正在加载视频...

视频加载失败

ข้อแรก ของการฝึกเป็นปลาหมึกแถวบน

296,502 次观看 • 2 个月前 •via X (Twitter)

0 条评论

暂无评论

原始帖子的评论将显示在这里

相关视频

โคตรฉลาดคือมองเกมขาด เฉียบแหลมเฉียบคมมากแม่ คุณช่อพรรณิการ์ ไหว้ย่อ ขอคนไทยใจเย็นๆ แล้วฟังให้จบ เปิดบท 2 กลยุทธ์เซฟขาทหารไทย ทำไมต้องใช้โต๊ะเจรจา จะไล่เรียงให้ฟังชัดๆ ซัดกัมพูชาและฮุนเซนรู้เช่นเห็นชาติและมีอารายะ ถามกลับกองทัพฯ ว่าจะเอาเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดปราสาทป้องกันตัวได้อย่างไร? การสร้างความฮึกเหิมทางกำลังรบไม่ผิด แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหากับระเบิดได้ "ข้อแรก ในการประชุม GBC สิ่งที่เราต้องเสนอไปเลยใน RBC แล้วให้ GBC ตบให้จบก็คือ 1 กัมพูชาต้องร่วมกับเราถอนทุ่นระเบิดให้หมด 2 ถ้ากัมพูชาไม่ร่วมกับเราเราจะไปร่วมกับชาติอาเซียนคณะกรรมการผู้สังเกตุการณ์ และชาติภาคีและอื่นๆ ในการจัดการทุ่นระเบิด ตกลงไปเลยแล้วคุณจะไม่มีสิทธิ์มาพูดว่าเราละเมิดข้อตกลงหยุดยิง มันปล่อยเอาไว้ไม่ได้ และทั้งนานาชาติที่ให้ความร่วมมือและชื่นชมเราเพราะว่าไม่มีใครทนกับการใช้ทุ่นระเบิด การที่กัมพูชาปฏิเสธ จะเป็นผลเสียต่อกัมพูชาเองทั้งหมดที่ดิฉันพูดมาต้องใช้ผู้ที่มีประสิทธิภาพในการเจรจาเพราะฉะนั้นคนเจรจามีประสิทธิภาพพอไหมที่จะเจรจา" ซัดรวด 5 นาทีแบบไม่ต้องมีบท รัฐบาลจดไปใช้ได้เลย คือสวยมีสมองไม่ยอมลงให้แม้แต่ลิฟต์กับกะได #ไทยกับกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา

Rolenda

140,072 次观看 • 11 个月前

[ คลิปเต็ม : #ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน ] . เช้าวันนี้ ผมได้อภิปรายนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ที่เสนอให้เพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาที่ผมได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องอภิปรายว่าทำไมเราควรเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา รัฐสภารอบนี้มีองค์ประกอบที่ไม่เหมือนครั้งก่อน - เรามี สส. พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงใจใครเหมือนกับสมัยเป็นรัฐบาล - เรามี สส. พรรคร่วมรัฐบาลที่รู้ดีว่าความอยู่รอดของรัฐบาลขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเราในวาระเรื่องรัฐธรรมนูญ - เรามี สว. ที่ได้รับความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่จำเป็นต้องไปทำประชามติมาก่อนการพิจารณาในวันนี้ . ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับที่รัฐสภากำลังพิจารณา มีรายละเอียดที่แตกต่างกันพอสมควรเกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในเมื่อวันนี้เป็นเพียงการพิจารณาในวาระที่ 1 หรือชั้นรับหลักการ คำถามเดียวที่เราต้องพิจารณาและหาคำตอบร่วมกันคือรัฐภาแห่งนี้เห็นด้วยหรือไม่ กับการ “เปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ซึ่งเป็นหลักการที่ทั้ง 3 ร่างเสนอไว้เหมือนกัน . คำถามนี้ไม่ใช่คำถามใหม่ แต่เป็นคำถามที่หลายภาคส่วนเคยตอบกันไปแล้วหลายรอบตลอด 5 ปีที่ผ่านมา - รัฐสภาชุดที่แล้วเคยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ประกอบไปด้วยตัวแทนทุกพรรค ซึ่งได้ไล่ศึกษาปัญหาใน 200+ มาตราของรัฐธรรมนูญ 2560 จัดทำรายงาน 600+ หน้า โดยส่วนใหญ่มีข้อสรุปตรงกันว่าประเทศควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ - ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เกิน 70% ของประชาชน ก็ลงคะแนนให้พรรคที่มีนโยบายสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . อย่างไรก็ตาม ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมยอมรับว่าบทสนทนาเรื่องรัฐธรรมนูญถูกดึงไปคุยกันเรื่อง “เทคนิค” เป็นหลัก (เช่น จำนวนประชามติ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ) สังคมเราจึงอาจเริ่มหลงลืมกันไปแล้วว่า “เราจะอยากแก้รัฐธรรมนูญกันไปทำไม” . [ ประเทศเสียหายอย่างไร จากการไม่แก้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ] . สำหรับใครที่ตั้งคำถามว่า “ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ ประเทศจะดีขึ้นอย่างไร” ผมอยากชวนมองมุมกลับว่า “พอไม่แก้รัฐธรรมนูญ ประเทศเสียหายอย่างไร?” . - เรามีตึก สตง. ถล่มลงมากลางกรุงเมื่อ 6 เดือนก่อนโดยยังไม่มีหน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบหรือแสดงความรับผิดชอบ - เรามี กกต. ที่เอาผิดใครไม่ค่อยได้ เสมือนว่าประเทศนี้ไม่มีการทุจริตเลือกตั้ง - เรามี ป.ป.ช. ที่ถูกมองว่ายืนตรงข้ามความโปร่งใส อย่างเช่นในคดีแหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน - เรามีพรรคการเมืองที่ถูกยุบเพราะเสนอร่างกฎหมาย นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตเพราะโพสต์เฟซบุ๊กสมัยเป็นนักศึกษา - เรามี สส. ที่ป้ายชื่อเขียนว่าพรรคหนึ่ง แต่ทำงานให้กับอีกพรรคหนึ่ง - เรามีกลุ่ม สว. ที่โชคดีที่สุดในโลก แพ็กกันเข้ามาได้ทั้งที่โอกาสน้อยกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 ถึง 70 งวดติดต่อกัน - เรามีท้องถิ่นที่มีอำนาจจำกัด กำหนดเส้นทางรถเมล์เองก็ไม่ได้ สัดส่วนงบที่ท้องถิ่นมีในการพัฒนาก็ไม่เพิ่มมาเกือบ 10 ปี - เรามีเยาวชนนักเคลื่อนไหวหลายคนที่ถูกปฏิเสธการประกันตัวแม้ไม่เคยมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการหลบหนี - เรามีนักวิชาการและสื่อสืบสวนสอบสวนที่ถูกทุนใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลไล่ฟ้องปิดปาก เพื่อหวังขัดขวางการตรวจสอบ - เรามีโครงการขนาดใหญ่ ที่รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่แค่พอเป็นพิธีกรรม . ความไม่ปกติทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์และมีสาเหตุบางส่วนจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบระบบการเมืองที่ “ไม่เกรงใจประชาชน” และ “ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ” . จึงไม่เป็นเรื่องบังเอิญเช่นกัน ว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้ ชีวิตประชาชนเลยต้องเผชิญกับ 3 วิกฤตระดับชาติที่หนักหนาสาหัสลงเรื่อยๆ . [ 3 วิกฤตที่มีส่วนมาจาก รธน. 2560 : ประชาธิปไตยถดถอย-นโยบายล้าหลัง-ทุจริตเรื้อรัง ] . 1. วิกฤต “ประชาธิปไตยถดถอย” . 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเคยเป็นดาวรุ่งของภูมิภาคเรื่องประชาธิปไตย คนไทยเคยรู้สึกว่าคะแนนเสียงของเขากำหนดอนาคตได้ . แต่วันนี้รัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้สถาบันทางการเมืองขาดความยึดโยงกับประชาชน - ประชาชนเลือก สส. เข้าไปในสภา ประชาชนเลือกรัฐบาลเข้าไปในทำเนียบ แต่คนที่ชี้ขาดว่ากฎหมายไหนเสนอได้หรือไม่ได้ นโยบายไหนทำได้หรือไม่ได้ บุคคลไหนเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ได้ และ สสร. แบบไหนมีได้หรือไม่ได้ กลับเป็นตุลาการ 9 คนในศาลรัฐธรรมนูญที่ประชาชนไม่เคยให้ความเห็นชอบ . 2. วิกฤต “นโยบายล้าหลัง” . 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นต้นตำรับของนโยบายที่ก้าวหน้าในหลายด้าน จนเป็นทั้งฉันทามติภายในประเทศ และที่ชื่นชมในเวทีนานาชาติ (เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค) . แต่วันนี้รัฐธรรมนูญ 2560 กลับไม่สามารถสนับสนุนให้รัฐบาลมีสมาธิและแรงจูงใจ ในการคิดค้นและผลักดันนโยบายใหม่ๆ - สมาธิของรัฐบาลต้องเสียไปบางส่วนกับคณะนักร้องที่บางครั้งก็ร้องแบบมีมูล แต่หลายครั้งก็ร้องแบบไม่สมเหตุสมผล - แรงจูงใจของรัฐบาลในการขับเคลื่อนโยบายให้สำเร็จก็มีไม่มากเท่าที่ควร เพราะความอยู่รอดของรัฐบาลยุคนี้ แทบจะไม่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการผลักดันนโยบาย . 3. วิกฤต “ทุจริตเรื้อรัง” . ตอนประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ผู้สนับสนุนหลายคนภูมิใจว่านี่คือรัฐธรรมนูญปราบโกง . แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ปราบโกงไม่ได้จริง แต่ปราบได้เฉพาะคนที่อยากปราบ - คะแนนความโปร่งใสของไทย (Corruption Perception Index) ดิ่งลงมาแย่เท่ากับประเทศเนปาลที่เพิ่งประท้วงกันไปครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านการทุจริต - รัฐมนตรี สส. สว. จะทุจริตต่อหน้าที่แค่ไหน กกต. สตง. จะเกียร์ว่างต่อการทุจริตแค่ไหน ประชาชนก็เข้าชื่อถอดถอนไม่ได้เหมือนในอดีต . ผมไม่เคยบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นยาวิเศษที่ทำให้ทุกปัญหาหมดไปทันที ทำให้การค้าขายดีขึ้นทันที หรือทำให้คนโกงหมดประเทศทันที แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถสร้างระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชนและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ คำถามคือแล้วทำไมเราจะยังอยากติดอยู่ในกับดักของรัฐธรรมนูญ 2560 หรือลึกๆ แล้วเรากำลังกังวลอะไร กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . [ ตอบทุกข้อกังวล ต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ] . วันนี้ ผมได้พยายามใช้เวทีสภาเพื่อคลายทุกข้อกังวลที่สมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนอาจมีต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . ข้อกังวล 1 : รัฐบาลจะสนใจแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่สนใจเรื่องปากท้อง . ในมุมหนึ่งถ้า ครม. ชุดไหน จะไร้ความสามารถ ถึงขั้นทำเรื่องแก้รัฐธรรมนูญควบคู่กับแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาความมั่นคงไม่ได้ ประชาชนคนไทยก็ไม่ควรให้เขาได้เป็นรัฐบาลต่อ . แต่ในอีกมุมหนึ่ง จะบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ส่งผลต่อปากท้องเลยสักนิด ก็คงจะไม่ใช่ - ถ้ารัฐธรรมนูญทำให้นายกฯและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องเปลี่ยนกันทุกๆ ปี แล้วนักลงทุนที่ไหนจะอยากขนเงินมาลงทุนในไทย ยกเว้น “ทุนเทา” ที่อาจจ้องฉวยโอกาสจากจังหวะชุลมุนแบบนี้ - ถ้ารัฐธรรมนูญทำให้คนโกงหากินจากภาษีประชาชนได้เรื่อยๆ แล้วเราจะเหลืองบส่วนไหนมากระตุ้นเศรษฐกิจหรือจัดทำสวัสดิการประชาชน - ถ้ารัฐธรรมนูญทำให้ใครจะทำงานการเมืองได้ต้องพึ่งทุนใหญ่หรือบ้านใหญ่ แล้วใครในสภาจะเป็นตัวแทนที่เอาประชาชนเป็นใหญ่ . ข้อกังวล 2 : เรากำลังแก้ปัญหาผิดจุด - ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาอยู่ที่นักการเมือง . ผมไม่ปฏิเสธว่านักการเมืองหลายคนในประเทศนี้มีปัญหาจริง แต่ประเทศเราจะได้นักการเมืองแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่า รัฐธรรมนูญเขียนเกี่ยวกับนักการเมืองไว้อย่างไร - ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนให้ สส. ย้ายพรรคกลางสภากันได้เป็นว่าเล่น ประเทศเราก็จะได้แต่นักการเมืองที่วันๆ คิดแต่จะ “รวมมุ้ง” เพื่อไปต่อรองตำแหน่งใน ครม. - ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนให้ สว. มาจากการเลือกกันเองแบบพิสดารที่ส่งเสริมให้ฮั้วกัน ประเทศเราก็จะได้แต่นักการเมืองในวุฒิสภาที่ไม่มีใครตอบได้ว่าเป็นตัวแทนประชาชนคนไหนหรือกลุ่มใด . ข้อกังวล 3 : รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเขียนออกมาแย่กว่าเดิม โดยมีแต่นักการเมืองที่ได้ประโยชน์ . ผมต้องย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเขียนมาแย่แค่ไหน ก็ไม่สามารถนำมาบังคับใช้กับคนไทยได้ หากคนไทยไม่โหวตเห็นชอบด้วย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะบังคับใช้ได้ ต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชนในประชามติอย่างน้อย 2 รอบ . ข้อกังวล 4 : การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้เวลานานเกินไป - ตรงไหนเป็นปัญหา ก็แก้แค่มาตรานั้น . ผมต้องย้ำว่าบางปัญหานั้นเชื่อมโยงกับหลายมาตรา การแก้แค่ 1 ประเด็นอาจจำเป็นต้องแก้หลายสิบมาตราอยู่ดี (เช่น หากเราจะหันมาใช้ระบบสภาเดี่ยว แค่เรื่องเดียวก็ต้องแก้อย่างน้อย 81 มาตรา) . หากรัฐธรรมนูญ 2560 เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่มีสภาพปัญหาในแทบทุกห้อง เราจะซ่อมเป็นรายจุดไปก็ทำได้ แต่หากปัญหาลามไปถึงเสาเข็มหรือทางเชื่อมระหว่างห้อง การสร้างบ้านหลังใหม่ที่เราทุกคนได้ร่วมออกแบบตั้งแต่ต้นอาจจะเรียบง่ายกว่า รวดเร็วกว่า และทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีกว่า ว่าบ้านหลังนี้เป็นของพวกเราทุกคน . ดังนั้น หากเราเห็นตรงกันว่าบ้านเรามีปัญหา และเราควรมาร่วมกันออกแบบบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่าเดิม ผมเลยได้เชิญชวนสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างที่มีหลักการเดียวกัน คือการเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . [ 3 จุดแข็ง ของโมเดลพรรคประชาชน เกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ] ในส่วนรายละเอียดเรื่องกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่บางคนอาจมีความเห็นต่างกับร่างของพรรคประชาชนในบางเรื่อง เป็นรายละเอียดที่ไปถกกันต่อได้ในชั้นกรรมาธิการ . ทั้งนี้ หลักคิดหรือจุดแข็งสำคัญของพรรคประชาชนมีอยู่หลักๆ 3 ข้อ . จุดแข็ง 1 : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน . แม้เรายืนยันว่าการที่ สสร. มาจากการเลือกตั้ง 100% จะทำให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมากที่สุด และแม้เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งในเชิงกระบวนการที่ตอบเกินคำถามและในเชิงเนื้อหาที่เรามองว่าขัดกับหลักการประชาธิปไตย แต่เราตระหนักดีว่าคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ ทำให้ข้อเสนอ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไปต่อได้ยากในวันนี้ . เราจึงพยายามออกแบบกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัย - ในเมื่อคำวินิจฉัยเขียนห้ามเฉพาะไม่ให้ “ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” เราจึงออกแบบกลไกที่มี 2 องค์ประกอบทำงานคู่ขนานกัน: . - (1) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ - ในเมื่อศาลวินิจฉัยให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงไม่ได้ เราจึงออกแบบให้ประชาชน “เลือกทางอ้อม” โดยเลือกเข้ามาเบื้องต้น 70 คน ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 35 คน - (2) สภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่รับฟัง รวมรวม และสะท้อนความเห็นประชาชน - ในเมื่อสภาที่ปรึกษานี้ไม่ได้เป็นผู้ร่างและไม่มีอำนาจลงมติเรื่องเนื้อหา เราจึงออกแบบให้ประชาชน “เลือกทางตรง” โดยเลือกเข้ามา 100 คน ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยมีอย่างน้อย 1 คนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ . จุดแข็ง 2 : ป้องกันการกินรวบ-ผูกขาด . ในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่ทุกคนต้องใช้ในการอยู่ร่วมกัน กติกาดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับต่อเมื่อการร่างกติกาไม่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง . แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทำให้รัฐสภาอาจจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากไปดูเนื้อหาในร่างของพรรคประชาชน จะเห็นว่าพอรัฐสภาต้องคัดเลือกกรรมาธิการยกร่าง 35 คนจากที่ประชาชนเลือกมา 70 คน: . - เราไม่ได้ออกแบบให้การคัดเลือกนั้นใช้ “มติเสียงข้างมากของสมาชิกรัฐสภา” เพราะนั่นหมายความว่าหากวันหนึ่งเรามีพรรคการเมืองที่มี สส. 200 คน และมี สว. ที่คิดคล้ายกับพรรคนั้นอีก 160 คน รวมกันเป็น 360 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากของรัฐสภา จะสามารถแพ็กกันและผูกขาดได้อย่างเบ็ดเสร็จว่าจะคัดเลือกใครเข้ามาเป็นกรรมาธิการทั้ง 35 คนในคณะ - ดังนั้นเพื่อป้องกันการผูกขาด เราจึงออกแบบให้การคัดเลือกเป็นการ “เสนอชื่อตามสัดส่วนของกลุ่มความคิดต่างๆ ในรัฐสภา” เมื่อสมาชิกรัฐสภามี 700 คน และกรรมาธิการยกร่างมี 35 คน จึงกำหนดให้ สส. สว. ที่รวมตัวกันได้ 20 คน มีสิทธิคัดเลือกกรรมาธิการ 1 คน จะไม่มีกลุ่มใดที่ผูกขาดการคัดเลือกกรรมาธิการ และกรรมาธิการยกร่างจะมีตัวแทนที่สะท้อนความหลากหลายทางความคิดที่มีอยู่ในรัฐสภาและในสังคม . จุดแข็ง 3 : กำหนดกรอบเนื้อหาที่ชัดเจน . ผมเข้าใจดีว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเขียนไว้อย่างไรบ้าง เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่าง หรือ สสร. ที่จะต้องถกกันในอนาคต . อย่างไรก็ตาม ผมเข้าใจพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งที่อาจรู้สึกว่าตอบตัวเองได้ยากว่าเห็นด้วยกับการริเริ่มให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากไม่เห็นภาพเลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีเนื้อหาที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันอย่างไร . ดังนั้น เราจึงได้เพิ่ม “กรอบเนื้อหา” ทั้งหมด 9 ข้อ เข้าไปในร่างมาตรา 256/26 ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรยึดหลักการพื้นฐานอะไร หรือกำหนดเนื้อหาไปในทิศทางไหน - 2 ข้อแรก ระบุชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐจากการเป็นรัฐเดี่ยว และจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข - 7 ข้อหลัง เป็นการพูดถึงประเด็นที่เราเห็นว่าเป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรทำให้ดีกว่าเดิม (เช่น การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ การออกแบบสถาบันทางการเมืองให้ยึดโยงประชาชน การยกระดับกลไกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การรองรับระบบราชการและนโยบายที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง) . . [ รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ “ยาวิเศษ” แต่เป็นเสมือน “อากาศ” ที่เราหายใจ ] . โดยสรุป ผมย้ำว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ “ยาวิเศษ” ที่ทำให้ทุกปัญหาหายไปทันที แต่รัฐธรรมนูญเป็นเหมือนกับ “อากาศ” ที่เราหายใจกันอยู่ - ล่องหน จับต้องได้ยาก แต่ส่งผลกระทบต่อเราทุกวินาทีโดยไม่รู้ตัว - การมีรัฐธรรมนูญที่ดีหรืออากาศที่บริสุทธิ์อาจไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้นชั่วข้ามคืน - แต่ถ้ารัฐธรรมนูญหรืออากาศเป็นพิษ สุขภาพเราในการทำมาหากินและศักยภาพของประเทศในการแข่งขันกับโลกจะค่อยๆ ถูกบั่นทอน . การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นโอกาสในการออกแบบระบบการเมืองที่ประชาชนหวังพึ่งได้

Parit Wacharasindhu (Itim)

48,115 次观看 • 9 个月前