正在加载视频...
视频加载失败
มีคนเริ่ม "เอ๊ะ" กันแล้วหวะ
35 条评论

ไม่มีใครขายของขาดทุนได้หรอก ราคาปกติ 100 บ./ชิ้น ลดราคาเหลือ 50 บ./ชิ้น ต้นทุนอาจจะแค่ 15 บ./ชิ้น ไม่ขาดทุน แค่กำไรน้อยลง แต่ขายได้จำนวนมากขึ้น ขาย 100 บ. กำไร 85 ขายได้ 100 ชิ้น=8,500 บ.(กำไร)/วัน ขาย 50 บ. กำไร 35 ขายได้ 1,000 ชิ้น=35,000 บ. (กำไร)/วัน แบบป้ายลดราคาตามห้างไง☺️

อยากให้คนเอ๊ะเรื่องค่ารังวัดที่ดินด้วยจัง 😁 ทำไมถึงแพงเว่อร์วังทั้งที่ที่ดินก็เป็นของเรา หลักโฉนดที่จะเอามาปักเพิ่มให้ก็เป็นแค่แท่งปูนประทับตราธรรมดาๆ ต้นทุนคืออะไร? 😂

ไม่เคยมีความคิดที่จะใช้ ผลิตภัณฑ์อะไรของดาราหรืออินฟูคนดังที่ออกมาทำแบนด์เลย นอกจาก ของกิน ก็เพราะคิดแบบนี้ไง คุณภาพอยู่ตรงไหน ไปศัลยกรรมมา ก็บอกว่าใช้ครีมตัวนี้ กันทั้งนั้น ต้นทุนก็ถูก อาจจะทำ OEM โดยใช้สูตรที่มีอยู่แล้ว และใช้ชื่อเสียงตัวเองมาทำให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ

เป็นคนหนึ่ง ไม่เคยซื้อพวก เครืองสำอาง อาหารเสริม พวกนี้เลย จะเลือกใช้ของที่เป็นแบรนบริษัทใหญ่ ซือจากแหล่งที่เชือถือได้ อยากให้คนไทยนึกถึง ตับไต ตัวเองกันก่อน แบรนพวกนีเวีย ยังดูปลอดภัยกว่า

คนกลุ่มกำลังคลั่งกระแส ปล่อยไปเถอะอย่าไปสงสัย ตั้งคำถามได้คำตอบเอง และรอดูผลปลายเรื่องดีกว่า "สนับสนุนคนอ่อนแอให้มีโอกาส ไม่ใช่สนับสนุนกลุ่มคนที่มีโอกาสอยู่แล้ว" กฏการเอื้อเฟื้อต่อสังคมที่จะเป็นกำไรสะสมย้อนกลับมาที่ตัวเราเองในอนาคต ไม่ใช่ให้ไปแล้วก็หายไปเลย ก็ไปสมองกันดู

ถ้าคนไทยรู้จัก "เอ๊ะ" กันตั้งแต่ 2489 ป่านนี้ไทยรวยไปตั้งนานแล้ว--ขร่ะ สุดท้ายมีคนเดียวที่ "รวย" ขร่ะ

เรื่องนี้แล้วแต่คนชอบ ส่วนตัวไม่ชอบการขายแบบส่งเสียงเชียร์เสียงดัง จะซื้อของเปรียบเทียบราคา อ่านเงียบๆ ยกเว้นเราเป็นคู่ค้าประจำแบรนด์นั้นจริง

ปกติต้นทุนจะไม่เกิน 30-40% หรอก ที่เหลือค่าการตลาด ค่าพนักงาน ค่าขนส่ง นู่นนั่นนี่ รวมๆ ไปแล้ว คนซื้อคือต้องจ่าย รับภาระไป ใดๆ คนชอบคิดว่า เขาเอากำไรไม่เยอะหรอก 5-10 บาทไรงี้ แต่จริงๆ เขาคิดมาแล้ว ไม่ขาดทุนหรอก จริงๆ แค่กำไรน้อยลงเฉยๆ

เบื่อบทแบบ อิจฉาเขาสิของคนไทยมากกกก ถึงได้โดนสแกมเขมรหลอกทุกวันนี้ เล่นไม่เอ้ะ ไม่หือ ไม่อือ พอคนสงสัยก็ปะหน้าขี้อิจฉาให้เค้า หัวปิดทึบยิ่งกว่ากะลามะพร้าว

🤔

สำหรับเรามันโม้เหม็น ใส่จัดเต็มขนาดไหนมันก็ต้องเฉลี่ยให้เหมาะสมอยู่แล้ว และไอบอกขายขาดทุนๆ จะบ้า ไม่มีร้านไหนหรอกนะที่ขายขาดทุน ตย. ซื้อสต๊อกมาเยอะๆ อย่างเช่น ซื้อของกับแบรนด์จำนวนเยอะมาก เค้าก็แถม tester มา บางเว็บเอามาปล่อยต่อในราคาย่อมเยางี้ พรพ ยังเอามาขายเลย ตามจริงคือของฟรี

ขายเอาปริมาณยอดขายไงครับ.กำไรอาจน้อยลงแต่ปริมาณยอดขายเยอะมันก็ได้เยอะตาม คุณภาพอย่าไปว่าเขา เพราะเขาต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานก่อนขายอยู่แล้ว(แต่ถ้าสงสัยและมั่นใจก็เอาไปให้หน่วยงานที่รับตรวจสอบเอง)

ก็บอกแล้วไงว่าสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นและสิ่งที่เป็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คิด คำว่าสติมันดีเสมอถ้ายังมีอยู่.555+

เรารู้ด้วยสัญชาตญาณตัวเอง ว่าของราคาแพง และมาลดจุกๆ แบบนี้ วัตถุดิบ สารประกอบ หรือฮะไรต่างๆ มันถูกมากแน่ๆ และคุณภาพกับประโยชน์ที่จะได้มันก็คงถูกตาม ไม่กินไม่ซื้อและไม่เชื่อ เพราะหมอด้านสุขภาพ ไม่ได้สอนแบบนี้ สอนให้กินของมีประโยชน์ตามปกติ

เราคิดว่าบางแบรนด์ยอมขายเข้าเนื้อด้วยซ้ำเพราะสิ่งที่แบรนด์จะได้คือการมองเห็นสินค้าที่มากขึ้นหากว่าเค้าสนใจแล้วซื้อไปใช้ครั้งแรกแล้วสินค้าดีจริงก็เป็นการการันตีลูกค้าระยะยาวถือว่าคุ้มไปสำหรับการลงทุนครั้งนี้นะคะ

คนออกมาพูดแสดงว่าไม่รู้เรื่องการตั้งราคาขายของสินค้าจำพวกนี้แน่นอน สินค้าประเภทนี้หรืออื่นๆขาคิดกำไรจากต้นทุน3-6เท่าหีอ300-600% ตั้งแต่แรก

นี่เป็นวัย 38 ที่ไม่เคยซื้อของดาราอินฟลู เน็ตไอดอลของเกรดโรงงานเกรดครีมกิโล ไม่เคยอุดหนุนเลย อาจจะแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลจริงๆ คิดง่ายๆ ครีมท้องตลาด พอน โอเล กานิเย่ ราคาปกติสบายกระเป๋าตามรายได้รายวันขั้นต่ำแต่ไม่แพ้แน่นอนเลยไม่สนใจหรือตื่นเต้นกับของพวกนั้นเลย

นี่เอ๊ะลึกไปกว่าเรื่องต้นทุนและคุณภาพอีก เมื่อเห็นความเชื่อมโยง เห็นตัวเงิน

เอ๊ะ อยู่อย่างเดียวคือ เอ๊ะ ทำใมมีคนไทยจำนวนมากมาย ที่ตื่นกระแสหลงกระแสได้ถึงเพียงนี้ บางที..มันก็วัดคุณภาพประชากรได้นะ

เราสงสัยแล้ว แล้วทัวร์ก็ลงเรียบร้อยค่ะ 😅

ส่วนมากคนซื้อใช้แบร์ดนั้นอยู่แล้ว แต่มาซื้อเพราะถูกลง หรืออยากลองเปิดใจกับแบรดใหม่ๆ

น่าจะไลฟ์ช่วยชาวบ้านที่ลูกป่วยติดเตียง หรือคนพิการ ที่ไลฟ์ขายของไม่ค่อยได้

ซื้อบ้านเงินสดร้อยล้าน แต่แม่ติดหนี้ สามล้าน ไม่มีจ่าย 😂 #โหนกระแส #เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น

ของแต่ละอย่าง ขยะทั้งนั้น น้ำหอม คอลลาเจน ของกินที่เป็นเทวดา ที่ปลูกผมทั้งๆที่รากผมจะไม่มีวันเกิดอีก สินค้าพวกที่ดาราชอบขาย ....มีแต่ดาราขายแพงเวอร์ บวกมาแพงมาก ต้องตีกลับ ดาราจะได้บทเรียน cod นิ

การตลาด tiktok เหล่าดารา อินฟลูฯ ได้ขายของ ระบายสต๊อคสินค้าเก่าคงคลัง Tiktok x ดารา เซเลป Win-Win คนกดซื้อ … มานั่งงงตัวเองทีหลัง 😆

บางแบรนด์ขาดทุนจริง เป็นการซื้อค่าโฆษณา นำยอดเอนเกจจากไลฟ์เจนนี่มาต่อยอด ดันตระกร้าสินค้าในตลาดสูงขึ้น เพิ่มยอดผู้ติดตามแบรนด์+ได้ฐานลูกค้าใหม่มาซื้อซ้ำ ทำการตลาดเองบางครั้งจ่ายมากกว่าจ้างเจนี่ สินค้าราคาหลักร้อยโอกาสขาดทุนสูงจ่ายเจนี่ 53.50 บาทต่อออเดอร์+ติ๊กต๊อก 30%+ต้นทุนสินค้

บางครั้ง อาจขาดทุนเพื่อการโฆษณา โดนได้ทุนมาคืนบ้าง เวลายิงโฆษณาทางเดียว มันขายไม่ได้แต่เสียค่าโฆษณาให้รู้จัก แต่มาให้เจนนี่ซึ่งกำลังเป็นกระแส มันขายไปด้วย โฆษณาไปด้วย

ไม่เอ๊ะ! สินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายแหล่บ้างล่ะ กระเป๋าใบละเป็นล้าน ต้นทุนจริงๆเท่าไหร่ แค่หลักหมื่นหรือหลักแสนเอง คุณภาพเทียบกับของหลักหมื่นมั้ย ความจริงขาย "คุณภาพ" หรือขายความเป็น "แบรนด์" ?!

สินค้าต้นทุน10 ราคาขาย100 ขายในไลฟ 50ิ

คุณภาพก็ตามราคาแหละ ไม่มีใครที่ทำธุรกิจแล้วยอมขาดทุนหรอก

อาหารเสริมทุกชนิด เครื่องสำอาง ทุนราคาหลักสิบ ราคาขายรวมค่าการตลาดไว้แล้ว เหมือนเอาส่วนที่จ่ายให้ตัวแทนมาให้เจนนี่ แต่พวกบ้านๆ ถือว่าเอาค่าโฆษณา การเข้าถึงละกัน

ไม่มีใครเขาขายของขาดทุนกันหรอก อย่างน้อยๆเลยต่อให้ได้นอนมากแต่ถ้ารวมกันมันก้ยอดใหญ่ บางคนเขาหวังกระแส หวังให้มีคนเห็นสินค้า อีกย่างต้นทุนมันไม่เกิน40%ของราคาขายหรอก แต่เขาก็ต้องบวกค่าอื่นๆด้วยไหมล่ะ ค่าการตลาด ค่าทีมงาน ก็เห็นนิว่ามันมีค่าตัวขิงเจนนี่ที่ต้องจ้าง

ขนาด Loreal ยังมาลดเลยยยย ตรรกกะอะไรเนี่ย ได้ของถูกใช้ไม่ชอบ ชอบของแพงหรอ555 บางทีเจ้าของแบรนด์ ยิมควักเนื้อเพื่อทำการตลาด คนที่มาพูดเคยทำธุรกิจมั้ยย 😅😅😅 ค่าการตลาดแพงกว่าต้นทุนสินค้าอีกยาย

บางทีเค้าคิดว่าเป็นการจ่ายค่าโปรโมทแบรนด์ก็ได้ จะให้คนรู้จักขนาดนี้จะต้องใช้งบMarketing กี่ล้านบาท มูลค่าทางการตลาดถ้าคนรู้จักแล้วต่อยอดขายได้ไม่สิ้นสุด บางทีต้องคิดจุดนี้กันด้วยไม่ใช่จะหวังแต่กำไรต่อชิ้นอย่างเดียว

ทุน 50 ขายปลีก 300 ขายส่ง 150 ตัวแทนใหญ่ พอมาถึงเจนนี่ ก็ข้ามไป เหมือนขายเอง 150 แล้วจ่ายค่าจ้าง 30%50% ก็ว่าไป เช่น ขาย 150 ทุน 50 เจนนี่ 50 กำไร 50 และพวกผลิตภัณฑ์ครีม ของดาราพวกนี้แพงมาก ต้นทุน ต่ำเตี้ย เช่น สบู่ผิวขาวขายเป็น 100 ทุนจริงๆ ไม่ถึง 20
