Sensitive content

This media may contain sensitive content.

正在加载视频...

视频加载失败

น้องฮายโดนปล่อยไว้ในกายเธอ

40,820 次观看 • 3 个月前 •via X (Twitter)

0 条评论

暂无评论

原始帖子的评论将显示在这里

相关视频

ผู้หญิงคนนึงใส่ชุดแต่งงาน ออกเดินทางโบกรถข้ามประเทศ เพื่อส่งสารแห่งสันติภาพ เชื่อมั่นในเพื่อนมนุษย์ แต่กลับถูกผู้ชายรุมโทรมฆ่าทิ้งข้างถนน นี่คือเรื่องเศร้าที่สุดเรื่องนึงในวงการศิลปะ ผู้หญิงเดินทางไป 7 ประเทศ บันทึกความทรงจำไว้มากมาย สุดท้ายถูกผู้ชายฆ่าขโมยกล้องลบทุกภาพออกจนหมด ปิบปา บัคคา หรือชื่อจริง จูเซปปินา อายุ 33 ปี เป็นศิลปินชาวอิตาลี เป็นหลานสาวของศิลปินอิตาลีชื่อดังอย่าง ปิเอโร มานโซนี ศิลปินที่สร้างผลงานเสียดสีทุนนิยม มีผลงานชื่อดังคือ ขี้กระป๋อง ที่เอาอุจจาระของเขาเองมาใส่กระป๋องขาย หรือ ลมหายใจของเขาอัดลูกโป่ง เป็นการเสียดสีทุนนิยมยุคนั้นที่คนอยากจะได้อะไรก็ตามที่มีชื่อศิลปินแปะอยู่ เป็นศิลปินที่กล้าท้าทายแนวคิด ซึ่งปิบปาที่มีสายเลือดเดียวกันก็เป็นคนอาร์ตตัวแม่เช่นเดียวกัน ครั้งนึงปิบปาโดนแฟนทิ้งแบบไม่มีเหตุผล แค่บอกว่าหมดรักเธอแล้ว เธอเลยทำเข็มกลัดแจกคนทั่วมิลาน 1,500 อัน เขียนว่า ‘ฉันหลงรักปิบปา ถามสิว่าทำไม’ เพื่อให้เขาเห็นว่าคนอื่นก็รักเธอได้เหมือนกัน ไม่ง้อหรอก ในวันที่ 8 มีนาคม 2008 วันสตรีสากล ปิบปากับเพื่อนศิลปิน ซิลเวีย มัคคี เริ่มต้นออกเดินทางตามโปรเจคที่คิดด้วยกันไว้ โปรเจคทัวร์เจ้าสาว โดยมีคอนเซ็ปต์คือใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา โบกรถข้ามประเทศต่างๆ จากอิตาลีไปกรุงเยรูซาเลม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงสันติภาพโลก ซึ่งชุดแต่งงานแทนการแต่งงานกับโลกใบนี้ มอบใจและความเชื่อมั่นให้โลก สวมใส่ชุดแต่งงานชุดเดียวตลอดการเดินทาง ให้มันเปื้อนดินเปื้อนฝุ่นเป็นผลงานศิลปะ ผู้หญิงสองคนเลยหยิบยื่นความเชื่อมั่นให้คนแปลกหน้าตลอดเส้นทาง โบกรถตลอดทางไปเรื่อยๆ ผ่านประเทศอิตาลี สโลวีเนีย โครเอเชีย บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย บัลแกเรีย ตลอดทางผู้คนก็มีน้ำใจกับพวกเธอจริงๆ ปิบปากับซิลเวียเวลาแวะเมืองไหน ก็จะไปหาหมอตำแยเพื่อล้างเท้าให้ เป็นการแสดงความขอบคุณผู้หญิงด้วยกันที่ช่วยทำคลอดให้ชีวิตได้เกิดมา เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ตลอดเส้นทางมีแต่สิ่งดีๆ ความสวยงามและศิลปะ จนกระทั่งพวกเธอตัดสินใจแยกทางในตุรกี ซิลเวียต้องการแวะไปดูโบราณสถาน ส่วนปิบปาจะเดินทางต่อ พวกเธอเลยตกลงกันว่าจะไปเจอกันที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน และวันที่ 31 มีนาคม 2008 ปิบปาโบกรถที่เมืองเกบเซ ใกล้กับเมืองอิสตันบูล และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่มีคนเห็นปิบปา ต่อมาซิลเวียติดต่อปิบปาไม่ได้เลยไปแจ้งตำรวจ ผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ 12 เมษายน ร่างของปิบปาถูกพบในพงหญ้าข้างถนนเมืองเกบเซ ชุดแต่งงานที่เป็นผลงานศิลปะ ถูกถอดหายไปเหลือแค่ร่างเปลือยเปล่า มีร่องรอยถูกบีบคอจนตาย คนร้ายถูกจับได้ เป็นชายตุรกีชื่อ มูรัต คาราทัส อายุ 38 เขาสารภาพว่ารับปิบปาขึ้นรถมา ก่อนจะขับออกนอกเส้นทาง ข่มขืนและบีบคอเธอจนตาย มีผลตรวจดีเอ็นเอปรากฏว่ามีมากกว่า 1 คน เท่ากับปิบปาอาจถูกรุมโทรมด้วย ซึ่งนายมูรัตอ้างว่าไม่รู้ อ้างว่าเมา ที่ตำรวจจับนายมูรัตได้ เพราะเขาขโมยโทรศัพท์ของปิบปาไป แกะซิมออกแล้วใส่ซิมของตัวเอง ทำใหัแกะรอยได้ และเขายังขโมยชุดแต่งงาน กล้องถ่ายรูปของปิบปา ลบภาพบันทึกการเดินทางทั้งหมดออกไป เพื่อเอาไปถ่ายรูปในงานแต่งญาติ ทำลายชีวิตเธอไม่พอ มันยังทำลายผลงานศิลปะชิ้นสุดท้ายของปิบปา นายมูรัตถูกตัดสินติดคุกตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสได้ลดหย่อน พอข่าวออก คนจำนวนมากด่าผู้ชายตุรกี คนตุรกีละอายใจมาก เพราะผู้หญิงคนนี้โบกรถมาได้ตั้งหลายประเทศ แต่ดันมาตายที่ตุรกีไม่พอ ยังถูกข่มขืน ทำลายศิลปะ หยามเกียรติแบบเลวร้ายที่สุด ร่างของปิบปาถูกส่งกลับอิตาลี จัดงานศพในวันที่ 19 เมษายน มีคนมาร่วมงานนับพันรวมถึงนักการเมืองและบุคคลสำคัญ ประธานาธิบดีตุรกีต้องโทรสายตรงถึงประธานาธิบดีอิตาลีเพื่อแสดงความเสียใจ ร่างของปิบปาถูกฝังพร้อมชุดแต่งงานที่เอาคืนมาได้ ผลงานศิลปะชิ้นสุดท้ายในชีวิตของเธอ ภายหลังผู้เชี่ยวชาญสามารถกู้คืนไฟล์ภาพและวิดีโอจากกล้องของปิบปาได้ส่วนหนึ่ง ภาพที่กู้คืนมาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ฉันหลงรักปิบปาบัคคา บรรจุความทรงจำและรอยยิ้มสุดท้ายของเธอไว้ นึกถึงประโยคที่ว่า หากโลกนี้ไม่มีผู้ชาย สิ่งที่ผู้หญิงหลายคนอยากทำ คงเป็นการออกไปท่องโลก

L O L A

1,083,690 次观看 • 15 小时前