Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

วันนี้ดูยาง

11,306 views • 1 day ago •via X (Twitter)

7 Comments

จญ 🦌࿐'s profile picture
จญ 🦌࿐1 day ago

ไม่ดูพลาดๆๆๆ

บูบี (Beeezeee ☁️)'s profile picture
บูบี (Beeezeee ☁️)1 day ago

เค้าดู เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ในฝันก็ดูนะ😻

ᵇᵃᵉᵇⁱᵇᵃⁱ🍎's profile picture
ᵇᵃᵉᵇⁱᵇᵃⁱ🍎1 day ago

เต้นตามได้แล้วค่ะ😻

𝓚𝓪𝓸𝓻𝓾 ૮ • ﻌ -͛ ა⁩'s profile picture
𝓚𝓪𝓸𝓻𝓾 ૮ • ﻌ -͛ ა⁩1 day ago

ดูแย้วว คนสวยขาทุกวันเย้ย

เสด็จย่าน้องยายสกาย's profile picture
เสด็จย่าน้องยายสกาย1 day ago

ดูค้าบ

Bairinnn's profile picture
Bairinnn1 day ago

สวยจัง~~ แต่กำลังอ่อยใครอยู่น้าาา🤭

30 days of mei | luat 🍀's profile picture
30 days of mei | luat 🍀1 day ago

100% gf material

Related Videos

[ มติเสียงข้างมาก กกต. ขัดหลักการ-หลักกฎหมาย เพราะจงใจมองไม่เห็น “ช้าง 3 ตัว” ในคดีโกง สว. : (1) ความเป็น “ขบวนการ” | (2) ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย | (3) มาตรฐาน กกต. เองในอดีต ] . วันนี้ ผมได้ร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2567 & 2568 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) . ภารกิจสำคัญที่สุดของ กกต. ในปี 2567 คงหนีไม่พ้นการจัดการเลือก สว. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม . แต่ท่ามกลางหลักฐานมหาศาลเกี่ยวกับการโกง สว. เราเพิ่งได้ทราบถึงข้อสรุปในชั้น กกต. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า กกต. มีมติเสียงข้างมาก ว่ามหากาพย์การโกงครั้งนี้ มีคนที่ กกต. เชื่อว่าเกี่ยวข้อง และสั่งฟ้องไปที่ศาลทั้งหมด เพียงแค่ 77 คน ซึ่ง: - น้อยกว่าความเห็นของ คณะไต่สวนชุดที่ 26 (ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 229 คน) และความเห็นของเลขาธิการ (ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 140-200 คน) - มี สว. เพียง 26 คน และมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย (รัฐมนตรี / สส. / กรรมการบริหารพรรค) เพียง 1 คน . ผมเห็นว่า มติดังกล่าว ขัดกับหลักการ-หลักกฎหมาย-หลักฐาน จนเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. เพราะเป็นมติที่ ทำเป็นมองไม่เห็น “ช้าง 3 ตัว” ที่อยู่ในการโกง สว. . . [ ช้าง 1 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. ] . ความผิดปกติเกี่ยวกับมติ กกต. ที่ชัดที่สุด คือการพยายามตีกรอบ และ บีบให้เรามองเหตุการณ์ต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการโกง สว. แยกขาดจากกัน เสมือนกับเป็นเหตุการณ์และกลุ่มบุคคล ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่บังเอิญ “ต่างคนต่างโกง” ในห้วงเวลาและรูปแบบเดียวกัน . กรอบดังกล่าวมัน ขัดกับหลักฐานทั้งหมด ที่ชี้ว่าการโกง สว. ครั้งนี้ เขาทำกันเป็น “ขบวนการ” . ผมขอยก 4 ตัวอย่าง: 1. โพยใบสั่ง . โพยใบสั่ง เป็นเครื่องมือที่ขบวนการโกง สว. เขาใช้ในการกำกับการลงคะแนน ซึ่งพอเราไปดูโพยทั้ง 12 แบบ (versions) ที่มีตัวเลขเหลื่อมๆกัน เราจะค้นพบว่าจำนวน สว. ที่มีหมายเลขปรากฎอยู่ในโพย มีทั้งหมด 130+ คน ซึ่ง รวมถึงทั้ง 26 สว. ที่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง . ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกัน ว่าเหตุผลที่ 130+ คน นี้ไปปรากฎอยู่ในโพยเดียวกัน ก็เพราะพวกเขาเป็น “ขบวนการ” เดียวกัน . แต่ กกต. เสียงข้างมาก กลับไม่มองแบบนั้น: - กกต. สั่งฟ้อง สว. 26 คน ที่ไปปรากฎอยู่บนโพย เพราะ กกต. เห็นว่าพวกเขาได้กระทำการทุจริต (เช่น ซื้อเสียง ข่มขู่ หรือ หลอกลวง ผู้สมัครคนอื่น) ให้มาเลือกตามโพย - แต่ กกต. กลับมองว่า สว. อีก 110+ คน ที่ไปปรากฎอยู่บนโพย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ สว. 26 คน และไม่ได้ทำอะไรที่ไม่สุจริต แต่แค่บังเอิญไปอยู่บนโพยเดียวกัน . 2. สถิติการลงคะแนน . ผลการเลือก สว. เป็นสิ่งยืนยันว่ามีการแลกคะแนนอย่างเป็นระบบ หรืออย่างเป็นขบวนการ . หากเราเชื่อตาม กกต. เสียงข้างมาก การโกง สว. ไม่ได้ทำกันเป็นขบวนการ โดยมีเพียงแค่ สว. 26 คน ที่ต่างคนต่างโกง, สิ่งที่เราต้องเห็นคือการกระจายตัวของคะแนนในแต่ละกลุ่มที่ไม่เหมือนกัน (เช่น บางกลุ่ม อาจจะมีคะแนนสูสีกันทั้ง 10 คน / บางกลุ่ม อาจจะมี 2 คนแรก ที่คะแนนทิ้งห่างคนอื่น) . แต่สิ่งที่เรากลับเห็น คือการกระจายตัวของคะแนนที่เหมือนกันเป๊ะๆใน 19 จาก 20 กลุ่ม (โดยจะมีผู้สมัคร สว. 6 อันดับแรก ที่ทิ้งห่างเพื่อนๆ ก่อนที่คะแนนจะลดลงมาอย่างชัดเจน สำหรับ อันดับที่ 7 เป็นต้นไป) . 3. ศูนย์ทำโพย . หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ กกต. ใช้ในการสั่งฟ้อง สว. 26 คน คือการไปปรากฎตัวและร่วมกิจกรรม ที่ศูนย์ทำโพย 1-2 วันก่อนการเลือก สว. - เช่น 5 คน ไปทำโพยที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ (อยุธยา) - เช่น 5 คน ไปทำโพยที่โรงแรมธารา แกรนด์ (ปทุมธานี) - เช่น 3 คน ไปทำโพยที่โรงแรมวังยาว ริเวอร์ไซด์ (นครนายก) . สิ่งที่ กกต. เสียงข้างมาก กำลังบอกเรา คือ เหตุการณ์ที่ศูนย์ทำโพยเหล่านี้ เป็นเหตุการณ์ที่แยกขาดจากกันและไม่เกี่ยวข้องกันเลย . ซึ่งมุมมองแบบนี้ สวนทางกับข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่า ศูนย์ทำโพยเหล่านี้ เป็นกิจกรรมของ “ขบวนการ” เดียวกัน เพราะ - มีการรวมตัวกันของ สว. มากกว่าแค่ 26 คน ที่ กกต. สั่งฟ้อง - มีรูปแบบกิจกรรมและขั้นตอนในการทำโพย ที่เหมือนกัน - (บางศูนย์) แชร์แม้กระทั่งวิทยากรคนเดียวกัน ที่เวียนไปบรรยายหลายแห่ง . 4. การปฐมนิเทศ หลังได้รับเลือก . หากเราชื่อ กกต. เสียงข้างมาก ว่า สว. 26 คน ต่างคนต่างโกง โดยไม่ได้เป็น “ขบวนการ” เดียวกัน: เมื่อได้รับเลือกแล้ว สว. เหล่านี้ ก็คงไม่มีเหตุจำเป็นต้องมาทำอะไรร่วมกันในทันที . แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะในวันที่ 21 ก.ค. 2567 (ไม่กี่วันหลังจากการถูกรับรองเป็น สว. และแค่ 2 วันก่อนการเริ่มปฏิบัติหน้าที่) สว. หลายสิบคน กลับไปประชุม และเข้ารับการ “ปฐมนิเทศ” ร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน . เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่ได้รับการยืนยันโดยพยานบุคคลหลายคน แต่ยังสอดรับกับข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ที่เราได้รับ ที่มีการยืนยันว่ามี สว. อย่างน้อย 40 คน ที่อยู่ที่บริเวณโรงแรมพูลแมนจริงในวันดังกล่าว (โดยมี สว. ถึง 10 คน จาก 26 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง รวมอยู่ด้วย) . หาก สว. เหล่านี้ ไม่ได้ร่วมกันโกง หรืออยู่ใน “ขบวนการ” เดียวกัน ตั้งแต่ตอนเลือก แล้วอะไรไปทำให้ สว. เหล่านี้ ต้องไปรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ และรู้จักกันในฐานะ สว. . . ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ผมที่เห็น - ทางอัยการเอง ก็เคยตีกลับสำนวนที่ DSI เสนอให้สั่งฟ้องแค่ 8 คน โดยระบุชัดว่า 8 คนดังกล่าว “เป็นเเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการ” ที่หน่วยงานจะ “ตัดทอน แบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหาได้ไม่” . ความพยายามของ กกต. ในการปฏิเสธว่าการโกง สว. ไม่ได้กระทำกันเป็น “ขบวนการ” ก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า หากมีการวางระเบิดหรือวางเพลิงพร้อมกัน 20 จุด ทั่ว กทม. กกต.กำลังจะบอกว่า - ให้เราพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกจากกัน และให้ดูเฉพาะว่ามีใครบ้างที่มีหลักฐานว่าขับรถไปวางระเบิดที่แต่ละจุด - โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 20 จุดมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และไม่ต้องสนใจว่าใครหรือองค์กรใดเป็นผู้วางแผน หรือ บงการ “ขบวนการ” ดังกล่าว . . [ ช้าง 2 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = ความเชื่อมโยงกับ “พรรคภูมิใจไทย” ] . แม้มติเสียงข้างมากของ กกต. ไม่สั่งฟ้อง แกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่หลักฐานจำนวนมาก กลับชี้ไปที่พรรคภูมิใจไทย . 1. แม้ กกต. ไม่สั่งฟ้องรัฐมนตรีหรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว แต่ 77 คน ที่ กกต. สั่งฟ้อง ก็เต็มไปด้วยคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย . ตัวอย่าง: - อดีต รองประธานสภา จากพรรคภูมิใจไทย (นครพนม) - สส. จากจากพรรคภูมิใจไทย (สุโขทัย) - อดีตผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย (ภูเก็ต) - พ่อของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย - นายก อบจ. ที่เคยร่วมหาเสียงกับพรรคภูมิใจไทย - ผู้ช่วย สส. ของ สส. จากพรรคภูมิใจไทย - เจ้าหน้าที่ธุรการในต่างจังหวัด ของพรรคภูมิใจไทย . 2. แม้ กกต. เสียงข้างมาก จะปัดตกคำให้การครั้งแรก ของพยานรหัส 16/26 เอกราช ช่างเหลา (ซึ่งความจริงแล้ว ก็ควรจะต้องวิเคราะห์ว่าสาระในคำให้การครั้งไหน สอดรับกับหลักฐานอื่นหรือไม่) แต่หลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำให้การของ เอกราช ช่างเหลา แต่ยังรวมถึงหลักฐานอื่น (เช่น ประวัติการโทรศัพท์) ซึ่งประธาน กกต. ยืนยันเองว่ามีหลักฐานประเภทดังกล่าวอยู่จริง . ตัวอย่าง: ประวัติการโทร ของบุคคลที่ ชื่อ “รัตนา บ่อถ้ำ” (ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. ชลัฐ รัชกิจประการ (กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย) และคาดว่ายังเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของพรรคภูมิใจไทย) . สิ่งที่น่าสงสัย คือหากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้องอะไรกับขบวนการโกง สว. แล้วเหตุใดเราจึงได้รับข้อมูลว่า รัตนา บ่อถ้ำ ได้มีการโทรคุยกับ สว. อย่างน้อย 19 คน รวมกันอย่างน้อย 62 ครั้ง ในห้วงเวลา 80 วัน (21 มิ.ย. 67 - 9 ก.ย. 67) ซึ่งคาบเกี่ยวกับ การเลือก สว. ระดับประเทศ / การปฐมนิเทศที่โรงแรมพูลแมน / และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. (โดยในบรรดา สว. 19 คน มี 6 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง รวมอยู่ด้วย) . แม้เพียงแค่ประวัติการโทรอย่างเดียวยังอาจสรุปไม่ได้ ว่าบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือไม่ แต่หาก กกต. ต้องการให้เราเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้อง กกต., ต้องตอบให้ได้ว่า แล้วทำไม ทีมงานของผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย หรือ เจ้าหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทย ถึงต้องโทรหา สว. เยอะขนาดนี้ และโทรคุยกันเรื่องอะไร? . ผมเข้าใจดีว่า พรรคภูมิใจไทย มักอ้างว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะหัวหน้าพรรคเคยออกประกาศ 30 เม.ย. 2567 กำชับไม่ให้ลูกพรรค ไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. . แต่พอวันนี้มันชัดเจนแล้ว ว่ามีคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคจำนวนไม่น้อยที่ไปพัวพันกับการโกง สว. ถึงขั้นที่แม้กระทั้่ง กกต. ก็สั่งฟ้อง, มันจึงมีความเป็นไปได้แค่ 2 ทาง คือ: - 1. นายกฯ อนุทิน (ในฐานหัวหน้าพรรค) ทำงานไม่ได้เรื่องในการกำชับไม่ให้สมาชิกไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. - 2. นายกฯ อนุทิน (ในฐานหัวหน้าพรรค) รู้เห็นหรือร่วมกันโกง สว. แต่ถูกปกป้องโดย กกต. . . [ ช้าง 3 (ที่ กกต. ทำเป็นมองไม่เห็น) = มาตรฐาน กกต. เองในอดีต ] . ผมเข้าใจดี ว่า กกต. อาจมีดุลพนิจที่แตกต่างจากผมได้ว่าเรื่องไหนควรสั่งฟ้องหรือยกคำร้อง แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนคาดหวังให้ กกต. ทำ คือการใช้มาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคดี . เมื่อปีก่อน: กกต. เคยสั่งฟ้องคดีที่มีหลักฐานเป็นเพียงแชต LINE ระหว่างผู้สมัคร 2 คน ที่จับคู่-แลกคะแนนกัน . แต่ปีนี้: กกต. กลับไม่สั่งฟ้อง สว. ทั้ง 130+ คนที่อยู่ในโพยใบสั่ง ทั้งๆที่โพยดังกล่าวและผลการลงคะแนนที่สอดคล้องกัน เป็นหลักฐานของการ “แลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ” เสียยิ่งกว่าการจับคู่-แลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร 2 คน . มติดังกล่าว จึงขัดแย้งกับทั้งข้อเสนอของ คณะที่ 26 และความเห็นของเลขาธิการฯ และยังเป็นการกระทำที่ขัดกับมาตรฐานของตนเองในอดีตอย่างชัดเจน . . . หลังจากนี้ ผมเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ต้องทำเป็นขั้นต่ำ คือลุกขึ้นมายืนยัน 4 เรื่อง: . 1. เปิดเผยมติทั้งหมดสำหรับทุกข้อกล่าวหา รวมถึงรายละเอียดว่าผลการคะแนนเป็นอย่างไร / กกต. คนไหนลงคะแนนอย่างไร / กกต. คนไหนมีความเห็นอย่างไร . 2. ส่งสำนวนทั้งหมดของ กกต. (คณะไต่สวนชุดที่ 26 / ความเห็นเลขาฯ / คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36) ไปที่ศาลฎีกา . 3. เดินหน้าสืบสวน หลักฐานการโกง สว. ที่ได้ปรากฎแล้วต่อสาธารณะ แต่อยู่นอกสำนวนในคดีที่ กกต. เพิ่งลงมติไป (เช่น คลิปเหตุการณ์ที่โรงแรม B2 รังสิต?) . 4. (หากกระบวนการของศาลในการไต่สวน 77 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง นำไปสู่การปรากฏหลักฐานใหม่ที่เชื่อมโยงกับบุคคลอื่นนอกจาก 77 คน) เดินหน้ารื้อฟื้นการสืบสวนและสั่งฟ้องบุคคลดังกล่าวเพิ่มเติมจาก 77 คน . . โดยสรุป มติของ กกต. เป็นมติที่จงใจทำเป็นมองไม่เห็น 3 ช้างตัว: - 1. ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. - 2. ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย - 3. มาตรฐานของ กกต. เองในอดีต . ความจริง จะเหมารวม กกต. ทั้ง 7 คน ก็คงจะไม่ได้ เพราะ เมื่อวาน กกต. สิทธิโชติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่เป็นการยืนยันว่าท่านเองก็เห็นช้าง 3 ตัวเดียวกันกับผม . และสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเราเจาะลึก มติของ กกต. โดยเฉพาะการไม่ให้สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คน (เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล) ที่ กกต. มีมติ 5-2: . เราจะเห็นว่า หากเราตัด 4 กกต. จาก สว. สีน้ำเงิน (ซึ่งมีสถานะที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์) ออกไป, เสียงข้างมากของ 3 กกต. ที่เหลือ กลับเห็นด้วยกับการสั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คนดังกล่าว . ดังนั้น เหตุผลเดียวที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คนดังกล่าว ยังไม่ต้องขึ้นศาลฎีกาในคดีโกง สว. ในวันนี้ เป็นเพราะ กกต. 4 คน จาก สว. สีน้ำเงิน ตัดสินใจใช้ดุลพินิจของตนเอง ในทางที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา ที่ทำให้พวกเขาได้มาเป็น กกต. ทุกวันนี้ . ดังนั้น หาก กกต. ยังคงใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพื่อต่างตอบแทนกันทางการเมือง แทนที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักการ ผมได้แต่กังวลใจแทนเจ้าหน้าที่ กกต. ว่าพอท่านกลับมารายงานต่อสภาในปีหน้า ความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อ “ความเป็นอิสระ” หรือความ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” ขององค์กรท่านจะเหลือสักเท่าไหร่

Parit Wacharasindhu (Itim)

16,429 views • 9 hours ago

ป้าตือ: ซีรีส์เรื่องนี้ทำกันเองใช่ปะ หยิ่น: ใช่ ป้าตือ: ยังไง เล่าให้ฟังหน่อย วอร์: เราก็ลงทุนกันเองครับ มีขอสปอนส่วนนึงมา เพื่อที่จะให้ชิ้นนี้มีอิสระทางการออกแบบควบคุมกันเอง ก็เลยแล้วก็ไปหานิยายที่อยากจะเล่น อยากแสดง แล้วก็ไปซื้อลิขสิทธิ์มา หา ผกก หาทีมงานมาถ่ายทำ ก็คือทำเอง ป้าตือ: เรามาเป็นผู้จัดเอง เล่นเอง เหนื่อยมั้ย หยิ่น: มันแบ่งหน้าที่กันชัดเจน คือทีมเราเป็นผู้จัดไม่ใช่ว่าเราสองคน แล้วก็มี ผจก เราก็เป็นคนคอยจัดการเบื้องหลัง ส่วนพวกเราก็มีหน้าที่ออกเงิน+แสดง การแสดงในประเทศไทยผมว่ามันก็หนักแล้วแหละ ถือว่าเป็นหนึ่งสายงานที่งานหนัก แค่นั้นก็เหนื่อยแล้วครับ #จิ๊นทอล์คxหยิ่นวอร์ #ที่รักสารวัตรเธียร์ #น้ำปลาตราทิพรสฝาสีชมพู #เรื่องดีๆของป้ามีทุกวัน #หยิ่นวอร์ #yinyin_anw #warwanarat

Theory of YinWar

18,702 views • 5 hours ago