Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

ต่อเรื่องสเปคจอ ในโครงการ TH-Ai passport 1) การล็อคสเปคเจองื่อนไขการประชาสัมผ่านจอทั่วประเทศไว้ 3ข้อ 2) ราคาจอ 900,000฿ ซึ่งไม่มีใคร บริษัท/เอเจอนซี่เจ้าไหน ทำตามเงื่อนไขทั้งหมดในราคานี้ได้ นอกซะจากว่าคุณจะเป็นเจ้าของจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศซะเอง!!

18,249 views • 1 day ago •via X (Twitter)

0 Comments

No comments available

Comments from the original post will appear here

Related Videos

4 เรื่องบังเอิญน่าเหลือเชื่อ ที่เกิดขึ้นแล้วในโครงการ ‘TH-AI Passport’ . บังเอิญทั้งเรื่องกลุ่มบริษัทที่เข้ามาประมูลเป็นกลุ่มบริษัทที่วางราคากลางไว้ กลายเป็นผู้ชนะประมูลโครงการนี้เสียเอง บังเอิญเรื่องที่สอง TOR ทำเหมือนล็อกสเปก แถมให้ประชาสัมพันธ์ผ่านจอในร้านสะดวกซื้อ . ความบังเอิญยังไม่หมดแค่นี้ งานประมูลบิ๊กดาต้าของกระทรวง อว. มี 3 บริษัทที่มาทำราคากลางของโครงการนี้ เป็น 3 บริษัทเดียวกับที่ทำโครงการ TH-AI Passport ด้วย! แถมอีกหนึ่งบังเอิญครั้งที่ 4 คือกลุ่มบริษัทที่ชนะโครงการยังชนะโครงการการแข่งขันรถโมโตจีพี (MotoGP) ที่บุรีรัมย์ด้วย!!! . ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีการดำเนินโครงการไทยแลนด์เอไอพาสปอร์ต (TH AI Passport) สำหรับคนไทย 5 ล้านคน มูลค่าโครงการ 1,621 ล้านบาทที่พบเรื่องบังเอิญแปลกๆ เต็มไปหมด . ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ Pawoot.com สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 28 พฤษภาคม 2569

พรรคประชาชน - People's Party

33,574 views • 2 months ago

[ HIGHLIGHT: รัฐบาลควรชะลอและโอนงบจาก โครงการ Skill/Credit Portfolio 7,000+ ล้านบาท ได้มากกว่านี้ ท่ามกลางข้อพิรุธของ TOR เดิม ที่สืบทอดมาจากรัฐบาลก่อน ] . วันนี้ ในการอภิปราย พ.ร.บ. โอนงบ 69 ผมพยายามยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆว่ารัฐบาลสามารถประหยัดงบในส่วนไหนได้อีก ที่จะทำให้โอนงบมาช่วยประชาชน ได้มากกว่า 10,328 ล้านบาท ที่รัฐบาลเสนอ . ตัวอย่างที่ผมเห็นว่าชัดที่สุด คืองบที่เกี่ยวข้อง กับ Megaproject ด้านการยกระดับทักษะที่มีชื่อว่า “โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคล” (Skill/Credit Portfolio) - โครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 โครงการที่มีชื่อเดียวกันใน 2 กระทรวง (อว. / ศธ.) - มีงบประมาณผูกพันรวมกัน 7,025+ ล้านบาท - มีงบประมาณ 1,183+ ล้านบาท ที่อยู่ใน พ.ร.บ. งบ 69 . เหตุผลไม่ใช่เพราะผมไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายของการยกระดับทักษะคนในประเทศ แต่เป็นเพราะผมเห็นว่า 2 โครงการนี้ (ซึ่งถูกริเร่มตั้งแต่สมัยที่ภูมิใจไทยบริหารกระทรวง อว. และ ศธ. เมื่อต้น 68) มีข้อพิรุธหลายประการที่คล้ายกับข้อพิรุธในโครงการ TH-AI Passport และสอดคล้องกับข้อกังวลที่ผมเคยได้อภิปรายไว้ ตั้งแต่ตอนสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2569 . TOR ของโครงการ Skill/Credit Portfolio ฝั่ง อว. (ที่ถูกจัดทำในช่วงปลายปี 2568) มีข้อสังเกตหรือข้อพิรุธ 3 ข้อ . 1. เงื่อนไขหลายประการ มีความเสี่ยงจะเป็นการ “กีดกัน” มากกว่าการ “สนับสนุน” การแข่งขัน - TOR มีการ “มัดรวม” ค่าการพัฒนาแพลตฟอร์ม (~2,800 ล้านบาท?) กับค่าจัดหาสื่อ (~2,600 ล้านบาท?) ไว้ในสัญญาเดียว แทนที่จะแยกออกเป็นคนละสัญญา ซึ่งทำให้บริษัทที่เชียวชาญอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าร่วมประกวดได้ยาก . 2. กระบวนการทั้งหมด เสี่ยงจะเป็นการเอื้อให้กับบริษัทที่ “รู้ข้อสอบ” มาก่อน - ในมุมหนึ่ง จากรายละเอียดใน TOR บริษัทใดก็ตามที่ชนะประกวดก็คาดว่าจำเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมา (เพราะกำหนด features ที่แพลตฟอร์มต้องทำได้ ไว้ละเอียดและเจาะจง) - แต่ในอีกมุมหนึ่ง TOR ฉบับเดียวกัน กลับกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกและงวดงานที่วางไว้ ที่เสมือนกับเป็นการบีบให้บริษัทที่จะชนะประกวดได้ จะต้องมีแพลตฟอร์มสำเร็จรูปไว้ในมืออยู่แล้ว (เช่น 62 / 100 คะแนนในเกณฑ์คัดเลือก ถูกวัดจากการ “ทดสอบระบบ” ตั้งแต่วันประกวด) - ดังนั้น พอ TOR ไปออกแบบให้คู่สัญญา(1) ต้องทำแพลตฟอร์มใหม่ที่ตรงตามความต้องการและสเปกที่ละเอียดยิบของกระทรวง แต่ (2) ต้องมีของเกือบสำเร็จรูปอยู่ในมือแล้ว ที่พร้อมทดสอบระบบตั้งแต่ในวันประกวด - บริษัทที่ได้เปรียบที่สุดในการเข้าประกวดโครงการนี้ ก็หนีไม่พ้นบริษัทที่ “รู้ข้อสอบ” มาก่อน . 3. โครงสร้างสัญญาทำให้รัฐเสียเปรียบเอกชน ] - งบประมาณโครงการจะสูงกว่า 5,400 ล้านบาท แต่รัฐกลับมีสถานะเป็นเพียงผู้ “เช่า” บริการ เมื่อสิ้นสุดโครงการใน 4 ปี - เอกชนจะได้ทั้งเงินทุนและได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเพื่อนำไปต่อยอดหาลูกค้าเอง ในขณะที่รัฐกลับไม่มีทรัพย์สินใดติดมือเหลืออยู่เลย . ความจริง ข้อพิรุธทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมเชื่อว่า รมต. อว. ปัจจุบันก็ทราบดี เพราะ - ท่านเองก็ยังไม่ได้เข้าสู่ตำแหน่ง ตอนมีการร่าง TOR เดิมฉบับนี้ - ท่านเองก็ได้สั่งรื้อ TOR เดิม ไปเมื่อไม่นานมานี้ - ท่านปรับลด 35% ของงบ 69 และรวมเข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ. โอนงบ 69 . แต่ในเมื่อโครงการนี้ ติด “กระดุมเม็ดแรก” ก็เต็มไปด้วยข้อพิรุธ เหตุใด รมต. อว. ถึงยังต้องคงงบอีก 65% ของงบ 69 (500 ล้านบาท) ไว้ใช้ใน 3 เดือนข้างหน้าที่เหลืออยู่ของงบ 69 แทนที่จะสั่งพับหรือชะลอโครงการนี้ไปเลยเพื่อโอนงบทั้งหมดมาใน พ.ร.บ. โอนงบ? . ผมหวังว่าโครงการ Skill/Credit Portfolio จะไม่ได้อยู่ในสถานะ “เลิกไม่ได้” เหมือนกับโครงการ TH-AI passport ที่เขาว่ากันว่า เป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มทุนบางกลุ่มที่มีอิทธิพลและหนี้บุญคุณกัน กับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงินในรัฐบาล . เพราะหากเราไปดูรายชื่อ 6 บริษัท ที่เข้าไปร่วมกระบวนการสืบและประเมินราคาของโครงการ Skill/Credit Portfolio ของ 2 กระทรวง เราจะค้นพบว่า: - มี 3 จาก 6 บริษัท ที่ความจริงแล้วเชื่อมโยงกับบริษัทหรือเจ้าของเดียวกัน - มี 4 จาก 6 บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI passport (2 บริษัท ที่จับมือกันเป็นกิจการร่วมค้าและชนะประกวด / อีก 1 บริษัทที่เข้าร่วมการประกวด / อีก 1 บริษัทที่เป็นผู้ร่วมประเมินราคา) . ในวันที่พี่น้องประชาชนลำบากกันอย่างมากจากพิษเศรษฐกิจ หากรัฐบาลยังไม่ยอม “พับ” หรือ “ชะลอ” โครงการที่มีข้อพิรุธดังกล่าว เพื่อนำงบมาแก้วิกฤตเฉพาะหน้าให้ประชาชน ก็ย่อมถูกตั้งคำถามได้ว่า ว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้ตัดสินใจ โดยเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง

Parit Wacharasindhu (Itim)

10,780 views • 1 month ago