Sensitive content

This media may contain sensitive content.

正在加载视频...

视频加载失败

ช่วยซัพพอร์ตอ้วงคนนี้หน่อยได้มั้ยค่ะเตง

96,424 次观看 • 8 个月前 •via X (Twitter)

0 条评论

暂无评论

原始帖子的评论将显示在这里

相关视频

สร้างจากเรื่องจริง ผู้ชายฮ่องกงอยากยกเลิกสัญญาอินเตอร์เน็ตกับเคเบิ้ลฮ่องกง ที่คนฮ่องกงว่ากันว่ายกเลิกยากฉิบหาย โทรไปยังไงก็ไม่ได้ยกเลิก ไม่ได้คุยกับคนซักที บริษัทอ้างไปเรื่อย บิลก็ยังส่งมาไม่หยุดทุกเดือน พอบุกไปสำนักงานใหญ่พนักงานก็บอกให้โทรหาคอลเซ็นเตอร์ ผู้ชายคนนี้เลยสติแตก จับคนในตึกสำนักงานใหญ่เป็นตัวประกัน ในปี 2014 มีนักศึกษาหนุ่มฮ่องกงชื่อ อู๋ ซื่อเหวิน จะยกเลิกอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์และเคเบิ้ลให้แม่ เนื่องจากไม่ได้ใช้ ซึ่งค่ายเคเบิ้ลทีวีนี้ชื่อ ไอเคเบิ้ล ไอเคเบิ้ล เป็นค่ายเคเบิ้ลและสถานีโทรทัศน์ของฮ่องกง มีคำพูดที่คนฮ่องกงพูดกันว่า แม้แต่ให้ฮิตเลอร์มาเองก็ยกเลิกสัญญากับค่ายนี้ไม่ได้ หลายคนอยากยกเลิกสัญญา เพราะยุคสมัยใหม่ก็ไม่มีใครดูเคเบิ้ลทีวีกันแล้ว ดูทีวีในเน็ตหรือหนังผ่านสตรีมมิ่งก็ได้ แต่ที่หลายบ้านในฮ่องกงติดสัญญากับค่ายนี้ เพราะช่วงยุค 1980 คนฮ่องกงจะดูทีวีก็มีช่องฟรีทีวีแค่ 2 ช่อง ช่องภาษาจีน 1 ช่อง กับภาษาอังกฤษ 1 ช่อง พอในปี 1993 เริ่มมีเคเบิ้ล มีทั้งหนังต่างประเทศฟอร์มยักษ์ให้ดู มีช่องรายการสำหรับผู้ใหญ่ คนก็เริ่มสมัครเคเบิ้ลกันเยอะมาก พอมีแข่งบอลก็ยิ่งแล้วใหญ่ ค่ายเคเบิ้ลใช้วิธีให้คนชิงโชคผลการแข่งฟุตบอล แต่ต้องเซ็นสัญญาสมัครเคเบิ้ล คนก็สมัครเพราะได้ทั้งดูบอล ได้ทั้งลุ้นโชค และค่ายยังผูกขาดลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด แต่ผ่านมาหลายปีคนก็เปลี่ยนไปไม่ได้ดูเคเบิ้ลกันเท่าไหร่แล้ว คนฮ่องกงเลยจะยกเลิกเคเบิ้ล แต่ก็ยกเลิกไม่ได้ ค่ายเคเบิ้ลวางด่านไว้ ตั้งแต่ให้กรอกแบบฟอร์ม 1 เดือนก่อนหมดอายุ ซึ่งต้องขอแบบฟอร์มผ่านการโทรหาคอลเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่โทรไปเหอะยังไงก็ไม่มีใครรับสาย รอสายเป็นชาติ โทรติดพนักงานก็จะตื๊อให้ใช้ต่อ พอใจแข็งยกเลิกได้ ได้แบบฟอร์มมาก็ต้องมาหาทางส่งแบบฟอร์มอีก ทางค่ายก็ใช้วิธีกำหนดเวลาส่งไม่เกินกี่วัน ถ้าส่งได้ก็ต้องเอาอุปกรณ์ทั้งหมดมาคืน หลายบ้านก็สมัครเคเบิ้ลกันตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ พอคืนไม่ครบก็โดนปรับบาน สรุปคือค่ายสร้างด่านมาไม่ให้ยกเลิกได้ง่ายๆ คนยกเลิกไม่ได้ก็โดนส่งบิลมาทวงเงินค่าสมัครต่อไป ติดกับดักเป็นลูปนรก กลับมาที่เรื่องของ อู๋ ซื่อเหวิน นายอู๋ก็พยายามผ่านด่านนรกของค่ายเคเบิ้ล จะยกเลิกเคเบิ้ลให้แม่ แต่พอยกเลิกไม่ได้ ดันโดนบิลทวงหนี้ค่าสมัครอีก เขาเลยบุกไปสำนักงานใหญ่ จะขอคุยกับฝ่ายบริการลูกค้า แต่ดันโดนไล่ให้ไปโทรหาคอลเซ็นเตอร์อีก บอกว่าที่นี่ไม่มีคนรับยกเลิก แถมยังโดนทวงเงินซ้ำ นายอู๋โมโห บอกว่าอยากเจอซีอีโอ จะยกเลิก ยามเลยมาล้อมทำให้นายอู๋สติแตก คว้ามีดมาฟันยาม พนักงานบาดเจ็บ นายอู๋วิ่งในตึกบริษัทตามหาซีอีโอ ตำรวจปิดประตูไม่ให้ใครเข้าออก คนที่อยู่ในตึกกลายเป็นตัวประกันของลูกค้าสติแตก นายอู๋ตะโกนว่า ตัวผมเองโดนนายทุนกดขี่ เอาผู้บริหารออกมา สุดท้ายตำรวจล้อมจับนายอู๋ได้ตามภาพ ศาลมองว่านายอู๋สติไม่ดี ทำร้ายคนบริสุทธิ์ เลยให้ส่งตัวเข้าศูนย์กักกันฝึกอบรม ติดอยู่ 10 เดือน นายอู๋ก็กลับไปเรียนต่อ ส่วนค่ายเคเบิ้ลศาลก็มองว่า ทำไมลูกค้ามาถึงที่แล้วยังยกเลิกไม่ได้ เพ่งเล็งค่าย ว่ากันว่าหลังจากเกิดเคสของนายอู๋ อยู่ดีๆ เว็บไซต์ของค่ายเคเบิ้ลก็มีปุ่มให้กดยกเลิกสมาชิก ที่กดได้จริง ต่อมาการยกเลิกสมาชิกก็ทำได้ง่าย นายอู๋ที่สติแตกเลยกลายเป็นตำนานฮีโร่ของคนฮ่องกง ที่ในที่สุดก็ยกเลิกเคเบิ้ลนรกได้ซักที

L O L A

1,067,886 次观看 • 13 天前

🎈 แฟ้มคดีลวงโลก ปฏิบัติการ "เด็กชายบอลลูน" (The Balloon Boy Hoax) ย้อนกลับไปในวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2009 ณ เมืองฟอร์ตคอลลินส์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากการทดลองวิทยาศาสตร์ในครอบครัว ได้ลุกลามกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับชาติที่ทำให้เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง เฮลิคอปเตอร์ทหารต้องออกโรง และจบลงด้วยการสอบสวนคดีฉ้อฉลที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งในยุค 2000s นี่คือเรื่องราวของ คดีเด็กชายบอลลูน (Balloon Boy) ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำและการพลิกผัน 🚀 นาทีระทึกเหนือม่านเมฆ ครอบครัวฮีน (Heene) นำโดย ริชาร์ด ผู้เป็นพ่อ ซึ่งมีความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และพายุ ได้ร่วมกันสร้างบอลลูนฮีเลียมขนาดยักษ์รูปทรงคล้ายจานบินยูเอฟโอ (UFO) สีเงินแวววาว ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมการอยู่ข้างนอกนั้น มีเสียงหนึ่งถามขึ้นมาว่า "เราจะบินมันตอนนี้เลยไหม?" แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ บอลลูนหลุดจากสายรัดและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ความตื่นตระหนกมาเยือนเมื่อพี่ชายคนหนึ่งบอกว่าเห็น "ฟอลคอน" เด็กชายวัย 6 ขวบ เข้าไปในกล่องใต้ตระกร้าบอลลูนก่อนที่มันจะลอยทะยานขึ้นไป ริชาร์ดรีบโทรแจ้ง 911 ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก โดยระบุว่าครอบครัวของเขาสร้างจานบินทดลองขึ้นมา แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้บิน และพวกเขาคิดว่าได้ผูกสายรัดยึดไว้กับพื้นแล้ว ก่อนจะแจ้งข่าวร้ายกับเจ้าหน้าที่ว่า "ผมคิดว่าลูกชายวัย 6 ขวบของผม... เขาเข้าไปข้างใน แล้วมันก็ลอยขึ้นไป... เขาอยู่บนฟ้า" ปฏิบัติการไล่ล่าเหนือเวหาจึงเริ่มขึ้น เฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) ถูกส่งออกไปติดตามบอลลูนอย่างกระชั้นชิด สื่อทุกสำนักถ่ายทอดสดเหตุการณ์นี้ไปทั่วโลก สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ถึงกับต้องสั่งระงับและเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย หลังจากการลอยคว้างอยู่บนฟ้ากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง บอลลูนก็ร่อนลงจอดกลางทุ่งนา แต่เมื่อทีมกู้ภัยไปถึง... กลับไม่พบร่างของฟอลคอนอยู่ข้างใน ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจของทุกคน เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานที่เลวร้ายที่สุดว่า เด็กชายอาจพลัดตกลงมาจากความสูงหลายพันฟุตระหว่างที่บอลลูนกำลังลอยอยู่ ทีมค้นหาภาคพื้นดินจึงถูกปูพรมออกค้นหาอย่างเร่งด่วน 🏠 จุดพลิกผัน ความจริงที่ซ่อนอยู่ในบ้าน ในขณะที่ทั้งประเทศกำลังส่งกำลังใจ ปาฏิหาริย์ (หรือความโอละพ่อ) ก็เกิดขึ้น เมื่อมีคนพบฟอลคอนซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้หลังคาเหนือโรงรถภายในบ้านของเขาเองอย่างปลอดภัยดี! เรื่องราวควรจะจบลงด้วยความโล่งใจ แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวน เมื่อครอบครัวฮีนไปออกรายการสัมภาษณ์สดของ CNN ในช่วงที่ผู้ประกาศข่าวถามฟอลคอนว่า เขาได้ยินเสียงทุกคนตะโกนเรียกชื่อเขาหรือไม่ เด็กชายตอบว่าได้ยิน แต่เมื่อถูกถามต่อว่า "แล้วทำไมไม่ออกมาจากที่ซ่อน?" ฟอลคอนหันไปมองหน้าพ่อของเขาและพูดประโยคที่ทำเอาคนทั้งประเทศอ้าปากค้าง "ที่บ้านบอกว่า... เราทำแบบนี้เพื่อรายการ" เมื่อเจอคำพูดนี้เข้าไป ริชาร์ดถึงกับแสดงอาการลุกลี้ลุกลน เขาพยายามอธิบายแก้ต่างอย่างตะกุกตะกักว่า เวลาที่ฟอลคอนรู้ตัวว่าทำผิด เขาจะชอบวิ่งหนีไปซ่อนตัวและหลบหน้าผู้คน ในขณะที่ มายูมิ ผู้เป็นแม่ชาวญี่ปุ่น ก็พยายามเสริมว่า พวกเขาค้นหาเด็กชายในทุกๆ ที่ของบ้านแล้ว "แม้กระทั่งในลิ้นชักเล็กๆ" แต่มันก็ฟังดูไม่สมเหตุสมผล 🕵️ ไขคดี การจัดฉากเพื่อชื่อเสียง จากประโยคเดียวของเด็กชายวัย 6 ขวบ ตำรวจได้เปลี่ยนสถานะครอบครัวนี้จาก "ผู้ประสบเหตุ" เป็น "ผู้ต้องสงสัย" ทันที ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า แรงจูงใจเบื้องหลัง ครอบครัวฮีนเคยไปปรากฏตัวในรายการเรียลลิตี้โชว์อย่าง Wife Swap มาแล้วถึงสองครั้ง ตำรวจสืบทราบว่าริชาร์ดมีความทะเยอทะยานอย่างมากที่จะมีรายการเรียลลิตี้โชว์เกี่ยวกับครอบครัวนักวิทยาศาสตร์เพี้ยนๆ ของเขาเอง การปล่อยบอลลูนจึงเป็น "Stunt" ที่จัดฉากขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจจากสื่อและสถานีโทรทัศน์ การสารภาพ ในระหว่างการสอบสวนที่ตึงเครียด มายูมิได้ยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการจัดฉาก และเธอกับสามีรู้อยู่ตลอดเวลาว่าฟอลคอนซ่อนตัวอยู่ในบ้าน บทสรุปทางกฎหมาย ริชาร์ด ถูกตัดสินจำคุก 90 วัน และต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน 36,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.2 ล้านบาท) ให้กับหน่วยงานรัฐเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการนำเฮลิคอปเตอร์และทีมกู้ภัยออกค้นหา มายูมิ ถูกตัดสินจำคุก 20 วัน โทษฐานแจ้งความเท็จ 🎬 ความจริงที่ยังคลุมเครือ และบทสรุปในปี 2020 เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่ในชั้นศาล หลังจากรับโทษ ครอบครัวฮีนได้ออกมากลับคำให้การ โดยริชาร์ดอ้างว่า ที่เขายอมรับสารภาพในตอนแรก เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า หากเขาไม่รับสารภาพ มายูมิอาจถูกตั้งข้อหาอาญาร้ายแรงและถูก "เนรเทศ" กลับประเทศญี่ปุ่น เขาจึงต้องยอมรับผิดเพื่อปกป้องภรรยาและรักษาครอบครัวไว้ พวกเขาตอกย้ำความบริสุทธิ์ของตนเองมาตลอดหลายปี โดยยืนยันว่าบอลลูนหลุดไปจริงๆ และพวกเขาเชื่อจริงๆ ว่าลูกชายอยู่ในนั้น ส่วนคำพูดของฟอลคอนในรายการ CNN เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเด็กที่สับสนกับคำถาม การพลิกโผครั้งสุดท้าย ในปี 2020 ผู้ว่าการรัฐโคโลราโด (Jared Polis) ได้ตัดสินใจ "อภัยโทษ" (Pardon) ให้กับริชาร์ดและมายูมิ โดยให้เหตุผลว่าพวกเขาได้รับผลกระทบทางสังคมและชดใช้ความผิดมามากพอแล้ว เรื่องราวสุดวุ่นวายนี้ถูกนำไปสร้างเป็นสารคดีบน Netflix เพื่อเจาะลึกมุมมองของครอบครัวฮีน ที่จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า "นี่ไม่ใช่งานจัดฉาก"

R here

76,662 次观看 • 8 天前