Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

งานก่อต้องทำของก่อต้องยิบแอบอัดคลิป

21,454 просмотров • 3 лет назад •via X (Twitter)

Комментарии: 0

Нет доступных комментариев

Здесь появятся комментарии из оригинального поста

Похожие видео

ผู้หญิงอินเดียปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมา 37 ปี เพื่อปกป้องตัวเองและลูกสาว เคยเกือบโดนข่มขืน โดนจับเผาให้ตายตามผัว ตั้งแต่นั้นมาเลยโกนหัวแต่งตัวเป็นผู้ชาย บอกว่าถ้ารัฐจะให้เธอเป็นผู้หญิง ก็ช่วยมารับรองให้ด้วยว่าเธอจะไม่โดนผู้ชายข่มขืน เพชชีอัมมาล แต่งงานกับสามี ศิวะ ตอนตัวเธออายุ 20 แต่แต่งงานกันได้ 15 วัน สามีหัวใจวายเสียชีวิต และเธอยังพบว่าตัวเองท้อง สมัยนั้นผู้หญิงอินเดียที่เป็นแม่หม้าย มีชีวิตที่ยากลำบากมาก ตามหมู่บ้านห่างไกลในอินเดียจะเพ่งเล็งแม่เลี้ยงเดี่ยว มองว่ามีมลทินแล้ว มีพิธีนึงที่เรียกว่า ‘พิธีสตี’ เป็นพิธีให้ผู้หญิงที่เป็นแม่หม้าย โดดเข้ากองไฟตายตามผัว เป็นพิธีบูชายัญผู้หญิง คำว่า สตี ความหมายคือ ภรรยาผู้ภักดี ผู้หญิงพอผัวตายจะโดนสังคมกดดันให้ตายตาม แม้ว่าจะมีกฎหมายแบนพิธีกรรมนี้ แต่กฎหมู่ของสังคมตามหมู่บ้านห่างไกลก็ยังทำกันอยู่ ด้วยความที่เป็นแม่หม้ายแถมมีลูกสาว เพชชีอัมมาล เลยพยายามหาเลี้ยงลูกเอง ในสังคมที่เหยียดแม่หม้าย ไม่ให้โอกาส กีดกัน จ้องจับผิด จนเธอไปได้งานทำในโรงงานถ่านหินซึ่งเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำกัน โรงงานพอรู้ว่าเธอมีลูกเป็นแม่หม้ายก็คุกคามสารพัด โดนเลือกปฏิบัติ วันนึงตอนเธอเดินไปทำงานกะดึก มีคนขับรถบรรทุกขับรถผ่านมา จะฉุดเธอไปข่มขืน แต่โชคดีเธอหนีเอาชีวิตรอดมาได้ เช้าวันต่อมา เพชชีอัมมาลไปวัดเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้หญิง พอออกมาจากวัดเพชชีอัมมาลก็ตายจากไปแล้ว เธอเกิดใหม่เป็น ‘มุตตู’ ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตและโธตี (ผ้าเตี่ยวผู้ชายอินเดียใส่เป็นกางเกง) จากนั้นก็พาลูกสาวย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนตัวตนใหม่ ไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหาร รับจ้างทาสี ขยัน ทำอาหารอร่อย จนมีผู้หญิงมาแอบชอบหลายคน มองว่าเธอเป็นสุภาพบุรุษ แต่เพราะมุตตูเป็นเพียงเสื้อเกราะของเพชชีอัมมาล เธอเลยไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน มีผู้หญิงหลายคนมาขอสักชื่อพวกเธอลงบนแขนมุตตู แต่มุตตูอ้างว่า มีคู่หมั้นรออยู่แล้ว ทั้งที่จริงเธอไม่ได้ชอบผู้หญิง “สำหรับฉัน ฉันสวมใส่มุตตูเพื่อป้องกันตัว ครั้งนึงฉันขึ้นรถประจำทางตอนกลางคืน มีผู้ชายอยู่หลายคน ฉันเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ขอไม้ขีดจากผู้ชายข้างๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าสมมติฉันใส่ส่าหรีเป็นผู้หญิง เหตุการณ์มันคงแตกต่างจากนี้” มุตตูเป็นผู้ชายในสายตาคนอื่น แม้แต่ลูกสาวยังไม่รู้จนอายุ 7 ขวบ คนจะเรียกมุตตูว่า มาสเตอร์ เป็นการให้เกียรติ เนื่องจากมุตตูเป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างในชุมชน ความท้าทายอย่างหนึ่งของมุตตูคือประจำเดือน เธอต้องระวังตัวตลอด กินยาเพื่อให้ทำงานต่อได้ดูปกติ เธอหมดประจำเดือนเร็วตอนอายุประมาณ 40 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปเธอบอกว่า ในเมื่อตัดสินใจเลือกเป็นมุตตูแล้ว ก็รู้สึกว่าต้องยอมรับทุกอย่างที่ตามมาให้ได้ เพราะทางเลือกอื่นอาจลำบากและเลวร้ายกว่านี้ เสื้อผ้าผู้ชายให้ความรู้สึกปลอดภัยในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสในฐานะผู้หญิง มุตตูกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ เลี้ยงลูกสาวจนโต ส่งตัวลูกสาวเข้าพิธีแต่งงาน จ่ายค่าสินสอดให้ลูก ดูแลเงินทอง กิจการ ทั้งหมดนี้ถ้าทำในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวแทบเป็นไปไม่ได้ พิธีแต่งงานของฮินดู มีพิธีกันยาดาน ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวส่งตัวลูกสาว สังคมมองว่าอัปมงคล เพราะเป็นแม่หม้าย เป็นสัญลักษณ์ความโชคร้าย แต่กลับกันถ้าเป็นพ่อ สังคมกลับมองว่าสมเกียรติ เป็นผู้นำครอบครัว ศนมุกะซุนดารี ลูกสาวของมุตตู เปิดร้านของชำอยู่ในหมู่บ้าน เล่าว่า แม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อหาเลี้ยงเธอ โดยไม่เคยขออะไรตอบแทน มุตตูออกมาเผยตัวตนเพราะเธอต้องยื่นเอกสารรับเงินบำนาญคนชรา แต่ตอนนี้เอกสารทุกอย่างลงชื่อว่า มุตตู เธอคือผู้ชายแล้ว มุตตูบอกว่า ถ้ารัฐอยากให้เธอเป็นผู้หญิงก็ต้องมารับรองความปลอดภัยให้เธอ พอนักข่าวถามว่า ไม่คิดถึงการเป็นผู้หญิงเหรอ? มุตตูก็ตอบว่า “ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและอยากอยู่แบบนี้ แต่สังคมรับประกันความปลอดภัยอะไรให้ฉันและลูกได้บ้าง ความปลอดภัยของฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็นหญิงหม้าย สมมติมีคนข่มขืนฉัน สังคมจะตัดสินอย่างยุติธรรมโดยไม่ทำลายฉันมั้ย แต่ช่างมันเถอะ ฉันมีความสุขแล้วที่ได้เป็นผู้ชาย” ผู้หญิงอินเดียคนนี้มีชีวิตรอดมาตลอด 37 ปี เพราะเลือกทางเดินใหม่ที่ไม่ยอมถูกกำหนดโดยสังคมให้ตัวเอง มุตตูตกลงปลงใจแล้วว่า ถึงตายไปแล้วก็จะใส่ให้ลูกสาวใส่ชุดผู้ชายให้ ชาตินี้จะไม่ใส่ส่าหรีอีกแล้ว

L O L A

4,445,106 просмотров • 2 дней назад

“ถ้าไฟดับลง ฉันคงต้องตาย” ผู้หญิงเกาหลีโดนผู้ชายทำร้ายมา 5 ปี แจ้งตำรวจมา 31 ครั้ง ไม่มีใครช่วย ตำรวจบอกเป็นเรื่องผัวเมีย ผู้หญิงหนีไปไหนไม่ได้ เลยเผาบ้านที่มีผู้ชายนอนอยู่ในนั้น แต่ดันโดนศาลตัดสินให้ติดคุก 12 ปี เพราะศาลมองว่าผู้หญิงวางแผนฆ่าผู้ชาย ไม่ได้ทำเพื่อป้องกันตัว ในปี 2019 เมืองกุนซาน มีผู้หญิงชื่อว่า คิมฮีวอน เริ่มคบกับผู้ชายชื่อ อีมูยอง ตอนเริ่มคบกันผชนิสัยดีมาก เป็นสุภาพบุรุษ คุณคิมโตมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อชอบใช้กำลัง แม่ทิ้งครอบครัวไป โตมาขาดที่พึ่งทางใจ คุณคิมเลยวาดฝันจะมีความรักที่ดีเหมือนคนอื่นบ้าง แต่พอคบกับนายอีไปได้สักพัก นิสัยที่แท้จริงของนายอีก็เริ่มออก นายอีชอบควบคุมบงการชีวิตเธอ ห้ามไม่ให้ใส่กระโปรงหรือแต่งตัวสวยๆ ห้ามไม่ให้ไปไหน ห้ามคลาดสายตา ลงไม้ลงมือ ซ้อมคุณคิมเหมือนกระสอบทราย คุณคิมหนีกลับไปอยู่กับพ่อ แต่พ่อก็ปล่อยให้นายอีมารับตัวเธอกลับ เพราะนายอีตอแหลเก่ง กลับไปก็ซ้อมคุณคิมซ้ำ นายอีไม่เคยทำร้ายคุณคิมต่อหน้าคนอื่น ทำตอนอยู่บ้าน นายอีถนัดขวา ต่อยหน้าคุณคิมเต็มแรงจนซีกหน้าข้างนึงพัง จนตาบอดกระดูกแตก เข้าห้องไอซียู ปี 2023 นายอีถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกาย ติดคุก 1 ปี นายอีโกรธที่คุณคิมจะหนี เลยบีบคอ ชกหน้า 10 ครั้ง เอามีดมาจ่อ เอาบุหรี่จี้ร่าง คุณคิมนึกว่ารอดตาย แต่พอนายอีออกจากคุกมาก็ตามล่าคุณคิม ขู่ให้มาหาไม่งั้นจะไปทำร้ายคนในครอบครัว บอกว่ามาเจอกันหน่อยจะขอโทษ คุณคิมไม่มีทางเลือก ไปหา พอไปถึงก็โดนขังไว้ในบ้าน “ช่วยด้วย ได้โปรดรีบมาช่วยฉันทีค่ะ” ที่ผ่านมา 5 ปี คุณคิมแจ้งตำรวจไปอย่างน้อย 31 ครั้ง บางเดือนแจ้ง 5 ครั้ง แต่ตำรวจมองว่าเรื่องของผัวเมีย ต้องรอให้โดนทำร้ายปางตายนายอีถึงโดนจับ แต่ก็ติดคุกแค่ 1 ปี แลกกับผญตาบอด กระดูกแตก ตอนแรกตำรวจก็ให้สมาร์ทวอชสำหรับป้องกันตัวมา มีสายตรวจมาดู แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร พอแจ้งหลายครั้งมากเข้า ตำรวจรำคาญ แจ้งอะไรนักหนา บางครั้งโทรไปคุณคิมพูดไม่ได้ (โดนทำร้าย) ตำรวจเบลมเหยื่อว่า โดนตีแล้วกลับไปหาผชทำไม ไม่สนรายละเอียดว่า คุณคิมหนีไปไหนมันก็ตามล่า เอาคนในบ้านมาขู่ คุณคิมยากจนไม่มีที่อยู่ จิตใจร่างกายพัง จะให้ไปไหน แจ้งตำรวจก็ไม่สนใจ ไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีใครฟังเธอเลย วันที่ 8 พฤษภาคม 2023 คุณคิมที่โดนนายอีขังในบ้าน โดนทำร้ายชกจนคางฉีก เพราะแกคนเดียวฉันต้องไปติดคุก นายอีโมโหขีดสุด ยึดโทรศัพท์ ทุบตีอย่างบ้าคลั่ง คุณคิมที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายได้แต่คิดว่า มันจะมีวันจบมั้ยเรื่องทั้งหมดนี้ เธอสู้ไม่ได้ ได้แต่รอความตาย นายอีทุบตีจนพอใจก็กินเหล้าเมาหลับไป คุณคิมมองเห็นไฟแช็ก หยิบขึ้นมาจุดไฟบนผ้าห่ม นายอีไม่รู้สึกตัว คุณคิมเดินออกมา ยืนดูบ้านทั้งหลังที่มีนายอีโดนไฟคลอกตาย ไม่โทรแจ้งดับเพลิงใดๆ ทั้งสิ้น “แกเป็นผู้หญิงก็ต้องโดนตีสิ อย่างแกจะเอาอะไรมาหยุดฉัน” นายอีเคยพูดกับคุณคิม และตอนนี้คุณคิมหยุดนายอีไว้ได้แล้วตลอดกาล ไฟลุกหนักจนมีคนแจ้งตำรวจ ตำรวจมาถึงเจอคุณคิมที่บาดเจ็บ คุณคิมบอกตามตรงว่า ฉันนี่แหละจุดไฟ ถ้าไฟไม่ไหม้ฉันอาจตายไปแล้ว คุณคิมโดนจับในที่เกิดเหตุ ข้อหาวางเพลิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลไม่ได้มองว่าเป็นการป้องกันตัว มองว่านายอีหลับอยู่ ถ้าจะป้องกันก็มีวิธีอื่น เอาเรื่องที่คุณคิมโดนทำร้ายมาตีเป็นเรื่องความอาฆาตแค้น มองว่าคุณคิมมีเจตนาก่อเหตุ ตัดสินให้จำคุก 12 ปี ไม่ได้มองว่าทำลงไปเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งที่เพิ่งถูกทารุณกรรมมา แต่มีกลุ่มนักขับเคลื่อนสิทธิสตรีออกมาเรียกร้อง ศาลเลยยอมลดโทษเหลือ 10 ปี คนเกาหลีวิจารณ์ว่านี่มันเป็นการตัดสินที่ไม่ได้คิดถึงใจผู้หญิง แถมศาลไม่ได้เอาประวัติอาชญากรรมที่นายอีทำร้ายคุณคิมมาพิจารณา ที่คุณคิมแจ้งความไป 31 ครั้งก็ไม่ได้พิจารณา เอาแค่คดีล่าสุดที่นายอีติดคุก 1 ปี ทั้งที่มีบันทึกในรพ ว่าคุณคิมโดนทำร้ายหนักขนาดไหน กฎหมายเกาหลีมีสิ่งที่เรียกว่า การทำร้ายร่างกายร่วมกัน เช่น ผญโดนผชตี ถ้าผญสู้กลับ หรือแค่ยกมือปัดป้อง จะถูกมองว่าเป็นการทำร้ายร่างกายร่วม บ่อยครั้งที่ตำรวจไม่ได้สืบว่าใครเริ่มก่อน สุดท้ายก็จบที่ไม่เอาความทั้งสองฝ่าย บางทีผชก็จะพูดว่า ตีฉันกลับสิ เพราะรู้ว่าถ้าผญตีกลับ ตำรวจก็จะไม่รับแจ้งความ กฎหมายปัจจุบันเกาหลี ความรุนแรงในคู่รักเป็นความผิดที่ยอมความได้ ถ้าเหยื่อไม่ต้องการให้ลงโทษ ก็เอาผิดคนร้ายไม่ได้ เปิดช่องให้คนร้ายบีบให้เหยื่อถอนแจ้งความ แล้วเหยื่อก็โดนทำร้ายต่อ แต่ในอเมริกา กรณีแบบนี้ไม่ต้องสนความยินยอมของเหยื่อ มีการลงโทษสถานหนัก ขณะนี้คดีถือว่าสิ้นสุดแล้ว คุณคิมติดคุก 10 ปี แต่ล่าสุดมีคนเกาหลีออกมาประท้วง ให้อภัยโทษคุณคิม ประชาชน 9,158 คน ร่วมลงชื่อยื่นต่อทำเนียบปธน. ยืนประท้วงกันเมื่อวานที่โซล บอกว่าสิ่งที่คุณคิมทำลงไปมันไม่ใช่การฆาตกรรม แต่มันคือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของผู้หญิงเพื่อเอาชีวิตรอด
0:27

Sensitive content

“ถ้าไฟดับลง ฉันคงต้องตาย” ผู้หญิงเกาหลีโดนผู้ชายทำร้ายมา 5 ปี แจ้งตำรวจมา 31 ครั้ง ไม่มีใครช่วย ตำรวจบอกเป็นเรื่องผัวเมีย ผู้หญิงหนีไปไหนไม่ได้ เลยเผาบ้านที่มีผู้ชายนอนอยู่ในนั้น แต่ดันโดนศาลตัดสินให้ติดคุก 12 ปี เพราะศาลมองว่าผู้หญิงวางแผนฆ่าผู้ชาย ไม่ได้ทำเพื่อป้องกันตัว ในปี 2019 เมืองกุนซาน มีผู้หญิงชื่อว่า คิมฮีวอน เริ่มคบกับผู้ชายชื่อ อีมูยอง ตอนเริ่มคบกันผชนิสัยดีมาก เป็นสุภาพบุรุษ คุณคิมโตมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อชอบใช้กำลัง แม่ทิ้งครอบครัวไป โตมาขาดที่พึ่งทางใจ คุณคิมเลยวาดฝันจะมีความรักที่ดีเหมือนคนอื่นบ้าง แต่พอคบกับนายอีไปได้สักพัก นิสัยที่แท้จริงของนายอีก็เริ่มออก นายอีชอบควบคุมบงการชีวิตเธอ ห้ามไม่ให้ใส่กระโปรงหรือแต่งตัวสวยๆ ห้ามไม่ให้ไปไหน ห้ามคลาดสายตา ลงไม้ลงมือ ซ้อมคุณคิมเหมือนกระสอบทราย คุณคิมหนีกลับไปอยู่กับพ่อ แต่พ่อก็ปล่อยให้นายอีมารับตัวเธอกลับ เพราะนายอีตอแหลเก่ง กลับไปก็ซ้อมคุณคิมซ้ำ นายอีไม่เคยทำร้ายคุณคิมต่อหน้าคนอื่น ทำตอนอยู่บ้าน นายอีถนัดขวา ต่อยหน้าคุณคิมเต็มแรงจนซีกหน้าข้างนึงพัง จนตาบอดกระดูกแตก เข้าห้องไอซียู ปี 2023 นายอีถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกาย ติดคุก 1 ปี นายอีโกรธที่คุณคิมจะหนี เลยบีบคอ ชกหน้า 10 ครั้ง เอามีดมาจ่อ เอาบุหรี่จี้ร่าง คุณคิมนึกว่ารอดตาย แต่พอนายอีออกจากคุกมาก็ตามล่าคุณคิม ขู่ให้มาหาไม่งั้นจะไปทำร้ายคนในครอบครัว บอกว่ามาเจอกันหน่อยจะขอโทษ คุณคิมไม่มีทางเลือก ไปหา พอไปถึงก็โดนขังไว้ในบ้าน “ช่วยด้วย ได้โปรดรีบมาช่วยฉันทีค่ะ” ที่ผ่านมา 5 ปี คุณคิมแจ้งตำรวจไปอย่างน้อย 31 ครั้ง บางเดือนแจ้ง 5 ครั้ง แต่ตำรวจมองว่าเรื่องของผัวเมีย ต้องรอให้โดนทำร้ายปางตายนายอีถึงโดนจับ แต่ก็ติดคุกแค่ 1 ปี แลกกับผญตาบอด กระดูกแตก ตอนแรกตำรวจก็ให้สมาร์ทวอชสำหรับป้องกันตัวมา มีสายตรวจมาดู แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร พอแจ้งหลายครั้งมากเข้า ตำรวจรำคาญ แจ้งอะไรนักหนา บางครั้งโทรไปคุณคิมพูดไม่ได้ (โดนทำร้าย) ตำรวจเบลมเหยื่อว่า โดนตีแล้วกลับไปหาผชทำไม ไม่สนรายละเอียดว่า คุณคิมหนีไปไหนมันก็ตามล่า เอาคนในบ้านมาขู่ คุณคิมยากจนไม่มีที่อยู่ จิตใจร่างกายพัง จะให้ไปไหน แจ้งตำรวจก็ไม่สนใจ ไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีใครฟังเธอเลย วันที่ 8 พฤษภาคม 2023 คุณคิมที่โดนนายอีขังในบ้าน โดนทำร้ายชกจนคางฉีก เพราะแกคนเดียวฉันต้องไปติดคุก นายอีโมโหขีดสุด ยึดโทรศัพท์ ทุบตีอย่างบ้าคลั่ง คุณคิมที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายได้แต่คิดว่า มันจะมีวันจบมั้ยเรื่องทั้งหมดนี้ เธอสู้ไม่ได้ ได้แต่รอความตาย นายอีทุบตีจนพอใจก็กินเหล้าเมาหลับไป คุณคิมมองเห็นไฟแช็ก หยิบขึ้นมาจุดไฟบนผ้าห่ม นายอีไม่รู้สึกตัว คุณคิมเดินออกมา ยืนดูบ้านทั้งหลังที่มีนายอีโดนไฟคลอกตาย ไม่โทรแจ้งดับเพลิงใดๆ ทั้งสิ้น “แกเป็นผู้หญิงก็ต้องโดนตีสิ อย่างแกจะเอาอะไรมาหยุดฉัน” นายอีเคยพูดกับคุณคิม และตอนนี้คุณคิมหยุดนายอีไว้ได้แล้วตลอดกาล ไฟลุกหนักจนมีคนแจ้งตำรวจ ตำรวจมาถึงเจอคุณคิมที่บาดเจ็บ คุณคิมบอกตามตรงว่า ฉันนี่แหละจุดไฟ ถ้าไฟไม่ไหม้ฉันอาจตายไปแล้ว คุณคิมโดนจับในที่เกิดเหตุ ข้อหาวางเพลิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลไม่ได้มองว่าเป็นการป้องกันตัว มองว่านายอีหลับอยู่ ถ้าจะป้องกันก็มีวิธีอื่น เอาเรื่องที่คุณคิมโดนทำร้ายมาตีเป็นเรื่องความอาฆาตแค้น มองว่าคุณคิมมีเจตนาก่อเหตุ ตัดสินให้จำคุก 12 ปี ไม่ได้มองว่าทำลงไปเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งที่เพิ่งถูกทารุณกรรมมา แต่มีกลุ่มนักขับเคลื่อนสิทธิสตรีออกมาเรียกร้อง ศาลเลยยอมลดโทษเหลือ 10 ปี คนเกาหลีวิจารณ์ว่านี่มันเป็นการตัดสินที่ไม่ได้คิดถึงใจผู้หญิง แถมศาลไม่ได้เอาประวัติอาชญากรรมที่นายอีทำร้ายคุณคิมมาพิจารณา ที่คุณคิมแจ้งความไป 31 ครั้งก็ไม่ได้พิจารณา เอาแค่คดีล่าสุดที่นายอีติดคุก 1 ปี ทั้งที่มีบันทึกในรพ ว่าคุณคิมโดนทำร้ายหนักขนาดไหน กฎหมายเกาหลีมีสิ่งที่เรียกว่า การทำร้ายร่างกายร่วมกัน เช่น ผญโดนผชตี ถ้าผญสู้กลับ หรือแค่ยกมือปัดป้อง จะถูกมองว่าเป็นการทำร้ายร่างกายร่วม บ่อยครั้งที่ตำรวจไม่ได้สืบว่าใครเริ่มก่อน สุดท้ายก็จบที่ไม่เอาความทั้งสองฝ่าย บางทีผชก็จะพูดว่า ตีฉันกลับสิ เพราะรู้ว่าถ้าผญตีกลับ ตำรวจก็จะไม่รับแจ้งความ กฎหมายปัจจุบันเกาหลี ความรุนแรงในคู่รักเป็นความผิดที่ยอมความได้ ถ้าเหยื่อไม่ต้องการให้ลงโทษ ก็เอาผิดคนร้ายไม่ได้ เปิดช่องให้คนร้ายบีบให้เหยื่อถอนแจ้งความ แล้วเหยื่อก็โดนทำร้ายต่อ แต่ในอเมริกา กรณีแบบนี้ไม่ต้องสนความยินยอมของเหยื่อ มีการลงโทษสถานหนัก ขณะนี้คดีถือว่าสิ้นสุดแล้ว คุณคิมติดคุก 10 ปี แต่ล่าสุดมีคนเกาหลีออกมาประท้วง ให้อภัยโทษคุณคิม ประชาชน 9,158 คน ร่วมลงชื่อยื่นต่อทำเนียบปธน. ยืนประท้วงกันเมื่อวานที่โซล บอกว่าสิ่งที่คุณคิมทำลงไปมันไม่ใช่การฆาตกรรม แต่มันคือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของผู้หญิงเพื่อเอาชีวิตรอด

L O L A

145,626 просмотров • 1 день назад