Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

ชอบก้อยอม....จะไปขัดทำไม

39,645 görüntüleme • 1 yıl önce •via X (Twitter)

6 Yorum

WTF profil fotoğrafı
WTF1 yıl önce

ขอด้วยๆ

หาเพื่อนคุยยาวๆ profil fotoğrafı
หาเพื่อนคุยยาวๆ1 yıl önce

ร้านไหนน้อ

Ganghj profil fotoğrafı
Ganghj1 yıl önce

ทักมาหน่อยได้ไหมครับ

มิตรภาพ ลาบเป็ด profil fotoğrafı
มิตรภาพ ลาบเป็ด1 yıl önce

ชอบๆ

Ganghj profil fotoğrafı
Ganghj1 yıl önce

เด็ก17ครับผม

Chamnan Phasukjit profil fotoğrafı
Chamnan Phasukjit1 yıl önce

😋😋😋

Benzer Videolar

[ “ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว” : การเอาจริงเรื่องสแกมเมอร์ จะฟื้นฟูบทบาทไทยในเวทีโลก ] . ปัญหาเรื่องอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ (สแกม) เป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดอันดับต้นๆ ที่สังคมคาดหวังให้รัฐบาลแก้ไข . หากรัฐบาลเอาจริงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประชาชนและประเทศเราจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เปรียบเสมือนการ “ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว” . 1. ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยที่ต้องสูญเสียเงินหลักหลายร้อนล้านบาทต่อวัน 2. ยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา หากรายได้จากสแกมเมอร์กำลังหล่อเลี้ยงเครือข่ายที่ใกล้ชิดผู้นำกัมพูชา 3. รื้อฟื้นบทบาทและสถานะของไทยในเวทีโลก เนื่องจากปัญหาสแกมเป็นวิกฤตระดับนานาชาติ . วันนี้ ผมได้อภิปรายในสภาเพื่อขยายความข้อเสนอแนะในประเด็นที่ 3 . ความจริงแล้ว ความตื่นตัวของโลกต่อปัญหานี้เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย . ในมุมหนึ่ง โลกต้องการไทย . ประเทศต่างๆรู้ดี ว่าเขาแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ไม่ได้ หากไทยไม่ร่วมมือ เพราะในเชิงภูมิศาสตร์ ไทยเราถูกล้อมรอบทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ด้วยประเทศที่เป็นแหล่งรวมศูนย์สแกมของโลก . สงครามกับสแกมเมอร์จะชนะหรือแพ้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยว่า - จะเป็น “ส่วนต่อขยาย” ของเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน - หรือจะเป็น “สะพาน” ให้กับทั้งโลกในการเข้าไปทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ . แต่ในอีกมุมหนึ่ง ไทยเราต้องการโลก . ในการรับมือกับปัญหาที่มีลักษณะเป็น “อาชญากรรมข้ามพรมแดน” เราต้องอาศัย “มาตรการที่ทำงานข้ามพรมแดน” เช่นกัน . - จะจับกุมอาชญากรที่หลอกลวงคนไทยจากฐานที่ตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือด้านข้อมูล และการส่งผู้ร้ายข้ามแดน . - จะสกัดกั้นและยึดคืนเส้นเงินที่ถูกโอนข้ามประเทศ ก็ต้องร่วมมือกันเรื่องเทคโนโลยี การอายัดทรัพย์ และการยกระดับมาตรฐานป้องกันการฟอกเงิน . - จะลบหรือ take down โฆษณาหลอกลวงที่ว่อนอยู่ออนไลน์ ก็ต้องขอความร่วมมือจากบริษัทแพลตฟอร์มระดับโลกที่ไทยขอเองไม่ได้ . - จะเร่งช่วยเหลือและเยียวยาคนไทย ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในศูนย์ ก็ต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมนานาชาติ . . จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายว่าในการประชุม ASEAN ที่มาเลเซียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา: - แม้นายกฯ มีการพูดถึงการเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ - แต่นายกฯ กลับไม่ได้มีแผนที่เตรียมไปนำเสนออย่างชัดเจน ว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบอย่างไร และจะเชิญชวนประเทศอื่นมาร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร . บทสนทนาเบื้องต้นจากการประชุม APEC ที่เกาหลีใต้ที่กำลังดำเนินการอยู่ ก็ยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นนี้ . ในเชิงรูปธรรม ผมเห็นว่าไทยสามารถใช้เรื่องการปราบสแกมเมอร์เพื่อลุกขึ้นมามีบทบาทนำในเวทีโลกได้ในอย่างน้อย 2 มิติ . [ 1. ชิงบทบาทนำในเวทีอาเซียน (ASEAN) เพื่อใช้กลไกและทรัพยากร ASEAN ที่มีอยู่ในการปราบสแกมเมอร์ ] . หลายคนก็จะมองว่ากลไก ASEAN ที่ผ่านมา ไร้น้ำยา หรือไร้ประสิทธิภาพ . แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง กลไก ASEAN จะมีประสิทธิภาพแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าไทยเราเองใช้กลไก ASEAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากย้อนไปดู ASEAN Declaration on Transnational Crime 1997 (ปฏิญญาของอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ) เราจะเห็นว่าปฏิญญาดังกล่าวมีการพูดถึงการพิจารณาตั้งศูนย์ ASEAN Centre on Transnational Crime (ACOT) แต่ผ่านมาเกือบ 30 ปี ศูนย์นี้ก็ยังไม่เกิด . ดังนั้น หากไทยเอาจริงเรื่องการใช้กลไก ASEAN เราควรเดินหน้าเสนอให้เร่งตั้งศูนย์ดังกล่าว ในประเทศไทยเพื่อรวมทรัพยากรและฐานข้อมูลของทั้งภูมิภาคในการปราบสแกมเมอร์ . [ 2. ใช้ประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาสมดุลระหว่าง 2 มหาอำนาจ ] . ที่ผ่านมาไทยเราถูกตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่าเรากำลังถูกสหรัฐและจีน ดึงเราไป-มา ในทางที่อาจไม่ได้ก่อประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศ (เช่น กรณีส่งกลับชาวอุยกูร์เมื่อต้นปี หรือ กรณีล่าสุดที่มีการเซ็น MOU กับสหรัฐเรื่องแร่หายาก) . ดังนั้น ในเมื่อสแกมเมอร์เป็นปัญหาที่มีเหยื่อคนสหรัฐและคนจีนจำนวนมาก จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้ประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ มาพลิกบทบาทของไทยในเวทีโลก ให้เปลี่ยนจากการเป็น “ผู้ที่ถูกบีบ” ให้ต้องเลือกระหว่างขั้วอำนาจมาเป็น “ผู้ที่ใช้ประโยชน์” จากสภาวะภูมิรัฐศาสตร์โลกดังกล่าว . ผมไม่แน่ใจว่าครั้งสุดท้าย ที่ผู้นำระดับสูงของสหรัฐและจีน มาพบกันที่ไทย คือปีไหน และในวาระอะไร และแน่นอนว่าเป้าหมายดังกล่าวในบริบทโลกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าจะมีสักเรื่องที่ผมคิดว่าไทย อาจพอจะเป็น “ตัวเชื่อม” หรือ “เจ้าภาพ” ได้ในการเชิญทั้ง สหรัฐ และ จีน (รวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลก) มาร่วมสนทนาและร่วมมือกันแก้ปัญหาระดับนานาชาติก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการปราบสแกมเมอร์ . . ทั้งหมดนี้ คือตัวอย่าง ของ นกตัวที่ 3 หรือประโยชน์เด้งที่ 3 ที่เราจะได้ จากการเอาจริงเรื่องสแกมเมอร์ . เพราะนอกจากการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกลวงแล้ว . นอกจากการยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเพื่อคืนความปลอดภัยให้พี่น้องตรงชายแดนแล้ว . แต่หากเราพลิกวิกฤตดังกล่าวมาเป็นโอกาสในการทำให้ไทยกลับมามีบทบาทนำในเวทีโลก . หากเราทำให้คนทั่วโลก นึกถึงประเทศไทย ทุกครั้งที่เขานึกถึงการปราบปรามสแกมเมอร์หรือการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในโลกออนไลน์ . อิทธิพลหรือ “ซอฟต์พาวเวอร์” (soft power) ที่ไทยเราจะมีในเวทีโลกหลังจากนี้ไป จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับผลประโยชน์ของคนไทยในอนาคต

Parit Wacharasindhu (Itim)

15,402 görüntüleme • 8 ay önce