Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

ความแตกต่างทางคัลเจอร์ของจริง พึ่งรู้ว่าแม่สามีฝรั่งเขาไม่ชอบที่เราล้างจานให้เพราะมันหมายความว่าเรามองเขาดูแลตัวเองไม่ได้ ส่วนฝั่งเอเชียถ้าเราทำงานบ้านล้างจานนู้นนี่จะถูกมองว่าเป็นลูกสะใภ้ที่ดี

5,194,623 views • 1 year ago •via X (Twitter)

5 Comments

Jin 🐳's profile picture
Jin 🐳1 year ago

แต่ใดๆคือกุจะชอบมากที่ไม่ต้องทำอะไรเลย5555555

N̐a̐h̐m̐𖡼.𖤣𖥧𖡼.𖤣𖥧's profile picture
N̐a̐h̐m̐𖡼.𖤣𖥧𖡼.𖤣𖥧1 year ago

อาจจะเป็นฝั่งยุโรปมั้งคะ เราอยู่เมกา เวลารวมญาติ ขอบคุณพระเจ้า คริสต์มาส หรือใดๆ ที่บ้านพ่อแม่สามีเรา ลูกหลานจะกุลีกุจอช่วยเก็บล้าง และแม่สามีเราก็ขอบอกขอบใจตลอด

โบ้เอง's profile picture
โบ้เอง1 year ago

แม่แฟนเราเป็นคนฝรั่งเศส แต่ชีมาหาที่บ้านทีไร ชีต้องหาทำความสะอาดสักอย่างให้ได้ จนทีหลังชีจะมานี่บ้านเก็บเนี้ยบเลย ไม่ชอบให้ใครมาตามเช็ดตามล้างให้เหมือนกัน 😂😂😂😂

บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching ❤️ Thai Dating's profile picture
บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching ❤️ Thai Dating1 year ago

ของทางแอดมินแม่สื่อ คุณแม่ชอบนะคะ ยินดีที่เราช่วย แต่เขาจะไม่อยากให้ยึดเป็นหน้าที่ของเรา ใดๆ ที่ช่วยคือแค่เอาจาน ชาม แก้ว ใส่เครื่องล้างจาน ไม่ก็หากเครื่องล้างเสร็จ ก็แค่เปิดมาเช็ดแห้ง เก็บใส่ตู้ให้ ที่บ้านส่วนใหญ่ มีเครื่องล้างจานช่วยได้เยอะมากก

Daughters of Persia's profile picture
Daughters of Persia1 year ago

While the regime's elites send their daughters to study and live freely in the U.S. and Europe, our daughters in Iran are jailed for showing their hair. We will NOT stay silent while our sisters are caged for demanding their basic rights! #FreeIran #WomanLifeFreedom #EndTheRegime

Related Videos

เกาหลีเคยมีโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนนรก ครูข่มขืนฆ่านรหมกป่าแต่ไม่มีใครรู้ เพราะนรโรงเรียนนี้หูหนวกเป็นใบ้ พอผู้อำนวยการถูกจับ กลับติดคุกแค่ 10 เดือน เด็กโดนขังจนต้องขูดเศษผนังมากิน แต่อัยการไม่อยากทำคดีนี้ มองว่าคนใบ้สมองไม่รู้เรื่อง และไม่เห็นแสดง ‘เสียง’ เพื่อขัดขืน ในปี 1961 ที่เมืองควังจู มีการก่อตั้ง โรงเรียนควังจูอินฮวา โรงเรียนสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ผู้ที่พิการทางการให้ได้ใช้ชีวิตปกติ อยู่กับเพื่อนๆ ที่สื่อสารภาษามือด้วยกัน ฟังดูเหมือนสวรรค์น้อยๆ แต่ความจริงที่นี่คือนรกบนดิน โรงเรียนนี้เบื้องหลังคือธุรกิจครอบครัว เป็นมูลนิธิ ประธานมูลนิธิให้ลูกชายคนโตมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และให้ลูกชายคนรองเป็นฝ่ายบริหาร ให้ลูกชายอีกคนเป็นรองครูใหญ่ ให้ญาติมาช่วยทำ เวลาใครทำอะไรผิดเลยช่วยกันปกปิด เด็กถูกครูมองว่าไม่ใช่คน เพราะพิการ หลายครอบครัวส่งลูกมากินนอนที่โรงเรียนนี้ หลายคนเป็นเด็กกำพร้า อีกหลายคนมีอาการพิการอย่างอื่นด้วย เดินไม่ได้ เด็กๆ ตกอยู่ใต้อำนาจผู้ใหญ่ใจร้าย ครูที่นี่ไม่ได้มีความสงสารเห็นใจเด็ก ดูถูก ทุบตีนักเรียน ตัดผมเด็ก บูลลี่ ล้อเลียนความพิการ เด็กถูกทำร้ายจิตใจไม่เว้นแต่ละวัน ครูเลือกเด็กแล้วจับรุมโทรม ข่มขืนจากรุ่นสู่รุ่น จับทำสิ่งวิปริตตามอำเภอใจ เช่น สั่งให้เด็กแก้ผ้าเพื่อเป็นแบบวาดรูป จับเด็กขังให้หิวจนเด็กต้องขูดเอาสีบนผนังมากิน จับแกล้งทรมาน เด็กโดนมัดติดกับเครื่องทำความร้อนในห้องน้ำ ให้อดอาหาร ลงโทษด้วยการจับจูบ ให้ดูหนังโป๊ ให้เด็กด้วยกันทำร้าย บางคนถูกฆ่าหมกป่า คนภายนอกไม่รู้เรื่องก็เอาเงินมาช่วยบริจาค ไม่รู้เลยว่าเงินเข้ากระเป๋าผู้อำนวยการและญาติ มีการคาดการณ์ว่าเงินอุดหนุนและบริจาคปีเดียวมีมากถึงสองพันล้านวอน (สี่สิบล้านบาท) แต่สภาพโรงเรียนไม่มีการพัฒนา เพราะเงินถูกเอาไปใช้ส่วนตัวหมด เด็กอยู่ในสภาพจำยอม หนีไม่ได้ หลายคนไม่มีบ้านให้กลับ พ่อแม่ลำบากเป็นผู้พิการเหมือนกัน ฟ้องใครก็ไม่ได้เพราะพวกเดียวกันหมด เด็กโดนครูบังคับให้ยกโทษให้คนที่ข่มขืนตัวเอง บังคับให้เซ็นเอกสาร ครูที่จะช่วยเด็กโดนไล่ออก โดนอำนาจมืดรังควาน อะไรเหี้ยๆ มีที่นี่หมด ปี 2005 มีครูคนใหม่ ครูสังเกตเห็นว่า เด็กคนนึงเดินแปลกๆ ไปถามจนรู้ว่าเด็กโดนข่มขืน ครูเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแต่ถูกไล่ออก ครูพาเด็กไปศูนย์ช่วยเหลือ เป็นจุดเริ่มต้นแฉด้านมืด มีสื่อมาทำข่าว เหยื่อออกมาประท้วง พวกครูเลวเอาเอกสารที่เด็กโดนบังคับเซ็นว่าไม่ได้โดนทำร้ายมาอ้าง จับเด็กให้พลิกคำพูดว่าสร้างเรื่อง เด็กไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจทำงานช้า อัยการไม่สนใจทำคดี มองว่า ผู้พิการชอบสับสน ให้การกลับไปกลับมา คดีถูกยืดเยื้อจนกว่าจะสั่งฟ้องก็ผ่านไปหลายเดือน มีการบุกจับพวกครูและผู้อำนวยการ พวกครูโดนรอลงอาญาปล่อยมาอยู่อิสระ กลับไปสอนปกติ จะมีที่ลงโทษจริงจังหน่อยก็คือผู้อำนวยการที่ติดคุก 10 เดือน ติดน้อยมากเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น นักเขียนชื่อ กงจียอง อ่านข่าวเรื่องนี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจเขียนนิยายเรื่อง ‘เดอะ ครูซิเบิล’ หลังจากหนังสือตีพิมพ์ มีนักแสดงเกาหลี ‘กงยู’ ได้อ่านตอนเข้ากรมทหาร อ่านจบรู้สึกคับแค้นใจมาก เขารู้สึกต้องทำอะไรซักอย่าง ติดต่อนักเขียน ติดต่อผู้กำกับมาสร้างหนัง ติดต่อนายทุน ตอนแรกนายทุนไม่อยากสร้างเรื่องนี้ เพราะมันหดหู่ กลัวขายไม่ได้ ผู้กำกับที่ยอมมารับงานคือ ฮวังดงฮยอก ผู้กำกับสควิดเกม แล้วหนังของคดีนี้เลยเกิดขึ้น หนังนำแสดงโดยกงยู มีนักแสดงเด็กที่ฝึกภาษามือมาโดยเฉพาะ ผู้กำกับใช้เทคนิคการถ่ายทำแยกส่วน ไม่ให้เด็กถ่ายทำร่วมกับผู้ใหญ่ในฉากรุนแรง พอฉายในปี 2011 กลายเป็นปรากฏการณ์ คนดูทั้งประเทศ ประธานาธิบดีเกาหลียังไปดู จุดกระแสให้คนเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดี และมีพยานลับคือ คนขับรถโรงเรียน ที่ทำงานในโรงเรียนมา 20 ปี เขียนบันทึกทุกอย่างไว้ คนดูหนังจบก็ร่วมลงชื่อเรียกร้อง สุดท้ายผู้อำนวยการเลยติดคุกเพิ่มเป็น 12 ปี และโรงเรียนก็ถูกสั่งปิดในปีที่หนังออกฉายปีเดียวกัน ภายหลังมีการผ่านร่างกฎหมายโทกานี ยกเลิกอายุความสำหรับคดีอาชญากรรมทางเพศผู้พิการ (เท่ากับผ่านไปกี่ปีก็นำตัวคนร้ายมาลงโทษได้) ให้การเอาผิดคนร้ายล่วงละเมิดผู้พิการ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเหยื่ออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่มีการอ้างว่าเหยื่อส่งเสียงมั้ย ขยับตัวมั้ย คนพิการโดนล่วงละเมิดก็คือโดนล่วงละเมิด หนังหรือหนังสือสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ กงยูให้สัมภาษณ์ว่า หลังอ่านหนังสือเรื่องนี้จบ เขายังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอรู้แล้ว เขาเลยถามตัวเองว่า ในฐานะนักแสดง เขาทำอะไรได้บ้าง เขาเลยตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่ามันจะเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เสียงของเขากลายเป็นเสียงที่เปล่งออกมาแทนเด็กๆ และเปลี่ยนโฉมกฎหมายเกาหลีที่มีต่อผู้พิการไปตลอดกาล สุขสันต์วันเกิดกงยู

L O L A

5,583,135 views • 8 days ago