Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

จอสไทยแท้พูดไปใครจะเชื่อ

84,041 görüntüleme • 5 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

[ “ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว” : การเอาจริงเรื่องสแกมเมอร์ จะฟื้นฟูบทบาทไทยในเวทีโลก ] . ปัญหาเรื่องอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ (สแกม) เป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดอันดับต้นๆ ที่สังคมคาดหวังให้รัฐบาลแก้ไข . หากรัฐบาลเอาจริงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประชาชนและประเทศเราจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เปรียบเสมือนการ “ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว” . 1. ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยที่ต้องสูญเสียเงินหลักหลายร้อนล้านบาทต่อวัน 2. ยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา หากรายได้จากสแกมเมอร์กำลังหล่อเลี้ยงเครือข่ายที่ใกล้ชิดผู้นำกัมพูชา 3. รื้อฟื้นบทบาทและสถานะของไทยในเวทีโลก เนื่องจากปัญหาสแกมเป็นวิกฤตระดับนานาชาติ . วันนี้ ผมได้อภิปรายในสภาเพื่อขยายความข้อเสนอแนะในประเด็นที่ 3 . ความจริงแล้ว ความตื่นตัวของโลกต่อปัญหานี้เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย . ในมุมหนึ่ง โลกต้องการไทย . ประเทศต่างๆรู้ดี ว่าเขาแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ไม่ได้ หากไทยไม่ร่วมมือ เพราะในเชิงภูมิศาสตร์ ไทยเราถูกล้อมรอบทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ด้วยประเทศที่เป็นแหล่งรวมศูนย์สแกมของโลก . สงครามกับสแกมเมอร์จะชนะหรือแพ้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยว่า - จะเป็น “ส่วนต่อขยาย” ของเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน - หรือจะเป็น “สะพาน” ให้กับทั้งโลกในการเข้าไปทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ . แต่ในอีกมุมหนึ่ง ไทยเราต้องการโลก . ในการรับมือกับปัญหาที่มีลักษณะเป็น “อาชญากรรมข้ามพรมแดน” เราต้องอาศัย “มาตรการที่ทำงานข้ามพรมแดน” เช่นกัน . - จะจับกุมอาชญากรที่หลอกลวงคนไทยจากฐานที่ตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือด้านข้อมูล และการส่งผู้ร้ายข้ามแดน . - จะสกัดกั้นและยึดคืนเส้นเงินที่ถูกโอนข้ามประเทศ ก็ต้องร่วมมือกันเรื่องเทคโนโลยี การอายัดทรัพย์ และการยกระดับมาตรฐานป้องกันการฟอกเงิน . - จะลบหรือ take down โฆษณาหลอกลวงที่ว่อนอยู่ออนไลน์ ก็ต้องขอความร่วมมือจากบริษัทแพลตฟอร์มระดับโลกที่ไทยขอเองไม่ได้ . - จะเร่งช่วยเหลือและเยียวยาคนไทย ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในศูนย์ ก็ต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมนานาชาติ . . จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายว่าในการประชุม ASEAN ที่มาเลเซียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา: - แม้นายกฯ มีการพูดถึงการเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ - แต่นายกฯ กลับไม่ได้มีแผนที่เตรียมไปนำเสนออย่างชัดเจน ว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบอย่างไร และจะเชิญชวนประเทศอื่นมาร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร . บทสนทนาเบื้องต้นจากการประชุม APEC ที่เกาหลีใต้ที่กำลังดำเนินการอยู่ ก็ยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นนี้ . ในเชิงรูปธรรม ผมเห็นว่าไทยสามารถใช้เรื่องการปราบสแกมเมอร์เพื่อลุกขึ้นมามีบทบาทนำในเวทีโลกได้ในอย่างน้อย 2 มิติ . [ 1. ชิงบทบาทนำในเวทีอาเซียน (ASEAN) เพื่อใช้กลไกและทรัพยากร ASEAN ที่มีอยู่ในการปราบสแกมเมอร์ ] . หลายคนก็จะมองว่ากลไก ASEAN ที่ผ่านมา ไร้น้ำยา หรือไร้ประสิทธิภาพ . แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง กลไก ASEAN จะมีประสิทธิภาพแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าไทยเราเองใช้กลไก ASEAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากย้อนไปดู ASEAN Declaration on Transnational Crime 1997 (ปฏิญญาของอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ) เราจะเห็นว่าปฏิญญาดังกล่าวมีการพูดถึงการพิจารณาตั้งศูนย์ ASEAN Centre on Transnational Crime (ACOT) แต่ผ่านมาเกือบ 30 ปี ศูนย์นี้ก็ยังไม่เกิด . ดังนั้น หากไทยเอาจริงเรื่องการใช้กลไก ASEAN เราควรเดินหน้าเสนอให้เร่งตั้งศูนย์ดังกล่าว ในประเทศไทยเพื่อรวมทรัพยากรและฐานข้อมูลของทั้งภูมิภาคในการปราบสแกมเมอร์ . [ 2. ใช้ประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาสมดุลระหว่าง 2 มหาอำนาจ ] . ที่ผ่านมาไทยเราถูกตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่าเรากำลังถูกสหรัฐและจีน ดึงเราไป-มา ในทางที่อาจไม่ได้ก่อประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศ (เช่น กรณีส่งกลับชาวอุยกูร์เมื่อต้นปี หรือ กรณีล่าสุดที่มีการเซ็น MOU กับสหรัฐเรื่องแร่หายาก) . ดังนั้น ในเมื่อสแกมเมอร์เป็นปัญหาที่มีเหยื่อคนสหรัฐและคนจีนจำนวนมาก จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้ประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ มาพลิกบทบาทของไทยในเวทีโลก ให้เปลี่ยนจากการเป็น “ผู้ที่ถูกบีบ” ให้ต้องเลือกระหว่างขั้วอำนาจมาเป็น “ผู้ที่ใช้ประโยชน์” จากสภาวะภูมิรัฐศาสตร์โลกดังกล่าว . ผมไม่แน่ใจว่าครั้งสุดท้าย ที่ผู้นำระดับสูงของสหรัฐและจีน มาพบกันที่ไทย คือปีไหน และในวาระอะไร และแน่นอนว่าเป้าหมายดังกล่าวในบริบทโลกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าจะมีสักเรื่องที่ผมคิดว่าไทย อาจพอจะเป็น “ตัวเชื่อม” หรือ “เจ้าภาพ” ได้ในการเชิญทั้ง สหรัฐ และ จีน (รวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลก) มาร่วมสนทนาและร่วมมือกันแก้ปัญหาระดับนานาชาติก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการปราบสแกมเมอร์ . . ทั้งหมดนี้ คือตัวอย่าง ของ นกตัวที่ 3 หรือประโยชน์เด้งที่ 3 ที่เราจะได้ จากการเอาจริงเรื่องสแกมเมอร์ . เพราะนอกจากการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกลวงแล้ว . นอกจากการยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเพื่อคืนความปลอดภัยให้พี่น้องตรงชายแดนแล้ว . แต่หากเราพลิกวิกฤตดังกล่าวมาเป็นโอกาสในการทำให้ไทยกลับมามีบทบาทนำในเวทีโลก . หากเราทำให้คนทั่วโลก นึกถึงประเทศไทย ทุกครั้งที่เขานึกถึงการปราบปรามสแกมเมอร์หรือการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในโลกออนไลน์ . อิทธิพลหรือ “ซอฟต์พาวเวอร์” (soft power) ที่ไทยเราจะมีในเวทีโลกหลังจากนี้ไป จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับผลประโยชน์ของคนไทยในอนาคต

Parit Wacharasindhu (Itim)

15,402 görüntüleme • 8 ay önce