Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

ตรงนี้นี่เอง #เกาะพะงัน

185,273 görüntüleme • 1 yıl önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

บุกค้นสำนักงานบัญชีเกาะพะงัน! ทลายเครือข่ายตั้ง "บริษัทนอมินี" เอื้อทุนต่างชาติ . เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักงานบัญชีและทนายความบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบเบาะแสรับจ้างจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนอมินีให้ชาวต่างชาติ ขณะที่อดีตผู้รับจ้างแฉพฤติการณ์ มีการนำชื่อคนไทยไปเข้าประกันสังคมเพื่อขอเวิร์คเพอร์มิตให้ต่างชาติ และสวมสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว หวั่นการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" (14 พ.ค. 69) . #นอมินี #ทุนต่างชาติ #นอมินีต่างชาติ #เกาะพะงัน #ตั้งบริษัทนอมินี #สวมสิทธิ์คนไทย #กวาดล้างทุนต่างชาติ #ThaiPBS ⚡

Thai PBS

11,312 görüntüleme • 3 ay önce

ปิดจบดราม่า! เปิดข้อเท็จจริง “ฝรั่งสั่งหยุดงานบวช” เกาะพะงัน ─── จากกระแสข่าวที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนเกิดความเข้าใจผิด “ชาวต่างชาติสั่งหยุดงานบวช โทรแจ้งตำรวจ” ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นำโดย พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. พร้อมด้วย พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า ชาวต่างชาติที่ปรากฏในเหตุการณ์เป็น “ชาวยูเครน” ไม่ใช่ “ชาวอิสราเอล” ตามที่มีการเผยแพร่ในบางสื่อและโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารภาษาอังกฤษจากทั้งสองฝ่าย จึงทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน โดยชาวยูเครนรายดังกล่าวเพียงเข้ามาขอความร่วมมือให้ลดระดับเสียงดนตรี เนื่องจากมีบุตรเล็กพักอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่จัดงาน ไม่ได้มีการสั่งการให้หยุด หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามที่ถูกกล่าวอ้าง ที่สำคัญ ผู้จัดงานและพยานในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่า ไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับชาวต่างชาติรายนี้มาก่อน และตลอดเวลาที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ก็มีความสัมพันธ์อันดี เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมกันได้ตามปกติ ไม่ได้มีพฤติกรรมสร้างปัญหาให้กับชุมชน ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงถึงประเพณีการจัดงานบวชของไทย ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพียงคืนเดียว ชาวยูเครนรายดังกล่าวก็เข้าใจและไม่ได้ติดใจหรือร้องเรียนเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีการนำภาพต้นฉบับไปตัดต่อด้วย AI และเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง จนสร้างความเข้าใจผิดและกระแสความขัดแย้งในสังคม 📌 สรุปแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่ใช่กรณี “ฝรั่งสั่งหยุดงานบวช” แต่เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสาร ก่อนจะถูกนำไปขยายผลและบิดเบือนในโลกออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องราวคนละแบบกับข้อเท็จจริง ⚠️ กอ.รมน. ขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ และร่วมกันไม่เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือเนื้อหาที่อาจสร้างความแตกแยกในสังคม เพื่อรักษาบรรยากาศแห่งความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของทุกภาคส่วน ─── #ทีมโฆษกกอรมน #กอรมนจังหวัดสุราษฎร์ธานี #ดราม่าเกาะพะงัน

ทีมโฆษก กอ.รมน.

38,222 görüntüleme • 2 ay önce

ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล จี้ปรามพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เจ้าของสมุยเอ็กโซติก ปาร์ค เต้ อาชีวะ ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล จี้ปรามพฤติกรรมนักท่องเที่ยว อ้างร้องเรียนกว่า 200 เคส ลั่น ก.ย.มีเซอร์ไพรส์ 2 พันบริษัทนอมินี น.ส.จินดารัตน์ หรือ “คุณจิน” นายเควิน สามี เจ้าของสมุยเอ็กโซติก ปาร์ค พร้อมนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้ อาชีวะ” เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ขอให้ช่วยสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้พำนักชาวอิสราเอล ให้เคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมไทย เนื้อหาในหนังสือระบุว่า เครือข่ายภาคประชาชนไทยไม่ทนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ อาทิ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และปาย เกี่ยวกับพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม รวมถึงข้อพิพาทด้านธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ พร้อมย้ำว่า ไม่ได้เหมารวมชาวอิสราเอลทั้งหมด แต่หากบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายไทย ควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย เต้ อาชีวะ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาอย่างสันติ ต้องการนำความเดือดร้อนของประชาชนมาให้สถานทูตรับทราบ โดยอ้างว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 200 เคส ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกคุกคามหรือข่มขู่ทางธุรกิจ โดยเคสที่หนักคือ “คุณจิน” ซึ่งอ้างว่าถูกข่มขู่ฆ่า รวมถึงมีกรณีทะเลาะกับไกด์ ข่มขู่อินฟลูเอนเซอร์ไทย และข้อพิพาทกับร้านอาหารบนเกาะพะงัน พื้นที่ที่มีเรื่องร้องเรียนมาก ได้แก่ ป่าตอง ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และปาย โดยอ้างว่าบางพื้นที่มีเรื่องร้องเรียน 60-70 เคส พร้อมย้ำว่าปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มีเฉพาะชาวอิสราเอล แต่ยังมีชาวจีน รัสเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศส และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายไทย ตนตั้งข้อสังเกตฃว่า “ยิวศูนย์เหรียญ” และการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบธุรกิจต่างชาติและปัญหานอมินี โดยระบุว่า เดือนกันยายนจะมี “เซอร์ไพรส์” และอ้างว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนอมินีมากกว่า 2,000 บริษัท รวมถึงอาจมีประเด็นข้าราชการที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลย พร้อมขอให้สื่อมวลชนติดตามเรื่องนี้ ส่วนกรณี “ชาบัด” ตนไม่ได้มีปัญหากับศาสนา แต่ต้องการให้ผู้ที่เข้ามาอยู่และประกอบธุรกิจในประเทศไทยเคารพกฎหมายและไม่คุกคามคนไทย พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของชาวต่างชาติบางรายที่อ้างว่ารู้จักตำรวจหรือทนายความ โดยย้ำว่า การรู้จักเจ้าหน้าที่ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่เหนือกฎหมาย ด้าน “คุณจิน” เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมมอบหลักฐานภาพถ่ายและกล้องวงจรปิด กรณีถูกข่มขู่และมีบุคคลมาจอดรถบริเวณหน้าบ้าน โดยระบุว่าตำรวจกำลังตรวจสอบข้อมูลและขยายผล ขณะที่ตนยังพบข้อความข่มขู่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตนได้รับข้อความผ่าน Facebook, WhatsApp และ Instagram รวม 2-3 ร้อยข้อความ ในลักษณะข่มขู่ฆ่า ขู่ว่าจะส่งคนเข้าฟาร์ม หรือวางยาสัตว์ พร้อมตั้งคำถามถึงความมั่นใจของบุคคลบางกลุ่มที่กล่าวอ้างว่า “เกาะสมุยเป็นของอิสราเอล” และจะไล่คนไทยออกจากเกาะ มันมีอะไรที่ทำให้เขามั่นใจขนาดนั้น ว่าที่นี่เกาะสมุยเป็นของอิสราเอล และจะไล่เราออกจากเกาะ ตนยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่กองปราบ เพราะ ไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจในพื้นที่ และเชื่อว่าการเปิดเผยเรื่องต่อสื่ออาจทำให้ได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น พร้อมระบุว่าคนไทยในพื้นที่จำนวนหนึ่งส่งข้อความมาให้กำลังใจ แต่เป็นการช่วยเหลือแบบไม่เปิดเผยตัว หลังจากแจ้งความไปแล้ว ยังมีการข่มขู่เข้ามาทุกวัน และแม้แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนลงจากเครื่องบินก่อนเดินทางไปกองปราบ “โทนี่” ซึ่งเป็นคู่กรณี ก็ยังส่งข้อความมาเยาะเย้ยและข่มขู่หลังจากที่มีการแจ้งความไปแล้วยังมีการข่มขู่อยู่ทุกวัน จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตอนที่ตนนั้นลงเครื่องบินมาก่อนที่จะไปที่กองปราบ โทนี่ซึ่งเป็นคู่กรณี ก็ยังส่งข้อความมาเยาะเย้ยตนอยู่ ว่าบ้านไม่มีแล้ว แม่ไม่มีบ้านอยู่แล้ว แม่ต้องนอนในรถแล้ว เดี๋ยวตก้อยังมีการข่มขู่แบบนี้ตลอด สำหรับกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการเพิกถอนวีซ่า บุคคลที่มีข่าวคือแฟนของตน “เควิน” และ “เจคอป” ซึ่งเป็นตัวละครแรก โดยยืนยันว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน และหากเจคอปถูกเนรเทศหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นเพียงตัวละครเล็ก ๆ แต่กรณีของเควินต้องตั้งคำถามว่าเขาทำอะไรผิด เพราะเขาเพียงปกป้องฟาร์ม ธุรกิจ และสัตว์เลี้ยงของตน ตนก็ไม่ทราบว่าข่าวที่ออกไปนั้นเป็นจริงหรือเท็จ ด้านความปลอดภัย มีตำรวจเข้ามาดูแลหลังแจ้งเหตุ แต่ไม่ได้เฝ้าตลอดเวลา พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่ เหนื่อยและระแวง จากข้อความข่มขู่จำนวนมาก โดยเฉพาะความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสัตว์และคนในครอบครัว ขณะที่ “เควิน” เปิดเผยเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า จากประสบการณ์ใช้ชีวิตในประเทศไทยกว่า 10 ปี พบชาวต่างชาติจากหลายประเทศ แต่ไม่เคยเห็นกลุ่มใดแสดงอำนาจหรืออิทธิพลในลักษณะที่ตนพบ พร้อมเรียกร้องให้คนไทยตื่นตัวและปกป้องสิทธิของตัวเอง โดยยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการเหยียดเชื้อชาติ แต่ต้องการให้ชาวต่างชาติเคารพและให้เกียรติคนไทย ทั้งนี้ หลังแถลงต่อสื่อ เต้ อาชีวะ คุณจิน,เควิน ได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำหนังสือมายื่นต่อสถานทูต พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ #สื่อเถื่อน #เจ้าของสมุยเอ็กโซติกปาร์คยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล #น้ำส้มสายชูขู่ฆ่าคนไทยบนเกาะสมุย

Pure Guava

118,145 görüntüleme • 8 gün önce