Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

ยอดแดดวันนี้จริงๆๆคับ ตับแตกฟ้าเปิดจริงๆๆคำว่าร้อน

33,881 görüntüleme • 2 yıl önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

ก่อนหน้า น้องเนเน่ ที่ภูเก็ต จะมี วงเปิดหมวกวงหนึ่งคือ วง Queen on Street ที่นำโดย "น้องเฟี้ยท" (ประภาพร ศรีเมือง) นักร้องและนักดนตรีเปิดหมวกชื่อดังแห่งถนนบางลา หาดป่าตอง ปัจจุบันได้ก้าวสู่การเป็นศิลปินระดับอินเตอร์อย่างเต็มตัว โดยไม่ได้ปักหลักเล่นเปิดหมวกประจำอยู่ที่จุดเดิมในภูเก็ตเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อน ผลงานระดับโลก: น้องเฟี้ยทและวงได้เดินทางไปร่วมประกวดดนตรีระดับสากลและคว้าตำแหน่งชนะเลิศที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ทำเพลงที่ยุโรป: ได้เดินทางไปอัดโปรเจกต์เพลงใหม่ไกลถึงประเทศสวีเดน และปล่อยซิงเกิลสากลของตัวเองในชื่อเพลง "We, Me & I" รวมถึงเพลง "U Can Have It All" ไทม์ไลน์การแจ้งเกิดของทั้งสองศิลปิน -วง Queen on Street (น้องเฟี้ยท): เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นไวรัลในระดับกว้างและกลายเป็นภาพจำของนักท่องเที่ยวบน ถนนบางลา หาดป่าตอง มาตั้งแต่ช่วงปี 2564 - 2565 ในตอนนั้นน้องเฟี้ยทเพิ่งมีอายุเพียง 13 ปี และสร้างปรากฏการณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจนแน่นถนนบางลา ก่อนจะเริ่มเดินทางไปโชว์ตัวในต่างประเทศช่วงปี 2566 - 2567 -น้องเนเน่ รอยัล (Nene Royal): แม้จะเริ่มฝึกดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แต่เริ่มมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีกระแสไวรัลในฐานะมือกีตาร์สายร็อกเปิดหมวกตาม ตลาดนัดนาคา (Phuket Weekend Market) ในช่วงปี 2566 - 2567 (รวมถึงการไปออกรายการ Super 10 และคว้ารางวัลจากเวที Overdrive Guitar Contest ในปี 2566) ก่อนจะก้าวสู่กระแสระดับโลกจากการไปประกวดในเวที America's Got Talent ความแตกต่างของทั้งสองคน -Queen on Street: ปักหลักสร้างชื่อที่หาดป่าตอง (ถนนบางลา) เน้นการร้องและเล่นดนตรีแนวป็อปร็อกสากลร่วมกับคุณพ่อและนักดนตรีในวง -Nene Royal: แจ้งเกิดจากการเปิดหมวกที่ตลาดนัดนาคา โดดเด่นด้านการโซโล่กีตาร์ไฟฟ้าสายร็อกและการแผดเสียงร้องที่ดุดัน ทั้งสองคนถือเป็นเยาวชนจากภูเก็ตที่เติบโตมาจากสายดนตรีสตรีท (Street Musicians) เหมือนกัน แต่เริ่มต้นกันคนละพื้นที่และคนละช่วงเวลา ซึ่งปัจจุบันต่างก็ประสบความสำเร็จและก้าวไปสู่เวทีระดับสากลทั้งคู่

DarkSideOfTheMoon

38,876 görüntüleme • 11 gün önce

❤️❤️❤️ Lamine Yamal เดินเข้าไปสวมกอดและปลอบใจ Lionel Messi เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในโมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่สวยงามที่สุดของใน #ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ หลังเกม ที่ #สเปน เอาชนะ #อาร์เจนติน่า เพราะเป็นการพบกันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกของ "ชายผู้เคยอุ้มเด็กทารกอาบน้ำเพื่อการกุศลในปี 2007" กับ "เด็กทารกคนนั้นในวัย 19 ปี" ที่เติบโตขึ้นมาคว้าแชมป์โลกและเข้ามาปลอบใจไอดอลของตัวเอง จุดเริ่มต้นของโชคชะตา ในปี 2007 สโมสรบาร์เซโลนา ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Diario Sport และ UNICEF ได้ทำภาพถ่ายเพื่อการกุศล เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือเด็กในแอฟริกาและสเปน แล้วเกิดความบังเอิญที่เหลือเชื่อ ทีครอบครัวของยามาลส่งชื่อเข้าร่วมกิจกรรมจับสลาก และพวกเขาโชคดีได้รับเลือกให้มาถ่ายภาพร่วมกับนักเตะทีมชุดใหญ่ ซึ่งในวันนั้นสลากใบนั้นสุ่มได้ตัว ลิโอเนล เมสซี่ ในวัย 20 ปีพอดี โจน มอนฟอร์ต (Joan Monfort) ช่างภาพในวันนั้นเล่าว่า เมสซี่ในตอนนั้นยังเป็นดาวรุ่งที่ขี้อายมาก เขาทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องอุ้มทารกวัย 5 เดือน (ซึ่งก็คือยามาล) การถ่ายภาพจึงเป็นไปด้วยความทุลักทุเลและต้องใช้กะละมังใส่น้ำเข้ามาช่วย เพื่อให้เมสซี่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นในการเล่นกับเด็ก บทสัมภาษณ์หลังจบแมตช์ประวัติศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพซึ่งกันและกันอย่างสูงสุด Lamine Yamal ให้สัมภาษณ์ด้วยความถ่อมตัวว่า เมสซี่คือไอดอลตลอดกาลของเขา การได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศร่วมกับเมสซี่คือความฝันที่เป็นจริง และการเข้าไปกอดปลอบใจนั้นทำไปด้วยความเคารพอย่างสูง เพราะเขารู้ดีว่าเมสซี่ทุ่มเทให้กับทีมชาติอาร์เจนตินามากแค่ไหน Lionel Messi กล่าวว่า แม้จะผิดหวังกับผลการแข่งขัน แต่เขาก็ได้กล่าวชื่นชมยามาลว่า เป็นนักเตะรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม มีอนาคตที่สดใสรออยู่ และภาพถ่ายในอดีตนั้นเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากที่โลกฟุตบอลนำพาพวกเขากลับมาพบกันในจุดนี้

DarkSideOfTheMoon

69,660 görüntüleme • 8 gün önce