Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

สว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง จึงไม่ควรมีอำนาจกำหนดทิศทางของรัฐธรรมนูญ สว.พันธุ์ใหม่จึงยินดีคืนอำนาจนี้ให้กับสส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามร่างที่พรรคประชาชนเสนอมา โดยยืนยันหลักการดังนี้ 1. ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพื่อมิให้หลงเหลือมรดกเผด็จการในรธน.ใหม่ 2. ร่างรัฐธรรมนูญโดย สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% 3. ปลดอำนาจสว.จากการแก้ไขรธน. โดยมอบอำนาจให้กับสส.เป็นผู้ลงมติชี้ขาด 4. ทำประชามติ 2 ครั้ง เพื่อลดขั้นตอน กระบวนการและงบประมาณ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน #สวนันทนา #ลดอำนาจสว #แก้รัฐธรรมนูญ #สวพันธุ์ใหม่

41,620 просмотров • 1 год назад •via X (Twitter)

Комментарии: 11

Фото профиля @won-air
@won-air1 год назад

ขอบคุณครับ ขอกรุณา ช่วยตามเรื่อง เขากระโดง อย่าปล่อยนะครับ

Фото профиля STAT
STAT1 год назад

STAT takes a look at six Senators who will be poised for influence in health care when Republicans take power in early January.

Фото профиля Lung ruk dek
Lung ruk dek1 год назад

เป็นกำลังใจในการทำงานในสภาเพื่อปชช.และปชต.ครับอาจารย์

Фото профиля Tosaporn Sererak / นพ. ทศพร เสรีรักษ์
Tosaporn Sererak / นพ. ทศพร เสรีรักษ์1 год назад

ขอบคุณครับ 🙏🌹

Фото профиля RBraider
RBraider1 год назад

ขอบคุณที่ทำงานให้ครับ ถึงจะเหนื่อยกับการเป้นเสียงข้างน้อยในสภาก็ตาม สู้ต่อไปครับ อาจารย์

Фото профиля namebee2492
namebee24921 год назад

ให้กำลังใจค่ะ อย่าหมดหวัง อย่าท้อถอย อดทน อดกลั้น ใช้เหตุผลต่อสู้กับสุนัขรับใช้เผด็จการ เราได้เปลี่ยนประเทศแน่ค่ะ

Фото профиля ㄅ
ㄅ1 год назад

แม้ไม่ชนะ สว.สีน้ำเงิน แต่ก็ทำให้ #ประชาชน ได้รู้ว่าสิ่งที่มันถูกทำนองคลองธรรม มันเป็นอย่างไร แล้วพวกที่อ้างว่า #แก้รัฐธรรมนูญ ต้องไม่แตะหมวด 1,2 คือ พวกอคติ คิดว่าคนที่เขาอยากแก้ รธน.ทั้งฉบับเขาจะทำลายสถาบันและชาติของตนเองหรือ? อย่าดัดจริต! #พรรคประชาชน #สวพังนธุ์ใหม่

Фото профиля สุกสบายดี
สุกสบายดี1 год назад

ดีใจที่ในสว.สีน้ำเงินสวะๆ ก็ยังมีสว.ดีๆอย่างพวกคุณอยู่ เป็นกำลังใจให้นะคะ

Фото профиля khunprem
khunprem1 год назад

เมื่อไหร่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราจะเข้าอกเข้าใจบ้านเมืองเราได้อย่างนี้ คาระวะ

Фото профиля pretty P
pretty P1 год назад

เสียใจที่เคยรักและศรัทธาสมัยเป็นนักโต้วาทีนะคะอาจารย์ ตอนนี้พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยากแต่แก้รัฐธรรมนูญๆ ไปวันๆ ฝั่งสวสีน้ำเงินยังมีเหตุมีผลมากกว่า มีความสุขกับสังขารที่เหลืออยู่เถอะนะคะถ้าไม่ได้คิดถึงปากท้องคนในชาติแบบนี้

Фото профиля thai junta
thai junta1 год назад

สว. ไม่ได้เลือกตั้ง จาก ปชช. เห็นด้วยกับ ดร. นันทนาครับ

Похожие видео

[ คลิปใหม่ ยืนยันชัดเจน 100%: หนึ่งในผู้สมัคร สว. ที่ยื่นโพยให้ กกต. เก็บ คือ ประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) ] . 1 เดือนที่แล้ว (15 มิ.ย.) ผมเคยตั้งข้อสังเกตจากหมายเลขและสรีระของผู้สมัครในคลิปการเลือก สว. ระดับประเทศ ว่าหนึ่งในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต. (ในระหว่างที่ กกต. เดินเก็บโพยพร้อมตักเตือนผู้สมัครถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงจะไม่สุจริต) น่าจะคือนายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา . หลังจากนั้น ประธานมงคล ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนถึง 2 ครั้ง (17 มิ.ย. / 7 ก.ค.) ว่าใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ โดยบอกให้นักข่าวกลับมาถามผม . ความจริง ผมเห็นว่าการที่ประธานมงคลไม่ตอบคำถามตรงๆ ก็น่าจะเป็นการยืนยันไปแล้วแบบหนึ่ง . แต่วันนี้ ผมได้รับหลักฐานจากคลิปใหม่ ที่เห็นหน้าคุณมงคลชัดเจน และยืนยันว่าบุคคลในคลิปนั้นคือคุณมงคล สุระสัจจะ 100% แบบสิ้นข้อสงสัย (ดู 10 วินาทีสุดท้ายของคลิป) . . [ คำถามที่ไร้คำตอบ คือคำตอบแบบหนึ่ง? ] . ในการตรวจสอบคดีโกง สว. ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นการเผยแพร่ข้อมูลจากหลายภาคส่วน เช่น: - คลิป กกต. เดินเก็บโพย จากผู้สมัคร สว. ( - ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. รายจังหวัด ( - ข้อมูลจากพยานบุคคล 4 คน บนเวทีพรรคฝ่ายค้าน 2 สัปดาห์ก่อน ( - ข้อมูลที่รวบรวมโดย iLaw เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ( . ข้อมูลเหล่านี้ ประกอบไปด้วยหลายข้อกล่าวหาที่เจาะจงและพุ่งตรงไปถึง สว. นักการเมือง หรือ กกต. ที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างชัดเจน . แต่แทนที่บุคคลสาธารณะดังกล่าว จะใช้วิธีการตอบคำถามหรือชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสังคม หลายคนกลับเลือกใช้วิธีหนีการซักถาม โบ้ย เบี่ยงประเด็น ฟ้องผู้ตั้งคำถาม หรือปล่อยข่าวไม่เป็นทางการเพื่อข่มขู่ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ . กรณีตัวอย่างของประธานมงคล ชี้ให้เห็นชัด ว่าการที่บุคคลที่ถูกตั้งคำถามเลือก “ไม่ตอบคำถาม” ก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง . และหากวันไหนที่หลักฐานต่างๆปรากฏเองต่อสาธารณะโดยไม่ต้องรอฟังคำตอบจากท่านอีกต่อไป วันนั้น ท่านจะตอบคำถามได้ยากขึ้นแน่นอน . . . ใครสนใจ มาร่วมงานเจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมในคดีโกง สว. (ภาค 2) ของพรรคฝ่ายค้านได้ในวันอาทิตย์นี้ - ลงทะเบียนร่วมงาน:

Parit Wacharasindhu (Itim)

261,186 просмотров • 2 месяцев назад

[ แถลงเรื่องรัฐธรรมนูญ หลังประชุม ครม. เงา : ชวนทุกฝ่ายเดินหน้าผลักดัน สสร. เลือกตั้ง - หากภูมิใจไทยรีบปฏิเสธ เป็นเพราะมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่ว่า ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยเพื่อปิดประตู สสร. เลือกตั้ง และปูทางไปสู่รัฐธรรมนูญที่ระบอบสีน้ำเงินผูกขาดได้ทั้งการเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหา ? ] . วันนี้ ผมได้ร่วมประชุม ครม. เงา ของพรรคประชาชน เพื่อรายงานความคืบหน้าในการหารือระหว่าง กมธ. สส.-สว. กับ ประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงแถลงแนวทางที่พรรคประชาชนจะดำเนินการขั้นต่อไป . พรรคประชาชนเรามีจุดยืนที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งในปี 2567 พรรคประชาชนก็เคยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะดังกล่าว แต่พอขยับมาถึงเดือนกันยายน ปี 2568 กลับมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญออกมาที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” - แม้พรรคประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่คำวินิจฉัยนี้ได้สร้างข้อจำกัดในการผลักดันข้อเสนอเรื่อง สสร. เลือกตั้ง ให้ได้รับความเห็นชอบโดยรัฐสภา . ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของฝั่งวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการศาล องค์กรอิสระฯ ของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าหารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อ (1) ขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำอธิบายของคำวินิจฉัยดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ และ (2) เพื่อพยายามทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. . บทสรุปที่ได้จากการหารือ คือการได้รับคำชี้แจงจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ (โดยได้รับคำชี้แจงว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการห้ามประชาชนเฉพาะการเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง) . ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็หมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง โดย สสร. ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั้น ก็สามารถมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง และให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ . หลังจากสื่อสารผลการหารือ ผมได้รับฟังถึง 3 ข้อกังวล ที่ผมอยากช่วยคลี่คลาย . 1. บางคนสะท้อนว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย - ผมเข้าใจดีว่าผลการหารือไม่ได้เท่ากับคำวินิจฉัยใหม่ แต่ผลการหารือครั้งนี้เป็นการขยายความหรืออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ ซึ่งผมมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่า การเดินหน้าต่อไปแบบไหนที่จะขัดหรือไม่ขัดต่อคำวินิจฉัย . 2. บางคนสะท้อนว่าผลการหารือเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น - ผมต้องย้ำในประเด็นที่ได้แถลงไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าแม้การประชุมจะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการอีก 2 ท่าน แต่ทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำชัดตอนเริ่มประชุม ว่าคำอธิบายของเขา ไม่ใช่การอธิบายความเห็นส่วนตัวของเขา (เนื่องจากในคำวินิจฉัยส่วนตนของเขา เขาไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆในการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ) แต่คำอธิบายของเขาเป็นการอธิบายความเห็นของ “ที่ประชุมร่วมกันของคณะตุลาการทุกคน” ที่ได้หารือกันก่อนจะออกคำวินิจฉัยกลางดังกล่าวออกมา . 3. บางคนพยายามหยิบยกว่า การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้ แต่ท้ายที่สุดคำวินิจฉัยปี 2568 กลับบอกว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าผลการหารือกับคำวินิจฉัยอาจขัดกันได้ - ผมต้องยืนยันว่าการโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ถ้าเราตั้งหลักกันดีๆ: - ผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในปี 2567 เป็นข้อสรุปว่าเราสามารถเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยทำประชามติเพียง 2 รอบ - ตอนกลับมารายงานรายละเอียดดังกล่าวต่อคณะกรรมการของประธานรัฐสภา ผมก็ได้ย้ำว่าในการทำประชามติรอบแรก เราอาจจะต้องถาม 2 คำถาม ซึ่งจะเท่ากับการทำประชามติทั้งหมด 3 คำถามใน 2 รอบ (รอบแรกมี 2 คำถาม และรอบสองมี 1 คำถาม) - พอเรื่องดำเนินมาถึงคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก็จะเห็นได้ชัดว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวก็ยืนยันว่า สามารถทำประชามติ 2 รอบได้ เพียงแต่ในรอบแรกจะต้องมี 2 คำถาม และรอบสองอีก 1 คำถาม - จึงจะเห็นได้ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวในปี พ.ศ. 2568 เรื่องจำนวนครั้งของการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี พ.ศ. 2567 . พรรคประชาชนเห็นว่าแนวทางในการเดินหน้าหลังจากนี้ มี 4 ประเด็นด้วยกัน . 1. ในฝั่งของพรรคประชาชน เราจะเดินหน้าในการผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยผมจะนำบทสรุปของการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเข้าหารือในที่ประชุม สส. ของพรรคในวันพรุ่งนี้ ว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงร่างที่พรรคประชาชนได้ยื่นเข้าไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง สสร. 100% . 2. เราขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน (กลุ่ม Con for All) ซึ่งเสนอให้มี สสร. จากการเลือกตั้ง 100% เช่นเดียวกัน - จากการตรวจสอบล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่ออยู่ประมาณ 23,000 รายชื่อ ซึ่งจำเป็นต้องได้อย่างน้อย 50,000 รายชื่อ เพื่อให้สามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ โดยผมหวังว่าร่างของภาคประชาชนจะได้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาพร้อมกับร่างของพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภา . 3. ผมอยากเสนอไปยังทุกพรรคการเมือง (โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้ง แต่ก่อนหน้านี้อาจต้องยื่นร่างที่มีเนื้อหาแบบอื่น เพราะข้อจำกัดจากความเข้าใจเดิมเรื่องคำวินิจฉัย) ให้มีการหารือกันภายในพรรค ว่าจะทบทวนร่างของตนเองหรือไม่ เพื่อมาร่วมกันผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง . 4. ผมอยากสื่อสารไปยังพรรคภูมิใจไทยและแกนนำของพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า: - หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่อยากเห็น สสร. มาจากการเลือกตั้งจริง พรรคภูมิใจไทยควรนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับทางศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไปพิจารณาอย่างจริงจัง และมาหารือร่วมกันกับทุกฝ่าย เกี่ยวกับแนวทางและความเป็นไปได้ในการผลักดันให้เกิด สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง - แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยรีบปฏิเสธหรือไม่คำนึงถึงข้อมูลใหม่นี้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วว่า ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. ออกไป และเพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ระบอบสีน้ำเงินสามารถเข้ามาผูกขาดได้ ทั้งในเรื่องของการคัดเลือกผู้ร่าง และการชี้ขาดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Parit Wacharasindhu (Itim)

12,341 просмотров • 3 месяцев назад

[ Roadmap รธน ฉบับใหม่ ของก้าวไกล : 4 ยก ที่แพ้ไม่ได้ ] . วาระที่ขาดหายไม่ได้คือการนำพาการเมืองไทยกลับสู่สภาวะประชาธิปไตยปกติ คือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาแทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยทั้ง ที่มา-กระบวนการ-เนิ้อหา และมีส่วนในการนำพาการเมืองไทยมาสู่วิกฤตและทางตัน ณ วันนี้ . แม้หลายพรรคและประชาชนจำนวนมาก มีเป้าหมายปลายทางร่วมกันในการให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถูกร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่หนทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าวอาจต้องอาศัยชัยชนะผ่านการที่ประชาชนเข้าคูหาทั้งหมด 4 ครั้ง (ประชามติ 2 ครั้ง ก่อน สสร. + การเลือกตั้ง สสร. 1 ครั้ง + ประชามติหลัง สสร. 1 ครั้ง) ซึ่งล้วนมีประเด็นหลักที่จะถูกเถียงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละครั้ง . ผมขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมพร้อมแนบคลิปที่เคยอภิปรายไว้เมื่อตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. เกี่ยวกับ Roadmap สู่ รธน ฉบับใหม่ ในมุมมองของพรรคก้าวไกล . ยก 1 = ประชามติ #1 . หลักการ = จัดประชามติก่อนเสนอร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ด้วยคำถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน . เหตุผล = แม้ก้าวไกลยืนยันว่าการจัดประชามติ #1 ไม่ได้มีความจำเป็นทางกฎหมาย เนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 4/2564 ระบุเพียงแค่ให้มีการจัดประชามติ 1 ครั้งก่อนมี สสร. (ซึ่งทำให้การจัดประชามติ #2 อย่างเดียวก็เพียงพอ) แต่เราเข้าใจดีว่าหากไม่จัดประชามติ #1 ตั้งแต่ก่อนเสนอร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. เข้าสู่รัฐสภา สมาชิกรัฐสภาบางส่วนอาจจะหยิบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาปัดตกร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา (เหมือนที่เคยทำใน มี.ค. 2564) ดังนั้น การจัดประชามติ #1 จึงมีเหตุผลรับรองทางการเมือง เพื่อให้ปรากฎเป็นที่ชัดเจนผ่านผลประชามติ ว่าประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และ (หากประชาชนเห็นชอบ) เพื่อไม่ให้สมาชิกรัฐสภาท่านใดมีข้ออ้างเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้ปัดตกเจตจำนงของประชาชน . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = ภาพรวมว่าควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน ธ.ค. 2566 (หาก ครม. ใหม่มีมติตั้งแต่ประชุม ครม. นัดแรกว่าให้จัดประชามติดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ประชามติ 2564) . ยก 2 = ประชามติ #2 . หลักการ = จัดประชามติหลังร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ด้วยคำถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ที่รัฐสภาเห็นชอบ . เหตุผล = การจัดประชามติจะต้องเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหลังจากที่ร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ผ่าน 3 วาระของรัฐสภา เพราะ รธน. มาตรา 256 (8) ได้กำหนดไว้ว่าการแก้ไข รธน. ใดๆก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไข รธน. (เช่น การมี สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) จะต้องมีการจัดประชามติเพื่อสอบถามความเห็นชอบจากประชาชนก่อน . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = รายละเอียดของ สสร. ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เช่น ระบบเลือกตั้ง สสร. จำนวน สสร. กรอบเวลาในการทำงานของ สสร.) . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน มิ.ย. 2567 (หากรัฐสภาใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการพิจารณาร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ใน 3 วาระ) . ยก 3 = เลือกตั้ง สสร. . หลักการ = จัดการเลือกตั้ง สสร. ให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่จะไปทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . เหตุผล = การจัดการเลือกตั้ง สสร. จะเปิดให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนที่มีชุดความคิดและแนวทางเกี่ยวกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตรงกับตนเองที่สุด (เช่น แนวทางในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แนวทางในการออกแบบสถาบันทางการเมืองให้มีความชอบธรรม) และจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการแสวงหาฉันทามติใหม่ ที่คำนึงถึงทุกชุดความคิดที่แตกต่างหลากหลายที่มีอยู่ในสังคม . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ตาม “นโยบาย” หรือ “ข้อเสนอ” ที่ผู้สมัครแต่ละคนหรือกลุ่มนำเสนอ) . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน ต.ค. 2567 (หากรัฐสภาใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการพิจารณาร่างแก้ไข รธน. เรื่อง สสร. ใน 3 วาระ) . ยก 4 = ประชามติ #3 . หลักการ = จัดประชามติหลัง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ด้วยคำถามว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . เหตุผล = การจัดประชามติ เป็นการเปิดให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมโดยตรงในการลงคะแนนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ถูกร่างโดย สสร. ที่ทุกคนเลือกเข้าไป . ประเด็นหลักที่จะถูกถกเถียง = ภาพรวมว่าเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ . กรอบเวลา (หากเร็วที่สุด) = ภายใน 2568 (ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาทำงานของ สสร.) . . ในเมื่อกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องอาศัยเวลา (อย่างเร็ว) 2 ปี เราจึงจำเป็นต้องทำอีก 2 อย่างคู่ขนาน . A. การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา . - แก้รัฐธรรมนูญโดยรัฐสภา ในมาตราหรือประเด็นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขเฉพาะหน้าเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจและป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกขัดขวางหรือทำให้สะดุดระหว่างทาง . B. การรณรงค์ทางความคิดในสังคม . - ความตื่นตัวของสังคมในวงกว้างต่อปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบีบปัจจุบันและประโยชน์ที่จะได้จากการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทั้งความสำเร็จในภารกิจนี้ และประสิทธิภาพของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการสะท้อนฉันทามติใหม่ของสังคม . . ด้วยความท้าทายที่รออยู่ เจตจำนงของนายกฯและรัฐบาลใหม่ในการขับเคลื่อนวาระการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูประชาธิปไตยและคืนความปกติให้การเมืองไทย

Parit Wacharasindhu (Itim)

270,599 просмотров • 3 лет назад

[ เปิดหลักฐานเพิ่มคดี ฮั้ว สว. จากนครพนม : คลิปสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. ที่บ่งชี้ว่ามีขบวนการจัดตั้งทั่วประเทศ ที่มีทั้งการจ่ายเงิน 6 หลัก - การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมให้ - การสัญญาเรื่องผู้ช่วย ] . “คนเรา ไม่เอาพ่อไม่เอาแม่เนี่ย เยอะ แต่คนที่ไม่เอาเงินเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นนะ” . ประโยคนี้เป็นประโยคหนึ่งจากคลิปเสียงระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดที่บ่งชี้ว่าขบวนการฮั้ว สว. ที่ถูกพึงถึงในคลิปนั้น: . 1. มีการจัดตั้งกันทั่วประเทศ (จึงสามารถสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) 2. มีการนำเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบของเงิน (เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเลข 6 หลัก) 3. มีการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมก่อนวันเลือก สว. ให้ 4. มีการสัญญาเรื่องตำแหน่งผู้ช่วยแถม 5. มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง . รายละเอียดในคลิปดังกล่าว สอดคล้องกับหลายหลักฐานจากจังหวัดนครพนม ที่ผมได้รวบรวมและแถลงข่าวไปเมื่อเช้าในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและหนักแน่นเพียงพอ ที่ กกต. ควรเดินหน้าส่งคำร้องไปที่ศาลสำหรับทั้ง 229+ คน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . แม้ในเวลานี้ เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนของคดีได้ แต่สิ่งที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์และนำเสนอได้คือหลักฐานที่เราสามารถรวบรวมได้เอง (เช่น ข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ข้อมูลจากบุคคลที่ไปให้ข้อมูลกับหน่วยงาน ข้อมูลจากผู้ที่พร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้เรารวบรวมและตรวจสอบ) ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอมีอยู่ชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน . วันนี้ ผมได้เริ่มต้นจากหลักฐานจาก จ.นครพนม ซึ่งมีหลักฐานประกอบด้วย: . 1. คลิปของคุณ ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีต สส. และ รองประธานสภา พรรคภูมิใจไทย) ที่มีการกล่าวว่า สว. 3 คนของ จ.นครพนม เป็น “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตั้งคำถามต่อได้ว่าศุภชัยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจตามที่อ้างหรือไม่ [คลิปสั้นใน comment / คลิปเต็ม: . 2. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 (1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) ที่มีกลุ่มผู้สมัคร สว. (รวมถึงผู้สมัคร สว. จากนครพนม) รวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา - โดยพยาน (ซึ่งเป็นผู้สมัครรายหนึ่งที่ไปร่วมการประชุมด้วย) ระบุว่า: - มีบุคคลสำคัญในห้องประชุมดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยคุณ ศุภชัย / ผู้สมัคร 3 คน (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว. จากนครพนม) / ‘อาจารย์ ป.’ (ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำโพย) - มีการให้ผู้สมัครจัดทำโพยข้างหลังเอกสาร สว.3 - มีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย - มีความพยายามของ ผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ในการบอกให้ผู้สมัครคนอื่นไม่ต้องกังวล เพราะหมายเลขแต่ละคนจะมีผู้สมัครจากจังหวัดอื่นมาเลือก & มีการสัญญาว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตัวเองหลักแสนบาท - มีความพยายามของคุณศุภชัย ในการเจรจาไกล่เกลี่ยและเสนอเรื่องการเวียนกันเป็นผู้ช่วย (โดยระบุว่าจะให้คนที่ได้เป็น สว. เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า) (แม้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน แต่ผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะโรงแรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะบ่งบอกได้ว่าในวันดังกล่าวมีบุคคลใดไปร่วมประชุมกันบ้าง) . 3. หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินในวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยมีข้อมูลว่าผู้สมัครคนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน เดินทางมาที่ กทม. ร่วมกันก่อนวันเลือกระดับประเทศ (ซึ่งผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยตรวจว่าไฟลท์บินในวันดังกล่าวมีบุคคลชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ จองผ่านใคร การจ่ายเงินเป็นอย่างไร) . 4. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่กลุ่มผู้สมัครดังกล่าวได้มีการรวมตัวหารือกันที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เพื่อวางแผน . 5. คลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการฮั้ว สว. [ตามคลิป 4 นาทีในโพสต์] . นี่คือหลักฐานที่เกิดขึ้นในหนึ่งจังหวัด - คำถามที่ผมอยากชวนคิด คือถ้าผมและทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นได้ระดับนี้, หน่วยงานอย่าง กกต. และ DSI ในคณะไต่สวน ก็ย่อมต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน . หลักฐานทั้งหมดวันนี้จึงตอกย้ำว่าหาก กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก็ควรส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . หลังจากวันนี้ หากเรามีการรวบรวมหลักฐานที่เพียงพอจากเหตุการณ์ในจังหวัดไหนได้อีก ทางผมและพรรคประชาชนจะมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการทำงานของ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในห้วงเวลาสำคัญนี้

Parit Wacharasindhu (Itim)

41,563 просмотров • 3 месяцев назад

ผู้สมัคร สว ฝั่งประชาชนทยอยประกาศเปิดตัวแล้ว แต่ผู้สมัคร สว เหล่านี้จะไม่สามารถเข้าไปในสภาได้เลยหากไม่มีคนลงสมัครในเขตอำเภอและวิชาชีพเดียวกันร่วมกับพวกเขาเพื่อพร้อมใจกันโหวตให้เขา เพราะคนออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้จงใจกีดกันเสียงของประชาชนเพื่อที่พวกเขาจะได้ส่งคนลงไปโหวตกันเอง ใช้เงินแค่ 1-2 ร้อยล้านในการสมัคร เขาก็สามารถยึดสภาสูงได้ทั้งสภา (ซึ่งเขาทำแน่ๆเพราะได้ สว 200 คนมาในต้นทุนที่ถูกกว่าลงทุนให้ได้ สส 200 คนเยอะ) เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรักษาสิทธินี้ด้วยการลงสมัคร สว ให้มากที่สุดเพื่อยึดสภาสูงกลับมาเป็นของประชาชนครับ สู้ทุกทางที่เราสามารถสู้ได้ แพ้หรือชนะไม่ต้องสนใจ อย่างน้อยเราสามารถตอบลูกหลานได้ว่าเราพยายามยึดประเทศของเราคืนมาจากทหารแล้ว

.

113,715 просмотров • 2 лет назад

หากการโกง สว. ถูกทำเป็นหนังหรือซีรีส์ ผมเชื่อว่าเราจะเห็นถึง 2 เส้นเรื่องหลัก: . เส้นเรื่อง 1 = ขบวนการโกง สว. ที่แบ่งออกเป็น 5 ฉากสำคัญ - 1.1. วางแผน-แบ่งทีมยึดวุฒิสภา เพื่อทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุล - 1.2. จัดตั้ง-จ้างคนมาสมัครและลงคะแนนให้กัน เพื่อผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด - 1.3. รวมพลตาม “ศูนย์ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ - 1.4. กำกับการเลือกให้เป็นไปตาม “โพยใบสั่ง” ในการเลือกระดับประเทศ - 1.5. “ปฐมนิเทศ” สว. ที่ได้รับเลือกก่อนเริ่มงาน & ตกลงเรื่องประธาน-รองประธาน . เส้นเรื่อง 2 = การทำงานของ กกต. ที่บกพร่องใน 5 ขั้นตอนสำคัญ - 2.1. ออกระเบียบที่ไม่รัดกุมในการป้องกันการทุจริต - 2.2. ตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร สว. อย่างไม่รอบคอบ - 2.3. ปล่อยปละละเลยเรื่องการใช้โพยใบสั่งในวันเลือก สว. - 2.4. เตะถ่วงคดีมาเกิน 2 ปี & ตั้งคณะฟอกขาว (อนุฯ ชุดที่ 36) - 2.5. เตรียมเป่าคดี โดยอ้างหลักฐานไม่พอ ในวันที่ 31 ส.ค.? . สิ่งที่หลายคนคาใจ คือ 2 เส้นเรื่องนี้ (ขบวนการโกง สว. และ การทำงานของ กกต.): 1. เป็น 2 ขบวนการที่เกิดขึ้นกันอย่างคู่ขนานกันโดยบังเอิญ? หรือ 2. เป็น 2 ขบวนการที่สมรู้ร่วมคิดและรู้เห็นเป็นใจกัน? . . ผมต้องย้ำว่าคดีโกง สว. มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจน กับการสร้างระบอบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน เพราะ: . 1. การโกง สว. เป็น “เครื่องมือ” ในการสร้างระบอบฮั้วกันทั้งกระดาน (เพราะกลุ่มการเมืองใดยึดกุม สว. ได้ กลุ่มการเมืองนั้นก็ยึดกุมองค์กรอิสระได้ ผ่านการชี้ขาดว่า สว. จะรับรองใครไปอยู่ในองค์กรอิสระ) . 2. ระบอบฮั้วกันทั้งกระดาน เป็น “เครื่องมือ” ในการสกัดกั้นการตรวจสอบคดีโกง สว. (เพราะหาก กกต. ไม่เป็นอิสระจากกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว., กกต. ก็อาจตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล) . . ในอีกแค่ 15 วัน (31 ส.ค.) เราน่าจะได้รู้ผลการลงมติของ กกต. ว่า กกต. จะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคนไหนไปที่ศาล หรือ จะยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาคนไหนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล . #สั่งฟ้องสว (และเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง)

Parit Wacharasindhu (Itim)

43,732 просмотров • 1 месяц назад

HIGHLIGHT: มติเสียงข้างมากของ กกต. เกี่ยวกับคดีโกง สว. ขัดกับหลักการ-หลักกฎหมาย-หลักฐาน เพราะเป็นมติที่ ทำเป็นมองไม่เห็น “ช้าง 3 ตัว” ที่อยู่ในการโกง สว. . 1. ความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว. 2. ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย 3. มาตรฐาน กกต. ในการสั่งฟ้องคดีในอดีต . หากเราเจาะลึก มติ 5-2 ของ กกต. ในการไม่ให้สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คน (เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล) เราจะเห็นว่าหากเราตัด 4 กกต. จาก สว. สีน้ำเงิน (ซึ่งมีสถานะที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์) ออกไปเสียงข้างมากของ 3 กกต. ที่เหลือ กลับเห็นด้วยกับการสั่งฟ้อง 12 คนดังกล่าว . ดังนั้น เหตุผลเดียวที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คนดังกล่าว ยังไม่ต้องขึ้นศาลฎีกาในคดีโกง สว. ในวันนี้ เป็นเพราะ กกต. 4 คน จาก สว. สีน้ำเงิน ตัดสินใจใช้ดุลพินิจของตนเอง ในทางที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา ที่ทำให้พวกเขาได้มาเป็น กกต. ทุกวันนี้ . หาก กกต. ยังคงใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพื่อต่างตอบแทนกันทางการเมือง แทนที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อ “ความเป็นอิสระ” หรือความ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” ของ กกต. จะมีแต่ลดลงเรื่อยๆ

Parit Wacharasindhu (Itim)

20,039 просмотров • 9 дней назад