Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

จะแก้รัฐธรรมนูญมาตราไหนบ้าง เอามาบอกหน่อย จริงๆมีสิ่งที่อยากแก้ประมาณ 189 อย่าง แต่คลิปนี้ขอหยิบมาแชร์ 2 อย่างครับ 1. การถอดถอนองค์กรอิสระของประชาชน ที่เคยมีอยู่ แต่หายไปในรัฐธรรมนูญ 60 เมื่อก่อนถ้าองค์กรอิสระทำอะไรไม่ดี เราถอดถอนได้นะ แต่ตอนนี้เราทำได้แค่นั่งด่า 2. สว. ที่ระบบการเลือกพิสดารเหลือเกิน ใครล็อบบี้เก่งก็ได้เป็นไป แล้วอำนาจล้นฟ้ามากๆ หรือยกเลิก สว. ไปเลยดี เพราะไม่มีอาจจะดีกว่ามี จะเห็นว่าธีมหลักของรัฐธรรมนูญ 60 คือกดอำนาจประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งถ้าเราไม่แก้ ประชาชนก็จะไม่มีอำนาจ แล้วผู้มีอำนาจก็มีโอกาสทำอะไรตามใจชอบมากขึ้น

18,148 views • 11 months ago •via X (Twitter)

0 Comments

No comments available

Comments from the original post will appear here

Related Videos

ผู้สมัคร สว ฝั่งประชาชนทยอยประกาศเปิดตัวแล้ว แต่ผู้สมัคร สว เหล่านี้จะไม่สามารถเข้าไปในสภาได้เลยหากไม่มีคนลงสมัครในเขตอำเภอและวิชาชีพเดียวกันร่วมกับพวกเขาเพื่อพร้อมใจกันโหวตให้เขา เพราะคนออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้จงใจกีดกันเสียงของประชาชนเพื่อที่พวกเขาจะได้ส่งคนลงไปโหวตกันเอง ใช้เงินแค่ 1-2 ร้อยล้านในการสมัคร เขาก็สามารถยึดสภาสูงได้ทั้งสภา (ซึ่งเขาทำแน่ๆเพราะได้ สว 200 คนมาในต้นทุนที่ถูกกว่าลงทุนให้ได้ สส 200 คนเยอะ) เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรักษาสิทธินี้ด้วยการลงสมัคร สว ให้มากที่สุดเพื่อยึดสภาสูงกลับมาเป็นของประชาชนครับ สู้ทุกทางที่เราสามารถสู้ได้ แพ้หรือชนะไม่ต้องสนใจ อย่างน้อยเราสามารถตอบลูกหลานได้ว่าเราพยายามยึดประเทศของเราคืนมาจากทหารแล้ว

.

113,713 views • 2 years ago

หากการโกง สว. ถูกทำเป็นหนังหรือซีรีส์ ผมเชื่อว่าเราจะเห็นถึง 2 เส้นเรื่องหลัก: . เส้นเรื่อง 1 = ขบวนการโกง สว. ที่แบ่งออกเป็น 5 ฉากสำคัญ - 1.1. วางแผน-แบ่งทีมยึดวุฒิสภา เพื่อทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุล - 1.2. จัดตั้ง-จ้างคนมาสมัครและลงคะแนนให้กัน เพื่อผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด - 1.3. รวมพลตาม “ศูนย์ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ - 1.4. กำกับการเลือกให้เป็นไปตาม “โพยใบสั่ง” ในการเลือกระดับประเทศ - 1.5. “ปฐมนิเทศ” สว. ที่ได้รับเลือกก่อนเริ่มงาน & ตกลงเรื่องประธาน-รองประธาน . เส้นเรื่อง 2 = การทำงานของ กกต. ที่บกพร่องใน 5 ขั้นตอนสำคัญ - 2.1. ออกระเบียบที่ไม่รัดกุมในการป้องกันการทุจริต - 2.2. ตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร สว. อย่างไม่รอบคอบ - 2.3. ปล่อยปละละเลยเรื่องการใช้โพยใบสั่งในวันเลือก สว. - 2.4. เตะถ่วงคดีมาเกิน 2 ปี & ตั้งคณะฟอกขาว (อนุฯ ชุดที่ 36) - 2.5. เตรียมเป่าคดี โดยอ้างหลักฐานไม่พอ ในวันที่ 31 ส.ค.? . สิ่งที่หลายคนคาใจ คือ 2 เส้นเรื่องนี้ (ขบวนการโกง สว. และ การทำงานของ กกต.): 1. เป็น 2 ขบวนการที่เกิดขึ้นกันอย่างคู่ขนานกันโดยบังเอิญ? หรือ 2. เป็น 2 ขบวนการที่สมรู้ร่วมคิดและรู้เห็นเป็นใจกัน? . . ผมต้องย้ำว่าคดีโกง สว. มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจน กับการสร้างระบอบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน เพราะ: . 1. การโกง สว. เป็น “เครื่องมือ” ในการสร้างระบอบฮั้วกันทั้งกระดาน (เพราะกลุ่มการเมืองใดยึดกุม สว. ได้ กลุ่มการเมืองนั้นก็ยึดกุมองค์กรอิสระได้ ผ่านการชี้ขาดว่า สว. จะรับรองใครไปอยู่ในองค์กรอิสระ) . 2. ระบอบฮั้วกันทั้งกระดาน เป็น “เครื่องมือ” ในการสกัดกั้นการตรวจสอบคดีโกง สว. (เพราะหาก กกต. ไม่เป็นอิสระจากกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว., กกต. ก็อาจตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล) . . ในอีกแค่ 15 วัน (31 ส.ค.) เราน่าจะได้รู้ผลการลงมติของ กกต. ว่า กกต. จะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคนไหนไปที่ศาล หรือ จะยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาคนไหนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล . #สั่งฟ้องสว (และเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง)

Parit Wacharasindhu (Itim)

43,187 views • 12 days ago

[ เปิดหลักฐานเพิ่มคดี ฮั้ว สว. จากนครพนม : คลิปสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. ที่บ่งชี้ว่ามีขบวนการจัดตั้งทั่วประเทศ ที่มีทั้งการจ่ายเงิน 6 หลัก - การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมให้ - การสัญญาเรื่องผู้ช่วย ] . “คนเรา ไม่เอาพ่อไม่เอาแม่เนี่ย เยอะ แต่คนที่ไม่เอาเงินเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นนะ” . ประโยคนี้เป็นประโยคหนึ่งจากคลิปเสียงระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดที่บ่งชี้ว่าขบวนการฮั้ว สว. ที่ถูกพึงถึงในคลิปนั้น: . 1. มีการจัดตั้งกันทั่วประเทศ (จึงสามารถสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) 2. มีการนำเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบของเงิน (เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเลข 6 หลัก) 3. มีการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมก่อนวันเลือก สว. ให้ 4. มีการสัญญาเรื่องตำแหน่งผู้ช่วยแถม 5. มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง . รายละเอียดในคลิปดังกล่าว สอดคล้องกับหลายหลักฐานจากจังหวัดนครพนม ที่ผมได้รวบรวมและแถลงข่าวไปเมื่อเช้าในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและหนักแน่นเพียงพอ ที่ กกต. ควรเดินหน้าส่งคำร้องไปที่ศาลสำหรับทั้ง 229+ คน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . แม้ในเวลานี้ เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนของคดีได้ แต่สิ่งที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์และนำเสนอได้คือหลักฐานที่เราสามารถรวบรวมได้เอง (เช่น ข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ข้อมูลจากบุคคลที่ไปให้ข้อมูลกับหน่วยงาน ข้อมูลจากผู้ที่พร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้เรารวบรวมและตรวจสอบ) ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอมีอยู่ชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน . วันนี้ ผมได้เริ่มต้นจากหลักฐานจาก จ.นครพนม ซึ่งมีหลักฐานประกอบด้วย: . 1. คลิปของคุณ ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีต สส. และ รองประธานสภา พรรคภูมิใจไทย) ที่มีการกล่าวว่า สว. 3 คนของ จ.นครพนม เป็น “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตั้งคำถามต่อได้ว่าศุภชัยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจตามที่อ้างหรือไม่ [คลิปสั้นใน comment / คลิปเต็ม: . 2. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 (1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) ที่มีกลุ่มผู้สมัคร สว. (รวมถึงผู้สมัคร สว. จากนครพนม) รวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา - โดยพยาน (ซึ่งเป็นผู้สมัครรายหนึ่งที่ไปร่วมการประชุมด้วย) ระบุว่า: - มีบุคคลสำคัญในห้องประชุมดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยคุณ ศุภชัย / ผู้สมัคร 3 คน (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว. จากนครพนม) / ‘อาจารย์ ป.’ (ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำโพย) - มีการให้ผู้สมัครจัดทำโพยข้างหลังเอกสาร สว.3 - มีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย - มีความพยายามของ ผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ในการบอกให้ผู้สมัครคนอื่นไม่ต้องกังวล เพราะหมายเลขแต่ละคนจะมีผู้สมัครจากจังหวัดอื่นมาเลือก & มีการสัญญาว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตัวเองหลักแสนบาท - มีความพยายามของคุณศุภชัย ในการเจรจาไกล่เกลี่ยและเสนอเรื่องการเวียนกันเป็นผู้ช่วย (โดยระบุว่าจะให้คนที่ได้เป็น สว. เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า) (แม้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน แต่ผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะโรงแรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะบ่งบอกได้ว่าในวันดังกล่าวมีบุคคลใดไปร่วมประชุมกันบ้าง) . 3. หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินในวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยมีข้อมูลว่าผู้สมัครคนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน เดินทางมาที่ กทม. ร่วมกันก่อนวันเลือกระดับประเทศ (ซึ่งผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยตรวจว่าไฟลท์บินในวันดังกล่าวมีบุคคลชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ จองผ่านใคร การจ่ายเงินเป็นอย่างไร) . 4. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่กลุ่มผู้สมัครดังกล่าวได้มีการรวมตัวหารือกันที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เพื่อวางแผน . 5. คลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการฮั้ว สว. [ตามคลิป 4 นาทีในโพสต์] . นี่คือหลักฐานที่เกิดขึ้นในหนึ่งจังหวัด - คำถามที่ผมอยากชวนคิด คือถ้าผมและทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นได้ระดับนี้, หน่วยงานอย่าง กกต. และ DSI ในคณะไต่สวน ก็ย่อมต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน . หลักฐานทั้งหมดวันนี้จึงตอกย้ำว่าหาก กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก็ควรส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . หลังจากวันนี้ หากเรามีการรวบรวมหลักฐานที่เพียงพอจากเหตุการณ์ในจังหวัดไหนได้อีก ทางผมและพรรคประชาชนจะมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการทำงานของ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในห้วงเวลาสำคัญนี้

Parit Wacharasindhu (Itim)

41,499 views • 2 months ago

[ คลิปใหม่ ยืนยันชัดเจน 100%: หนึ่งในผู้สมัคร สว. ที่ยื่นโพยให้ กกต. เก็บ คือ ประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) ] . 1 เดือนที่แล้ว (15 มิ.ย.) ผมเคยตั้งข้อสังเกตจากหมายเลขและสรีระของผู้สมัครในคลิปการเลือก สว. ระดับประเทศ ว่าหนึ่งในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต. (ในระหว่างที่ กกต. เดินเก็บโพยพร้อมตักเตือนผู้สมัครถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงจะไม่สุจริต) น่าจะคือนายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา . หลังจากนั้น ประธานมงคล ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนถึง 2 ครั้ง (17 มิ.ย. / 7 ก.ค.) ว่าใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ โดยบอกให้นักข่าวกลับมาถามผม . ความจริง ผมเห็นว่าการที่ประธานมงคลไม่ตอบคำถามตรงๆ ก็น่าจะเป็นการยืนยันไปแล้วแบบหนึ่ง . แต่วันนี้ ผมได้รับหลักฐานจากคลิปใหม่ ที่เห็นหน้าคุณมงคลชัดเจน และยืนยันว่าบุคคลในคลิปนั้นคือคุณมงคล สุระสัจจะ 100% แบบสิ้นข้อสงสัย (ดู 10 วินาทีสุดท้ายของคลิป) . . [ คำถามที่ไร้คำตอบ คือคำตอบแบบหนึ่ง? ] . ในการตรวจสอบคดีโกง สว. ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นการเผยแพร่ข้อมูลจากหลายภาคส่วน เช่น: - คลิป กกต. เดินเก็บโพย จากผู้สมัคร สว. ( - ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. รายจังหวัด ( - ข้อมูลจากพยานบุคคล 4 คน บนเวทีพรรคฝ่ายค้าน 2 สัปดาห์ก่อน ( - ข้อมูลที่รวบรวมโดย iLaw เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ( . ข้อมูลเหล่านี้ ประกอบไปด้วยหลายข้อกล่าวหาที่เจาะจงและพุ่งตรงไปถึง สว. นักการเมือง หรือ กกต. ที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างชัดเจน . แต่แทนที่บุคคลสาธารณะดังกล่าว จะใช้วิธีการตอบคำถามหรือชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสังคม หลายคนกลับเลือกใช้วิธีหนีการซักถาม โบ้ย เบี่ยงประเด็น ฟ้องผู้ตั้งคำถาม หรือปล่อยข่าวไม่เป็นทางการเพื่อข่มขู่ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ . กรณีตัวอย่างของประธานมงคล ชี้ให้เห็นชัด ว่าการที่บุคคลที่ถูกตั้งคำถามเลือก “ไม่ตอบคำถาม” ก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง . และหากวันไหนที่หลักฐานต่างๆปรากฏเองต่อสาธารณะโดยไม่ต้องรอฟังคำตอบจากท่านอีกต่อไป วันนั้น ท่านจะตอบคำถามได้ยากขึ้นแน่นอน . . . ใครสนใจ มาร่วมงานเจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมในคดีโกง สว. (ภาค 2) ของพรรคฝ่ายค้านได้ในวันอาทิตย์นี้ - ลงทะเบียนร่วมงาน:

Parit Wacharasindhu (Itim)

260,390 views • 1 month ago