Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

🚨🥊"นทท.อังกฤษ" เปิดฉากชกตำรวจไทยกลาง 7-Eleven ก่อนโดนจับล็อกคอกดลงพื้น เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย (คาดว่าเป็นพื้นที่พัทยา) 🚧คลิปไม่ได้บันทึกช่วงก่อนเกิดเหตุ ทำให้ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะวิวาท และไม่มีรายงานระบุชื่อผู้ก่อเหตุหรือสาขาที่เกิดเหตุอย่างเป็นทางการ ⚖️ ข้อหาหนักตามกฎหมาย : การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 (ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน) และ มาตรา 295 (ทำร้ายร่างกาย) ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 4 ปี หรือปรับสูงสุด 80,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ; ไม่อนุญาตให้นำข้อความไปเผยแพร่ต่อในแพลตฟอร์มอื่น หากพบเห็นว่านำไปใช้ปรับ 5,000 ทุกกรณี ❌

39,471 görüntüleme • 1 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

ผู้ชาย 20 ผู้หญิง 12 บอกเป็นแฟนกัน แต่ผู้ชายแอบเข้าบ้านผู้หญิง ตอนที่พ่อแม่ไม่อยุ่เพื่อจะมีอะไรกัน ที่บอกเป็นแฟนกันพ่อแม่ผู้หญิงรู้มั๊ย หรือมันไปแอบคบกันวะ 📌 เด็กอายุ 12 ปี อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ การกระทำชำเรากับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 แม้เด็กจะยินยอมก็ตาม โดยมีโทษจำคุก 4–20 ปี และปรับ 8,000–40,000 บาท ส่วนการ แอบเข้าไปในบ้าน ขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โดยดูจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของคดี และถ้ามีการพาเด็กออกจากการดูแลของพ่อแม่ ก็อาจต้องพิจารณาเรื่อง พรากผู้เยาว์ เพิ่มอีกฐานหนึ่ง สรุปง่าย ๆ เด็กอายุ 12 ปี “ยินยอม” ไม่ได้ทำให้ผู้ใหญ่อยู่เหนือกฎหมาย คดีลักษณะนี้ต้องดูทั้ง อายุเด็ก วิธีการกระทำ การเข้าไปในบ้าน และพฤติการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่ว่าเด็กสมัครใจหรือไม่ Cr เวิร์คพ้อยทีวี
3:44

Sensitive content

ผู้ชาย 20 ผู้หญิง 12 บอกเป็นแฟนกัน แต่ผู้ชายแอบเข้าบ้านผู้หญิง ตอนที่พ่อแม่ไม่อยุ่เพื่อจะมีอะไรกัน ที่บอกเป็นแฟนกันพ่อแม่ผู้หญิงรู้มั๊ย หรือมันไปแอบคบกันวะ 📌 เด็กอายุ 12 ปี อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ การกระทำชำเรากับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 แม้เด็กจะยินยอมก็ตาม โดยมีโทษจำคุก 4–20 ปี และปรับ 8,000–40,000 บาท ส่วนการ แอบเข้าไปในบ้าน ขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โดยดูจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของคดี และถ้ามีการพาเด็กออกจากการดูแลของพ่อแม่ ก็อาจต้องพิจารณาเรื่อง พรากผู้เยาว์ เพิ่มอีกฐานหนึ่ง สรุปง่าย ๆ เด็กอายุ 12 ปี “ยินยอม” ไม่ได้ทำให้ผู้ใหญ่อยู่เหนือกฎหมาย คดีลักษณะนี้ต้องดูทั้ง อายุเด็ก วิธีการกระทำ การเข้าไปในบ้าน และพฤติการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่ว่าเด็กสมัครใจหรือไม่ Cr เวิร์คพ้อยทีวี

sumon

313,458 görüntüleme • 18 gün önce

เด็กอายุ 11 ขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ ต้องแยกพิจารณาทางแพ่งและทางอาญา 🔴 ทางอาญา - มีวัตถุประสงค์เพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด - เมื่อเด็กอายุไม่ถึง 12 ก็ได้รับการยกเว้นโทษทางอาญา (มาตรา 73 ประมวลกฎหมายอาญา) - การเป็นเด็กพิเศษไม่มีผลอะไร เพราะพออายุไม่ถึง 12 จะเป็นเด็กแบบไหนก็ได้ยกเว้นโทษอยู่แล้ว - โดยหลักพ่อแม่ไม่ต้องร่วมรับผิดทางอาญากับเด็ก - แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงว่าพ่อแม่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น เป็นคนบอกให้เด็กเอารถออกไปขับ, เอากุญแจไว้ที่เด็กทั้งๆที่รู้ว่าอาจออกไปขับ, พูดเชียร์ให้ออกไปขับ ก็อาจผิดได้ แต่พิสูจน์ยาก 🔴 ทางแพ่ง - มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกค่าเสียหาย - พ่อแม่ต้องรับผิดทางแพ่ง (มาตรา 429 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) - พ่อแม่ไม่ต้องรับผิด ถ้าพิสูจน์ได้ว่าใช้ความระมัดระวังตามสมควร แต่ถ้าเป็นกรณีลูกขโมยกุญแจตามข่าวก็อาจพิสูจน์ว่าใช้ความระมัดระวังแล้วยากมาก - บุคคลที่ดูแลเด็กในขณะนั้น เช่น ครู หรือญาติคนอื่นๆ ก็อาจต้องรับผิด ถ้าใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ (มาตรา 430 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียทุกท่านครับ เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ 🙏🏻

กัปตันคนเนิร์ด

18,328 görüntüleme • 3 ay önce

ด่วน 💥💥ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษา “ลุงพล” จำคุก 26 ปี – คดีน้องชมพู่จากประมาท กลายเป็นฆ่าโดยเจตนา #ลุงพล #น้องชมพู่ วันนี้ (13 สิงหาคม 2568) ผมติดตามข่าวการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จากศาลจังหวัดมุกดาหาร ในคดีที่คนทั้งประเทศรู้จักกันดี — คดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เด็กหญิงวัย 3 ขวบ จากหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เหตุเกิดตั้งแต่ 11 พฤษภาคม 2563 น้องหายออกจากบ้าน ก่อนจะพบเสียชีวิตอยู่บนภูเหล็กไฟในสภาพที่เป็นปริศนามานานหลายปี คดีนี้เป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ สื่อทุกสำนักเกาะติด สังคมวิพากษ์กันไม่หยุด ⸻ คำพิพากษาศาลชั้นต้น – 20 ธันวาคม 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหารตัดสินว่า • นายไชย์พล วิภา (ลุงพล) มีความผิด 1. กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (มาตรา 291) 2. พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 317 วรรคแรก) • ลงโทษจำคุก กระทงละ 10 ปี รวม 20 ปี • ให้ชดใช้ค่าสินไหมแก่ครอบครัวผู้ตาย • นางสมพร หลาบโพธิ์ (ป้าแต๋น) ยกฟ้อง พูดง่าย ๆ คือ ศาลชั้นต้นมองว่าเป็นการกระทำที่ “ประมาท” ไม่ใช่เจตนาฆ่า ⸻ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 – 13 สิงหาคม 2568 ศาลอุทธรณ์พลิกคำตัดสิน โดยแก้โทษลุงพลเป็น 1. ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล (มาตรา 288) 2. พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 317 วรรคแรก) 3. อำพรางซ่อนเร้นศพ (มาตรา 199) รวมโทษ จำคุก 26 ปี ส่วนป้าแต๋น ยกฟ้องเหมือนเดิม ⸻ ประเด็นสำคัญ – จาก “ประมาท” เป็น “ฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล” ตรงนี้คือหัวใจของคดี ศาลอุทธรณ์มองว่าการกระทำของลุงพลไม่ใช่แค่ขาดความระมัดระวัง แต่เป็นการยอมรับความเสี่ยงที่รู้ว่าผลจะทำให้ถึงแก่ความตาย เช่น การพาเด็กไปในพื้นที่อันตรายโดยไม่มีการป้องกัน และปล่อยให้เกิดเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิต มาตรา 288 บัญญัติชัดว่าโทษของการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาคือ จำคุก 15–20 ปี, จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต แตกต่างจากมาตรา 291 ที่เป็นเพียงโทษประมาท ⸻ ข้อหาใหม่ – อำพรางศพ ศาลอุทธรณ์ยังเพิ่มข้อหา “อำพรางซ่อนเร้นศพ” ตามมาตรา 199 เพราะหลังเกิดเหตุ มีการกระทำที่เข้าข่ายทำลายหรือปิดบังพยานหลักฐาน เพื่อไม่ให้ตรวจหาสาเหตุการตายได้โดยง่าย ⸻ เหตุผลที่ป้าแต๋นยังยกฟ้อง แม้จะถูกตั้งข้อหา แต่ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่าป้าแต๋นมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ จึงยกฟ้องเช่นเดิม ⸻ ผลทางคดีและสิทธิของจำเลย • คำพิพากษานี้ ยังไม่ถึงที่สุด ลุงพลสามารถยื่นฎีกาได้ • การขอประกันระหว่างฎีกา ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์ ความร้ายแรงของข้อหา และโทษจำคุกที่สูงขึ้น • หากฎีกาไม่เปลี่ยนแปลง ลุงพลจะต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Kawaaii

173,659 görüntüleme • 1 yıl önce

ทลายค่ายมวย ค้ามนุษย์ใต้สังเวียน อ้างส่งเด็กเกเรในสังกัด ไปบำบัดความใคร่ลูกค้า (ออรัลเซ็ก) . . กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม., เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดย เจ้าหน้าที่ พมจ.ระยอง, พมจ.ชลบุรี, องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand, องค์กร The scientia program และ องค์กร LIFT International ร่วมกันจับกุม นายนฤเบศฯ หรือ เช็คฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3772/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 . ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน . 1. ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พุทธศักราช 2551 มาตรา 4, 6, 52 วรรคสอง) . 2. เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 9 วรรคสอง) . 3. เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 11) . 4. ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด และชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด (พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพุทธศักราช 2546 มาตรา 4) 26 (3), (9) และมาตรา 78) . 5. เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282) . 6. กระทำด้วยประการใด ๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณี ซึ่งผู้อื่น หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ให้บริการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286) . 7. โดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ตรี) . เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคม. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มบุคคลได้เปิดค่ายฝึกสอนมวยไทย และมีการแอบบังคับให้นักมวย (ชาย) ที่เป็นเด็กค้าประเวณีให้กับบุคคลที่มีรสนิยมรับร่วมเพศ (ชายรักชาย) เพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งจากการสืบสวน ทราบว่ามีนายเช็คฯ เป็นผู้ดูแลค่ายมวยดังกล่าว สามารถเป็นธุระจัดหานักมวยที่เป็นเด็ก เพื่อค้าประเวณีกับลูกค้าได้ . เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้วางแผนให้สายลับแฝงตัวเป็นนักเรียนฝึกมวย เพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำผิด จึงทราบว่าค่ายมวยดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยจะมีนักมวยทั้งชาย และหญิง ซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไปจนถึง 35 ปี มีทั้งหมดประมาณ 30 คน จากนั้นสายลับได้ทำทีสอบถามนายเช็คฯ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศของเด็กนักมวยในค่าย . ซึ่งนายเช็คฯ ได้อธิบายว่าตนเองสามารถจัดหานักมวยที่ขายบริการทางเพศให้ได้หากมีคนต้องการ โดยมีราคาตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไป (เด็กจะเป็นฝ่ายรุก) และอ้างว่าเด็กที่ขายบริการจะเป็นเด็กที่เกเร หรือเด็กมีปัญหาครอบครัว และต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ และได้ส่งภาพเด็กที่ขายบริการ มาในไลน์ให้ดูก่อนตัดสินใจ และยังอธิบายอีกว่าการซื้อบริการทางเพศเด็กนักมวยนั้นจะทำในลักษณะการออรัลเซ็ก (อมอวัยวะเพศ) เด็กให้สำเร็จความใคร่ หรือให้เด็กเป็นฝ่ายรุก และได้ให้ข้อมูลอีกว่ามีนักมวยที่ขายบริการทางเพศลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 15 คนพร้อมแจ้งรายชื่อ และข้อมูลภาพถ่ายเด็กให้ทราบ . เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง, ป้องกันจังหวัดระยอง, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง, เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี, องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand, องค์กร The scientia program, องค์กร LIFT International ลงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยปฏิบัติการดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น 2 จุด คือ . จุดที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ร่วมกับ ทีมสหวิชาชีพ วางแผนปฏิบัติการอำพราง (ล่อซื้อ) เพื่อเข้าจับกุมนายเช็คฯ และเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย คือ 1. ด.ช.วอแหวน อายุ 16 ปี 2. ด.ช.มอม้า อายุ 15 ปี และ 3. ด.ช.มีนา อายุ 13 ปี เมื่อสายลับได้ปฏิบัติการขอซื้อบริการทางเพศกับผู้เสียหายสำเร็จ โดยเป็นการคุยตกลงกันผ่านนายเช็คฯ ในราคาคนละ 3,000 บาท ซึ่งจะแบ่งให้กับผู้เสียหายจำนวน 2,000 บาท และแบ่งให้กับตนเอง 1,000 บาท . จากนั้นนายเช็คฯ และผู้เสียหายเดินทางมาถึงบริเวณห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี พร้อมกับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าจับกุมและช่วยเหลือผู้เสียหายภายในรีสอร์ตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัว และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการจับกุม จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ ซึ่งในชั้นจับกุมนายเช็คฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวมาที่ สภ.พลูตาหลวง เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวมาควบคุมยังที่ทำการ กก.2 บก.ปคม. และ ส่งมอบตัว ให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป . จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่ไปยังค่ายมวยในจังหวัดระยอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเข้าคุ้มครองเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยนำเด็กจำนวน 12 คน มาคัดกรองว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง ปรากฏรายละเอียด ดังนี้ . 1. พบกลุ่มเด็กและเยาวชนชาย ช่วงอายุระหว่าง 11 – 19 ปี จำนวน 15 คน รวมกันอยู่บริเวณค่ายมวย ไม่พบผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากอยู่ในช่วงฝึกซ้อมมวย พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และนักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง และบ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง ได้คุ้มครองเด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 ราย และเชิญมาสัมภาษณ์คัดกรอง/คัดแยกตามกระบวนการ NRM ว่าอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง . 2. จากการสอบข้อเท็จจริง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ และนักสังคมสงเคราะห์ นิติกร ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง พบว่า เด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 คน ให้ข้อมูลในทางเดียวกันว่า พบพฤติการณ์ทำนองเดียวกันว่า เดิมทีค่ายมวยดังกล่าวจะมีชายชาวต่างชาติ Mr Kim (นามสมมุติ) ชาวนอร์เวย์ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายหลักในการดำเนินการของค่าย . นับตั้งแต่เปิดทำการค่าย มีพฤติการณ์คือเมื่อ Mr. Kim มาที่ค่ายมวย โดยจะมีเลขาฯ ชื่อนางบี (นามสมมติ) เรียกเด็กชาย ไปพบเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับรองภายในค่ายมวย และดำเนินการละเมิดทางเพศ, อนาจารทางเพศ ด้วยวิธีที่แตกต่างกันทั้งให้เด็กทำกันเอง และกระทำต่อเด็ก ในแบบสวิงกิ้ง มีการถ่ายภาพถ่ายคลิปไว้ เมื่อเสร็จกิจแล้วจะให้ค่าตอบแทนคราวละ 500 – 5,000 บาท และกำชับให้เด็กๆ ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร หากถูกใจเด็กคนไหนก็จะให้การสนับสนุนเป็นสิ่งของอื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, ชุดนักเรียน ฯลฯ ในกรณีที่ครอบครัวเด็กยากจนจะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองของเด็กคนนั้นด้วย . 3. เด็กบางคนให้ข้อมูลว่าเจ้าของค่ายมวย รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นิ่งเฉยไม่ได้ว่ากล่าว หรือห้ามสิ่งใด และการสอบถามจากครอบครัวเด็ก ก็ทราบว่าครอบครัวก็ทราบแต่ก็เห็นว่า Mr. Kim มีบุญคุณกับครอบครัวให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัว และเด็กเองก็ได้รับเงินมาใช้จ่ายสุขสบายขึ้น . 4. สรุปผลการคัดกรอง จากทีมสหวิชาชีพ และพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลงความเห็นว่าพบข้อบ่งชี้ที่เด็กทั้ง 6 ราย ถูกละเมิดทางเพศจาก Mr. Kim จริง และจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลในคดีดังกล่าวต่อไป . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

13,732 görüntüleme • 2 ay önce