Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

จุดแข็ง: รักเมียชั่วชีวิต จุดอ่อน: พอมีเมียแล้วชีวิตสั้น

70,916 просмотров • 6 дней назад •via X (Twitter)

Комментарии: 4

Фото профиля bluuu🛝
bluuu🛝6 дней назад

แล้วต้องเสียในอ้อมกอดเมียทุกคน ทรอม่ามาก

Фото профиля 𝐂𝐡𝐞𝐫𝐢𝐬𝐡 🍒˚₊·
𝐂𝐡𝐞𝐫𝐢𝐬𝐡 🍒˚₊·6 дней назад

ตายคาอกหญิงงามไง5555

Фото профиля 🌸嘉竹桃🦊田嘉瑞🐉
🌸嘉竹桃🦊田嘉瑞🐉6 дней назад

แย่มาก5555555

Фото профиля 𝐂𝐡𝐞𝐫𝐢𝐬𝐡 🍒˚₊·
𝐂𝐡𝐞𝐫𝐢𝐬𝐡 🍒˚₊·6 дней назад

อย่าล้อๆ เดี๋ยวทรอม่า555555

Похожие видео

จุดแข็ง จุดอ่อนของ หลิงหลิง คอง จาก ป้าแจ๋ว ป้าแจ๋ว : จุดแข็งเนี่ย จริงๆ แล้วพี่หลิงเป็นคนที่ฉลาด แล้วก็เข้าใจอะไรง่าย แต่พี่หลิงดันมีจุดอ่อนเรื่องภาษา จุดอ่อนของพี่หลิงมันเลยทำให้พี่หลิงไปช้ากว่าในการทำการแสดง พี่จ๋า : คือเข้าใจทุกอย่าง แต่มันเอาออกมา.. ป้าแจ๋ว : แสดงออกมายาก เพราะเวลาจะพูดมันก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองพูด บางทีเราต้องปรับภาษาให้ใหม่ เพื่อให้เข้าใจ หรือแบ่ง สิ่งที่สำคัญคือแบ่งวรรคตอนให้หลิง พี่จ๋า : ซึ่งภาษาไทยแบ่งวรรคตอนสำคัญมาก ป้าแจ๋ว : มาก เพราะว่าพอมีวรรคตอนปั๊ปหลิงจะเข้าใจสิ่งที่พูด จากตอนแรกหลิงพูดติดกันเป็นพรืด หลิงจะไม่เข้าใจอะไรเลย อันนี้คือข้อดีของหลิง ที่เวลาเรากำจัดข้อที่เป็นจุดอ่อนของหลิงไปแล้วเนี่ย มันจะชูตรงนี้ขึ้นมาชัดเจน หลายเรื่องที่คนบอกว่า พี่หลิงเล่นแข็ง หลิงไม่ได้เล่นแข็ง แต่หลิงไม่เข้าใจในสิ่งที่พูด อันนี้แหละมันคือปัญหาของเค้า #มั่วบ้านงานxหลิงออม #linglingkwong #หลิงหลิงคอง

Golden Army ชน์ 🦮🪽 LinglingKwong

27,819 просмотров • 2 месяцев назад

"Education Complex" ดีกว่าไหม? ผมตั้งใจสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น "ศูนย์กลางการศึกษา" หรือ Education Complex เป็นที่ตั้งของ "มหาวิทยาลัยระดับโลกในแผ่นดินไทย" ร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย ใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อปั้น "เด็กไทย" ให้เป็น "พลเมืองระดับโลก" ไปสร้าง "เศรษฐกิจใหม่" ที่สู้กันด้วย "มันสมอง" และเทคโนโลยี จะสร้างรายได้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน . ตัวอย่างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง คือ เมืองแคลร์มอนต์ (Claremont) รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำ 7 แห่ง คือ 1.Claremont Graduate University (CGU) เก่งด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการ ซึ่งมีคณะบริหาร Drucker School of Management ชื่อก้องโลก 2. Pomona College เก่งด้านด้านศิลปศาสตร์ 3. Claremont McKenna College เก่งด้านรัฐศาสตร์และด้านกิจการสาธารณะ 4. Harvey Mudd College เก่งด้านคณิตศาสตร์และด้านวิศวกรรมศาสตร์ 5. Scripps College เก่งด้านมนุษย์ศาสคร์ 6. Pitzer College เก่งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการยุติธรรม 7. Keck Graduate Institute (KGI) เก่งด้านชีวการแพทย์และเภสัชศาสตร์ . ทั้ง 7 มหาวิทยาลัยต่างมี "ปรัชญา" มีการบริหารอย่างเป็น "อิสระ" มีอธิการบดีของตนเอง แต่มา "ผนึกกำลัง" แชร์ทรัพยากร ทั้งห้องสมุด สนามกีฬา อาคารเรียน และหลักสูตร ร่วมกันได้ ทั้งคุ้มค่า และทั้งเสริม "จุดแข็ง" ซึ่งกันและกัน . ที่สำคัญ พิสูจน์ "คนเก่ง" ทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ . เมื่อ "เขาทำได้ ไทยก็ต้องทำได้" เช่นกัน อยู่ที่ "วิสัยทัศน์ทางการเมือง" ของผู้นำไทย . ความฝันของผมจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น อยู่ที่การสนับสนุนจากประชาชนคนไทย . ขอโอกาสให้ผม ได้ดูแลการศึกษาของลูกหลานไทย ให้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ ได้ไหมครับ . เรามาร่วมก้าวใหม่ไปด้วยกันนะครับ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ #การศึกษา #การศึกษาไทย #เด็กไทย #เอ้สุชัชวีร์ #EducationComplex

เอ้ สุชัชวีร์ AE SUCHATVEE

13,411 просмотров • 1 год назад

[ ภารกิจรัฐบาลประชาชน : การศึกษามีความหมาย | การศึกษามีความสุข | การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ] . ทักษะของคนไทยเรา กำลังเข้าสู่ขั้น “วิกฤต” . จากรายงานของธนาคารโลก: - 74% ขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน - จะเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินบนเว็บไซต์ ยังทำได้ไม่ค่อยคล่อง - 65% ขาดทักษะการอ่านจับใจความ - เมื่อเจอฉลากยาที่ซับซ้อน อาจไม่มั่นใจว่าต้องปฏิบัติอย่างไร . ปัญหานี้ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ - แทบทุกคนทุกพรรค เห็นตรงกัน ว่าการศึกษาไทยไปต่อแบบเดิมไม่ได้ . ที่ผ่านมา พวกเราทุกภาคส่วนเองก็ “ลงทุน” ไปไม่น้อยกับการศึกษา ไม่ว่าจะงบประมาณแผ่นดิน เงินที่ผู้ปกครองควักเอง เวลาเรียนของนักเรียน หรือเวลาทำงานของครู . แต่สำหรับพรรคประชาชน เรามองว่า ทางออกเรื่องการศึกษา ไม่ได้อยู่ที่การเติม “ปริมาณ” ทรัพยากรเข้าไปเรื่อยๆ แต่อยู่ที่การยกระดับ “ประสิทธิภาพ” ของระบบ ในการแปรทรัพยากรที่เราใส่เข้าไป ให้ออกมาเป็น “ผลลัพธ์” ที่เราต้องการ . ผลลัพธ์ที่พรรคประชาชนอยากเห็น คือ: A. การศึกษาที่มีความหมาย B. การศึกษาที่มีความสุข C. การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด . [ A. การศึกษามีความหมาย ] . พรรคประชาชนต้องการให้ เวลา 16,000+ ชั่วโมง ที่เด็กคนหนึ่งต้องใช้ในห้องเรียน ตลอด 15 ปี ถูกแปรออกมาเป็นทักษะ ที่ทำให้เขาใช้ชีวิตและมีอนาคตที่ดีได้ . 1. เดินหน้าจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ให้สำเร็จ - หลักสูตรใหม่ ต้องไม่เน้นการอัดฉีดเนื้อหา แต่เน้นพัฒนาสมรรถนะให้ทุกคน “คิดเป็น ทำได้ สื่อสารดี” - หลักสูตรใหม่ ต้องไม่แข็งตัวเกินไป แต่ต้องยืดหยุ่นเพียงพอ ให้สถานศึกษาปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ . 2. ทำให้ ครู มีทั้ง “เวลา” และ “ทักษะ” ในการดูแลพัฒนาการของนักเรียน - เราจะคืนเวลาให้ครู และคืนครูให้ห้องเรียน ผ่านการยกเลิกงานธุรการหรือโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ และเพิ่มงบในการจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ - เราจะกระจาย งบอบรมจากส่วนกลาง ไปให้ครู-โรงเรียน ร่วมกันกำหนดเองว่าจะใช้พัฒนาทักษะอะไร . 3. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการยกระดับการศึกษา ผ่านการสนับสนุนให้มี “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติ” - แพลตฟอร์มดังกล่าว จะต้องไม่เป็นเพียงคลังเนื้อหา ที่นักเรียนและครูเข้าถึง - แต่จะต้องมีการนำ AI มาช่วยการวิเคราะห์ จุดแข็ง-จุดอ่อนนักเรียน เพื่อปรับเส้นทางการเรียนรู้ ให้เหมาะกับความต้องการและความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน . [ B. การศึกษามีความสุข ] . 1. ทำให้ผู้ปกครอง “ไม่ทุกข์” กับการต้องกู้หนี้ยืนสิน เพื่อจ่ายเงินให้ลูกเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ - เราจะทำให้ประเทศเรา มีโรงเรียน ที่เรียนฟรีจริง 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ ผ่านการปรับสูตรจัดสรรงบและอัตราครูที่ไม่ใช้จำนวนนักเรียนเป็นปัจจัยหลักเพียงปัจจัยเดียว และผ่านการแก้ประกาศ ศธ. เพื่อห้ามโรงเรียนเก็บเงินเพิ่มสำหรับรายการที่เราเห็นว่าควรรวมอยู่ในสิทธิ “เรียนฟรี” (เช่น ค่าสอนคอม) . 2. ทำให้นักเรียน “มีความสุข” กับชีวิตในวัยเรียน ผ่านการดูแลสุขภาพกายและใจของผู้เรียน - เราจะดูแลสุขภาพกายของนักเรียน โดยเพิ่มงบอาหาร 50% เพื่อให้เด็กเราไม่ต้องอดอาหารเพราะไม่มีเงิน - เราจะดูแลสุขภาพใจของนักเรียน โดยเพิ่มงบในการจ้างนักจิตวิทยา ให้ประจำโรงเรียนได้มากขึ้น . 3. ทำให้ทุกคนในการศึกษาได้รับ “ความไว้วางใจ” ในการทำหน้าที่ - สถานศึกษา ควรมีอำนาจมากขึ้นในการจัดทำหลักสูตร - ตัดสินใจเรื่องงบ - คัดเลือกครู - ครู ควรมีโอกาสในการได้ร่วมประเมิน ผอ. - นักเรียน ควรมีส่วนร่วมในการออกแบบกฎระเบียบของสถานศึกษา . [ C. การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ] . เราเข้าใจดีว่าในโลกยุคนี้การเรียนรู้ต้องไม่จำกัดอยู่แค่ในรั้วของสถานศึกษา . สำหรับเด็กและเยาวชนในวัยเรียน: . 1. ออกแบบระบบการศึกษาที่ไร้รอยต่อระหว่างการเรียนรู้ในและนอกสถานศึกษา - สนับสนุนให้เยาวชนนำประสบการณ์ข้างนอกโรงเรียนมารับรองและเทียบเคียง เป็นหน่วยกิตในโรงเรียนได้ - ปลดล็อกให้มีผู้จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น (เช่น บ้านเรียน ศูนย์การเรียน) . 2. ส่งเสริมให้เยาวชนได้ค้นพบตนเองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ โดยแจก “คูปองเปิดโลก” ให้เด็กและเยาวชน 2,000 บาท/คน/ปี เพื่อใช้ในการเรียนรู้นอกห้องเรียน (เช่น คอร์สศิลปะ-ดนตรี / อุปกรณ์กีฬา / ค่ายกิจกรรม) . [ “เมกะโปรเจกต์” ยกระดับทักษะคนทำงาน ] . สำหรับคนวัยทำงาน: . 3. เราจะลงทุนหลักหมื่นล้านใน “เมกะโปรเจกต์” เรื่องการยกระดับทักษะคนทำงาน โดยการทำ “ระบบกลาง” ขึ้นมา เพื่อสร้างบัญชีการเรียนรู้ให้คนไทยทุกคนในการเข้าถึงการอบรมทักษะที่รัฐสนับสนุน . การยกระดับทักษะแรงงานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราจะทำต่างจากเดิมใน 2 เรื่องสำคัญ . (i) ไม่ปล่อยให้หน่วยงานรัฐ “ต่างคน ต่างทำ” (ต่างมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของตนเอง รวมกันเป็น 10-20 แพลตฟอร์ม) แต่ทำให้ทุกหน่วยงานรัฐ “ต้องทำงานบนแผนเดียวกัน ระบบเดียวกัน” (ทุกโครงการของรัฐในการอบรมทักษะจะต้องถูกพิจารณาผ่านระบบใหม่นี้) . (ii) ไม่ให้รัฐทำตัวเป็น “คุณพ่อรู้ดี” ที่ “คิดเอง ฝึกเอง วัดผลเอง” (ทำคอร์สขึ้นมา วัดผลจากแค่จำนวนคนที่มาเซ็นชื่อหรือยอดวิวของคลิปที่คนเปิดทิ้งไว้) แต่ปรับบทบาทรัฐ ให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการเชื่อมผู้เรียนกับผู้สอน . ในฝั่งผู้เรียน: รัฐจะไม่คิดแทนหรือตัดสินใจแทนประชาชน แต่รัฐจะจัด “คูปอง” ให้ประชาชนเลือกเอง ว่าจะใช้เรียนคอร์สไหน ที่อยู่ในระบบ - เพื่อให้ผู้เรียน ยอมสละเวลาทำมาหากิน เพื่อมายกระดับทักษะตนเอง คูปองฝึกทักษะนี้ จะต้องครอบคลุมทั้ง “ค่าเรียน” (ในรูปแบบ “เครดิต” ที่ใช้ในการซื้อคอร์สอบรม) และ “ค่าเสียโอกาส” (ในรูปแบบ “เงินสด” ที่จ่ายให้ผู้เรียนเมื่อเรียนจบ) - เพื่อให้ตอบโจทย์ที่หลากหลาย คูปองฝึกทักษะนี้ อาจจะมีทั้ง คูปองที่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ในการอบรมทักษะพื้นฐานให้ตนเอง + คูปองที่ให้ผู้ว่าจ้างส่งพนักงานไปอบรมทักษะเฉพาะอาชีพหรืออุตสาหกรรม . ในฝั่งผู้สอน รัฐจะไม่ฝึกเอง แต่จะทำหน้าที่ คัดกรอง และจัดระดับ คอร์สจากภาคเอกชน ที่มาเข้าร่วมในระบบ - คอร์สที่คัดเข้ามาอาจมาจาก แพลตฟอร์มการเรียนรู้ ผู้ฝึกเอกชน หรือ สถาบันอุดมศึกษา - คอร์สไหนที่ รับรองคุณวุฒิวิชาชีพ หรือรับประกันการจ้างงาน คนก็จะแห่มาใช้คูปองซื้อคอร์สมากขึ้น โดยรัฐเองก็อาจจะตอบแทนหรือให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต่อผู้ผลิตคอร์สดังกล่าว - พอเป็นเช่นนี้ ผู้สอนก็จะแข่งกันผลิตคอร์สที่มีคุณภาพซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ “เศรษฐกิจการเรียนรู้” ของประเทศ ได้เติบโต . รัฐ จึงจะเป็นเสมือนแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ผ่าน 3 บทบาทหลัก . (1) เป็น “ตลาด” ให้ประชาชนซื้อขายคอร์สอบรมทักษะ (2) เป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่วิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำว่าควรเรียนคอร์สไหน (3) เป็น “พ่อสื่อ-แม่สื่อ” ที่จับคู่ “ผู้เรียนที่หางาน” กับ “ผู้ว่าจ้างที่ขาดคน” . [ การศึกษาที่มีความหมาย | การศึกษาทีมีความสุข | การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ] . ภายใต้รัฐบาลพรรคประชาชน - ระบบการศึกษาเรา จะต้องไม่ติดกับดัก “ความเชื่อ” แบบเดิมๆ แต่จะต้องมี “ความหมาย” ที่เชื่อมกับอนาคต - ห้องเรียนเรา จะต้องไม่ตั้งเป้าแค่ให้เด็กเรียนหนัก ครูทำงานหนัก แต่จะต้องตั้งเป้าให้ เด็กเรียนแล้วสนุก ครูทำงานแล้วมีความสุข - การยกระดับทักษะคนจะต้องไม่ใช้แนวทางที่ รัฐ “คิดเอง ฝึกเอง วัดผลเอง” แต่จะต้องใช้แนวทางที่ “ประชาชนเป็นผู้เลือก เอกชนเป็นผู้ฝึก รัฐเป็นผู้จ่าย” . เลือกรัฐบาลพรรคประชาชน เพื่อการศึกษาที่มีความหมาย การศึกษาที่มีความสุข และการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

Parit Wacharasindhu (Itim)

28,707 просмотров • 9 месяцев назад