแลเรื่องที่ท้องถิ่นทำเองไม่ได้ (เช่น โครงข่ายคมนาคมระดับชาติ / มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยที่ต้องใช้กำกับทั้งประเทศ) . ความจริง มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ที่ปัจจุบันผู้นำท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง (รวมถึง ผู้ว่า กทม. ที่มีประชาชน 1+ ล้านคนเลือกเข้ามาและต้องบริหารเมืองที่มีประชากรสูงใน 20-30 อันดับแรกของโลก) ยังไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ ว่าจะออกแบบเส้นทางรถเมล์อย่างไร . สิ่งที่พวกเราพรรคประชาชนกำลังเสนอในวันนี้ จึงไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเรื่องขนส่งสาธารณะหรือการทำให้ผู้บริหารเมืองหรือผู้ว่า กทม. มีอำนาจพัฒนาระบบรถเมล์ใน กทม. มากกว่าแค่ปรับปรุง-ตกแต่งป้าย . แม้วิปรัฐบาลมีมติว่าจะรับหลักการทุกร่าง (รวมถึงร่างของพรรคประชาชน) แต่ผมยังมีความกังวลใจว่ารัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนการกระจายอำนาจมากแค่ไหน เพราะสาระสำคัญของร่าง ครม. เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นเรื่องขนส่งสาธารณะน้อยมาก . โดยสรุป ร่างของ ครม. ยังคงมองบทบาทของท้องถิ่น เป็นได้เพียงแค่ผู้เดินรถรายหนึ่ง (operator) แต่ยังไม่พร้อมจะเพิ่มบทบาทท้องถิ่นให้ลุกขึ้นมาเป็น “ผู้จัดการระบบ” ขนส่งสาธารณะ หรือ “ผู้กำหนดกติกา” เรื่องขนส่ง (regulator) ในพื้นที่ตนเอง: . - ในมุมหนึ่ง: ร่างของ ภท. มีการแก้ไขมาตรา 24 เพื่อเขียนให้ชัดว่าท้องถิ่นสามารถ “ขออนุญาตเดินรถ” ได้ (ซึ่งเราไม่ขัดข้อง) แต่ความจริง ท้องถิ่นสามารถขออนุญาตได้อยู่แล้วในระดับหนึ่ง ตามกฎหมายปัจจุบัน (เช่น กฎกระทรวง 2567) . - แต่ในอีกมุมหนึ่ง: พอขยับมาดูเรื่องอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ตามมาตรา 20 (เช่น เส้นทาง / จำนวนผู้เดินรถ / จำนวนรถ / อัตราค่าโดยสาร), เราจะเห็นว่าร่างของ ครม. ไม่ได้เพิ่มอำนาจท้องถิ่นในเรื่องดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเพียงการเสนอให้โยกอำนาจชี้ขาดในเรื่องดังกล่าว จากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง (ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน / ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ) มาที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด (ผู้ว่าฯ จากมหาดไทย เป็นประธาน) - การแก้ไขเช่นนี้ ไม่นับว่าเป็นการ “กระจายอำนาจ” แต่เป็นเพียงการ “แบ่งอำนาจ” ระหว่างกลไกต่างๆของราชการส่วนกลางและของราชการส่วนภูมิภาค . . แม้วันนี้ สภาแห่งนี้ ได้รับหลักการทั้ง 3 ร่าง ในวาระ 1 เพื่อไปถกต่อในชั้นกรรมาธิการ และแม้ผมเข้าใจว่ารัฐบาลอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับทุกประเด็นในร่างของพรรคประชาชน แต่ผมจะเฝ้าดูว่าร่างที่ กมธ. จะส่งกลับมาที่สภาในวาระ 2 จะหน้าตาเหมือนร่างไหนมากที่สุด . เพราะหากร่างที่ กมธ. ส่งกลับมาที่สภามีหน้าตาใกล้เคียงกับร่างของ ครม. ผมเห็นว่าเราจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ารัฐบาลชุดนี้สนับสนุนวาระเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเราจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะแก้ปัญหาเรื่องขนส่งสาธารณะตามที่พรรคประชาชนเราคาดหวัง

Parit Wacharasindhu (Itim)

11,525 Aufrufe • vor 2 Tagen