Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

คลิปเสวหนุ่มเบสในตำนานครางสุดๆ

298,307 görüntüleme • 3 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

มึง จะบ้าในที่สุดชานยอลก็เจออซอ. ที่เป็นไรท์เตอร์ 55555555555555555555555555 OP ตอนเด็ก ๆ เขียนฟิคสวมบทเป็นแฟนของ EXO แล้วเอาไปเปลี่ยนแค่ชื่อตัวละครส่งประกวดงานเขียนที่โรงเรียน จนได้รางวัลอีกต่างหาก 👩🏻: เรื่องราวมันเป็นประมาณว่า... ตัวฉันน่ะเป็นหมาที่ 'ดีโอ' เลี้ยงไว้ค่ะ แล้วพอเข้ามาอยู่ในหอพัก ช่วงเวลาที่พวกสมาชิกคนอื่นๆ ออกไปทำงานตามตารางงานกัน...ฉันก็กลายร่างเป็นมนุษย์ คอยล้างจาน คอยทำความสะอาดให้ค่ะ 👩🏻 : แต่แล้วหลังจากนั้นก็โดนจับได้ค่ะ โดนชานยอลจับได้น่ะค่ะ 🍒: (หัวเราะชอบใจ) เพราะว่าผมเป็นคนไหวพริบดีล่ะสิเนอะ (เลยจับได้ก่อน) 🐻: อ้าวแล้วไหนบทของผมละ 👩🏻 : ขอโทษค่ะ (ไม่มี) น้องไคโดนอีกแล้ว 5555555555555555555

𝐌𝐑.𝐃𝐎𝐇

94,080 görüntüleme • 1 ay önce

เลือกบ้างก็ดีนะ เพราะอาจ“โดนขโมยเสียง” มีเคสเล่าให้ฟัง คลิปวิดีโอที่แปะ มาคือ อ.แอ้ หัวหน้าสาขาBC นิเทศ ม.รังสิต และ มือเขียนสคริปต์คอนเสิร์ตดังๆในไทย และเป็นนักพากย์อาชีพ ซึ่งเธอก็พากย์โฆษณา มาไม่น้อย แต่อยู่มาวันนึง ได้เซ็นต์สัญญากับค่าย Software เจ้าใหญ่ เป็นเสียง “เปรมวดี” ในเงื่อนไขรายละเอียด การ“ขายเสียง” จริงๆแล้ว ในสัญญาควรมีการระบุขอบเขต การใช้งาน และระยะเวลา แต่ยังไงไม่ทราบ ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน เสียงนางเริ่มหลุดกระจายออกไปทั่ว คนเอาไปใช้พากย์เสียงขายของในติ๊กต่อก ไปโผล่ในเสียงประกาศรถไฟ เป็นเสียงผู้ประกาศข่าวเอไ และทุกคนใช้เสียงของอ.แอ้ฟรี - ตัดโอกาสทางรายได้ ยังไม่นับร้านค้าปลอม รีวิวสินค้าทิพย์ เว็บพนัน ที่เอาสียงนางไปหลอกคนอื่น ซึ่งอ.แอ้ ก็ไม่ได้มีส่วนรับรู้ กับมิจฉาชีพเลย หรือ ทำคลิปสร้างรายได้ แต่นางไม่เคยได้รายได้ ถ้าคำนวนค่าเสียหายจริง อ.แอ้ น่าเสียหายหลักล้านแล้ว นี่ขนาดเซ็นต์สัญญาแล้ว เสียงยังหลุดขนาดนี้ แอ้ก็พยายามไปตามจากคนกลาง ที่จัดหางาน และเซ็นต์สัญญา ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ และเคสแบบนี้ เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก แต่ประเทศอื่น ที่กฏหมายคุ้มครอง เขัมแข็งกว่า อาจจะพออมีหวังบ้าง (แนบรูปข่าวในคอมเม้นท์ต่อ) การขโมยเสียง ในบุคคลทั่วไป แม้ไม่ขายเสียง คือการขโมยอัตลักษณ์ ไม่ต่างจากลายนิ้วมือ การแสกนหน้า มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเอง และ เทคโนโลยีในอนาคตเที่เราอาจต้องใช้ Bio Data เหล่านี้เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ ทุกวันนี้ หลายแพลทฟอร์ม ก็แอบ เอามีเดีย ภาพเสียง เราไปเทรน เไ หลังบ้านกันอยู่แล้ว -เสียงทุกคนมีมูลค่า ยิ่งมีเดรดิตความน่าเชื่อถือในสังคม อย่างคนมีชื่อเสียง แล้วเอาไปใช้เชิงพาณิชย์ หรือ Scam ยิ่งมีผลกระทบในวงกว้าง นอกจากนี้ อาชีพที่กำลังจะหายไป อีกอาชีพ คือ “นักพากย์” ซึ่งวงการนักพาย์งานลดเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะ ลูกค้าใช้ เไ ถูก ฟรี คุณภาพดีขึ้นทุกวัน ตอนนี้นักพากย์สายบรรยาย และ สารคดี ตกงานกันมาหลายปีแล้ว เหลือ แค่สายพากย์ละคร กับ โฆษณาที่รอวันถูกแย่งงาน ใครคิดจะขายเสียง อ่านสัญญา ให้รอบคอบ เพราะอาจทำให้เสียงเราเป็นของสาธารณณะตลอดไป โดยเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย ถ้าหน้า/เสียง เราไปโผล่ในโฆษณา ในภาพข่าวปลอม ในคอลเซนเตอร์ ในวิดีโอสแกมเมอร์ หรือ ท้ายที่สุด วนกลับมาหลอกตบทรัพย์ ครอบครัว และ คนรอบตัวเรา เป็นไปได้ทั้งนั้น *ครีเอเตอร์ หรือคนที่แชร์ เสียง ภาพ หน้า ลง social media จำนวนมากโปรดระวัง

✨ 𝓗𝓮𝓻𝓮 & 𝓝𝓸𝔀 🎈✨

107,741 görüntüleme • 1 gün önce

เกาหลีเคยมีโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนนรก ครูข่มขืนฆ่านรหมกป่าแต่ไม่มีใครรู้ เพราะนรโรงเรียนนี้หูหนวกเป็นใบ้ พอผู้อำนวยการถูกจับ กลับติดคุกแค่ 10 เดือน เด็กโดนขังจนต้องขูดเศษผนังมากิน แต่อัยการไม่อยากทำคดีนี้ มองว่าคนใบ้สมองไม่รู้เรื่อง และไม่เห็นแสดง ‘เสียง’ เพื่อขัดขืน ในปี 1961 ที่เมืองควังจู มีการก่อตั้ง โรงเรียนควังจูอินฮวา โรงเรียนสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ผู้ที่พิการทางการให้ได้ใช้ชีวิตปกติ อยู่กับเพื่อนๆ ที่สื่อสารภาษามือด้วยกัน ฟังดูเหมือนสวรรค์น้อยๆ แต่ความจริงที่นี่คือนรกบนดิน โรงเรียนนี้เบื้องหลังคือธุรกิจครอบครัว เป็นมูลนิธิ ประธานมูลนิธิให้ลูกชายคนโตมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และให้ลูกชายคนรองเป็นฝ่ายบริหาร ให้ลูกชายอีกคนเป็นรองครูใหญ่ ให้ญาติมาช่วยทำ เวลาใครทำอะไรผิดเลยช่วยกันปกปิด เด็กถูกครูมองว่าไม่ใช่คน เพราะพิการ หลายครอบครัวส่งลูกมากินนอนที่โรงเรียนนี้ หลายคนเป็นเด็กกำพร้า อีกหลายคนมีอาการพิการอย่างอื่นด้วย เดินไม่ได้ เด็กๆ ตกอยู่ใต้อำนาจผู้ใหญ่ใจร้าย ครูที่นี่ไม่ได้มีความสงสารเห็นใจเด็ก ดูถูก ทุบตีนักเรียน ตัดผมเด็ก บูลลี่ ล้อเลียนความพิการ เด็กถูกทำร้ายจิตใจไม่เว้นแต่ละวัน ครูเลือกเด็กแล้วจับรุมโทรม ข่มขืนจากรุ่นสู่รุ่น จับทำสิ่งวิปริตตามอำเภอใจ เช่น สั่งให้เด็กแก้ผ้าเพื่อเป็นแบบวาดรูป จับเด็กขังให้หิวจนเด็กต้องขูดเอาสีบนผนังมากิน จับแกล้งทรมาน เด็กโดนมัดติดกับเครื่องทำความร้อนในห้องน้ำ ให้อดอาหาร ลงโทษด้วยการจับจูบ ให้ดูหนังโป๊ ให้เด็กด้วยกันทำร้าย บางคนถูกฆ่าหมกป่า คนภายนอกไม่รู้เรื่องก็เอาเงินมาช่วยบริจาค ไม่รู้เลยว่าเงินเข้ากระเป๋าผู้อำนวยการและญาติ มีการคาดการณ์ว่าเงินอุดหนุนและบริจาคปีเดียวมีมากถึงสองพันล้านวอน (สี่สิบล้านบาท) แต่สภาพโรงเรียนไม่มีการพัฒนา เพราะเงินถูกเอาไปใช้ส่วนตัวหมด เด็กอยู่ในสภาพจำยอม หนีไม่ได้ หลายคนไม่มีบ้านให้กลับ พ่อแม่ลำบากเป็นผู้พิการเหมือนกัน ฟ้องใครก็ไม่ได้เพราะพวกเดียวกันหมด เด็กโดนครูบังคับให้ยกโทษให้คนที่ข่มขืนตัวเอง บังคับให้เซ็นเอกสาร ครูที่จะช่วยเด็กโดนไล่ออก โดนอำนาจมืดรังควาน อะไรเหี้ยๆ มีที่นี่หมด ปี 2005 มีครูคนใหม่ ครูสังเกตเห็นว่า เด็กคนนึงเดินแปลกๆ ไปถามจนรู้ว่าเด็กโดนข่มขืน ครูเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแต่ถูกไล่ออก ครูพาเด็กไปศูนย์ช่วยเหลือ เป็นจุดเริ่มต้นแฉด้านมืด มีสื่อมาทำข่าว เหยื่อออกมาประท้วง พวกครูเลวเอาเอกสารที่เด็กโดนบังคับเซ็นว่าไม่ได้โดนทำร้ายมาอ้าง จับเด็กให้พลิกคำพูดว่าสร้างเรื่อง เด็กไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจทำงานช้า อัยการไม่สนใจทำคดี มองว่า ผู้พิการชอบสับสน ให้การกลับไปกลับมา คดีถูกยืดเยื้อจนกว่าจะสั่งฟ้องก็ผ่านไปหลายเดือน มีการบุกจับพวกครูและผู้อำนวยการ พวกครูโดนรอลงอาญาปล่อยมาอยู่อิสระ กลับไปสอนปกติ จะมีที่ลงโทษจริงจังหน่อยก็คือผู้อำนวยการที่ติดคุก 10 เดือน ติดน้อยมากเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น นักเขียนชื่อ กงจียอง อ่านข่าวเรื่องนี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจเขียนนิยายเรื่อง ‘เดอะ ครูซิเบิล’ หลังจากหนังสือตีพิมพ์ มีนักแสดงเกาหลี ‘กงยู’ ได้อ่านตอนเข้ากรมทหาร อ่านจบรู้สึกคับแค้นใจมาก เขารู้สึกต้องทำอะไรซักอย่าง ติดต่อนักเขียน ติดต่อผู้กำกับมาสร้างหนัง ติดต่อนายทุน ตอนแรกนายทุนไม่อยากสร้างเรื่องนี้ เพราะมันหดหู่ กลัวขายไม่ได้ ผู้กำกับที่ยอมมารับงานคือ ฮวังดงฮยอก ผู้กำกับสควิดเกม แล้วหนังของคดีนี้เลยเกิดขึ้น หนังนำแสดงโดยกงยู มีนักแสดงเด็กที่ฝึกภาษามือมาโดยเฉพาะ ผู้กำกับใช้เทคนิคการถ่ายทำแยกส่วน ไม่ให้เด็กถ่ายทำร่วมกับผู้ใหญ่ในฉากรุนแรง พอฉายในปี 2011 กลายเป็นปรากฏการณ์ คนดูทั้งประเทศ ประธานาธิบดีเกาหลียังไปดู จุดกระแสให้คนเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดี และมีพยานลับคือ คนขับรถโรงเรียน ที่ทำงานในโรงเรียนมา 20 ปี เขียนบันทึกทุกอย่างไว้ คนดูหนังจบก็ร่วมลงชื่อเรียกร้อง สุดท้ายผู้อำนวยการเลยติดคุกเพิ่มเป็น 12 ปี และโรงเรียนก็ถูกสั่งปิดในปีที่หนังออกฉายปีเดียวกัน ภายหลังมีการผ่านร่างกฎหมายโทกานี ยกเลิกอายุความสำหรับคดีอาชญากรรมทางเพศผู้พิการ (เท่ากับผ่านไปกี่ปีก็นำตัวคนร้ายมาลงโทษได้) ให้การเอาผิดคนร้ายล่วงละเมิดผู้พิการ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเหยื่ออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่มีการอ้างว่าเหยื่อส่งเสียงมั้ย ขยับตัวมั้ย คนพิการโดนล่วงละเมิดก็คือโดนล่วงละเมิด หนังหรือหนังสือสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ กงยูให้สัมภาษณ์ว่า หลังอ่านหนังสือเรื่องนี้จบ เขายังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอรู้แล้ว เขาเลยถามตัวเองว่า ในฐานะนักแสดง เขาทำอะไรได้บ้าง เขาเลยตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่ามันจะเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เสียงของเขากลายเป็นเสียงที่เปล่งออกมาแทนเด็กๆ และเปลี่ยนโฉมกฎหมายเกาหลีที่มีต่อผู้พิการไปตลอดกาล สุขสันต์วันเกิดกงยู

L O L A

5,592,043 görüntüleme • 9 gün önce