正在加载视频...

视频加载失败

79,275 次观看 • 3 天前 •via X (Twitter)

0 条评论

暂无评论

原始帖子的评论将显示在这里

相关视频

น้องฝาย น่ารัก...
0:20

Sensitive content

น้องฝาย น่ารัก...

ssek sak

123,172 次观看 • 3 天前

[ ภารกิจรัฐบาลประชาชน : การศึกษามีความหมาย | การศึกษามีความสุข | การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ] . ทักษะของคนไทยเรา กำลังเข้าสู่ขั้น “วิกฤต” . จากรายงานของธนาคารโลก: - 74% ขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน - จะเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินบนเว็บไซต์ ยังทำได้ไม่ค่อยคล่อง - 65% ขาดทักษะการอ่านจับใจความ - เมื่อเจอฉลากยาที่ซับซ้อน อาจไม่มั่นใจว่าต้องปฏิบัติอย่างไร . ปัญหานี้ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ - แทบทุกคนทุกพรรค เห็นตรงกัน ว่าการศึกษาไทยไปต่อแบบเดิมไม่ได้ . ที่ผ่านมา พวกเราทุกภาคส่วนเองก็ “ลงทุน” ไปไม่น้อยกับการศึกษา ไม่ว่าจะงบประมาณแผ่นดิน เงินที่ผู้ปกครองควักเอง เวลาเรียนของนักเรียน หรือเวลาทำงานของครู . แต่สำหรับพรรคประชาชน เรามองว่า ทางออกเรื่องการศึกษา ไม่ได้อยู่ที่การเติม “ปริมาณ” ทรัพยากรเข้าไปเรื่อยๆ แต่อยู่ที่การยกระดับ “ประสิทธิภาพ” ของระบบ ในการแปรทรัพยากรที่เราใส่เข้าไป ให้ออกมาเป็น “ผลลัพธ์” ที่เราต้องการ . ผลลัพธ์ที่พรรคประชาชนอยากเห็น คือ: A. การศึกษาที่มีความหมาย B. การศึกษาที่มีความสุข C. การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด . [ A. การศึกษามีความหมาย ] . พรรคประชาชนต้องการให้ เวลา 16,000+ ชั่วโมง ที่เด็กคนหนึ่งต้องใช้ในห้องเรียน ตลอด 15 ปี ถูกแปรออกมาเป็นทักษะ ที่ทำให้เขาใช้ชีวิตและมีอนาคตที่ดีได้ . 1. เดินหน้าจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ให้สำเร็จ - หลักสูตรใหม่ ต้องไม่เน้นการอัดฉีดเนื้อหา แต่เน้นพัฒนาสมรรถนะให้ทุกคน “คิดเป็น ทำได้ สื่อสารดี” - หลักสูตรใหม่ ต้องไม่แข็งตัวเกินไป แต่ต้องยืดหยุ่นเพียงพอ ให้สถานศึกษาปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ . 2. ทำให้ ครู มีทั้ง “เวลา” และ “ทักษะ” ในการดูแลพัฒนาการของนักเรียน - เราจะคืนเวลาให้ครู และคืนครูให้ห้องเรียน ผ่านการยกเลิกงานธุรการหรือโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ และเพิ่มงบในการจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ - เราจะกระจาย งบอบรมจากส่วนกลาง ไปให้ครู-โรงเรียน ร่วมกันกำหนดเองว่าจะใช้พัฒนาทักษะอะไร . 3. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการยกระดับการศึกษา ผ่านการสนับสนุนให้มี “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับชาติ” - แพลตฟอร์มดังกล่าว จะต้องไม่เป็นเพียงคลังเนื้อหา ที่นักเรียนและครูเข้าถึง - แต่จะต้องมีการนำ AI มาช่วยการวิเคราะห์ จุดแข็ง-จุดอ่อนนักเรียน เพื่อปรับเส้นทางการเรียนรู้ ให้เหมาะกับความต้องการและความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน . [ B. การศึกษามีความสุข ] . 1. ทำให้ผู้ปกครอง “ไม่ทุกข์” กับการต้องกู้หนี้ยืนสิน เพื่อจ่ายเงินให้ลูกเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ - เราจะทำให้ประเทศเรา มีโรงเรียน ที่เรียนฟรีจริง 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ ผ่านการปรับสูตรจัดสรรงบและอัตราครูที่ไม่ใช้จำนวนนักเรียนเป็นปัจจัยหลักเพียงปัจจัยเดียว และผ่านการแก้ประกาศ ศธ. เพื่อห้ามโรงเรียนเก็บเงินเพิ่มสำหรับรายการที่เราเห็นว่าควรรวมอยู่ในสิทธิ “เรียนฟรี” (เช่น ค่าสอนคอม) . 2. ทำให้นักเรียน “มีความสุข” กับชีวิตในวัยเรียน ผ่านการดูแลสุขภาพกายและใจของผู้เรียน - เราจะดูแลสุขภาพกายของนักเรียน โดยเพิ่มงบอาหาร 50% เพื่อให้เด็กเราไม่ต้องอดอาหารเพราะไม่มีเงิน - เราจะดูแลสุขภาพใจของนักเรียน โดยเพิ่มงบในการจ้างนักจิตวิทยา ให้ประจำโรงเรียนได้มากขึ้น . 3. ทำให้ทุกคนในการศึกษาได้รับ “ความไว้วางใจ” ในการทำหน้าที่ - สถานศึกษา ควรมีอำนาจมากขึ้นในการจัดทำหลักสูตร - ตัดสินใจเรื่องงบ - คัดเลือกครู - ครู ควรมีโอกาสในการได้ร่วมประเมิน ผอ. - นักเรียน ควรมีส่วนร่วมในการออกแบบกฎระเบียบของสถานศึกษา . [ C. การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ] . เราเข้าใจดีว่าในโลกยุคนี้การเรียนรู้ต้องไม่จำกัดอยู่แค่ในรั้วของสถานศึกษา . สำหรับเด็กและเยาวชนในวัยเรียน: . 1. ออกแบบระบบการศึกษาที่ไร้รอยต่อระหว่างการเรียนรู้ในและนอกสถานศึกษา - สนับสนุนให้เยาวชนนำประสบการณ์ข้างนอกโรงเรียนมารับรองและเทียบเคียง เป็นหน่วยกิตในโรงเรียนได้ - ปลดล็อกให้มีผู้จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น (เช่น บ้านเรียน ศูนย์การเรียน) . 2. ส่งเสริมให้เยาวชนได้ค้นพบตนเองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ โดยแจก “คูปองเปิดโลก” ให้เด็กและเยาวชน 2,000 บาท/คน/ปี เพื่อใช้ในการเรียนรู้นอกห้องเรียน (เช่น คอร์สศิลปะ-ดนตรี / อุปกรณ์กีฬา / ค่ายกิจกรรม) . [ “เมกะโปรเจกต์” ยกระดับทักษะคนทำงาน ] . สำหรับคนวัยทำงาน: . 3. เราจะลงทุนหลักหมื่นล้านใน “เมกะโปรเจกต์” เรื่องการยกระดับทักษะคนทำงาน โดยการทำ “ระบบกลาง” ขึ้นมา เพื่อสร้างบัญชีการเรียนรู้ให้คนไทยทุกคนในการเข้าถึงการอบรมทักษะที่รัฐสนับสนุน . การยกระดับทักษะแรงงานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราจะทำต่างจากเดิมใน 2 เรื่องสำคัญ . (i) ไม่ปล่อยให้หน่วยงานรัฐ “ต่างคน ต่างทำ” (ต่างมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของตนเอง รวมกันเป็น 10-20 แพลตฟอร์ม) แต่ทำให้ทุกหน่วยงานรัฐ “ต้องทำงานบนแผนเดียวกัน ระบบเดียวกัน” (ทุกโครงการของรัฐในการอบรมทักษะจะต้องถูกพิจารณาผ่านระบบใหม่นี้) . (ii) ไม่ให้รัฐทำตัวเป็น “คุณพ่อรู้ดี” ที่ “คิดเอง ฝึกเอง วัดผลเอง” (ทำคอร์สขึ้นมา วัดผลจากแค่จำนวนคนที่มาเซ็นชื่อหรือยอดวิวของคลิปที่คนเปิดทิ้งไว้) แต่ปรับบทบาทรัฐ ให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการเชื่อมผู้เรียนกับผู้สอน . ในฝั่งผู้เรียน: รัฐจะไม่คิดแทนหรือตัดสินใจแทนประชาชน แต่รัฐจะจัด “คูปอง” ให้ประชาชนเลือกเอง ว่าจะใช้เรียนคอร์สไหน ที่อยู่ในระบบ - เพื่อให้ผู้เรียน ยอมสละเวลาทำมาหากิน เพื่อมายกระดับทักษะตนเอง คูปองฝึกทักษะนี้ จะต้องครอบคลุมทั้ง “ค่าเรียน” (ในรูปแบบ “เครดิต” ที่ใช้ในการซื้อคอร์สอบรม) และ “ค่าเสียโอกาส” (ในรูปแบบ “เงินสด” ที่จ่ายให้ผู้เรียนเมื่อเรียนจบ) - เพื่อให้ตอบโจทย์ที่หลากหลาย คูปองฝึกทักษะนี้ อาจจะมีทั้ง คูปองที่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ในการอบรมทักษะพื้นฐานให้ตนเอง + คูปองที่ให้ผู้ว่าจ้างส่งพนักงานไปอบรมทักษะเฉพาะอาชีพหรืออุตสาหกรรม . ในฝั่งผู้สอน รัฐจะไม่ฝึกเอง แต่จะทำหน้าที่ คัดกรอง และจัดระดับ คอร์สจากภาคเอกชน ที่มาเข้าร่วมในระบบ - คอร์สที่คัดเข้ามาอาจมาจาก แพลตฟอร์มการเรียนรู้ ผู้ฝึกเอกชน หรือ สถาบันอุดมศึกษา - คอร์สไหนที่ รับรองคุณวุฒิวิชาชีพ หรือรับประกันการจ้างงาน คนก็จะแห่มาใช้คูปองซื้อคอร์สมากขึ้น โดยรัฐเองก็อาจจะตอบแทนหรือให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต่อผู้ผลิตคอร์สดังกล่าว - พอเป็นเช่นนี้ ผู้สอนก็จะแข่งกันผลิตคอร์สที่มีคุณภาพซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ “เศรษฐกิจการเรียนรู้” ของประเทศ ได้เติบโต . รัฐ จึงจะเป็นเสมือนแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ผ่าน 3 บทบาทหลัก . (1) เป็น “ตลาด” ให้ประชาชนซื้อขายคอร์สอบรมทักษะ (2) เป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่วิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำว่าควรเรียนคอร์สไหน (3) เป็น “พ่อสื่อ-แม่สื่อ” ที่จับคู่ “ผู้เรียนที่หางาน” กับ “ผู้ว่าจ้างที่ขาดคน” . [ การศึกษาที่มีความหมาย | การศึกษาทีมีความสุข | การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ] . ภายใต้รัฐบาลพรรคประชาชน - ระบบการศึกษาเรา จะต้องไม่ติดกับดัก “ความเชื่อ” แบบเดิมๆ แต่จะต้องมี “ความหมาย” ที่เชื่อมกับอนาคต - ห้องเรียนเรา จะต้องไม่ตั้งเป้าแค่ให้เด็กเรียนหนัก ครูทำงานหนัก แต่จะต้องตั้งเป้าให้ เด็กเรียนแล้วสนุก ครูทำงานแล้วมีความสุข - การยกระดับทักษะคนจะต้องไม่ใช้แนวทางที่ รัฐ “คิดเอง ฝึกเอง วัดผลเอง” แต่จะต้องใช้แนวทางที่ “ประชาชนเป็นผู้เลือก เอกชนเป็นผู้ฝึก รัฐเป็นผู้จ่าย” . เลือกรัฐบาลพรรคประชาชน เพื่อการศึกษาที่มีความหมาย การศึกษาที่มีความสุข และการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

Parit Wacharasindhu (Itim)

28,388 次观看 • 5 个月前

ผ่านมา 1 ปีที่ลูกเลิกเล่นเรือใบ แม่ที่พึ่งรู้สาเหตุที่ตัดสินใจเลิกเล่นเค้นลูกมาเกือบปีว่าเกิดจากอะไรปวดใจและหัวใจสลายมากลูกใครใครก็รัก แต่ทำไมลูกเราต้องมาเจออะไรแบบนี้บูลี่ยังพอทน แต่ถอดกางลูกกูกลายเป็นเรื่องฝังใจมันไม่ใช่เรื่องปกติช่วงที่ลูกเราเป็นนักกีฬาแม่ทนมากเพราะลูกชอบสุขภาพจิตแย่มากความจริงใจหาแทบไม่มีแย่งชิงกันจนหาความสัมพันธ์ไม่ได้เลย แล้วแม่จะเคลียร์ให้ลูกก็บอกอายขอร้องไม่ให้แม่ไปเคลียร์ไม่อยากไปที่สมาคมอีกแต่มันฝังใจแม่เหลือเกินแม่ปวดใจหัวใจแม่มาก ถ้าเราไม่เคลียร์มันก็ต้องเกิดขึ้นกับคนอื่นอีก #ทุกคนคิดเห็นว่ายังไงขอความเห็นหน่อยค่ะ แม่ควรทำยังไงเพื่อปกป้องลูก พ็อตเตอร์ เจต มาขอโทษลูกแม่เถอะ Cr:Ging Geaw

Red Skull

867,738 次观看 • 1 天前

🩷💚🩵ชุดแบบนี้ถ้าไม่ใช่ Proxie ใส่พี่ว่ายังไม่ก็ทำไม่ถึง!🧡💛💜 📌ในปัจจุบัน Brand Identity ถือเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่หลายแบรนด์ต่างยกมาเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการทำการตลาด และสิ่งนี้วงบอยกรุ๊ปสัญชาติไทยอย่าง PROXIE ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้าง Brand Identity ของตัวเองจนแข็งแกร่ง ส่งผลให้แบรนด์สินค้าต่างๆ เลือกใช้หนุ่มทั้ง 6 ในการ Present เพื่อปรับเปลี่ยนหรือยกระดับภาพจำสินค้าให้เข้าถึงคนเจเนอเรชันใหม่ 🍇จากไวรัลชุดพวงองุ่น จนมาถึงชุดแปรงสีฟันหลากสี ใครจะคิดว่าศิลปิน Boyband ที่มีภาพลักษณ์หล่อ เท่ และดูดี จะมีอีกคาแรกเตอร์หนึ่งที่ไปสุดได้ขนาดนี้ ที่เริ่มต้นจากความสำเร็จของ Wall's ที่ให้ PROXIE สวมชุดพวงองุ่นสีม่วง ซึ่งสามารถสร้างกระแสพูดถึงและเพิ่ม Brand Awareness ได้อย่างมหาศาล ✨ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมายนี้ทำให้ชุดแฟนซีกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นของ PROXIE เพราะไม่ได้ขายแค่ภาพลักษณ์ของไอดอลหนุ่ม แต่ยังขายความสนุก ความเป็นกันเอง ซึ่งเข้ากับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี แล้วคุณคิดว่าครั้งหน้า 6 หนุ่ม 6 สีจะมาในชุดแฟนชีของสินค้าอะไร คอมเมนต์มาพูดคุยกันได้น้าาา #PROXIEth #Proxie #bROTHERSMUSIC #บอกต่อ #เทรนด์วันนี้ #TrendyThailand #INNNEWS

สำนักข่าว INN

35,141 次观看 • 1 天前

ช้านภูมิใจในคนไทยอะ 🥲🇹🇭🌟 น้อง MARQUISE คือสาวไทยที่เข้ารอบสุดท้ายรายการที่เดบิวต์วง KATSEYE หลังจบรายการน้องกลับมาไทยและเซ็นสัญญาเดบิวกับค่ายไทย YUPP! (ค่ายของมิลลิ) และนี่คือเพลงเดบิวต์ของน้อง "dontneedyouanymore" คือไม่ใช่แค่ภูมิใจในตัวน้องมาร์คีส์นะ แต่ภูมิใจในผลงานคนไทยมากก ด้วยความที่น้องมีฐานแฟนตปทเยอะ และคงโปรโมตโกลบอลเป็นหลัก ซึ่งผลงานที่ออกมาอะ โคตรอินเตอร์ ทั้งเพลง เอ็มวี สไตลลิ่ง ตอนดูจบครั้งแรก นึกว่าค่ายจ้างคนต่างชาติมาทำ พอเปิดเครดิตดู อห คนไทยล้วนนนน Music Director : Doimountain MV Directed by พี่ตั๋ง panich pongpanich ท่าเต้น : ครูกวาง KZGIRL รวมถึงทีมเบื้องหลังอีกมากมายที่เป็นคนไทยฝีมือระดับท็อปทั้งนั้น นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้รู้ว่าคนไทยมีศักยภาพไปถึงระดับโลกได้จริง ถ้าได้รับโอกาสและพื้นที่ให้ได้สร้างสรรค์งาน ไม่รู้จะเรียกน้องว่า T-POP ได้เต็มปากไหม แต่ขอบคุณมาร์คีส์ที่เลือกกลับมาสร้างผลงานที่ประเทศไทย ขอบคุณ YUPP! ที่กล้าเปิดโอกาสและเชื่อในศักยภาพของศิลปินไทย รวมถึงเปิดโอกาสให้คนเบื้องหลังไทยได้มีพื้นที่โชว์ความสามารถ และหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ตามเทรนด์ แต่เราสามารถสร้างงานระดับโลกได้ด้วยตัวเองเช่นกัน 🇹🇭✨ YUPP! MARQUISE #MARQUISE_dontneedyouanymore #MARQUISE #มาร์คีส์

สันติ.

611,433 次观看 • 2 天前