Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

มีแค่นี้เลย.

19,812 görüntüleme • 2 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

ผู้หญิงเกาหลีโดนผู้ชายเกาหลี 12 คนข่มขืน แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนติดคุกเลยแม้แต่คนเดียว แถมแม่ผู้หญิงโดนคนร้ายฟ้องหมิ่นประมาท ตอนเกิดเรื่องผู้หญิงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่สนใจ บอกให้ผู้หญิงวาดรูปจู๋คนร้ายให้ดู เพื่อพิสูจน์ว่าโดนทำร้ายมาจริง ไม่มีใครช่วยเธอจนเธอตัดสินใจจบชีวิต ‘โซรา’ อายุ 29 ปี 2004 ได้งานเป็นนักแสดงตัวประกอบในกองถ่ายละครเรื่องนึง ซึ่งการถ่ายทำต้องใช้เวลาประมาณสี่เดือน งานนี้น้องสาวเธอ ‘โซจอง’ เป็นคนแนะนำชวนมาเอง เนื่องจากเห็นว่าพี่สาวฝันอยากเป็นดาราดัง ส่วนน้องสาวเบนเข็มไปทำงานอื่น ตอนแรกทุกอย่างก็ดี แต่ผ่านไปไม่นานก็เกิดเรื่องเลวร้าย โซจองกับแม่ต้องหนีกลางดึก เพราะโซราดันทำลายข้าวของในบ้าน อารมณ์รุนแรงควบคุมสติไม่ได้ เดินโป๊ในบ้าน พูดคนเดียว จนแม่กับน้องสาวได้รู้ความจริงว่า โซราถูกข่มขืนในกองถ่ายมาตลอดจนสติแตก โซราโดนผู้ช่วยผู้กำกับข่มขืน โดนผู้ชายรวม 12 คนทำร้าย โดนข่มขืน 40+ ครั้ง โดนรังแก ทำร้ายสารพัด โดนขังในห้อง โดนวางยา โดนส่งต่อจากผู้กำกับชายคนนึงไปอีกคนนึง ไม่ต่างอะไรจากของเล่นที่มีชีวิต พวกมันใช้จิตวิทยาข่มขู่โซรา ขู่ว่าจะทำลายชื่อเสียง จะจับโซจองมาข่มขืนอีกคนถ้ากล้าไปบอกใคร จะฆ่าทุกคนในบ้าน จะเผาบ้านเธอ จนโซรามีอาการหวาดระแวง มีปัญหาทางจิต โดนแบบนี้มาสี่เดือน แม่กับโซจองพาโซราไปรักษาและแจ้งความ แต่สิ่งที่ตำรวจทำคือเฉยๆ ไม่ได้สนใจจริงจัง บอกว่า “นี่นับเป็นคดีได้ด้วยเหรอ” ล้อเลียนเหยื่อ หาว่าโซราใช้เต้าไต่เองมากกว่า ให้โซราวาดรูปจู๋ ถามว่าจำได้มั้ยใครทำอะไร จู๋หน้าตาเป็นยังไง โดนทำร้ายจริงเหรอ ให้โซรานั่งต่อหน้าคนร้าย โซราต้องไปเจอคนร้ายที่สถานี ต้องไปเล่าเรื่องซ้ำๆ ให้ตำรวจฟัง ตำรวจทรมานเหยื่อไม่ต่างอะไรจากคนร้าย และคนร้ายยังข่มขู่จนโซราต้องถอนแจ้งความ สุดท้ายเมื่อตำรวจที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายยังช่วยอะไรไม่ได้ วันที่ 28 สิงหาคม 2009 โซราโดดลงมาจากชั้น 18 และน้องสาว โซจอง อดข้าวอดน้ำ เป็นโรคซึมเศร้า จนตัดสินใจโดดลงมาจากดาดฟ้าตึกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2009 เรื่องนี้ทำให้คนเป็นพ่อของทั้งคู่ใจสลาย จนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตสองเดือนต่อมา ทั้งครอบครัวเหลือแค่แม่คนเดียว สู้กับผู้ชาย 12 คนที่ลอยนวลไม่ได้รับโทษอะไรเลย แม่สูญเสียทุกคนในบ้านภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ด้วยความแค้นและคำสัญญาที่แม่มีกับโซจอง ว่าต้องเอาคนผิดมารับโทษให้ได้ แม่ตัดสินใจฟ้องคนร้าย แต่สิ่งที่แม่ได้รับคือแม่แพ้คดีหมดเลย แม้จะมีไดอารี่ของลูกที่เขียนเล่าไว้แต่ก็ถูกมองว่าแต่งเรื่อง เพราะคดีถือว่าหมดอายุไปแล้ว 3 ปีนับจากวันเกิดเหตุ แม่ฟ้องไปโดนปัดทิ้งหมด ตามข้อมูล 7 ใน 12 คนของกลุ่มคนร้าย ยังทำงานอยู่ในวงการบันเทิงเกาหลีด้วย ไม่มีสลดใดๆทั้งสิ้น แม่ที่ไม่เหลืออะไรแล้วเลยมายืนประท้วง ทำข้อมูลแฉว่าใครบ้างที่ทำอะไรลูกสาว แต่ดันโดนคนร้ายฟ้องกลับโทษฐานหมิ่นประมาท แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง แต่ตามกฎหมายเกาหลีคนร้ายก็ฟ้องได้ แม่ต้องจ่ายเงินชดใช้คนร้าย (อ่านแล้วกูจะบ้า) แต่ตอนหลังศาลปัดตก ขอโทษแม่ แต่จนตอนนี้ยังไม่มีคนร้ายคนไหนโดนจับเลย กระทั่งมีคนลงชื่อเรียกร้องสองแสนคนยังไม่ได้ผล แม่เลยใช้วิธีโพสหน้าคนร้ายลงยูทูบ ซึ่งคนร้ายก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ โดนใส่ร้าย ปัจจุบันแม่อายุ 70 กว่าแล้ว แม่จะสู้ต่อจนกว่าลูกสาวจะได้รับความยุติธรรม แม่เชื่อว่าตัวเองจะต้องได้เห็นพวกคนร้ายรับโทษก่อนตาย
0:22

Sensitive content

ผู้หญิงเกาหลีโดนผู้ชายเกาหลี 12 คนข่มขืน แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนติดคุกเลยแม้แต่คนเดียว แถมแม่ผู้หญิงโดนคนร้ายฟ้องหมิ่นประมาท ตอนเกิดเรื่องผู้หญิงไปแจ้งความ แต่ตำรวจไม่สนใจ บอกให้ผู้หญิงวาดรูปจู๋คนร้ายให้ดู เพื่อพิสูจน์ว่าโดนทำร้ายมาจริง ไม่มีใครช่วยเธอจนเธอตัดสินใจจบชีวิต ‘โซรา’ อายุ 29 ปี 2004 ได้งานเป็นนักแสดงตัวประกอบในกองถ่ายละครเรื่องนึง ซึ่งการถ่ายทำต้องใช้เวลาประมาณสี่เดือน งานนี้น้องสาวเธอ ‘โซจอง’ เป็นคนแนะนำชวนมาเอง เนื่องจากเห็นว่าพี่สาวฝันอยากเป็นดาราดัง ส่วนน้องสาวเบนเข็มไปทำงานอื่น ตอนแรกทุกอย่างก็ดี แต่ผ่านไปไม่นานก็เกิดเรื่องเลวร้าย โซจองกับแม่ต้องหนีกลางดึก เพราะโซราดันทำลายข้าวของในบ้าน อารมณ์รุนแรงควบคุมสติไม่ได้ เดินโป๊ในบ้าน พูดคนเดียว จนแม่กับน้องสาวได้รู้ความจริงว่า โซราถูกข่มขืนในกองถ่ายมาตลอดจนสติแตก โซราโดนผู้ช่วยผู้กำกับข่มขืน โดนผู้ชายรวม 12 คนทำร้าย โดนข่มขืน 40+ ครั้ง โดนรังแก ทำร้ายสารพัด โดนขังในห้อง โดนวางยา โดนส่งต่อจากผู้กำกับชายคนนึงไปอีกคนนึง ไม่ต่างอะไรจากของเล่นที่มีชีวิต พวกมันใช้จิตวิทยาข่มขู่โซรา ขู่ว่าจะทำลายชื่อเสียง จะจับโซจองมาข่มขืนอีกคนถ้ากล้าไปบอกใคร จะฆ่าทุกคนในบ้าน จะเผาบ้านเธอ จนโซรามีอาการหวาดระแวง มีปัญหาทางจิต โดนแบบนี้มาสี่เดือน แม่กับโซจองพาโซราไปรักษาและแจ้งความ แต่สิ่งที่ตำรวจทำคือเฉยๆ ไม่ได้สนใจจริงจัง บอกว่า “นี่นับเป็นคดีได้ด้วยเหรอ” ล้อเลียนเหยื่อ หาว่าโซราใช้เต้าไต่เองมากกว่า ให้โซราวาดรูปจู๋ ถามว่าจำได้มั้ยใครทำอะไร จู๋หน้าตาเป็นยังไง โดนทำร้ายจริงเหรอ ให้โซรานั่งต่อหน้าคนร้าย โซราต้องไปเจอคนร้ายที่สถานี ต้องไปเล่าเรื่องซ้ำๆ ให้ตำรวจฟัง ตำรวจทรมานเหยื่อไม่ต่างอะไรจากคนร้าย และคนร้ายยังข่มขู่จนโซราต้องถอนแจ้งความ สุดท้ายเมื่อตำรวจที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายยังช่วยอะไรไม่ได้ วันที่ 28 สิงหาคม 2009 โซราโดดลงมาจากชั้น 18 และน้องสาว โซจอง อดข้าวอดน้ำ เป็นโรคซึมเศร้า จนตัดสินใจโดดลงมาจากดาดฟ้าตึกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2009 เรื่องนี้ทำให้คนเป็นพ่อของทั้งคู่ใจสลาย จนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตสองเดือนต่อมา ทั้งครอบครัวเหลือแค่แม่คนเดียว สู้กับผู้ชาย 12 คนที่ลอยนวลไม่ได้รับโทษอะไรเลย แม่สูญเสียทุกคนในบ้านภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ด้วยความแค้นและคำสัญญาที่แม่มีกับโซจอง ว่าต้องเอาคนผิดมารับโทษให้ได้ แม่ตัดสินใจฟ้องคนร้าย แต่สิ่งที่แม่ได้รับคือแม่แพ้คดีหมดเลย แม้จะมีไดอารี่ของลูกที่เขียนเล่าไว้แต่ก็ถูกมองว่าแต่งเรื่อง เพราะคดีถือว่าหมดอายุไปแล้ว 3 ปีนับจากวันเกิดเหตุ แม่ฟ้องไปโดนปัดทิ้งหมด ตามข้อมูล 7 ใน 12 คนของกลุ่มคนร้าย ยังทำงานอยู่ในวงการบันเทิงเกาหลีด้วย ไม่มีสลดใดๆทั้งสิ้น แม่ที่ไม่เหลืออะไรแล้วเลยมายืนประท้วง ทำข้อมูลแฉว่าใครบ้างที่ทำอะไรลูกสาว แต่ดันโดนคนร้ายฟ้องกลับโทษฐานหมิ่นประมาท แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง แต่ตามกฎหมายเกาหลีคนร้ายก็ฟ้องได้ แม่ต้องจ่ายเงินชดใช้คนร้าย (อ่านแล้วกูจะบ้า) แต่ตอนหลังศาลปัดตก ขอโทษแม่ แต่จนตอนนี้ยังไม่มีคนร้ายคนไหนโดนจับเลย กระทั่งมีคนลงชื่อเรียกร้องสองแสนคนยังไม่ได้ผล แม่เลยใช้วิธีโพสหน้าคนร้ายลงยูทูบ ซึ่งคนร้ายก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ โดนใส่ร้าย ปัจจุบันแม่อายุ 70 กว่าแล้ว แม่จะสู้ต่อจนกว่าลูกสาวจะได้รับความยุติธรรม แม่เชื่อว่าตัวเองจะต้องได้เห็นพวกคนร้ายรับโทษก่อนตาย

L O L A

3,777,045 görüntüleme • 28 gün önce

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแล้ว เป็นบทเรียนของสื่อเกาหลีเลย ไร้จรรยาบรรณมานาน แต่ครั้งนี้ดันไปไร้จรรยาบรรณแซะซนฮึงมินที่คนรักทั่วโลก ข่าวจึงดังระดับโลก สื่อเกาหลีจึงโดนทั้งคนเกาหลีและคนทั่วโลกประณาม คือตอนนี้ดราม่ามันยิ่งแรง เพราะนักเตะเกาหลีทั้งทีมแบนสื่อชาติตัวเอง ไม่ให้สัมภาษณ์ เผื่อใครตามข่าวไม่ทัน คือตอนที่สื่อเกาหลีไปทำข่าวนักเตะเกาหลีฝึกซ้อมเตรียมแข่งบอลโลก มีเสียงนักข่าว 2-3 คนหลุดเข้ากล้องช่อง jtbc ตอนพูดแซะนินทาซนฮึงมินประมาณว่า ซนวิ่งแอคเหมือนเป็นผู้บัญชาการทหาร ทั้งที่ซนไม่รู้จักชีวิตทหารจริงๆซะหน่อย คือคนเกาหลีบางคนมีแนวคิดว่าการฝึกทหารเป็นการรับใช้ชาติที่ดีที่สุด ทั้งที่การรับใช้ชาติมีหลายด้าน คือการที่นักข่าวกลุ่มนั้นพูดแซะนักเตะทีมชาติตัวเองโดยเฉพาะซนฮึงมินที่ไม่ได้เข้ากรมทหาร 2 ปี ทั้งที่จริงๆการเป็นนักกีฬาเล่นให้ทีมชาติก็ถือเป็นการรับใช้ชาติเช่นกัน แล้วซนสร้างชื่อเสียงให้เกาหลีเยอะมาก ซนทุ่มเทเพื่อทีมชาติมานานสุดๆ แต่ก็ยังโดนแซะ และจริงๆซนไม่เคยหนีทหารเลย และยังเคยเข้าฝึกทหารที่เกาหลี 3 สัปดาห์ด้วย ตามกฏที่ว่านักกีฬาที่ได้เหรียญจะได้ลดหย่อนเข้ากรม 3 วีค ซึ่งกฏนี้มีมานานแล้ว ก่อนซนเป็นนักกีฬาดังอีก ซึ่งซนก็ทำตามกฏทุกอย่าง และกว่าซนจะได้เหรียญคือพยายามมาหลายปี ไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษ แต่ทำตามกฏทุกอย่าง แต่มันน่าน้อยใจที่ก็ยังโดนแซะ คือเราเข้าใจกฏนี้เพราะถ้านักกีฬาขาดซ้อมไป 2 ปี ชีวิตนักกีฬาพังเลยนะ ยิ่งนักบอลระยะเวลาประกอบอาชีพมันสั้นมาก ส่วนใหญ่เลิกเล่นก่อน 40 ถ้าซนต้องเข้ากรม 2 ปี เกาหลีจะไม่มีนักบอลระดับโลกที่เป็นหน้าเป็นตาให้ชาติในเวทีโลกแน่ๆ การที่เพื่อนร่วมทีมและชาวเน็ตทั้งคนเกาหลีและทั่วโลกออกมาปกป้องซน และตำหนิสื่อเกาหลีที่แซะซน สะท้อนให้เห็นเลยว่า คนรักซนเยอะมาก คือซนไม่ได้ใช้อิทธิพลบังคับใครนะ แต่คนอยากปกป้องซนเอง ทีมชาติเกาหลีออกแถลงการณ์ปกป้องซนและนักเตะในทีม บอกจะให้สัมภาษณ์ตามกำหนดการณ์ของฟีฟ่าเท่านั้น และให้นักเตะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะให้สัมภาษณ์นักข่าวเกาหลีมั้ย ซึ่งนักเตะเกาหลีทุกคนตัดสินใจไม่ให้สัมภาษณ์ และร่วมใจกันแบนสื่อบ้านเกิดตัวเองในบอลโลก นัดล่าสุดซนเดินผ่านสื่อเกาหลีด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลย 555 ปกติสื่อเกาหลีอยากได้ซนไปเป็นพาดหัวเรียกเอนเกจ แต่ตอนนี้คืออดเลย ซนไม่ให้สัมภาษณ์ แถมนักเตะเกาหลีคนอื่นๆก็ไม่ให้สัมภาษณ์ คือมันอาจไม่ใช่นักข่าวเกาหลีทุกคนที่แซะซน แต่ในเมื่อไม่มีสื่อไหนออกมาแถลงรับผิดชอบขอโทษ สื่อเกาหลีทุกช่องจึงโดนผลกระทบหมด ซนไม่ได้มีอิทธิพลหรอก แต่เพราะซนฮึงมินวางตัวดีตลอด เก่ง นิสัยดี จึงเป็นที่เคารพรักของเพื่อนร่วมทีม คนในวงการบอล และประชาชนทั้งคนเกาหลีและทั่วโลก ตอนนี้ข่าวนี้ดังไปทั่วโลกแล้ว สื่อต่างชาติทั้งอังกฤษ ไทย ยุโรป ละติน คือนำเสนอข่าวเรื่องนี้หมด ชาวเน็ตทั้งเกาหลีและทั่วโลกล้วนวิจารณ์ความไม่เป็นมืออาชีพของเกาหลี สร้างความอับอายให้สื่อเกาหลีอย่างมาก หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนให้สื่อเกาหลีว่าอย่าทำตัวไร้จรรยาบรรณใส่ใครอีก

สมุดบันทึกของคนบ้าบอลและดูซีรีส์

261,010 görüntüleme • 8 gün önce

#FactCheck #Misleading จากกรณีที่ Sirikanya Tansakun สส.พรรคก้าวไกล(ในเวลานั้น) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 โดยมีการตัดคำพูดสั้นๆ ไปใช้สำหรับกราฟฟิกว่า "ไม่มีใครได้เงินหมื่น" ข้อเท็จจริงคือ เป็นการแถลงทันทีภายหลังการแถลงของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(ในเวลานั้น) ว่าแหล่งที่มาของเงินจะมาจากการออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท โดยรายละเอียดคือ " 'ท้ายที่สุดอาจไม่มีใครได้เงินจากโครงการนี้เลย' เพราะนายกฯ เลือกเส้นทางที่ยากที่สุด คือการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ 5 แสนล้าน เพื่อระดมทุนมาแจกในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 และขัดต่อพ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง มาตรา 53 ที่มีการระบุว่า หากใช้เงินที่ไม่ได้เป็นไปตามงบประมาณปกติ จะทำได้กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น แต่วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร... ...เพราะการออกพ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความสุ่มเสี่ยงจริงๆ เหมือนกับกรณีพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท อย่างชัดเจน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ดังนั้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ตนตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐบาลเลือกทางนี้ เพราะไม่ต้องการให้โครงการนี้สำเร็จ แต่ต้องการให้เข้าทางนักร้องต่างๆ เพื่อหาทางลงให้สวยงามของโครงการที่มาถึงทางตันโดยสมบูรณ์แล้ว... สรุป ศิริกัญญาให้สัมภาษณ์ว่า "ถ้ารัฐบาลเลือกที่จะออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้าน อาจจะไม่มีใครได้เงินเลย เพราะเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย" ในปัจจุบัน ก็เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีเองได้ล้มเลิกความคิดที่จะกู้เงินผ่านการออก พ.ร.บ.ไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน 67 ( ตามที่ศิริกัญญาได้แถลงเอาไว้ก่อนหน้านั้น จึงไม่มีใครได้เงินหมื่นจาก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านแม้แต่คนเดียว การตัดคำพูดพาดหัวสั้นๆ โดยไม่ทราบบริบทหรือทราบแล้วแต่ไม่สนใจ อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างได้ครับ Link สรุปข่าวโดย ช่อง One31: Link รายละเอียดข่าวโดย ประชาชาติธุรกิจ: #FactCheckPPLE #ศิริกัญญา #ดิจิทัลวอลเล็ต #พรรคประชาชน

Fact Check - พรรคประชาชน

246,275 görüntüleme • 1 yıl önce