Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

หัวเยิ้มอีกแล้วคับอยากได้สาวๆมาเลียหัวให้จัง #เสพแล้วเงียนควย #หุ่นหมีขี้เงียน

16,573 просмотров • 2 лет назад •via X (Twitter)

Комментарии: 0

Нет доступных комментариев

Здесь появятся комментарии из оригинального поста

Похожие видео

ผู้ชายเกาหลีขังเมีย ให้เมียนั่งติดเก้าอี้จนผิวเน่า มีหนอนแมลงวันฟักบนร่าง ขังไว้หลายเดือนจนเมียเน่าทั้งเป็น 17 พฤศจิกาที่ผ่านมา ผชแจ้งตำรวจบอกเมียหมดสติ พอจนทเข้าไป บ้านเหม็นเน่า เจอผญนั่งเก้าอี้โซฟา จมขี้ เนื้อเน่าติดเก้าอี้ มีหนอนฟัก ตามข้อมูล มีหนอนจำนวนนับหมื่นฟักอยู่ในร่าง ผญยังมีชีวิตอยู่ แต่อยู่ในสภาพกึ่งโคม่ามานานแล้ว จนทนำส่งรพ แต่สุดท้ายผญก็เสียชีวิตในวันต่อมา หมอตรวจร่างผญ พบว่ามีเนื้อเยื่อตาย มีแผลกดทับ ผิวหนังเน่า น้ำหนักตัวแค่ 30 กิโลกรัม ช่องท้องมีน้ำคั่ง 7 ลิตร ไตวาย ขาดน้ำ แผลกดทับระดับ 4 (รุนแรงสุด) ที่สำคัญมีร่องรอยถูกทำร้าย กระดูกซี่โครงหัก สภาพเนื้อเน่าคือไม่ต่ำกว่าสามเดือน เแสดงว่าผญถูกขังและถูกทำร้ายมาตลอด ที่ผญดูไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรก็เพราะร่างกายมันอยู่ในภาวะกึ่งโคม่ามานานจนชาไปแล้ว จนมาเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ผชทำงานเป็นทหาร แต่งงานกับผญ (คิมมินจี) มาตั้งแต่ปี 2016 ไม่มีลูกด้วยกัน แต่เลี้ยงหมาไว้ 2 ตัว ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยประถม โตมาแต่งงานกัน ผชย้ายไปประจำอยู่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี (ติดกับเขตดีเอ็มซี ชายแดนเกาหลีเหนือ) ผญยอมย้ายตามไปอยู่ในบ้านพักทหารด้วยกัน ครอบครัวผญไม่รู้เลยว่าลูกสาวกำลังจะไปตกนรก ผญมีโรคประจำตัว เป็นโรคแพนิกจากที่ทำงานจนต้องลาออก มีอาการอ้วกเวลาเจอคนแล้วทริกเกอร์ แต่ถ้ากินยาไปหาหมอก็ปกติ ผชส่งข้อความอะไรต่างๆ ไปหาครอบครัวผญให้เข้าใจว่าดูแลลูกสาวเขาเป็นอย่างดี ให้ผญกินของดีๆ แต่ความจริงผชติดเหล้า เพื่อนบ้านได้ยินผชส่งเสียงโวยวายตอนดึกๆ หิ้วเหล้ากลับบ้านวันละขวดสองขวด ตอนที่จนทเข้าไปในบ้าน ผชอ้างว่าไม่ได้กลิ่นเน่าเลย ทั้งที่ร่างผญคือเน่า ในบ้านจุดไม้หอม ใช้สเปรย์ปรับอากาศจนฉุน ห่มผ้าปิดร่างผญไว้ เพื่อนบ้านไม่รู้เพราะห้องมันฉุนกลิ่นสเปรย์มากเวลาเดินผ่าน ผชอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ผญโกหก ปิดบังที่ตัวเองเน่า ทั้งที่ผชขังผญให้ตายทั้งเป็น จนทยังมีประวัติการซื้อของออนไลน์ของผช พบว่าซื้อผ้าพันแผลจำนวนมหาศาล ทางด้านครอบครัวผญแค้นมาก เพราะผชหลอกครอบครัวผญซะสนิท ครอบครัวไม่ได้เจอลูกสาวมานานเพราะอยู่ไกล จะมีก็ผชส่งข่าวให้ว่าผญยังสบายดี ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือผญแข็งแรง สดใส คอยดูแลใส่ใจผัวตามแบบฉบับแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง ก่อนผญตาย ผชส่งข้อความไปบอกแม่ยายว่า ผมซื้อหมูสามชั้นมาทำกับข้าวให้เมียกิน ทำตัวเหมือนผัวสุดประเสริฐมาหลายปี จนครอบครัวผญเชื่อสนิทใจ แม่ยายยังส่งของกินทางไปรษณีย์ไปให้ คิดว่าลูกสาวอยู่ดีมีความสุข แต่ความจริง ผชไม่สนใจผญ เบื่อ รำคาญ หงุดหงิด อายที่เมียตัวเองป่วยอาการทางจิต บ้านพอไม่มีผญคอยดูแลกลายเป็นบ้านขยะ การกระทำของผชคือตั้งใจทอดทิ้งรอให้ผญตาย ให้อาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง น้ำ ไม่เช็ด ไม่ทำความสะอาดใดๆ ตอนที่จนทไปเจอผญ ผญนั่งดูทีวีหายใจรวยรินใกล้ตายแล้ว ร่างมีหนอนไช มีจดหมายผญเขียนขอร้องผชว่า “ช่วยพาฉันไปรพที ได้โปรด” แต่ผชก็ไม่พาไป จากประวัติผชพาหมาไปหาหมอตามกำหนดทุกครั้ง หมายังถูกเลี้ยงดูดีกว่าเมีย จนทบอกว่า ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยเจอคนมีหนอนไชร่างทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เลย สภาพขนาดหมอกับจนทยังช็อก ถ้าจนทเจอเร็วกว่านี้ผญยังมีโอกาสรอดชีวิตด้วยซ้ำ แต่ผชตั้งใจให้ผญตาย ล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา 2 มิถุนายน ศาลทหารชั้นต้นตัดสินให้ผชติดคุก 30 ปี ครอบครัวผญโวยวายเพราะนี่มันถือว่าน้อยเกินไป เพราะไอ้ผชไม่ได้มีอาการสำนึกผิดเลย ยังใส่แหวนแต่งงานไปขึ้นศาล ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แถมยังอ้างว่าผญปิดบัง อ้างว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้กลิ่น แกล้งเป็นลม ตอนนี้อัยการเตรียมยื่นชั้นศาลต่อไป ส่วนแม่ผญอยากให้ผชติดคุกตลอดชีวิตให้สาสมกับที่ทำกับลูกสาว เพราะนี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการฆาตกรรม ที่น่าเศร้ามากคือในสมุดไดอารี่ ผญเขียนโทษตัวเองที่เป็นเมียที่ไม่ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเพราะผญถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนโดนผชล้างสมองบงการเสร็จสรรพ ผญเขียนว่า “คุณคงเหนื่อยมากกับฉันใช่มั้ยคะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถึงจะดูหน้าไม่อายแต่ขอโอกาสอีกครั้งได้มั้ย” ผญรักผชสุดหัวใจ เขียนวางแผนการเป็นภรรยาที่ดี เตรียมเป็นแม่คน เตรียมแผนเลี้ยงลูก ทั้งที่ผชคนนี้ไม่คู่ควรกับความรักที่เธอมีให้ด้วยซ้ำ แม่ของผญบอกว่า “ฉันเชื่อใจเขามากเกินไป เขามักจะโทรมาหาบอกว่าดูแลลูกสาว พอฉันบอกว่าเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยม เขาก็บ่ายเบี่ยงแล้วพูดว่า ขอโทษนะครับ ทำให้ฉันเข้าใจว่าเขายุ่งกับการดูแลลูกสาวของฉันอยู่” ”ฉันจะสู้จนถึงที่สุด จะเปิดเผยความจริงให้ได้“ มีสื่อเกาหลีที่พยายามติดต่อกองทัพเกาหลีเพื่อขอรายละเอียด ทางกองทัพก็บอกแค่ว่ายังอยู่ในระหว่างสืบสวน จนถึงตอนนี้ทางการทหารของเกาหลียังไม่มีการเปิดเผยชื่อและใบหน้าของผชคนนี้เลยแม้แต่น้อย ชาวเน็ตเลยขอแฉเอง คนร้ายชื่อ คิมดงฮุน ทหารชั้นประทวนกองทัพบกเกาหลี
0:34

Sensitive content

ผู้ชายเกาหลีขังเมีย ให้เมียนั่งติดเก้าอี้จนผิวเน่า มีหนอนแมลงวันฟักบนร่าง ขังไว้หลายเดือนจนเมียเน่าทั้งเป็น 17 พฤศจิกาที่ผ่านมา ผชแจ้งตำรวจบอกเมียหมดสติ พอจนทเข้าไป บ้านเหม็นเน่า เจอผญนั่งเก้าอี้โซฟา จมขี้ เนื้อเน่าติดเก้าอี้ มีหนอนฟัก ตามข้อมูล มีหนอนจำนวนนับหมื่นฟักอยู่ในร่าง ผญยังมีชีวิตอยู่ แต่อยู่ในสภาพกึ่งโคม่ามานานแล้ว จนทนำส่งรพ แต่สุดท้ายผญก็เสียชีวิตในวันต่อมา หมอตรวจร่างผญ พบว่ามีเนื้อเยื่อตาย มีแผลกดทับ ผิวหนังเน่า น้ำหนักตัวแค่ 30 กิโลกรัม ช่องท้องมีน้ำคั่ง 7 ลิตร ไตวาย ขาดน้ำ แผลกดทับระดับ 4 (รุนแรงสุด) ที่สำคัญมีร่องรอยถูกทำร้าย กระดูกซี่โครงหัก สภาพเนื้อเน่าคือไม่ต่ำกว่าสามเดือน เแสดงว่าผญถูกขังและถูกทำร้ายมาตลอด ที่ผญดูไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรก็เพราะร่างกายมันอยู่ในภาวะกึ่งโคม่ามานานจนชาไปแล้ว จนมาเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ผชทำงานเป็นทหาร แต่งงานกับผญ (คิมมินจี) มาตั้งแต่ปี 2016 ไม่มีลูกด้วยกัน แต่เลี้ยงหมาไว้ 2 ตัว ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยประถม โตมาแต่งงานกัน ผชย้ายไปประจำอยู่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี (ติดกับเขตดีเอ็มซี ชายแดนเกาหลีเหนือ) ผญยอมย้ายตามไปอยู่ในบ้านพักทหารด้วยกัน ครอบครัวผญไม่รู้เลยว่าลูกสาวกำลังจะไปตกนรก ผญมีโรคประจำตัว เป็นโรคแพนิกจากที่ทำงานจนต้องลาออก มีอาการอ้วกเวลาเจอคนแล้วทริกเกอร์ แต่ถ้ากินยาไปหาหมอก็ปกติ ผชส่งข้อความอะไรต่างๆ ไปหาครอบครัวผญให้เข้าใจว่าดูแลลูกสาวเขาเป็นอย่างดี ให้ผญกินของดีๆ แต่ความจริงผชติดเหล้า เพื่อนบ้านได้ยินผชส่งเสียงโวยวายตอนดึกๆ หิ้วเหล้ากลับบ้านวันละขวดสองขวด ตอนที่จนทเข้าไปในบ้าน ผชอ้างว่าไม่ได้กลิ่นเน่าเลย ทั้งที่ร่างผญคือเน่า ในบ้านจุดไม้หอม ใช้สเปรย์ปรับอากาศจนฉุน ห่มผ้าปิดร่างผญไว้ เพื่อนบ้านไม่รู้เพราะห้องมันฉุนกลิ่นสเปรย์มากเวลาเดินผ่าน ผชอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ผญโกหก ปิดบังที่ตัวเองเน่า ทั้งที่ผชขังผญให้ตายทั้งเป็น จนทยังมีประวัติการซื้อของออนไลน์ของผช พบว่าซื้อผ้าพันแผลจำนวนมหาศาล ทางด้านครอบครัวผญแค้นมาก เพราะผชหลอกครอบครัวผญซะสนิท ครอบครัวไม่ได้เจอลูกสาวมานานเพราะอยู่ไกล จะมีก็ผชส่งข่าวให้ว่าผญยังสบายดี ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือผญแข็งแรง สดใส คอยดูแลใส่ใจผัวตามแบบฉบับแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง ก่อนผญตาย ผชส่งข้อความไปบอกแม่ยายว่า ผมซื้อหมูสามชั้นมาทำกับข้าวให้เมียกิน ทำตัวเหมือนผัวสุดประเสริฐมาหลายปี จนครอบครัวผญเชื่อสนิทใจ แม่ยายยังส่งของกินทางไปรษณีย์ไปให้ คิดว่าลูกสาวอยู่ดีมีความสุข แต่ความจริง ผชไม่สนใจผญ เบื่อ รำคาญ หงุดหงิด อายที่เมียตัวเองป่วยอาการทางจิต บ้านพอไม่มีผญคอยดูแลกลายเป็นบ้านขยะ การกระทำของผชคือตั้งใจทอดทิ้งรอให้ผญตาย ให้อาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง น้ำ ไม่เช็ด ไม่ทำความสะอาดใดๆ ตอนที่จนทไปเจอผญ ผญนั่งดูทีวีหายใจรวยรินใกล้ตายแล้ว ร่างมีหนอนไช มีจดหมายผญเขียนขอร้องผชว่า “ช่วยพาฉันไปรพที ได้โปรด” แต่ผชก็ไม่พาไป จากประวัติผชพาหมาไปหาหมอตามกำหนดทุกครั้ง หมายังถูกเลี้ยงดูดีกว่าเมีย จนทบอกว่า ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยเจอคนมีหนอนไชร่างทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เลย สภาพขนาดหมอกับจนทยังช็อก ถ้าจนทเจอเร็วกว่านี้ผญยังมีโอกาสรอดชีวิตด้วยซ้ำ แต่ผชตั้งใจให้ผญตาย ล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา 2 มิถุนายน ศาลทหารชั้นต้นตัดสินให้ผชติดคุก 30 ปี ครอบครัวผญโวยวายเพราะนี่มันถือว่าน้อยเกินไป เพราะไอ้ผชไม่ได้มีอาการสำนึกผิดเลย ยังใส่แหวนแต่งงานไปขึ้นศาล ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แถมยังอ้างว่าผญปิดบัง อ้างว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้กลิ่น แกล้งเป็นลม ตอนนี้อัยการเตรียมยื่นชั้นศาลต่อไป ส่วนแม่ผญอยากให้ผชติดคุกตลอดชีวิตให้สาสมกับที่ทำกับลูกสาว เพราะนี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการฆาตกรรม ที่น่าเศร้ามากคือในสมุดไดอารี่ ผญเขียนโทษตัวเองที่เป็นเมียที่ไม่ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเพราะผญถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนโดนผชล้างสมองบงการเสร็จสรรพ ผญเขียนว่า “คุณคงเหนื่อยมากกับฉันใช่มั้ยคะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถึงจะดูหน้าไม่อายแต่ขอโอกาสอีกครั้งได้มั้ย” ผญรักผชสุดหัวใจ เขียนวางแผนการเป็นภรรยาที่ดี เตรียมเป็นแม่คน เตรียมแผนเลี้ยงลูก ทั้งที่ผชคนนี้ไม่คู่ควรกับความรักที่เธอมีให้ด้วยซ้ำ แม่ของผญบอกว่า “ฉันเชื่อใจเขามากเกินไป เขามักจะโทรมาหาบอกว่าดูแลลูกสาว พอฉันบอกว่าเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยม เขาก็บ่ายเบี่ยงแล้วพูดว่า ขอโทษนะครับ ทำให้ฉันเข้าใจว่าเขายุ่งกับการดูแลลูกสาวของฉันอยู่” ”ฉันจะสู้จนถึงที่สุด จะเปิดเผยความจริงให้ได้“ มีสื่อเกาหลีที่พยายามติดต่อกองทัพเกาหลีเพื่อขอรายละเอียด ทางกองทัพก็บอกแค่ว่ายังอยู่ในระหว่างสืบสวน จนถึงตอนนี้ทางการทหารของเกาหลียังไม่มีการเปิดเผยชื่อและใบหน้าของผชคนนี้เลยแม้แต่น้อย ชาวเน็ตเลยขอแฉเอง คนร้ายชื่อ คิมดงฮุน ทหารชั้นประทวนกองทัพบกเกาหลี

L O L A

12,868,051 просмотров • 2 месяцев назад

ผู้หญิงอินเดียปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมา 37 ปี เพื่อปกป้องตัวเองและลูกสาว เคยเกือบโดนข่มขืน โดนจับเผาให้ตายตามผัว ตั้งแต่นั้นมาเลยโกนหัวแต่งตัวเป็นผู้ชาย บอกว่าถ้ารัฐจะให้เธอเป็นผู้หญิง ก็ช่วยมารับรองให้ด้วยว่าเธอจะไม่โดนผู้ชายข่มขืน เพชชีอัมมาล แต่งงานกับสามี ศิวะ ตอนตัวเธออายุ 20 แต่แต่งงานกันได้ 15 วัน สามีหัวใจวายเสียชีวิต และเธอยังพบว่าตัวเองท้อง สมัยนั้นผู้หญิงอินเดียที่เป็นแม่หม้าย มีชีวิตที่ยากลำบากมาก ตามหมู่บ้านห่างไกลในอินเดียจะเพ่งเล็งแม่เลี้ยงเดี่ยว มองว่ามีมลทินแล้ว มีพิธีนึงที่เรียกว่า ‘พิธีสตี’ เป็นพิธีให้ผู้หญิงที่เป็นแม่หม้าย โดดเข้ากองไฟตายตามผัว เป็นพิธีบูชายัญผู้หญิง คำว่า สตี ความหมายคือ ภรรยาผู้ภักดี ผู้หญิงพอผัวตายจะโดนสังคมกดดันให้ตายตาม แม้ว่าจะมีกฎหมายแบนพิธีกรรมนี้ แต่กฎหมู่ของสังคมตามหมู่บ้านห่างไกลก็ยังทำกันอยู่ ด้วยความที่เป็นแม่หม้ายแถมมีลูกสาว เพชชีอัมมาล เลยพยายามหาเลี้ยงลูกเอง ในสังคมที่เหยียดแม่หม้าย ไม่ให้โอกาส กีดกัน จ้องจับผิด จนเธอไปได้งานทำในโรงงานถ่านหินซึ่งเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำกัน โรงงานพอรู้ว่าเธอมีลูกเป็นแม่หม้ายก็คุกคามสารพัด โดนเลือกปฏิบัติ วันนึงตอนเธอเดินไปทำงานกะดึก มีคนขับรถบรรทุกขับรถผ่านมา จะฉุดเธอไปข่มขืน แต่โชคดีเธอหนีเอาชีวิตรอดมาได้ เช้าวันต่อมา เพชชีอัมมาลไปวัดเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้หญิง พอออกมาจากวัดเพชชีอัมมาลก็ตายจากไปแล้ว เธอเกิดใหม่เป็น ‘มุตตู’ ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตและโธตี (ผ้าเตี่ยวผู้ชายอินเดียใส่เป็นกางเกง) จากนั้นก็พาลูกสาวย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนตัวตนใหม่ ไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหาร รับจ้างทาสี ขยัน ทำอาหารอร่อย จนมีผู้หญิงมาแอบชอบหลายคน มองว่าเธอเป็นสุภาพบุรุษ แต่เพราะมุตตูเป็นเพียงเสื้อเกราะของเพชชีอัมมาล เธอเลยไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน มีผู้หญิงหลายคนมาขอสักชื่อพวกเธอลงบนแขนมุตตู แต่มุตตูอ้างว่า มีคู่หมั้นรออยู่แล้ว ทั้งที่จริงเธอไม่ได้ชอบผู้หญิง “สำหรับฉัน ฉันสวมใส่มุตตูเพื่อป้องกันตัว ครั้งนึงฉันขึ้นรถประจำทางตอนกลางคืน มีผู้ชายอยู่หลายคน ฉันเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ขอไม้ขีดจากผู้ชายข้างๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าสมมติฉันใส่ส่าหรีเป็นผู้หญิง เหตุการณ์มันคงแตกต่างจากนี้” มุตตูเป็นผู้ชายในสายตาคนอื่น แม้แต่ลูกสาวยังไม่รู้จนอายุ 7 ขวบ คนจะเรียกมุตตูว่า มาสเตอร์ เป็นการให้เกียรติ เนื่องจากมุตตูเป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างในชุมชน ความท้าทายอย่างหนึ่งของมุตตูคือประจำเดือน เธอต้องระวังตัวตลอด กินยาเพื่อให้ทำงานต่อได้ดูปกติ เธอหมดประจำเดือนเร็วตอนอายุประมาณ 40 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปเธอบอกว่า ในเมื่อตัดสินใจเลือกเป็นมุตตูแล้ว ก็รู้สึกว่าต้องยอมรับทุกอย่างที่ตามมาให้ได้ เพราะทางเลือกอื่นอาจลำบากและเลวร้ายกว่านี้ เสื้อผ้าผู้ชายให้ความรู้สึกปลอดภัยในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสในฐานะผู้หญิง มุตตูกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ เลี้ยงลูกสาวจนโต ส่งตัวลูกสาวเข้าพิธีแต่งงาน จ่ายค่าสินสอดให้ลูก ดูแลเงินทอง กิจการ ทั้งหมดนี้ถ้าทำในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวแทบเป็นไปไม่ได้ พิธีแต่งงานของฮินดู มีพิธีกันยาดาน ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวส่งตัวลูกสาว สังคมมองว่าอัปมงคล เพราะเป็นแม่หม้าย เป็นสัญลักษณ์ความโชคร้าย แต่กลับกันถ้าเป็นพ่อ สังคมกลับมองว่าสมเกียรติ เป็นผู้นำครอบครัว ศนมุกะซุนดารี ลูกสาวของมุตตู เปิดร้านของชำอยู่ในหมู่บ้าน เล่าว่า แม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อหาเลี้ยงเธอ โดยไม่เคยขออะไรตอบแทน มุตตูออกมาเผยตัวตนเพราะเธอต้องยื่นเอกสารรับเงินบำนาญคนชรา แต่ตอนนี้เอกสารทุกอย่างลงชื่อว่า มุตตู เธอคือผู้ชายแล้ว มุตตูบอกว่า ถ้ารัฐอยากให้เธอเป็นผู้หญิงก็ต้องมารับรองความปลอดภัยให้เธอ พอนักข่าวถามว่า ไม่คิดถึงการเป็นผู้หญิงเหรอ? มุตตูก็ตอบว่า “ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและอยากอยู่แบบนี้ แต่สังคมรับประกันความปลอดภัยอะไรให้ฉันและลูกได้บ้าง ความปลอดภัยของฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็นหญิงหม้าย สมมติมีคนข่มขืนฉัน สังคมจะตัดสินอย่างยุติธรรมโดยไม่ทำลายฉันมั้ย แต่ช่างมันเถอะ ฉันมีความสุขแล้วที่ได้เป็นผู้ชาย” ผู้หญิงอินเดียคนนี้มีชีวิตรอดมาตลอด 37 ปี เพราะเลือกทางเดินใหม่ที่ไม่ยอมถูกกำหนดโดยสังคมให้ตัวเอง มุตตูตกลงปลงใจแล้วว่า ถึงตายไปแล้วก็จะใส่ให้ลูกสาวใส่ชุดผู้ชายให้ ชาตินี้จะไม่ใส่ส่าหรีอีกแล้ว

L O L A

4,508,445 просмотров • 16 дней назад