Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

ถ้าโรงพิมพ์หวังดี รัน Barcode โดยที่ กกต.ไม่รู้?

26,172 просмотров • 5 месяцев назад •via X (Twitter)

Комментарии: 0

Нет доступных комментариев

Здесь появятся комментарии из оригинального поста

Похожие видео

[ คลิปการสอบถาม กกต. ใน กมธ. องค์กรอิสระฯ : ใครเพิ่มบาร์โค้ดเข้ามาบน บัตร #เลือกตั้ง69 ? ] . ในวาระเรื่องการตรวจสอบข้อพิรุธเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง สส. 2569 ประเด็นหนึ่งที่ผมได้ซักถาม กกต. คือเรื่องการมีอยู่ของ บาร์โค้ด (barcode) บนบัตรเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ ที่สามารถระบุรหัสบัตรได้ และเสี่ยงทำให้ขัดหลักการเรื่องการออกเสียงโดยลับ . ผมเข้าใจดีว่าการวินิจฉัยว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีคดีที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ผมได้พยายามสอบถาม กกต. ในประเด็นข้อเท็จจริงที่ผมคาดหวังให้ กกต. ให้ความชัดเจนต่อ กมธ. ได้ - เช่น: - การเพิ่มบาร์โค้ด (barcode) บนบัตรเลือกตั้ง อยู่ใน TOR หรือเป็นมาตรการที่เพิ่มขึ้นมาทีหลัง? - หากอยู่ใน TOR ประโยคที่เขียนใน TOR เขียนว่าอะไร? - หากไม่อยู่ใน TOR ใครเป็นคนเสนอมาตรการดังกล่าวขึ้นมา และเพราะอะไร? ใครอนุมัติ? - ใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของบาร์โค้ดบ้าง ก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569? . ลองฟังคำตอบ กกต. กันดูครับ . . . รับชมคลิปการประชุมเต็มได้ทาง:

Parit Wacharasindhu (Itim)

14,899 просмотров • 1 месяц назад

กกต.แจง QR code–barcode มีไว้เพื่อระบบ แต่ตอบไม่ชัด “ต้นขั้วบัตร” อยู่ที่ไหน ใครเก็บ ใครดูแลกันแน่? คำถามนี้ต่างหากที่ประชาชนอยากได้คำตอบชัด ๆ ไม่ใช่แค่บอกว่าทุกอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ คำชี้แจงของ กกต. พยายามอธิบายว่าองค์ประกอบของกระบวนการมีหลายส่วน ทั้งต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ และระบบโค้ดบนบัตร โดยย้ำว่าการลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่สะดุดหูประชาชนคือคำพูดที่ว่า “ตอนนี้มันไปเก็บที่ไหนแล้วท่านไม่รู้เลย” เพราะทันทีที่มีคำถามเรื่อง QR code หรือ barcode ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่โค้ดมีไว้เพื่ออะไร แต่คือโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดถูกออกแบบอย่างไร ใครเป็นผู้ควบคุมต้นขั้วบัตร ใครถือบัญชีรายชื่อ และมีการแยกอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลกันชัดเจนหรือไม่ ถ้าทุกอย่างโปร่งใสจริง คำอธิบายควรตอบได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่พิมพ์บัตร เก็บต้นขั้ว เคลื่อนย้าย จัดเก็บ จนถึงทำลาย ไม่ใช่เพียงยืนยันว่าถูกต้องตามกฎหมาย เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดจากคำว่า “ถูกต้อง” แต่เกิดจากรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ วันนี้คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความชัดเจนของความรับผิดชอบ ว่าในห่วงโซ่นี้ ใครรับผิดชอบส่วนไหน และหากมีข้อผิดพลาด จะตรวจสอบย้อนกลับอย่างโปร่งใสได้อย่างไร นั่นต่างหากคือคำตอบที่สังคมรอฟังอย่างจริงจัง #บัตรเลือกตั้ง #เลือกตั้งโมฆะ

🧡ท่าน PG46 ตัวจริง🧡

431,338 просмотров • 5 месяцев назад

สรุปสั้นๆ ศาลให้ก้าวไกลชี้แจง 2 คำถาม 1.พรรคก้าวไกลมีโอกาศได้ชี้แจงในชั้น กกตหรือไม่ ตอบ พรรคก้าวไกลไม่มีโอกาศได้ชี้แจงต่อ กกต เลย 2.การกระทำเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ ตอบ การกระทำของพรรคไม่เป็นปฏิปักษ์ และพรรคไม่ขอตอบเรื่องนี้ในชั้นศาล เพราะ ชั้น กกต ไม่มีคำถามนี้ คำถามว่าเป็นปฏิปักษ์หรือไม่เป็นคำถามใหม่นอกเหนือจากเดิม เพราะฉะนั้นต้องถามใหม่ในชั้น กกต ก่อน แล้วค่อยส่งมาถามในชั้นศาล ตามกระบวนการที่ถูกต้องของ กกต ตอนนี้ในฐานะประชาชน ผมมองว่า กกต ไม่ทำตามกระบวนการของตนเอง ดังแผนผังการดำเนินการของ กกต เอง ประเด็นสำคัญ! กกต ก่อนส่งไปศาล กกต ต้องเรียกพรรคนั้นๆมาชี้แจงก่อน ถึงส่งศาลได้ แต่นี่ กกต ไม่ทำตามกฏของ กกตเอง ซะงั้น การยื่นคำร้อง กกต จึงผิดหลักการของระเบียบตนเอง

โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้

217,541 просмотров • 2 лет назад

[ องค์กรอิสระอย่าง กกต. ควรเป็นอิสระในการตรวจสอบฝ่ายการเมือง แต่ต้องไม่เป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบโดยประชาชน ] . วันนี้ ผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานการเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) . ในเมื่อ กกต. ตัดสินใจไม่มาชี้แจงด้วยตนเอง โดยมีเพียงแค่ สตง. ที่มาชี้แจงแทน ผมจึงได้เริ่มการอภิปรายโดยการตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำลักษณะนี้เสี่ยงจะถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติประชาชน เนื่องจาก กกต. มีสถานะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นับวันเริ่มเหินห่างจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ (ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสรรหาและรับรองกรรมการ กกต. ที่ไม่มีประชาชนหรือผู้แทนประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือกระบวนการถอดถอนที่เคยเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อแต่ไม่ถูกรับรองแล้วโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้) - ดังนั้น การชี้แจงและซักถามในสภาผู้แทนราษฎรแห่งจึงเป็นกลไกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่กลไก ที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการประเมิน ทักท้วง และเสนอแนะการทำงานขององค์กรอิสระอย่าง กกต. . เพราะแม้ กกต. ควรมี “ความเป็นอิสระในการตรวจสอบ” ฝ่ายการเมือง แต่ กกต. ไม่ควรมี “ความเป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบ” โดยประชาชน . ในเมื่อ กกต. ไม่มาชี้แจง ผมจึงตัดสินใจอภิปรายโดยการมุ่งเป้าไปที่ 2 ประเด็น ที่อยูในรายงานการเงิน และเป็นประเด็นที่ สตง. สามารถตอบแทนได้ . ประเด็นที่ 1 = งบการเงินของ “กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง” ไม่ปรากฎอยู่ในรายงานการเงินของ กกต. . แม้มาตรฐานการบัญชีภาครัฐฉบับที่ 35 เพิ่งบังคับใช้ไม่นาน เลยทำให้ยังไม่มีการรวมงบการเงินของกองทุนฯ เข้าไปในรายงานการเงินในปี 2564 ที่ถูกพิจารณา แต่การทำให้ประชาชนเข้าถึงงบการเงินของกองทุนพรรคการเมืองนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง . ในขั้นพื้นฐาน สภาวะทางการเงินของกองทุนพรรคการเมือง บ่งบอกได้ถึงสุขภาพของประชาธิปไตยในประเทศไทย - ยิ่งกองทุนนี้มีรายได้เยอะเท่าไหร่จากการสมทบของประชาชนผ่านการยื่นภาษีประจำปี ก็แสดงว่าประชาชนศรัทธาและพร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่ - ยิ่งกองทุนนี้มีการจัดสรรงบให้พรรคการเมืองเยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้พรรคการเมืองดำเนินการต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากแหล่งทุนที่มีผลประโยชน์แอบแฝง . ยิ่งไปกว่านั้น หาก กกต. ไม่ “เปิดเผย” งบการเงินของกองทุนฯพรรคการเมืองอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา กกต. อาจจะถูกมองว่า กำลังทำหน้าที่ด้วย “ความย้อนแย้ง” . ในขณะที่ กกต. ไม่พร้อมเปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบอย่างเข้มข้น ว่าเขากำลังบริหารกองทุนที่มีสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่เป็นหลายร้อยล้านบาทอย่างไร แต่หากประชาชนตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งด้วยเงินเพียง 500 บาทผ่านแบบฟอร์มภาษี 500 บาทนั้นกลับถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น จากระเบียบของ กกต. ที่เพิ่มเงื่อนไขอย่างมหาศาลกับพรรคการเมือง ว่าจะนำเงินที่จัดสรรจากกองทุนไปใช้ได้อย่างไรได้บ้าง (เช่น ต้องเขียนโครงการเข้ามาก่อนอย่างน้อย 15 วัน / ห้ามทำ poll สำรวจความเห็นประชาชนเพราะไม่อยู่ใน list กิจกรรมที่ กกต. อนุญาต) . ประเด็นที่ 2 = การมีอยู่ของ “ใบส้ม” อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาวะทางการเงินของ กตต. . หนึ่งในนวัตกรรมทางการเมืองของรัฐธรรมนูญ 2560 คือการเพิ่มอำนาจให้ กกต. ในการแจก “ใบส้ม” - กล่าวคือหาก กกต. มีความเชื่อว่าผู้ชนะการเลือกตั้ง ได้กระทำการทุจริตแม้ยังไม่ได้พิสูจน์ในชั้นศาล กกต. สามารถขับคนนั้นออกจากตำแหน่ง สส. & จัดการเลือกตั้งใหม่โดยไม่ให้ผู้สมัครคนนั้นลงแข่งได้ . นวัตกรรมนี้มีความอันตรายอย่างมาก เพราะหากในที่สุด ศาลพิพากษา ว่าผู้สมัครดังกล่าว ไม่ได้กระทำผิด ตามที่ กกต. สันนิษฐาน การแจกใบส้มของ กกต. ไม่เพียงแต่เป็นความอยุติธรรม ที่ทำให้ผู้แทนฯคนนั้น ต้องเสียโอกาสในการทำงานตามเจตจำนงของประชาชน แต่ยัง ทำให้ กกต. มีความเสี่ยงจะถูกฟ้องให้ชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น (อย่างเช่นกรณีของคุณ สุรพล เกียรติไชยากร พรรคเพื่อไทย ที่ถูกแจกใบส้ม หลังชนะเลือกตั้งในเชียงใหม่ เขต 8 เมื่อปี 2562 ก่อนที่ในที่สุด ศาลจะตัดสินว่าคุณสุรพลไม่ผิด และทำให้ กกต. ต้องจ่ายเงินเยียวชาถึง 62 ล้านบาท)

Parit Wacharasindhu (Itim)

360,929 просмотров • 3 лет назад