Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

ผ่านร้านน้ำก็นึกถึงเค้า เลยซื้อมาฝาก อือเอาเถอะ

40,632 views • 2 months ago •via X (Twitter)

0 Comments

No comments available

Comments from the original post will appear here

Related Videos

กว่าจะมาเป็น “หางนายเงือก” 🧜‍♂️✨ โจทย์ของลายนี้คือการถ่ายทอดผลงานในอนาคตของเฟิร์สกับบทบาท “น้องเพิร์ล”🪸ที่ทุกคนกำลังรอคอย ใน #MyMermanSeries แต่กว่าจะได้ออกมาเป็นลายที่ทุกคนเห็นบนท้องฟ้า ต้องผ่านการปรับแก้มาเป็นสิบรอบเลย ตอนแรกที่ออกแบบออกมา โดนบุลลี่บอกว่าเหมือน “อึ่งไชโย” 😂 แต่ด้วยข้อจำกัดทั้งจำนวนโดรนที่มี และรายละเอียดของเกล็ดหาง จึงต้องลดทอนองค์ประกอบลง เหลือเพียงแค่ “หาง” เป็นตัวแทนของคอนเซปต์ คิดว่าปัญหาจะจบแล้ว… แต่กลับไม่จบ เพราะพอเหลือแค่หาง ดันเหมือนปลาถูกฆาตกรรม สุดท้ายเลยต้องขอความช่วยเหลือจาก Namipon ให้ช่วยดราฟต์ขึ้นมาใหม่ เพื่อนำไปทำเป็น Outline สำหรับจัดวางลายโดรน และหลังจากผ่านการลองผิดลองถูก แก้แล้วแก้อีก ในที่สุดก็ได้ออกมาเป็น หางน้องเพิร์ล ที่สวยงามบนท้องฟ้า อย่างที่ทุกคนได้เห็นกัน #26ทั้งทีแบบนี้ต้องโดรน

TLE FIRSTONE PROJECT

12,655 views • 4 hours ago

ผู้หญิงอินเดียปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมา 37 ปี เพื่อปกป้องตัวเองและลูกสาว เคยเกือบโดนข่มขืน โดนจับเผาให้ตายตามผัว ตั้งแต่นั้นมาเลยโกนหัวแต่งตัวเป็นผู้ชาย บอกว่าถ้ารัฐจะให้เธอเป็นผู้หญิง ก็ช่วยมารับรองให้ด้วยว่าเธอจะไม่โดนผู้ชายข่มขืน เพชชีอัมมาล แต่งงานกับสามี ศิวะ ตอนตัวเธออายุ 20 แต่แต่งงานกันได้ 15 วัน สามีหัวใจวายเสียชีวิต และเธอยังพบว่าตัวเองท้อง สมัยนั้นผู้หญิงอินเดียที่เป็นแม่หม้าย มีชีวิตที่ยากลำบากมาก ตามหมู่บ้านห่างไกลในอินเดียจะเพ่งเล็งแม่เลี้ยงเดี่ยว มองว่ามีมลทินแล้ว มีพิธีนึงที่เรียกว่า ‘พิธีสตี’ เป็นพิธีให้ผู้หญิงที่เป็นแม่หม้าย โดดเข้ากองไฟตายตามผัว เป็นพิธีบูชายัญผู้หญิง คำว่า สตี ความหมายคือ ภรรยาผู้ภักดี ผู้หญิงพอผัวตายจะโดนสังคมกดดันให้ตายตาม แม้ว่าจะมีกฎหมายแบนพิธีกรรมนี้ แต่กฎหมู่ของสังคมตามหมู่บ้านห่างไกลก็ยังทำกันอยู่ ด้วยความที่เป็นแม่หม้ายแถมมีลูกสาว เพชชีอัมมาล เลยพยายามหาเลี้ยงลูกเอง ในสังคมที่เหยียดแม่หม้าย ไม่ให้โอกาส กีดกัน จ้องจับผิด จนเธอไปได้งานทำในโรงงานถ่านหินซึ่งเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำกัน โรงงานพอรู้ว่าเธอมีลูกเป็นแม่หม้ายก็คุกคามสารพัด โดนเลือกปฏิบัติ วันนึงตอนเธอเดินไปทำงานกะดึก มีคนขับรถบรรทุกขับรถผ่านมา จะฉุดเธอไปข่มขืน แต่โชคดีเธอหนีเอาชีวิตรอดมาได้ เช้าวันต่อมา เพชชีอัมมาลไปวัดเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้หญิง พอออกมาจากวัดเพชชีอัมมาลก็ตายจากไปแล้ว เธอเกิดใหม่เป็น ‘มุตตู’ ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตและโธตี (ผ้าเตี่ยวผู้ชายอินเดียใส่เป็นกางเกง) จากนั้นก็พาลูกสาวย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนตัวตนใหม่ ไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหาร รับจ้างทาสี ขยัน ทำอาหารอร่อย จนมีผู้หญิงมาแอบชอบหลายคน มองว่าเธอเป็นสุภาพบุรุษ แต่เพราะมุตตูเป็นเพียงเสื้อเกราะของเพชชีอัมมาล เธอเลยไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน มีผู้หญิงหลายคนมาขอสักชื่อพวกเธอลงบนแขนมุตตู แต่มุตตูอ้างว่า มีคู่หมั้นรออยู่แล้ว ทั้งที่จริงเธอไม่ได้ชอบผู้หญิง “สำหรับฉัน ฉันสวมใส่มุตตูเพื่อป้องกันตัว ครั้งนึงฉันขึ้นรถประจำทางตอนกลางคืน มีผู้ชายอยู่หลายคน ฉันเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ขอไม้ขีดจากผู้ชายข้างๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าสมมติฉันใส่ส่าหรีเป็นผู้หญิง เหตุการณ์มันคงแตกต่างจากนี้” มุตตูเป็นผู้ชายในสายตาคนอื่น แม้แต่ลูกสาวยังไม่รู้จนอายุ 7 ขวบ คนจะเรียกมุตตูว่า มาสเตอร์ เป็นการให้เกียรติ เนื่องจากมุตตูเป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างในชุมชน ความท้าทายอย่างหนึ่งของมุตตูคือประจำเดือน เธอต้องระวังตัวตลอด กินยาเพื่อให้ทำงานต่อได้ดูปกติ เธอหมดประจำเดือนเร็วตอนอายุประมาณ 40 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปเธอบอกว่า ในเมื่อตัดสินใจเลือกเป็นมุตตูแล้ว ก็รู้สึกว่าต้องยอมรับทุกอย่างที่ตามมาให้ได้ เพราะทางเลือกอื่นอาจลำบากและเลวร้ายกว่านี้ เสื้อผ้าผู้ชายให้ความรู้สึกปลอดภัยในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสในฐานะผู้หญิง มุตตูกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ เลี้ยงลูกสาวจนโต ส่งตัวลูกสาวเข้าพิธีแต่งงาน จ่ายค่าสินสอดให้ลูก ดูแลเงินทอง กิจการ ทั้งหมดนี้ถ้าทำในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวแทบเป็นไปไม่ได้ พิธีแต่งงานของฮินดู มีพิธีกันยาดาน ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวส่งตัวลูกสาว สังคมมองว่าอัปมงคล เพราะเป็นแม่หม้าย เป็นสัญลักษณ์ความโชคร้าย แต่กลับกันถ้าเป็นพ่อ สังคมกลับมองว่าสมเกียรติ เป็นผู้นำครอบครัว ศนมุกะซุนดารี ลูกสาวของมุตตู เปิดร้านของชำอยู่ในหมู่บ้าน เล่าว่า แม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อหาเลี้ยงเธอ โดยไม่เคยขออะไรตอบแทน มุตตูออกมาเผยตัวตนเพราะเธอต้องยื่นเอกสารรับเงินบำนาญคนชรา แต่ตอนนี้เอกสารทุกอย่างลงชื่อว่า มุตตู เธอคือผู้ชายแล้ว มุตตูบอกว่า ถ้ารัฐอยากให้เธอเป็นผู้หญิงก็ต้องมารับรองความปลอดภัยให้เธอ พอนักข่าวถามว่า ไม่คิดถึงการเป็นผู้หญิงเหรอ? มุตตูก็ตอบว่า “ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและอยากอยู่แบบนี้ แต่สังคมรับประกันความปลอดภัยอะไรให้ฉันและลูกได้บ้าง ความปลอดภัยของฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็นหญิงหม้าย สมมติมีคนข่มขืนฉัน สังคมจะตัดสินอย่างยุติธรรมโดยไม่ทำลายฉันมั้ย แต่ช่างมันเถอะ ฉันมีความสุขแล้วที่ได้เป็นผู้ชาย” ผู้หญิงอินเดียคนนี้มีชีวิตรอดมาตลอด 37 ปี เพราะเลือกทางเดินใหม่ที่ไม่ยอมถูกกำหนดโดยสังคมให้ตัวเอง มุตตูตกลงปลงใจแล้วว่า ถึงตายไปแล้วก็จะใส่ให้ลูกสาวใส่ชุดผู้ชายให้ ชาตินี้จะไม่ใส่ส่าหรีอีกแล้ว

L O L A

3,776,458 views • 1 day ago