Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

ความรู้ใหม่มากเลยค่ะคุณครู เด็กนักเรียนกุมขมับแล้ว

2,584,312 görüntüleme • 4 gün önce •via X (Twitter)

35 Yorum

Daniel’s KiTten 😺🐶 profil fotoğrafı
Daniel’s KiTten 😺🐶4 gün önce

ไม่ใช่ความรู้ใหม่นะคะ เรื่องตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก น่าจะเรียนพร้อมๆ เรื่อง a an the นะคะ

Ben10 profil fotoğrafı
Ben104 gün önce

ครูแกล้งโดยตั้งใจเลยหละ ทำให้เข้าใจผิดทั้งๆที่รู้ภาษาที่สอบไม่ใช่ภาษาแม่ ไม่แปลกที่เด็กๆจะเข้าใจผิด ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เข้าใจขนาดนี้ก็เยอะแยะไป ถ้าให้ความรู้เพิ่มเติม และสอบแก้คงจะดีมาก การเรียนรู้ที่เกิดจากความผิดพลาดเขาจะจำแม่นกว่าปกติเพราะสถานการณ์พีคเกินกว่าความรู้สึกปกติ

pLayApOrn profil fotoğrafı
pLayApOrn4 gün önce

ประเทศตุรกี (Turkey) เปลี่ยนชื่อเป็นตุรเคีย (Türkiye) ตั้งแต่ปี 65 แล้วค่ะ

PMT profil fotoğrafı
PMT4 gün önce

ขอนอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับเราเรียนแบบนี้ซีเรียสกันจัง แต่ทำไมเราสื่อสารกับฝรั่งไม่ได้ เน้นสื่อสารก่อนไหมครับไม่ใช่ออกข้อสอบเพื่อหักหน้าเด็กๆ

94954289 profil fotoğrafı
949542893 gün önce

คิดกลับกัน แสดงว่าครูที่สอนไม่มีคุณภาพ สอนยังไง นักเรียนไม่เข้าใจ ได้คะแนน 0ทุกข้อ สอนเยอะเอาปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ ถ้าถูกสักข้อ แสดงว่า นักเรียนยังมีความเข้าใจบ้างแสดงว่า ครูเน้นสอนแต่ไม่เน้นให้นักเรียนเข้าใจเมื่อขึ้นบทเรียนใหม่เด็กก็ขึ้นชั้นไปแบบไม่รู้เรื่องทำให้หมดกำลังใจเรียน

pokacode profil fotoğrafı
pokacode4 gün önce

กำลังจะเถียงเรื่อง google เลย ดีนะไปค้นก่อน แล้วเจอว่า Logo ของ Google ตัวแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่มาตลอด ไม่เคยใช้ตัวพิมพ์เล็ก

Manuboon Pengpragit profil fotoğrafı
Manuboon Pengpragit4 gün önce

ก่อนออกข้อสอบ ครูได้สอนรายละเอียดทั้งหมดแบบนี้หรือเปล่า ถ้าสอนทั้งหมดแล้วไปออกข้อสอบก็สมควร แต่ถ้าไม่ได้สอนหรือสอนไม่หมดอันนี้ครูผิด มันจะคล้าย "ป. ปลาตากลม" ถ้าสอนควบกล้ำจะอ่านว่า ตา - กลม แต่ถ้าสอนสะกดคำจะอ่านว่า ตาก - ลม

让让 ⛱️ profil fotoğrafı
让让 ⛱️4 gün önce

แสดงว่าตอนครูสอน ครูต้องสอนทั้ง 2 แบบ เรื่อง A capital letter แล้วบอกจะออกสอบ ถ้า นร. ไม่ตั้งใจฟังก็จบ

ANIMA profil fotoğrafı
ANIMA4 gün önce

โจทย์ก็ตั้งใจหลอกเกิน ศัพท์เฉพาะหลายคำที่น่าจะไม่รู้จัก เครื่องลายครามงี้ ไก้งวงที่ก็ไม่ใช่วัฒนธรรมเรางี้

Jettaphoom Jetpithuk profil fotoğrafı
Jettaphoom Jetpithuk3 gün önce

ประเด็นคือ ครูได้สอนเรื่องคำพ้องรูปและเสียงแต่มีหลายความหมายให้นร.หรือไม่ บริบทในคลิปนี้ยังง่าย แยกแยะได้ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก แต่มีบางคำเช่น plant เงี้ย นอกจากแปลว่าต้นไม้, พืช มันยังแปลว่า โรงงาน หรือ อาคารผลิต ได้ด้วย แล้วใช้ได้ทั้งพิมพ์ใหญ่-เล็ก ต้องดูตามบริบทประโยคอย่างเดียว

kiwfa profil fotoğrafı
kiwfa4 gün önce

แล้วให้แปลเป็นไรถ้าคำศัพท์ผิด???

Babyjiji profil fotoğrafı
Babyjiji4 gün önce

ทำให้กุเกลียดภาษาอังกฤษไปอีก

BAMBAM profil fotoğrafı
BAMBAM3 gün önce

ข้อสอบแบบนี้ก็ไม่ได้ผิด ขึ้นกับสอนอะไรไปมากกว่า ถ้าสอนความต่างของการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่มาแล้ว ก็เป็นเด็กที่สะเพร่าเอง เพราะมันเป็นคำศัพท์ที่ใช้จริงในบทความ เรื่องราวต่างๆ นึกถึงการทำงาน ผิดแบบนี้สื่อสารได้แต่ดูขาดความ professional แต่ถ้าไม่เคยสอนมาออกข้อสอบหลอกเด็ก ก็ตลกอ่ะ

@nscid profil fotoğrafı
@nscid4 gün önce

ชาวต่างชาติหรือเจ้าของภาษาไม่น่าจะซีเรียสเรื่องแบบนี้ว่าเป็นพิมพ์เล็กหรือพิมพ์ใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งมันขึ้นกับบริบทนั้นๆ เช่น “made in turkey” จะแปลว่า “ผลิตในไก่งวง” ซึ่งมันก็ไม่ใช่อยู่แล้ว แต่ถ้ามาเป็นคำเดี่ยวๆแล้วให้แปลก็ต้องตามนั้น สุดท้ายสื่อสารเข้าใจ ฟังรู้เรื่อง แปลออก จบ

George Howdy profil fotoğrafı
George Howdy4 gün önce

คนออกข้อสอบ ไหน คะแนน ielts เท่าไหร่ 🤷🏻‍♂️

ฟา profil fotoğrafı
ฟา3 gün önce

แล้วประเทศไทยแม่งเสือกซีเรียสแต่เรื่องอะไรแบบนี้ ต่างชาติหรือเจ้าของภาษาแม่งไม่ซีเรียสกันขนาดนี้เลย เข้าเน้น speaking มากกว่าด้วยซ้ำ ลองไปถามพวกต่างชาติบางคนแม่งยังเขียนไม่ได้ด้วยซ้ำมั้ง

평안하다 profil fotoğrafı
평안하다4 gün önce

ถ้าตอบเครื่องลายคราม พี่จะบอกว่าผิด ทำไมเธอไม่ตอบ ประเทศจีน คำตอบง่ายๆ ทำไมเธอถึงตอบผิด มาตอบอะไรเครื่องลายคราม เด็กอนุบาลยังตอบได้เลยว่าคำตอบประเทศจีน

Pairote Tatiya profil fotoğrafı
Pairote Tatiya4 gün önce

เป็นฉันจะเขียนว่าจีนเฉยๆ ไม่เขียนประเทศ

Marut profil fotoğrafı
Marut4 gün önce

ถ้าจะออก ก็ต้องสอนในห้อง ก่อน ถ้าสอนแล้วตั้งใจเรียนก็คงเอะ เวลาตอบ คงไม่0

ปลายทาง profil fotoğrafı
ปลายทาง3 gün önce

ทำไมทุกคนต้องโทษครูคะ ทั้งๆที่ครูออกข้อสอบแบบให้นักเรียนใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบ เรื่องง่ายๆแค่นี้นักเรียนก็ตอบผิด ผิดเพราะอะไร เพราะความสะเพร่าเอง ไม่รู้หรือไงว่าชื่อเฉพาะต้องใช้ดิมพ์ใหญ่เสมอ!!!! คนที่ตำหนิครูนี้คือ🙄🙄🙄

KengYonGame profil fotoğrafı
KengYonGame3 gün önce

อันนี้เห็นด้วยนะครับถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษเลยพูดง่ายๆถ้าผมพิมพ์คำว่า crocodile ที่ข้างหน้าเป็น c เล็กที่ไม่ใช่ทูน่าก็จะหมายถึงจระเข้แต่ถ้าพิมพ์ว่า Crocodile แล้วเป็นตัว C ใหญ่ อันนี้อาจจะมองได้ของ 2 ความหมายก็คือจระเข้หรือว่าเป็นชื่อคนที่ชื่อว่า Crocodile ก็ได้ครับ

🐺🌙Ø𝐌𝐈𝐍𝐄𝐖💙🌈™ profil fotoğrafı
🐺🌙Ø𝐌𝐈𝐍𝐄𝐖💙🌈™3 gün önce

ภาษาอังกฤษดิ้นได้ 555 มันขึ้นอยู่กับบริบท เขาน่าจะแบบพื้นฐานก่อน โดยใช้ China ,Turkey บลาๆ ไปก่อนนะ ถ้าจะแปลขั้นลึกกว่านี้ ควรแยกสอนอีกดีไหมอะ

kengkaj hiranpatana profil fotoğrafı
kengkaj hiranpatana4 gün önce

อยากบอกว่า โครตปญอ. ประเทศไทย ภาษาไทย ข้อสอบ จะต้องมามี ตีความหมายโจทย์ในโจทย์ อีกที มาทุกยุคทุกสมัย

Kanna 👅 คัน(จริงๆ)นะ profil fotoğrafı
Kanna 👅 คัน(จริงๆ)นะ3 gün önce

ครู อ. ออกโจทย์โง่ๆแบบนี้เลิกได้เลิกนะ ไม่วัดกึ๋นเหี้ยอะไรเลย วัดแค่ความเฟียสกีของคนออก โชว์เก๋า อีควาย

I'm my demon. profil fotoğrafı
I'm my demon.3 gün önce

มันมีแยก verb กิริยา , noun คำนาม , adverb กิริยาวิเศษณ์ ถ้าครูจะออกข้อสอบแบบนี้ ต่อให้เอาข้อสอบให้ครูด้วยกันเองทำ ก็ผิดเหมือนกัน แทนที่จะออกข้อสอบที่ตัวเองสอน แยกเป็นหมวดหมู่ อยากถามเรื่องชื่อประเทศก็ถามไป อยากถามเรื่องชื่อเดือน วันก็ตั้งแยกไป ทำไมเอามาออกให้สับสน

Ten B1327 profil fotoğrafı
Ten B13274 gün önce

พอดูคลิปนี้คุณครูได้มีการสอนเด็กอักษรตัวเล็กตัวใหญ่คำจำเพราะแบบแม่ไหมนะ

chinnawu profil fotoğrafı
chinnawu3 gün önce

ครูคับผมลาออกขอย้ายโรงเรียนแบบด่วนๆคับ

Jamnong profil fotoğrafı
Jamnong3 gün önce

ปัญญาอ่อน ครูแบบนี้ไม่ควรได้รับโอกาสให้มาเป็นครู....หรือถ้าจะเอาฮาก็ควรให้มีสาระหน่อย ....

Dany F profil fotoğrafı
Dany F3 gün önce

@Grok march แปลเป็นไทยว่าอะไร

วรพล. ฟ้าประทาน profil fotoğrafı
วรพล. ฟ้าประทาน3 gün önce

เอาตามจริงน่ะครูจบนอกมาหรือไม่หรือจบในไทย มันมี2ระดับคือเรียนเพื่อรู้ติดต่อสื่อสารได้กับเรียนเพื่อทำเอกสารราชการระหว่างประเทศคือสอนแบบใดก่อน เพราะต่างชาติเพื่อนผมไปเรียนระดับหน่วยงานหลักของเขาเลยก้อไม่เห็นเรื่องมากแบบครูคนนร้แถมเผลอไผิดหนักกว่าเราอีก

♡ profil fotoğrafı
3 gün önce

ครูต้องการอะไรจากการทำแบบนี้วะ เราว่าออกได้ แต่โจทย์ต้องมีทั้งแบบ ที่ขึ้นต้นด้วยตัวเล็กตัวใหญ่ เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่ามันมีความแตกต่าง

Shiro profil fotoğrafı
Shiro4 gün önce

google เป็น verb (กริยา) แปลว่า ค้นหาอะไรอะไรในอินเตอร์เน็ตโดยใช้กูเกิลครับ

Night profil fotoğrafı
Night4 gün önce

ต้องถามว่าก่อนตั้งคำถามครูสอนหรือยัง...

Rapancel profil fotoğrafı
Rapancel3 gün önce

แล้วสอนแบบใดเด็กถึงได้ผิดทุกข้ออะคะ

Caitoon profil fotoğrafı
Caitoon3 gün önce

ตอนเรียน ABCD เขาก็สอนนี่นา พิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ ใช้ในกรณีไหน คนเคยเรียนเก็ทหมดแหละ แต่ผิดที่ข้อสอบใช้พิมพ์เล็กทุกข้อ คนทำสอบเลยไม่ได้เอะใจ

Benzer Videolar

[ มติเสียงข้างมาก กกต. ขัดหลักการ-หลักกฎหมาย เพราะจงใจมองไม่เห็น “ช้าง 3 ตัว” ในคดีโกง สว. : (1) ความเป็น “ขบวนการ” | (2) ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย | (3) มาตรฐาน กกต. เองในอดีต ] . วันนี้ ผมได้ร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2567 & 2568 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) . ภารกิจสำคัญที่สุดของ กกต. ในปี 2567 คงหนีไม่พ้นการจัดการเลือก สว. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม . แต่ท่ามกลางหลักฐานมหาศาลเกี่ยวกับการโกง สว. เราเพิ่งได้ทราบถึงข้อสรุปในชั้น กกต. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า กกต. มีมติเสียงข้างมาก ว่ามหากาพย์การโกงครั้งนี้ มีคนที่ กกต. เชื่อว่าเกี่ยวข้อง และสั่งฟ้องไปที่ศาลทั้งหมด เพียงแค่ 77 คน ซึ่ง: - น้อยกว่าความเห็นของ คณะไต่สวนชุดที่ 26 (ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 229 คน) และความเห็นของเลขาธิการ (ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 140-200 คน) - มี สว. เพียง 26 คน และมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย (รัฐมนตรี / สส. / กรรมการบริหารพรรค) เพียง 1 คน . ผมเห็นว่า มติดังกล่าว ขัดกับหลักการ-หลักกฎหมาย-หลักฐาน จนเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. เพราะเป็นมติที่ ทำเป็นมองไม่เห็น “ช้าง 3 ตัว” ที่อยู่ในการโกง สว. . . [ ช้าง 1 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. ] . ความผิดปกติเกี่ยวกับมติ กกต. ที่ชัดที่สุด คือการพยายามตีกรอบ และ บีบให้เรามองเหตุการณ์ต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการโกง สว. แยกขาดจากกัน เสมือนกับเป็นเหตุการณ์และกลุ่มบุคคล ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่บังเอิญ “ต่างคนต่างโกง” ในห้วงเวลาและรูปแบบเดียวกัน . กรอบดังกล่าวมัน ขัดกับหลักฐานทั้งหมด ที่ชี้ว่าการโกง สว. ครั้งนี้ เขาทำกันเป็น “ขบวนการ” . ผมขอยก 4 ตัวอย่าง: 1. โพยใบสั่ง . โพยใบสั่ง เป็นเครื่องมือที่ขบวนการโกง สว. เขาใช้ในการกำกับการลงคะแนน ซึ่งพอเราไปดูโพยทั้ง 12 แบบ (versions) ที่มีตัวเลขเหลื่อมๆกัน เราจะค้นพบว่าจำนวน สว. ที่มีหมายเลขปรากฎอยู่ในโพย มีทั้งหมด 130+ คน ซึ่ง รวมถึงทั้ง 26 สว. ที่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง . ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกัน ว่าเหตุผลที่ 130+ คน นี้ไปปรากฎอยู่ในโพยเดียวกัน ก็เพราะพวกเขาเป็น “ขบวนการ” เดียวกัน . แต่ กกต. เสียงข้างมาก กลับไม่มองแบบนั้น: - กกต. สั่งฟ้อง สว. 26 คน ที่ไปปรากฎอยู่บนโพย เพราะ กกต. เห็นว่าพวกเขาได้กระทำการทุจริต (เช่น ซื้อเสียง ข่มขู่ หรือ หลอกลวง ผู้สมัครคนอื่น) ให้มาเลือกตามโพย - แต่ กกต. กลับมองว่า สว. อีก 110+ คน ที่ไปปรากฎอยู่บนโพย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ สว. 26 คน และไม่ได้ทำอะไรที่ไม่สุจริต แต่แค่บังเอิญไปอยู่บนโพยเดียวกัน . 2. สถิติการลงคะแนน . ผลการเลือก สว. เป็นสิ่งยืนยันว่ามีการแลกคะแนนอย่างเป็นระบบ หรืออย่างเป็นขบวนการ . หากเราเชื่อตาม กกต. เสียงข้างมาก การโกง สว. ไม่ได้ทำกันเป็นขบวนการ โดยมีเพียงแค่ สว. 26 คน ที่ต่างคนต่างโกง, สิ่งที่เราต้องเห็นคือการกระจายตัวของคะแนนในแต่ละกลุ่มที่ไม่เหมือนกัน (เช่น บางกลุ่ม อาจจะมีคะแนนสูสีกันทั้ง 10 คน / บางกลุ่ม อาจจะมี 2 คนแรก ที่คะแนนทิ้งห่างคนอื่น) . แต่สิ่งที่เรากลับเห็น คือการกระจายตัวของคะแนนที่เหมือนกันเป๊ะๆใน 19 จาก 20 กลุ่ม (โดยจะมีผู้สมัคร สว. 6 อันดับแรก ที่ทิ้งห่างเพื่อนๆ ก่อนที่คะแนนจะลดลงมาอย่างชัดเจน สำหรับ อันดับที่ 7 เป็นต้นไป) . 3. ศูนย์ทำโพย . หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ กกต. ใช้ในการสั่งฟ้อง สว. 26 คน คือการไปปรากฎตัวและร่วมกิจกรรม ที่ศูนย์ทำโพย 1-2 วันก่อนการเลือก สว. - เช่น 5 คน ไปทำโพยที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ (อยุธยา) - เช่น 5 คน ไปทำโพยที่โรงแรมธารา แกรนด์ (ปทุมธานี) - เช่น 3 คน ไปทำโพยที่โรงแรมวังยาว ริเวอร์ไซด์ (นครนายก) . สิ่งที่ กกต. เสียงข้างมาก กำลังบอกเรา คือ เหตุการณ์ที่ศูนย์ทำโพยเหล่านี้ เป็นเหตุการณ์ที่แยกขาดจากกันและไม่เกี่ยวข้องกันเลย . ซึ่งมุมมองแบบนี้ สวนทางกับข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่า ศูนย์ทำโพยเหล่านี้ เป็นกิจกรรมของ “ขบวนการ” เดียวกัน เพราะ - มีการรวมตัวกันของ สว. มากกว่าแค่ 26 คน ที่ กกต. สั่งฟ้อง - มีรูปแบบกิจกรรมและขั้นตอนในการทำโพย ที่เหมือนกัน - (บางศูนย์) แชร์แม้กระทั่งวิทยากรคนเดียวกัน ที่เวียนไปบรรยายหลายแห่ง . 4. การปฐมนิเทศ หลังได้รับเลือก . หากเราชื่อ กกต. เสียงข้างมาก ว่า สว. 26 คน ต่างคนต่างโกง โดยไม่ได้เป็น “ขบวนการ” เดียวกัน: เมื่อได้รับเลือกแล้ว สว. เหล่านี้ ก็คงไม่มีเหตุจำเป็นต้องมาทำอะไรร่วมกันในทันที . แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะในวันที่ 21 ก.ค. 2567 (ไม่กี่วันหลังจากการถูกรับรองเป็น สว. และแค่ 2 วันก่อนการเริ่มปฏิบัติหน้าที่) สว. หลายสิบคน กลับไปประชุม และเข้ารับการ “ปฐมนิเทศ” ร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน . เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่ได้รับการยืนยันโดยพยานบุคคลหลายคน แต่ยังสอดรับกับข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ที่เราได้รับ ที่มีการยืนยันว่ามี สว. อย่างน้อย 40 คน ที่อยู่ที่บริเวณโรงแรมพูลแมนจริงในวันดังกล่าว (โดยมี สว. ถึง 10 คน จาก 26 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง รวมอยู่ด้วย) . หาก สว. เหล่านี้ ไม่ได้ร่วมกันโกง หรืออยู่ใน “ขบวนการ” เดียวกัน ตั้งแต่ตอนเลือก แล้วอะไรไปทำให้ สว. เหล่านี้ ต้องไปรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ และรู้จักกันในฐานะ สว. . . ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ผมที่เห็น - ทางอัยการเอง ก็เคยตีกลับสำนวนที่ DSI เสนอให้สั่งฟ้องแค่ 8 คน โดยระบุชัดว่า 8 คนดังกล่าว “เป็นเเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการ” ที่หน่วยงานจะ “ตัดทอน แบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหาได้ไม่” . ความพยายามของ กกต. ในการปฏิเสธว่าการโกง สว. ไม่ได้กระทำกันเป็น “ขบวนการ” ก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า หากมีการวางระเบิดหรือวางเพลิงพร้อมกัน 20 จุด ทั่ว กทม. กกต.กำลังจะบอกว่า - ให้เราพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกจากกัน และให้ดูเฉพาะว่ามีใครบ้างที่มีหลักฐานว่าขับรถไปวางระเบิดที่แต่ละจุด - โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 20 จุดมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และไม่ต้องสนใจว่าใครหรือองค์กรใดเป็นผู้วางแผน หรือ บงการ “ขบวนการ” ดังกล่าว . . [ ช้าง 2 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = ความเชื่อมโยงกับ “พรรคภูมิใจไทย” ] . แม้มติเสียงข้างมากของ กกต. ไม่สั่งฟ้อง แกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่หลักฐานจำนวนมาก กลับชี้ไปที่พรรคภูมิใจไทย . 1. แม้ กกต. ไม่สั่งฟ้องรัฐมนตรีหรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว แต่ 77 คน ที่ กกต. สั่งฟ้อง ก็เต็มไปด้วยคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย . ตัวอย่าง: - อดีต รองประธานสภา จากพรรคภูมิใจไทย (นครพนม) - สส. จากจากพรรคภูมิใจไทย (สุโขทัย) - อดีตผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย (ภูเก็ต) - พ่อของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย - นายก อบจ. ที่เคยร่วมหาเสียงกับพรรคภูมิใจไทย - ผู้ช่วย สส. ของ สส. จากพรรคภูมิใจไทย - เจ้าหน้าที่ธุรการในต่างจังหวัด ของพรรคภูมิใจไทย . 2. แม้ กกต. เสียงข้างมาก จะปัดตกคำให้การครั้งแรก ของพยานรหัส 16/26 เอกราช ช่างเหลา (ซึ่งความจริงแล้ว ก็ควรจะต้องวิเคราะห์ว่าสาระในคำให้การครั้งไหน สอดรับกับหลักฐานอื่นหรือไม่) แต่หลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำให้การของ เอกราช ช่างเหลา แต่ยังรวมถึงหลักฐานอื่น (เช่น ประวัติการโทรศัพท์) ซึ่งประธาน กกต. ยืนยันเองว่ามีหลักฐานประเภทดังกล่าวอยู่จริง . ตัวอย่าง: ประวัติการโทร ของบุคคลที่ ชื่อ “รัตนา บ่อถ้ำ” (ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. ชลัฐ รัชกิจประการ (กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย) และคาดว่ายังเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของพรรคภูมิใจไทย) . สิ่งที่น่าสงสัย คือหากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้องอะไรกับขบวนการโกง สว. แล้วเหตุใดเราจึงได้รับข้อมูลว่า รัตนา บ่อถ้ำ ได้มีการโทรคุยกับ สว. อย่างน้อย 19 คน รวมกันอย่างน้อย 62 ครั้ง ในห้วงเวลา 80 วัน (21 มิ.ย. 67 - 9 ก.ย. 67) ซึ่งคาบเกี่ยวกับ การเลือก สว. ระดับประเทศ / การปฐมนิเทศที่โรงแรมพูลแมน / และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. (โดยในบรรดา สว. 19 คน มี 6 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง รวมอยู่ด้วย) . แม้เพียงแค่ประวัติการโทรอย่างเดียวยังอาจสรุปไม่ได้ ว่าบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือไม่ แต่หาก กกต. ต้องการให้เราเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้อง กกต., ต้องตอบให้ได้ว่า แล้วทำไม ทีมงานของผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย หรือ เจ้าหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทย ถึงต้องโทรหา สว. เยอะขนาดนี้ และโทรคุยกันเรื่องอะไร? . ผมเข้าใจดีว่า พรรคภูมิใจไทย มักอ้างว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะหัวหน้าพรรคเคยออกประกาศ 30 เม.ย. 2567 กำชับไม่ให้ลูกพรรค ไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. . แต่พอวันนี้มันชัดเจนแล้ว ว่ามีคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคจำนวนไม่น้อยที่ไปพัวพันกับการโกง สว. ถึงขั้นที่แม้กระทั้่ง กกต. ก็สั่งฟ้อง, มันจึงมีความเป็นไปได้แค่ 2 ทาง คือ: - 1. นายกฯ อนุทิน (ในฐานหัวหน้าพรรค) ทำงานไม่ได้เรื่องในการกำชับไม่ให้สมาชิกไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. - 2. นายกฯ อนุทิน (ในฐานหัวหน้าพรรค) รู้เห็นหรือร่วมกันโกง สว. แต่ถูกปกป้องโดย กกต. . . [ ช้าง 3 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = มาตรฐาน กกต. เองในอดีต ] . ผมเข้าใจดี ว่า กกต. อาจมีดุลพนิจที่แตกต่างจากผมได้ว่าเรื่องไหนควรสั่งฟ้องหรือยกคำร้อง แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนคาดหวังให้ กกต. ทำ คือการใช้มาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคดี . เมื่อปีก่อน: กกต. เคยสั่งฟ้องคดีที่มีหลักฐานเป็นเพียงแชต LINE ระหว่างผู้สมัคร 2 คน ที่จับคู่-แลกคะแนนกัน . แต่ปีนี้: กกต. กลับไม่สั่งฟ้อง สว. ทั้ง 130+ คนที่อยู่ในโพยใบสั่ง ทั้งๆที่โพยดังกล่าวและผลการลงคะแนนที่สอดคล้องกัน เป็นหลักฐานของการ “แลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ” เสียยิ่งกว่าการจับคู่-แลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร 2 คน . มติดังกล่าว จึงขัดแย้งกับทั้งข้อเสนอของ คณะที่ 26 และความเห็นของเลขาธิการฯ และยังเป็นการกระทำที่ขัดกับมาตรฐานของตนเองในอดีตอย่างชัดเจน . . . หลังจากนี้ ผมเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ต้องทำเป็นขั้นต่ำ คือลุกขึ้นมายืนยัน 4 เรื่อง: . 1. เปิดเผยมติทั้งหมดสำหรับทุกข้อกล่าวหา รวมถึงรายละเอียดว่าผลการคะแนนเป็นอย่างไร / กกต. คนไหนลงคะแนนอย่างไร / กกต. คนไหนมีความเห็นอย่างไร . 2. ส่งสำนวนทั้งหมดของ กกต. (คณะไต่สวนชุดที่ 26 / ความเห็นเลขาฯ / คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36) ไปที่ศาลฎีกา . 3. เดินหน้าสืบสวน หลักฐานการโกง สว. ที่ได้ปรากฎแล้วต่อสาธารณะ แต่อยู่นอกสำนวนในคดีที่ กกต. เพิ่งลงมติไป (เช่น คลิปเหตุการณ์ที่โรงแรม B2 รังสิต?) . 4. (หากกระบวนการของศาลในการไต่สวน 77 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง นำไปสู่การปรากฏหลักฐานใหม่ที่เชื่อมโยงกับบุคคลอื่นนอกจาก 77 คน) เดินหน้ารื้อฟื้นการสืบสวนและสั่งฟ้องบุคคลดังกล่าวเพิ่มเติมจาก 77 คน . . โดยสรุป มติของ กกต. เป็นมติที่จงใจทำเป็นมองไม่เห็น 3 ช้างตัว: - 1. ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. - 2. ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย - 3. มาตรฐานของ กกต. เองในอดีต . ความจริง จะเหมารวม กกต. ทั้ง 7 คน ก็คงจะไม่ได้ เพราะ เมื่อวาน กกต. สิทธิโชติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่เป็นการยืนยันว่าท่านเองก็เห็นช้าง 3 ตัวเดียวกันกับผม . และสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเราเจาะลึก มติของ กกต. โดยเฉพาะการไม่ให้สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คน (เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล) ที่ กกต. มีมติ 5-2: . เราจะเห็นว่า หากเราตัด 4 กกต. จาก สว. สีน้ำเงิน (ซึ่งมีสถานะที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์) ออกไป, เสียงข้างมากของ 3 กกต. ที่เหลือ กลับเห็นด้วยกับการสั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คนดังกล่าว . ดังนั้น เหตุผลเดียวที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คนดังกล่าว ยังไม่ต้องขึ้นศาลฎีกาในคดีโกง สว. ในวันนี้ เป็นเพราะ กกต. 4 คน จาก สว. สีน้ำเงิน ตัดสินใจใช้ดุลพินิจของตนเอง ในทางที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา ที่ทำให้พวกเขาได้มาเป็น กกต. ทุกวันนี้ . ดังนั้น หาก กกต. ยังคงใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพื่อต่างตอบแทนกันทางการเมือง แทนที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักการ ผมได้แต่กังวลใจแทนเจ้าหน้าที่ กกต. ว่าพอท่านกลับมารายงานต่อสภาในปีหน้า ความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อ “ความเป็นอิสระ” หรือความ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” ขององค์กรท่านจะเหลือสักเท่าไหร่

Parit Wacharasindhu (Itim)

24,482 görüntüleme • 2 gün önce