Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ “นิกร”โฆษกกมธ.ศึกษาปะชามติร่างรธน. เฉลยแล้ว ทำไมร่างรัฐธรรมนูญใหม่สมัยรบ.เพื่อไทย จึงไม่เลือกตั้งสสร.100 % แบบที่เคยพูดไว้-หลักการที่ควรเป็น นิกร ยอมรับในตอบโจทย์ ที่แท้ เพราะหากเลือกตั้งทั้งหมด กลัวว่าคนก้าวไกลจะคว้าเก้าอี้ สสร.ส่วนใหญ่นั่นเอง

612,344 просмотров • 2 лет назад •via X (Twitter)

Комментарии: 11

Фото профиля conzlit
conzlit2 лет назад

ทำหน้าตาแบบนี้คืออะไร 5555

Фото профиля Standing for Freedom Center
Standing for Freedom Center2 лет назад

The Berlin Wall fell for a reason. It would be foolish to consider trying to rebuild it - and all it represents - today.

Фото профиля Global Citizen
Global Citizen2 лет назад

เขาหวงอำนาจและผลประโยชน์ทั้งๆที่มันเป็นของประชาชน และประชาชนเท่านั้นที่จะมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแต่กลับถูกกีดกัน ยังต้องสู้กันอีกยาวไกล!

Фото профиля NANG-BAEK-KIKI-NA-NGO 🐃
NANG-BAEK-KIKI-NA-NGO 🐃2 лет назад

มั่วแล้ว จะมีแต่ก้าวไกลได้ไงอ่ะ นางแบกก็บอกอยู่ ว่ามีคนคายส้มเยอะ นางแบกมั่นใจมาก ว่ามีคนคายส้มเยอะ

Фото профиля nut sa
nut sa2 лет назад

สรุปคือ ไม่เอาคนที่ประชาชนเลือกมา ต้องเอาคนที่พวกตนเองสั่งได้เท่านั้น

Фото профиля fearofsnake
fearofsnake2 лет назад

รวมกันเป็นเสียงข้างมากแล้วยังกลัวก้าวไกลอีกเหรอ ฝั่งผดก.ก็ช่วยกันออกไปเลือกคนของตัวเองสิ

Фото профиля Mahoto
Mahoto2 лет назад

ฐานเสียงอีกฝั่งก็เยอะเถอะ ตอน พท ข้ามขั้ว ผลโพลฝั่งอนุรักษ์แทบไม่ต่างจากเดิมเลย ถ้าไม่อยากให้ กก หมดจัดเลือกตั้งคล้าย ๆ ปาตี้ลิสก็จบ แล้ว กก มันก็หน้าบางจะตาย ถ้าทำท่าจะร่างอะไรไม่แฟร์เดียวคนก็ด่าให้ถอยเอง มีแต่คนที่ไม่อยากให้กติกามันแฟร์เท่านั้นแหละที่หวงรธน.ฉบับนี้นักหนา

Фото профиля FLOWERS
FLOWERS2 лет назад

ไปกลัวอะไรก้าวไกลขนาดนั้น ข่าวฉาวมีอยู่ตลอด คนยังจะเลือกก้าวไกลอีกหรอ ไหนบอกคายส้มรายวัน 55555

Фото профиля primprao
primprao2 лет назад

คนที่เลือก กก ไม่ใช่ประชาชนเหรอ มันก็คือ ปชช นั้นแหละ

Фото профиля Jan
Jan2 лет назад

พูดกันตรงเกิ๊น เกรงใจเพื่อไทย กับนางแบกบ้าง เพิ่งคุยโวว่า คนคายส้ม เพื่อไทยชนะในสนามท้องถิ่น ที่กาญจน์ มาหยกๆ ฝอยน้ำลายยังไม่ทันแห้งเลยค่ะ

Фото профиля lll 😒 💕🇹🇼🇭🇰🇺🇦🇲🇲
lll 😒 💕🇹🇼🇭🇰🇺🇦🇲🇲2 лет назад

ไหนบอกคนคายส้มเยอะมากกกกกกกกกกกกก คายส้มแบบใดห์ 55555555555555555555

Похожие видео

'เพื่อไทย TakeAway' ชวนฟังผลงานจากวิสัยทัศน์ 'นิกร โสมกลาง' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ใน 90 วันแรก ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายคือคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ไม่มีใครตกหล่น การขยายสิทธิคนพิการและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุม รวมถึงการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมเช่นสังคมสูงวัย ภาวะเด็กเกิดน้อยลง . หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทพม. จากผู้ให้ความช่วยเหลือสู่ผู้สนับสนุนที่เข้มแข็ง ผ่านการใช้ข้อมูลเชิงลึกจัดสรรทรัพยากรอย่างแม่นยำ เพื่อดูแลพี่น้องกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน และผู้ไร้บ้าน ให้มีชีวิตที่มั่นคงและมีโอกาสที่เท่าเทียมมากขึ้น #พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยTakeAway #นิกรโสมกลาง #พม

พรรคเพื่อไทย

10,441 просмотров • 27 дней назад

[ แถลงเรื่องรัฐธรรมนูญ หลังประชุม ครม. เงา : ชวนทุกฝ่ายเดินหน้าผลักดัน สสร. เลือกตั้ง - หากภูมิใจไทยรีบปฏิเสธ เป็นเพราะมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่ว่า ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยเพื่อปิดประตู สสร. เลือกตั้ง และปูทางไปสู่รัฐธรรมนูญที่ระบอบสีน้ำเงินผูกขาดได้ทั้งการเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหา ? ] . วันนี้ ผมได้ร่วมประชุม ครม. เงา ของพรรคประชาชน เพื่อรายงานความคืบหน้าในการหารือระหว่าง กมธ. สส.-สว. กับ ประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงแถลงแนวทางที่พรรคประชาชนจะดำเนินการขั้นต่อไป . พรรคประชาชนเรามีจุดยืนที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งในปี 2567 พรรคประชาชนก็เคยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะดังกล่าว แต่พอขยับมาถึงเดือนกันยายน ปี 2568 กลับมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญออกมาที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” - แม้พรรคประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่คำวินิจฉัยนี้ได้สร้างข้อจำกัดในการผลักดันข้อเสนอเรื่อง สสร. เลือกตั้ง ให้ได้รับความเห็นชอบโดยรัฐสภา . ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของฝั่งวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการศาล องค์กรอิสระฯ ของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าหารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อ (1) ขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำอธิบายของคำวินิจฉัยดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ และ (2) เพื่อพยายามทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. . บทสรุปที่ได้จากการหารือ คือการได้รับคำชี้แจงจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ (โดยได้รับคำชี้แจงว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการห้ามประชาชนเฉพาะการเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง) . ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็หมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง โดย สสร. ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั้น ก็สามารถมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง และให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ . หลังจากสื่อสารผลการหารือ ผมได้รับฟังถึง 3 ข้อกังวล ที่ผมอยากช่วยคลี่คลาย . 1. บางคนสะท้อนว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย - ผมเข้าใจดีว่าผลการหารือไม่ได้เท่ากับคำวินิจฉัยใหม่ แต่ผลการหารือครั้งนี้เป็นการขยายความหรืออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ ซึ่งผมมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่า การเดินหน้าต่อไปแบบไหนที่จะขัดหรือไม่ขัดต่อคำวินิจฉัย . 2. บางคนสะท้อนว่าผลการหารือเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น - ผมต้องย้ำในประเด็นที่ได้แถลงไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าแม้การประชุมจะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการอีก 2 ท่าน แต่ทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำชัดตอนเริ่มประชุม ว่าคำอธิบายของเขา ไม่ใช่การอธิบายความเห็นส่วนตัวของเขา (เนื่องจากในคำวินิจฉัยส่วนตนของเขา เขาไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆในการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ) แต่คำอธิบายของเขาเป็นการอธิบายความเห็นของ “ที่ประชุมร่วมกันของคณะตุลาการทุกคน” ที่ได้หารือกันก่อนจะออกคำวินิจฉัยกลางดังกล่าวออกมา . 3. บางคนพยายามหยิบยกว่า การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้ แต่ท้ายที่สุดคำวินิจฉัยปี 2568 กลับบอกว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าผลการหารือกับคำวินิจฉัยอาจขัดกันได้ - ผมต้องยืนยันว่าการโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ถ้าเราตั้งหลักกันดีๆ: - ผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในปี 2567 เป็นข้อสรุปว่าเราสามารถเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยทำประชามติเพียง 2 รอบ - ตอนกลับมารายงานรายละเอียดดังกล่าวต่อคณะกรรมการของประธานรัฐสภา ผมก็ได้ย้ำว่าในการทำประชามติรอบแรก เราอาจจะต้องถาม 2 คำถาม ซึ่งจะเท่ากับการทำประชามติทั้งหมด 3 คำถามใน 2 รอบ (รอบแรกมี 2 คำถาม และรอบสองมี 1 คำถาม) - พอเรื่องดำเนินมาถึงคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก็จะเห็นได้ชัดว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวก็ยืนยันว่า สามารถทำประชามติ 2 รอบได้ เพียงแต่ในรอบแรกจะต้องมี 2 คำถาม และรอบสองอีก 1 คำถาม - จึงจะเห็นได้ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวในปี พ.ศ. 2568 เรื่องจำนวนครั้งของการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี พ.ศ. 2567 . พรรคประชาชนเห็นว่าแนวทางในการเดินหน้าหลังจากนี้ มี 4 ประเด็นด้วยกัน . 1. ในฝั่งของพรรคประชาชน เราจะเดินหน้าในการผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยผมจะนำบทสรุปของการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเข้าหารือในที่ประชุม สส. ของพรรคในวันพรุ่งนี้ ว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงร่างที่พรรคประชาชนได้ยื่นเข้าไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง สสร. 100% . 2. เราขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน (กลุ่ม Con for All) ซึ่งเสนอให้มี สสร. จากการเลือกตั้ง 100% เช่นเดียวกัน - จากการตรวจสอบล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่ออยู่ประมาณ 23,000 รายชื่อ ซึ่งจำเป็นต้องได้อย่างน้อย 50,000 รายชื่อ เพื่อให้สามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ โดยผมหวังว่าร่างของภาคประชาชนจะได้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาพร้อมกับร่างของพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภา . 3. ผมอยากเสนอไปยังทุกพรรคการเมือง (โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้ง แต่ก่อนหน้านี้อาจต้องยื่นร่างที่มีเนื้อหาแบบอื่น เพราะข้อจำกัดจากความเข้าใจเดิมเรื่องคำวินิจฉัย) ให้มีการหารือกันภายในพรรค ว่าจะทบทวนร่างของตนเองหรือไม่ เพื่อมาร่วมกันผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง . 4. ผมอยากสื่อสารไปยังพรรคภูมิใจไทยและแกนนำของพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า: - หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่อยากเห็น สสร. มาจากการเลือกตั้งจริง พรรคภูมิใจไทยควรนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับทางศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไปพิจารณาอย่างจริงจัง และมาหารือร่วมกันกับทุกฝ่าย เกี่ยวกับแนวทางและความเป็นไปได้ในการผลักดันให้เกิด สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง - แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยรีบปฏิเสธหรือไม่คำนึงถึงข้อมูลใหม่นี้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วว่า ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. ออกไป และเพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ระบอบสีน้ำเงินสามารถเข้ามาผูกขาดได้ ทั้งในเรื่องของการคัดเลือกผู้ร่าง และการชี้ขาดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Parit Wacharasindhu (Itim)

12,244 просмотров • 2 месяцев назад

[ Roadmap รธน ฉบับใหม่ ของก้าวไกล : 4 ยก ที่แพ้ไม่ได้ ] . วาระที่ขาดหายไม่ได้คือการนำพาการเมืองไทยกลับสู่สภาวะประชาธิปไตยปกติ คือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาแทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยทั้ง ที่มา-กระบวนการ-เนิ้อหา และมีส่วนในการนำพาการเมืองไทยมาสู่วิกฤตและทางตัน ณ วันนี้ . แม้หลายพรรคและประชาชนจำนวนมาก มีเป้าหมายปลายทางร่วมกันในการให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถูกร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่หนทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าวอาจต้องอาศัยชัยชนะผ่านการที่ประชาชนเข้าคูหาทั้งหมด 4 ครั้ง (ประชามติ 2 ครั้ง ก่อน สสร. + การเลือกตั้ง สสร. 1 ครั้ง + ประชามติหลัง สสร. 1 ครั้ง) ซึ่งล้วนมีประเด็นหลักที่จะถูกเถียงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละครั้ง . ผมขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมพร้อมแนบคลิปที่เคยอภิปรายไว้เมื่อตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. เกี่ยวกับ Roadmap สู่ รธน ฉบับใหม่ ในมุมมองของพรรคก้าวไกล . ยก 1 = ประชามติ #1 . หลักการ = จัดประชามติก่อนเสนอร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ด้วยคำถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน . เหตุผล = แม้ก้าวไกลยืนยันว่าการจัดประชามติ #1 ไม่ได้มีความจำเป็นทางกฎหมาย เนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 4/2564 ระบุเพียงแค่ให้มีการจัดประชามติ 1 ครั้งก่อนมี สสร. (ซึ่งทำให้การจัดประชามติ #2 อย่างเดียวก็เพียงพอ) แต่เราเข้าใจดีว่าหากไม่จัดประชามติ #1 ตั้งแต่ก่อนเสนอร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. เข้าสู่รัฐสภา สมาชิกรัฐสภาบางส่วนอาจจะหยิบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาปัดตกร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา (เหมือนที่เคยทำใน มี.ค. 2564) ดังนั้น การจัดประชามติ #1 จึงมีเหตุผลรับรองทางการเมือง เพื่อให้ปรากฎเป็นที่ชัดเจนผ่านผลประชามติ ว่าประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และ (หากประชาชนเห็นชอบ) เพื่อไม่ให้สมาชิกรัฐสภาท่านใดมีข้ออ้างเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้ปัดตกเจตจำนงของประชาชน . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = ภาพรวมว่าควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน ธ.ค. 2566 (หาก ครม. ใหม่มีมติตั้งแต่ประชุม ครม. นัดแรกว่าให้จัดประชามติดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ประชามติ 2564) . ยก 2 = ประชามติ #2 . หลักการ = จัดประชามติหลังร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ด้วยคำถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ที่รัฐสภาเห็นชอบ . เหตุผล = การจัดประชามติจะต้องเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหลังจากที่ร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ผ่าน 3 วาระของรัฐสภา เพราะ รธน. มาตรา 256 (8) ได้กำหนดไว้ว่าการแก้ไข รธน. ใดๆก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไข รธน. (เช่น การมี สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) จะต้องมีการจัดประชามติเพื่อสอบถามความเห็นชอบจากประชาชนก่อน . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = รายละเอียดของ สสร. ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เช่น ระบบเลือกตั้ง สสร. จำนวน สสร. กรอบเวลาในการทำงานของ สสร.) . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน มิ.ย. 2567 (หากรัฐสภาใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการพิจารณาร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ใน 3 วาระ) . ยก 3 = เลือกตั้ง สสร. . หลักการ = จัดการเลือกตั้ง สสร. ให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่จะไปทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . เหตุผล = การจัดการเลือกตั้ง สสร. จะเปิดให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนที่มีชุดความคิดและแนวทางเกี่ยวกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตรงกับตนเองที่สุด (เช่น แนวทางในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แนวทางในการออกแบบสถาบันทางการเมืองให้มีความชอบธรรม) และจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการแสวงหาฉันทามติใหม่ ที่คำนึงถึงทุกชุดความคิดที่แตกต่างหลากหลายที่มีอยู่ในสังคม . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ตาม “นโยบาย” หรือ “ข้อเสนอ” ที่ผู้สมัครแต่ละคนหรือกลุ่มนำเสนอ) . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน ต.ค. 2567 (หากรัฐสภาใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการพิจารณาร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ใน 3 วาระ) . ยก 4 = ประชามติ #3 . หลักการ = จัดประชามติหลัง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ด้วยคำถามว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . เหตุผล = การจัดประชามติ เป็นการเปิดให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมโดยตรงในการลงคะแนนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ถูกร่างโดย สสร. ที่ทุกคนเลือกเข้าไป . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = ภาพรวมว่าเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน 2568 (ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาทำงานของ สสร.) . . ในเมื่อกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องอาศัยเวลา (อย่างเร็ว) 2 ปี เราจึงจำเป็นต้องทำอีก 2 อย่างคู่ขนาน . A. การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา . - แก้รัฐธรรมนูญโดยรัฐสภา ในมาตราหรือประเด็นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขเฉพาะหน้าเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจและป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกขัดขวางหรือทำให้สะดุดระหว่างทาง . B. การรณรงค์ทางความคิดในสังคม . - ความตื่นตัวของสังคมในวงกว้างต่อปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบีบปัจจุบันและประโยชน์ที่จะได้จากการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทั้งความสำเร็จในภารกิจนี้ และประสิทธิภาพของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการสะท้อนฉันทามติใหม่ของสังคม . . ด้วยความท้าทายที่รออยู่ เจตจำนงของนายกฯและรัฐบาลใหม่ในการขับเคลื่อนวาระการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูประชาธิปไตยและคืนความปกติให้การเมืองไทย

Parit Wacharasindhu (Itim)

270,599 просмотров • 3 лет назад