Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

สตูล เป็นจังหวัดของบ้านใหญ่ภูมิใจไทย มีสว. 6 คน คนหนึ่งมีประวัติโดดเด่นเป็นพยาบาลแต่มาสมัครกลุ่มสื่อสารมวลชน แถมแต่งตั้งผู้ช่วย สว. มาแต่ละคนมีประวัติเกี่ยวข้องกับแพปลา มากกว่างานสภา แพปลาที่ว่าก็เป็นของพ่อสส. นั่นเอง

62,202 Aufrufe • vor 4 Tagen •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

#เรื่องของสำนึกไม่ใช่เกียรติ มีสว.ท่านหนึ่ง ออกมาพูดว่า ตนเองมีเงินที่จะซื้ออาหาร แต่การจัดอาหารกลางวันฟรีนั้น เป็นเรื่องของเกียรติ ผมถึงอยากบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นส.ส.หรือสว. ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ใหม่หรือเก่า ถ้าตนเองได้ประโยชน์ "เอาหมด" แล้วแต่จะหาเหตุผลมาอ้าง ผมอยากบอกว่า การให้นักการเมือง ที่มีเงินเดือนเป็นแสน ซื้ออาหารทานเอง เหมือนประชาชนทั่วไปนั้น คือสำนึกของผู้แทนประชาชน ที่แต่ละท่านอาสาเข้ามา การยกเลิกอาหารฟรี ลดผู้ช่วยจาก 8 คนเหลือ3คน ยกเลิกบำนาญส.ส./สว. คือการสร้างจิตสำนึกจากนักการเมือง ที่ให้รู้จักการเสียสละ การรู้จักเสียสละคือมีเกียรติ ไม่ใช่เอาของฟรีแล้วมีเกียรติ ประเทศไทยติดหล่มคอรัปชั่นมานาน ถ้าเรื่องแค่นี้ พวกท่านไม่มีสำนึก ไม่ยอมเสียสละ จะเอาอย่างเดียว ไม่เห็นหัวประชาชนที่ต้องเสียภาษี คิดแต่เอาของฟรีเพื่อมีเกียรติ แล้วพวกท่านจะไปปราบคอรัปชั่น ของประเทศได้อย่างไร "ต้องมีสำนึก และทำความสะอาดบ้านเรา ก่อนที่จะไปเก็บกวาดประเทศ"

หมอวรงค์

14,888 Aufrufe • vor 4 Monaten

[ เปิดหลักฐานเพิ่มคดี ฮั้ว สว. จากนครพนม : คลิปสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. ที่บ่งชี้ว่ามีขบวนการจัดตั้งทั่วประเทศ ที่มีทั้งการจ่ายเงิน 6 หลัก - การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมให้ - การสัญญาเรื่องผู้ช่วย ] . “คนเรา ไม่เอาพ่อไม่เอาแม่เนี่ย เยอะ แต่คนที่ไม่เอาเงินเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นนะ” . ประโยคนี้เป็นประโยคหนึ่งจากคลิปเสียงระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดที่บ่งชี้ว่าขบวนการฮั้ว สว. ที่ถูกพึงถึงในคลิปนั้น: . 1. มีการจัดตั้งกันทั่วประเทศ (จึงสามารถสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) 2. มีการนำเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบของเงิน (เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเลข 6 หลัก) 3. มีการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมก่อนวันเลือก สว. ให้ 4. มีการสัญญาเรื่องตำแหน่งผู้ช่วยแถม 5. มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง . รายละเอียดในคลิปดังกล่าว สอดคล้องกับหลายหลักฐานจากจังหวัดนครพนม ที่ผมได้รวบรวมและแถลงข่าวไปเมื่อเช้าในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและหนักแน่นเพียงพอ ที่ กกต. ควรเดินหน้าส่งคำร้องไปที่ศาลสำหรับทั้ง 229+ คน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . แม้ในเวลานี้ เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนของคดีได้ แต่สิ่งที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์และนำเสนอได้คือหลักฐานที่เราสามารถรวบรวมได้เอง (เช่น ข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ข้อมูลจากบุคคลที่ไปให้ข้อมูลกับหน่วยงาน ข้อมูลจากผู้ที่พร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้เรารวบรวมและตรวจสอบ) ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอมีอยู่ชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน . วันนี้ ผมได้เริ่มต้นจากหลักฐานจาก จ.นครพนม ซึ่งมีหลักฐานประกอบด้วย: . 1. คลิปของคุณ ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีต สส. และ รองประธานสภา พรรคภูมิใจไทย) ที่มีการกล่าวว่า สว. 3 คนของ จ.นครพนม เป็น “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตั้งคำถามต่อได้ว่าศุภชัยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจตามที่อ้างหรือไม่ [คลิปสั้นใน comment / คลิปเต็ม: . 2. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 (1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) ที่มีกลุ่มผู้สมัคร สว. (รวมถึงผู้สมัคร สว. จากนครพนม) รวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา - โดยพยาน (ซึ่งเป็นผู้สมัครรายหนึ่งที่ไปร่วมการประชุมด้วย) ระบุว่า: - มีบุคคลสำคัญในห้องประชุมดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยคุณ ศุภชัย / ผู้สมัคร 3 คน (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว. จากนครพนม) / ‘อาจารย์ ป.’ (ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำโพย) - มีการให้ผู้สมัครจัดทำโพยข้างหลังเอกสาร สว.3 - มีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย - มีความพยายามของ ผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ในการบอกให้ผู้สมัครคนอื่นไม่ต้องกังวล เพราะหมายเลขแต่ละคนจะมีผู้สมัครจากจังหวัดอื่นมาเลือก & มีการสัญญาว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตัวเองหลักแสนบาท - มีความพยายามของคุณศุภชัย ในการเจรจาไกล่เกลี่ยและเสนอเรื่องการเวียนกันเป็นผู้ช่วย (โดยระบุว่าจะให้คนที่ได้เป็น สว. เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า) (แม้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน แต่ผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะโรงแรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะบ่งบอกได้ว่าในวันดังกล่าวมีบุคคลใดไปร่วมประชุมกันบ้าง) . 3. หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินในวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยมีข้อมูลว่าผู้สมัครคนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน เดินทางมาที่ กทม. ร่วมกันก่อนวันเลือกระดับประเทศ (ซึ่งผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยตรวจว่าไฟลท์บินในวันดังกล่าวมีบุคคลชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ จองผ่านใคร การจ่ายเงินเป็นอย่างไร) . 4. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่กลุ่มผู้สมัครดังกล่าวได้มีการรวมตัวหารือกันที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เพื่อวางแผน . 5. คลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการฮั้ว สว. [ตามคลิป 4 นาทีในโพสต์] . นี่คือหลักฐานที่เกิดขึ้นในหนึ่งจังหวัด - คำถามที่ผมอยากชวนคิด คือถ้าผมและทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นได้ระดับนี้, หน่วยงานอย่าง กกต. และ DSI ในคณะไต่สวน ก็ย่อมต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน . หลักฐานทั้งหมดวันนี้จึงตอกย้ำว่าหาก กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก็ควรส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . หลังจากวันนี้ หากเรามีการรวบรวมหลักฐานที่เพียงพอจากเหตุการณ์ในจังหวัดไหนได้อีก ทางผมและพรรคประชาชนจะมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการทำงานของ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในห้วงเวลาสำคัญนี้

Parit Wacharasindhu (Itim)

41,499 Aufrufe • vor 1 Monat

[ เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว.: “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ” (คำพูดของกรรมการ กกต. ในระหว่างการเดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัคร สว. ในวันเลือกระดับประเทศ) ] . คลิปนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้ร้องเรียนที่ได้มายื่นหนังสือต่อสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางผมและทีมได้พยายามเพิ่มความดังของเสียง (เพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่สำคัญชัดขึ้น) และเบลอหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง . เหตุการณ์ในคลิป คือการเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.00 น. (รอบไขว้) โดยในคลิปจะปรากฎผู้หญิง 1 คน (เจ้าหน้าที่ กกต.) และ ผู้ชาย 1 คน (จากการตรวจสอบเบื้องต้นคือ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง) ที่ได้เดินตรวจสอบและเก็บ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวถ้อยคำที่เสมือนเป็นการยอมรับ ว่าการเลือกในวันดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต (ลองดูบทสนทนาของ กรรมการ กกต. ช่วงท้ายคลิป) . ผมเข้าใจว่าการจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป แต่คำถามที่เรายังมีจากคลิปดังกล่าวคือ: . 1. กรรมการ กกต. เห็นอะไรในโพย หรือ เห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดระหว่างการเก็บโพยว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”? . 2. หลังจากเก็บโพยไปแล้ว ทาง กรรมการ กกต. ได้มีการเรียกประชุมกันระหว่างคณะกรรมการ กกต. โดยทันทีหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต. “สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่..” ได้ “หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”? . 3. หลังจากประกาศผลการเลือก สว. ไปแล้ว ทางคณะกรรมการ กกต. ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา? ทาง กกต. ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ อาทิ เชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพย กับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. (เช่น พยานปาก หลักฐานการนัดหมาย เส้นทางการเงิน)? . 4. โพยเหล่านี้ที่เก็บไป และ ผลการตรวจสอบตามข้อ 3 (หากมี) ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และกำลังถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆนี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่? . ก่อนหน้านี้ ทาง กกต. ได้เคยออกแถลงการณ์ในปี 2568 โดยชี้แจงว่าการนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก *ในตัวมันเอง* อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่แถลงการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ผมมีเบื้องต้นตามโพสต์นี้ . — . หากมองในภาพใหญ่ การทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลโดยตรงต่อชะตากรรมและกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว. . อย่างไรที่เราทราบกันดี หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดอย่างน้อย 229 คน (130+ คน ที่เป็น สว. และ 90+ คนที่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงบางคนที่เป็น สส. และอยู่ใน ครม.) กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาด ว่าจะมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนเพื่อส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อ หรือจะมีมติเป่าคดีแล้วยกคำร้องของทั้ง 229 คน หรือบุคคลสำคัญบางคน เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล ก็คือ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ 7 คน . ที่ผ่านมา สังคมหลายส่วน เริ่มตั้งคำถาม ว่าเราสามารถไว้วางใจ กกต. ได้แค่ไหน ในการตรวจสอบและชี้ขาดเรื่องคดีฮั้ว สว. อย่างตรงไปตรงมา? เพราะ: . 1. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน มี 4 ใน 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ - ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต. เป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และการถูกรับรองมาเป็น กกต. นั้น มีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ว่าจะต้อง “ช่วยน้ำเงินด้วย”? . 2. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน ได้ใช้วิธีตั้ง “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36” เป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว สว. แทนที่จะใช้คณะอนุกรรมการฯ 1 ใน 35 ชุดที่ กกต. มีอยู่แล้ว - ในเมื่ออนุฯที่ 36 ประกอบไปด้วยกรรมการหลายคนที่มีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชันและความเป็นกลางทางการเมือง และได้มีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน (ซึ่งสวนทาง 100% กับคณะไต่สวนชุดที่ 26) ประชาชนจึงกังวลว่ากลไกดังกล่าวเป็นความพยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่? . 3. (หาก กกต. ไม่สามารถตอบคำถามต่อคลิปหลักฐานเพิ่มเติมในวันนี้ได้อย่างชัดเจน) คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน (โดยเฉพาะกรรมการบางท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป) จะถูกสังคมตั้งคำถามมากขึ้น ว่าได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว. อย่างเต็มที่หรือไม่? . . หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่

Parit Wacharasindhu (Itim)

365,719 Aufrufe • vor 2 Monaten

[ กระทู้สด (คลิปเต็ม): ทวงความคืบหน้าคดี “ฮั้ว สว.” หลังผ่านมากว่า 2 ปี แต่เรื่องยังไปไม่ถึงศาล | DSI จะเดินหน้าคดีต่อ หรือจะรอมติ กกต. ก่อน เพื่อหวังเอาการเป่าคดีของ กกต. มาใช้เป่าคดีฝั่ง DSI ด้วยเช่นกัน? | กระบวนการยุติธรรมในประเทศจะเปลี่ยนจากเทาเป็นดำสนิท หากมีการฮั้วกันระหว่าง กกต. DSI และ ฝ่ายการเมือง ] . วันนี้ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องความคืบหน้าของ DSI ในคดีพิเศษ 24/2568 หรือ คดีฮั้ว สว. . ความจริงแล้ว คำที่เหมาะสมกว่า “ฮั้ว สว.” อาจจะคือคำว่า “โกง สว.” เพราะข้อกล่าวหาในคดีนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่การจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อ “ทำโพย” และ “แลกคะแนน” กันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของการ “จ้าง” คนมาสมัคร “จ้าง” คนมาโหวต เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ . [ ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - คดีฮั้ว คืบหน้าไปถึงไหน? ] . ผมเข้าใจว่าคดีนี้กำลังถูกตรวจสอบผ่าน 2 ช่องทางอย่างคู่ขนาน - (1) การตรวจสอบโดย กกต. (ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ DSI บางส่วนเข้าไปร่วมด้วยในชั้นของคณะไต่สวนชุดที่ 26) - (2) การตรวจสอบโดย DSI (ซึ่งรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ มีนาคม 2568 ด้วยฐานความผิดเรื่องอั้งยี่-ฟอกเงิน และมีคนของ DSI เคยให้ข้อมูลว่ามีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน) . คำถามผมในรอบแรก คือการขอให้รัฐมนตรีนำเสนอรายละเอียดของคดีดังกล่าว - เช่น ขบวนการโกง สว. ทำกันอย่างไร? มีเส้นทางการเงินอย่างไร? ใครจ่ายใคร กี่ครั้ง เท่าไหร่? - เช่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม แบ่งกันอย่างไร? มีพฤติกรรมอะไรบ้าง? - เช่น ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน มี สส. กี่คน? มีรัฐมนตรีกี่คน? (อยากให้เอ่ยชื่อชัดๆ จะได้ไม่เป็นรัฐมนตรีโลกลืม) . ผมคาดหวังให้รัฐมนตรีตอบได้อย่างละเอียด เพราะผมได้ให้คำถามล่วงหน้าไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ในวันนั้น . นอกจากนั้น ผมคาดหวังว่ารัฐมนตรีจะไม่อ้างว่าตอบไม่ได้เพราะคดียังอยู่ในกระบวนการ เนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ตอนถูกถามเรื่องคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง รัฐมนตรีเองยังสามารถตอบรายละเอียดของคดีดังกล่าวได้อย่างละเอียด ขึ้นแผนผังเป็นสไลด์ที่ระบุว่ามีกี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง และเอ่ยชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน - ดังนั้น สำหรับคดีนี้ที่มีการสืบสวนมานาน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาบางคนไปแล้ว รัฐมนตรีควรจะตอบคำถามได้ละเอียดเท่ากับที่ตอบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน . [ หลักฐานชัดขนาดนี้ ทำไมจนถึงวันนี้ DSI ถึงยังสั่งฟ้องแค่ 8 คน? ] . คำชี้แจงจากรัฐมนตรีวันนี้ได้ยืนยัน ว่าหลังจากดำเนินการสอบสวนมา 200 กว่าวัน มีการสอบพยานไปกว่า 753 ปาก มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็น 1,000 หน้า ทาง DSI ได้สรุปสำนวนและเสนอให้อัยการสั่งฟ้องแค่ 8 คน ทั้งที่ทราบกันดีว่าขบวนการดังกล่าวมีคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก . ผมเข้าใจดีว่าสำหรับ 8 คนนี้ หลักฐานเส้นเงินที่ถูกกระจายต่อไปให้ผู้สมัครปรากฏชัดเจน (เช่น เส้นเงินที่วิ่งผ่าน สว. 2 คน หรือที่วิ่งผ่านทีมงาน สส. อีก 2 คนจากภาคใต้) แต่ผมเชื่อว่าหลักฐานที่อยู่ในมือของ DSI สามารถระบุถึงการกระทำความผิดที่มากกว่าแค่ 8 คนนี้อย่างแน่นอน . หากอ้างอิงหลักฐานที่ผมได้รับและได้รวบรวมมาเป็นรายจังหวัด: . 1. นครพนม . คลิปเสียงของ สว. คนหนึ่ง ที่ (สมัยยังเป็นผู้สมัคร) ได้โทรไปเสนอผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครคนอื่น ระบุชัดถึงรายละเอียดที่ค่อนข้างครบถ้วนว่าขบวนการโกง สว. มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่น - การจัดตั้งที่ต้องกว้างขวางระดับประเทศ (ถึงสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) - การจ่ายเงิน 6 หลัก เพื่อแลกกับการโหวต - การสปอนเซอร์ทั้งเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก - การแถมตำแหน่งผู้ช่วย - ความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีคำใบ้ว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด . คลิปหลักฐานนี้ไม่ได้มาแบบโดดๆ แต่มาหนุนเสริมกันกับหลักฐานอื่นที่ผมรับรู้ และเป็นหลักฐานที่ผมเชื่อว่า DSI เข้าถึง (เช่น การตรวจสอบกับสายการบินและเส้นทางการเงินได้ ว่าจริงหรือไม่ ว่าบุคคลในคลิปได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน และของตนเอง ยอดบิลรวม 31,000 บาท / เช่น การตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมริมแม่น้ำในอยุธยา (ตัวย่อ K.R.) ว่ามีกลุ่มผู้สมัคร สว. กี่คน ที่มาประชุมร่วมกัน 1-2 วันก่อนการเลือก สว. และมีอดีตรองประธานสภาจากพรรคการเมืองหนึ่งไปร่วมประชุมวันนั้นด้วยหรือไม่) . 2. หนองบัวลำภู . ข้อมูลที่ได้รับมา: มี สว. คนหนึ่ง ที่ (สมัยเป็นผู้สมัคร) เคย: - จัดการให้ภรรยา หรือผู้ช่วยตนเอง โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารไปให้กับผู้สมัคร สว. อีกอย่างน้อย 8 คน รวมกันอย่างน้อย 15 ครั้ง ยอดรวมกันเป็นหลักหมื่นบาท - มีข้อตกลงว่าจะตั้งบางคนมาเป็นผู้ช่วย สว. เพื่อหวังเอาเงินเดือนผู้ช่วย สว. มาแบ่งกัน - มีการส่งรายชื่อดังกล่าวไปให้บุคคลหนึ่งใน ครม. ชุดนี้ ได้เห็น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ . 3. สิงห์บุรี . ข้อมูลที่ได้รับมา: มี สว. 2 คน ที่: - ตอนเป็นผู้สมัครก็สามัคคีกันดี - ร่วมกันวางแผน ร่วมกันนัดหมายผู้สมัครที่ร้านอาหาร ก่อนขึ้นรถเดินทางไปที่นครนายก ร่วมกันอ้างว่ามีการไปขอเงินและการสนับสนุนจากบางพรรคการเมืองด้วย - แต่พอถูก DSI และ กกต. ตรวจสอบ กลับมีหนึ่งในสองคนที่พยายามโน้มน้าวให้คนอื่นโบ้ยทุกอย่างไปที่อีกคนหนึ่ง . 4. สุโขทัย & 5. สุพรรณบุรี . ข้อมูลที่ได้รับมา: มีผู้สมัคร สว. บางคนที่: - ถูกเชิญไปเซ็นใบลาออกต่อหน้า รัฐมนตรี หรือ คนที่กลายมาเป็น สส. ในทุกวันนี้ - ถูกทีมงานทักไปหาหลังเหตุการณ์ เพื่อสอบถามหรือกำชับว่าจะต้องชี้แจงกับ กกต. หรือ DSI ที่มาตรวจสอบอย่างไร . หลักฐานที่ได้รับมา (หากเป็นเรื่องจริง) ชี้ชัดว่าผู้กระทำผิดในเรื่องดังกล่าวน่าจะมีมากกว่า 8 คนที่ DSI ได้สรุปสำนวนและส่งให้อัยการสั่งฟ้องแน่นอน . คำถามที่ผมถามในรอบที่สอง คือ หลักฐานเหล่านี้อยู่ในสำนวนของ DSI แล้ว ใช่หรือไม่ - หากใช่ เหตุใดถึงสรุปสำนวนและเสนออัยการให้สั่งฟ้องแค่ 8 คน? - หากไม่ใช่ ทำไมข้อมูลดังกล่าวถึงไม่อยู่ในสำนวน? . . ท้ายสุดนี้ คำถามที่สังคมสงสัยมากที่สุดตอนนี้ คือคดีการโกงเลือกตั้ง สว. ที่ค้างคายาวนานกว่า 2 ปี จะลงเอยอย่างไร - ในตอนนี้มี 2 กลไกที่กำลังตรวจสอบคดีดังกล่าวอยู่ . ในตอนนี้มี 2 กลไกที่กำลังใช้ในการตรวจสอบอยู่ คือ กกต. และ DSI . (1) ในฝั่งของ กกต. สังคมกำลังจับตาดูว่า กกต. จะมีมติอย่างไรก่อนต้นเดือนกันยายนตามกรอบระยะเวลา (กล่าวคือ จะมีมติว่าจะส่งเรื่องและสั่งฟ้องไปที่ศาล หรือจะเป่าคดี) แต่แน่นอนว่าสังคมหลายส่วนก็มีความกังวลใจ ว่าสามารถไว้ใจ กกต. ได้มากแค่ไหนในการปฏิบัติหน้าที่โดยเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง - ในเมื่อ 4 จาก 7 ของคณะกรรมการ กกต. ถูกรับรองให้อยู่ในตำแหน่งได้โดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนของคดีดังกล่าว - และในเมื่อ กกต. ชุดนี้มีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งมีข้อสรุปอันน่าทึ่งว่า ในบรรดา 229 คน ที่ DSI บอกว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่มีใครกระทำความผิดแม้แต่คนเดียว . (2) ในฝั่งของ DSI สังคมกำลังกังวลเช่นกันว่า DSI อาจจะกำลังอยู่ในสภาวะของการปล่อยเกียร์ว่าง เพื่อรอดูสัญญาณจากมติของ กกต. ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร . คำถามที่ผมถามในรอบที่สามคือ รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า . 1. DSI ไม่ได้กำลังปล่อยเกียร์ว่าง แต่กำลังเดินหน้าตรวจสอบคดีดังกล่าวอย่างคู่ขนาน โดยไม่ได้รอมติของ กกต. ก่อน? . 2. การปลดปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ไม่ได้เป็นเพราะว่าอดีตปลัดท่านนั้นไม่ “สนอง” ความต้องการของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะความต้องการที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายบุคลากรของ DSI หรือการทำหน้าที่ของ DSI ในคดีพิเศษดังกล่าว? . 3. หากสมมติภายในต้นเดือนกันยายนนี้ กกต. มีมติเป่าคดีทั้งหมด หรือสังเวย สว. บางคน เพื่อเป่าคดีและปกป้องนักการเมืองบางคน รัฐมนตรีจะกำชับให้ DSI ไม่เอาการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นหลังพิงและข้ออ้าง ในการทำให้ DSI เป่าคดีในฝั่งของตนเองด้วยเช่นกัน? . ที่ผมต้องขอคำยืนยันจากรัฐมนตรี เพราะหาก DSI นำการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นเหตุผลในการเป่าคดีในฝั่งของ DSI เช่นกัน จะแสดงว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแค่การ “ฮั้ว สว.” แต่กำลังมีการ “ฮั้วกันทั้งกระดาน” ระหว่าง กกต. DSI หรือแม้กระทั่งฝ่ายการเมือง เพื่อค้ำจุนและรับใช้ระบอบสีน้ำเงิน ให้ทำอะไรก็ไม่ผิด และกำลังจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศเราที่ความจริงก็เทาอยู่แล้ว “ดำสนิท” ภายใต้การบริหารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน . . ฟังกระทู้เต็มๆและคำตอบรัฐมนตรีได้ในคลิปครับ

Parit Wacharasindhu (Itim)

15,753 Aufrufe • vor 1 Monat