Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

หามุมเตรีนมถ่ายรูปหน่อย

121,551 просмотров • 3 лет назад •via X (Twitter)

Комментарии: 10

Фото профиля แชมป์เปี้ยน
แชมป์เปี้ยน3 лет назад

ใส่เเว่นก้อน่ารักไม่ใส่ก้อน่ารักโอ้ย

Фото профиля NN🐈
NN🐈3 лет назад

ลอยแล้วคร้าบ

Фото профиля SmellSox
SmellSox3 лет назад

@JameballD ถุงเท้าน่าดมจังครับ

Фото профиля AA
AA3 лет назад

น่ารัก

Фото профиля Piggy II
Piggy II3 лет назад

😍❤️

Фото профиля T_____T
T_____T3 лет назад

❤️❤️

Фото профиля ขีวิตดี
ขีวิตดี3 лет назад

วันนี้หล่อ น่ารักจัง

Фото профиля แดน
แดน3 лет назад

น่าจับอมไห้แตก

Фото профиля รุกแมน 45/174/66 ขนาด 54 หารับขาวลีน
รุกแมน 45/174/66 ขนาด 54 หารับขาวลีน3 лет назад

มุมดีคับ

Фото профиля ที เชียงราย
ที เชียงราย3 лет назад

ไหน ควย

Похожие видео

#หอมรักมิรู้เลือน ***คำเตือน*** คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ หลินจิ่นฉีตกใจเมื่อได้พบความจริงในที่สุดว่าสาวใช้ข้างกายเขาอย่างสวี่หลานเซียงแท้จริงแล้วคือเสิ่นเจียหลาน อดีตคู่หมั้นที่ถูกประหารชีวิตทั้งครอบครัวในปีนั้น หลินจิ่นฉีเริ่มสงสัยหลานเซียงครั้งแรกตอนที่ไปวัดเจินเจวี๋ย ที่ไปเคารพหลุมศพร้างของตระกูลเสิ่น ตอนนั้นเมื่อหลานเซียงได้เห็นหลุมศพที่ไร้ชื่อไร้ป้ายวิญญาณ นางก็หัวใจสลาย คุกเข่าลงร้องไห้อย่างหนักแล้วหลุดปากพูดออกมาว่า "หลานเอ๋อร์มาช้าไป" ในตอนนั้นหลินจิ่นฉีถึงกับตกตะลึงและคาดคั้นถามว่ารู้จักตระกูลเสิ่นได้ยังไง เมื่อหลานเซียงตั้งสติได้จึงตอบกลับอย่างรวดเร็วว่าปีนั้นนางป่วยหนัก ฮูหยินเสิ่นได้มอบเงินให้นาง 10 ตำลึง คุณหนูเสิ่นยังมอบเสื้อผ้าให้นางหนึ่งชุดถึงได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้ แต่หลินจิ่นฉีเป็นถึงจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่กรำศึกในสนามรบมาอย่างยาวนาน เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านอกจากหลานเซียงจะรอบรู้ด้านกฎหมายแล้ว นางยังวาดภาพได้อย่างงดงาม ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวอักษรที่ตวัดอย่างงดงามวิจิตรนั้นช่างขัดกับตัวตนและฐานะของนางอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดข้อสงสัยทั้งหมดก็ชี้ไปที่คำตอบเดียว หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินจิ่นฉีไม่ได้โวยวายและไม่ได้ซักถามนางต่อหน้า เขาเปิดหีบหนังสือที่เก็บสะสมของเอาไว้ ข้างในมีภาพวาดบนพัดและภาพวาดตัวละครที่หลานเซียงเคยวาดไว้ คัมภีร์วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร และสมุดบัญชีที่นางแสร้งเขียนตัวหนังสือบิดเบี้ยวบังหน้าไว้ เมื่อมองภาพวาดของหลานเซียง เส้นสายที่ประณีต ฝีมือล้ำลึก ไม่มีทางเป็นสาวใช้บ้านนอกที่ไม่เคยเล่าเรียนหนังสือมาก่อนแน่นอน แต่ลายมือของนางกลับตั้งใจเขียนให้เหมือนกับเด็กที่เพิ่งหัดจับพู่กัน การวาดภาพและการเขียนตัวอักษรมีรากเหง้าเดียวกัน ลายมืออาจจะแสร้งทำเป็นปลอมแปลงได้ แต่พื้นฐานชาติตระกูลและทักษะการวาดภาพอันยอดเยี่ยมที่อยู่ในเนื้อแท้แล้วไม่มีทางหลอกลวงคนอื่นได้ ฝีมือระดับนี้อย่างน้อยต้องได้รับการศึกษาอบรมจากตระกูลใหญ่มานานนับสิบปี ความจริงแทบจะปรากฏอยู่ตรงหน้า หลินจิ่นฉีไม่อาจสงบใจได้เลย เขายกหีบหนังสือแทบจะพุ่งตัวไปหาหลานเซียงในห้องนอน หลินจิ่นฉีจ้องมองนางตาไม่กระพริบ ในที่สุดก็เอ่ยถามคำถามที่สะเทือนใจออกมา "แท้จริงแล้วเจ้าปิดบังอะไรไว้ หรือข้าควรจะถามว่าที่แท้แล้วเจ้าคือใครกันแน่" หลานเซียงพลันตกใจในทันที แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพวาดและสมุดบัญชีในอ้อมแขนของหลินจิ่นฉี แววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบสงบนิ่งในทันใด ถึงอย่างไรหลานเซียงก็เป็นคนที่เคยผ่านความเป็นความตายและอันตรายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง นางจึงอดทนต่อการคาดคั้นถามของหลินจิ่นฉีได้ แล้วตอบกลับไปอย่างเรียบ ๆ คำหนึ่งว่า "คุณชาย ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือเจ้าคะ ท่านเป็นคนรับข้าเข้าเรือนมาเองแท้ ๆ ยังจะมาถามที่มาที่ไปจากข้าอีกหรือ" ประโยคนี้ทำเอาหลินจิ่นฉีถึงกับจุกจนพูดไม่ออกไปเลย เขาไม่ได้บีบบังคับถามต่อเพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่า หากหลานเซียงยอมรับออกมาจริง ๆ เขาควรจะจัดการกับตัวเองอย่างไรต่อไป เพราะคนที่ถอนหมั้นและทอดทิ้งตระกูลเสิ่นในตอนนั้น ก็คือคนตระกูลหลินของเขานั่นเอง แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้เพียงเท่านี้ เขาไปหา หลินเจาเสียง ท่านปู่ของเขา มองดูม้วนภาพวาด "寒山图" (ภาพภูเขาเหมันต์) ฟังท่านปู่เล่าเรื่องราวในอดีต เสิ่นเจียหลานบริสุทธิ์งดงามดั่งหยกงาม มีท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมด้วยปัญญาดั่งปราชญ์หญิง ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้อย่างมั่นใจว่าหลานเซียงคนที่ร้องไห้หน้าหลุมศพคนนั้น หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความรู้ เข้มแข็งและอดทนผู้นี้ก็คือเสิ่นเจียหลานที่เขาติดค้างมานานหลายปี แต่หลินจิ่นฉีกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายแต่ก็สมเหตุสมผลกับตัวตนของเขาในตอนนี้ คืนนั้นเขายกอ่างไฟเปล่าเข้ามาในห้องนอน หัวใจของหลานเซียงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที นางคิดว่านี่เป็นการเปิดอกคุยกัน หรือไม่ก็เป็นสัญญาณของการคิดบัญชี แต่หลินจิ่นฉีกลับไม่ถามอะไรเลย เขาจุดอ่างไฟต่อหน้าต่อตาหลานเซียง นำสมุดบัญชี พัด ภาพวาดและหลักฐานทั้งหมดโยนลงกองไฟทีละชิ้น ท่ามกลางเปลวไฟหลินจิ่นฉีได้สารภาพความรู้สึกผิดในใจ เขามองหลานเซียงแล้วเอ่ยว่า "ข้าคิดมากไปเอง ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงข้าที่ผิดต่อเจ้า เจ้าไม่เคยทำอะไรผิดต่อข้าเลย" คำพูดนี้ไม่เพียงเป็นการยอมรับผิด แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืน เขาไม่ได้ต้องการจะยอมรับคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นผู้สูงศักดิ์คนนั้น แต่คนที่เขายอมรับคือ "สวี่หลานเซียง" คนที่อยู่ตรงหน้าที่เขาเคยใช้อำนาจบีบบังคับแย่งชิงมา แต่นางก็ยังคงปกป้องเขาอย่างสุดกำลัง เขาจับมือหลานเซียงไว้แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า "เจ้าคือสวี่หลานเซียง พวกเราคือสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน" เมื่อเห็นการกระทำของหลินจิ่นฉีที่เผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด เดิมทีนางเตรียมใจเอาไว้แล้วหลังจากถูกเปิดเผยตัวตนว่าจะต้องถูกเค้นถาม ถูกหวาดระแวดระวัง หรือแม้กระทั่งสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แต่หลินจิ่นฉีได้เผาหลักฐานและอดีตอันหนักอึ้งที่นางแบกรับมาหลายปีทิ้งไปจนหมด หลานเซียงไม่ได้แก้ตัวและไม่ได้ฉวยโอกาสยอมรับตัวตนการเป็นเสิ่นเจียหลาน ขอบตาของนางแดงก่ำแล้วกุมมือหลินจิ่นฉี ในวินาทีนี้หลานเซียงได้ปลดเปลื้องปราการความระแวงทั้งหมดลง นางเข้าใจแล้วว่า หลินจิ่นฉีในฐานะสามีได้ใช้วิธีที่แทบจะตัดทางถอยของตัวเองเพื่อปกป้องนางและรักษาชีวิตการแต่งงานที่เริ่มต้นจากการบีบบังคับขู่เข็ญนี้เอาไว้
3:35

Sensitive content

#หอมรักมิรู้เลือน ***คำเตือน*** คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ คลิปนี้มีสปอยล์นะค้าบบบบบบบบ หลินจิ่นฉีตกใจเมื่อได้พบความจริงในที่สุดว่าสาวใช้ข้างกายเขาอย่างสวี่หลานเซียงแท้จริงแล้วคือเสิ่นเจียหลาน อดีตคู่หมั้นที่ถูกประหารชีวิตทั้งครอบครัวในปีนั้น หลินจิ่นฉีเริ่มสงสัยหลานเซียงครั้งแรกตอนที่ไปวัดเจินเจวี๋ย ที่ไปเคารพหลุมศพร้างของตระกูลเสิ่น ตอนนั้นเมื่อหลานเซียงได้เห็นหลุมศพที่ไร้ชื่อไร้ป้ายวิญญาณ นางก็หัวใจสลาย คุกเข่าลงร้องไห้อย่างหนักแล้วหลุดปากพูดออกมาว่า "หลานเอ๋อร์มาช้าไป" ในตอนนั้นหลินจิ่นฉีถึงกับตกตะลึงและคาดคั้นถามว่ารู้จักตระกูลเสิ่นได้ยังไง เมื่อหลานเซียงตั้งสติได้จึงตอบกลับอย่างรวดเร็วว่าปีนั้นนางป่วยหนัก ฮูหยินเสิ่นได้มอบเงินให้นาง 10 ตำลึง คุณหนูเสิ่นยังมอบเสื้อผ้าให้นางหนึ่งชุดถึงได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้ แต่หลินจิ่นฉีเป็นถึงจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่กรำศึกในสนามรบมาอย่างยาวนาน เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านอกจากหลานเซียงจะรอบรู้ด้านกฎหมายแล้ว นางยังวาดภาพได้อย่างงดงาม ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวอักษรที่ตวัดอย่างงดงามวิจิตรนั้นช่างขัดกับตัวตนและฐานะของนางอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดข้อสงสัยทั้งหมดก็ชี้ไปที่คำตอบเดียว หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินจิ่นฉีไม่ได้โวยวายและไม่ได้ซักถามนางต่อหน้า เขาเปิดหีบหนังสือที่เก็บสะสมของเอาไว้ ข้างในมีภาพวาดบนพัดและภาพวาดตัวละครที่หลานเซียงเคยวาดไว้ คัมภีร์วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร และสมุดบัญชีที่นางแสร้งเขียนตัวหนังสือบิดเบี้ยวบังหน้าไว้ เมื่อมองภาพวาดของหลานเซียง เส้นสายที่ประณีต ฝีมือล้ำลึก ไม่มีทางเป็นสาวใช้บ้านนอกที่ไม่เคยเล่าเรียนหนังสือมาก่อนแน่นอน แต่ลายมือของนางกลับตั้งใจเขียนให้เหมือนกับเด็กที่เพิ่งหัดจับพู่กัน การวาดภาพและการเขียนตัวอักษรมีรากเหง้าเดียวกัน ลายมืออาจจะแสร้งทำเป็นปลอมแปลงได้ แต่พื้นฐานชาติตระกูลและทักษะการวาดภาพอันยอดเยี่ยมที่อยู่ในเนื้อแท้แล้วไม่มีทางหลอกลวงคนอื่นได้ ฝีมือระดับนี้อย่างน้อยต้องได้รับการศึกษาอบรมจากตระกูลใหญ่มานานนับสิบปี ความจริงแทบจะปรากฏอยู่ตรงหน้า หลินจิ่นฉีไม่อาจสงบใจได้เลย เขายกหีบหนังสือแทบจะพุ่งตัวไปหาหลานเซียงในห้องนอน หลินจิ่นฉีจ้องมองนางตาไม่กระพริบ ในที่สุดก็เอ่ยถามคำถามที่สะเทือนใจออกมา "แท้จริงแล้วเจ้าปิดบังอะไรไว้ หรือข้าควรจะถามว่าที่แท้แล้วเจ้าคือใครกันแน่" หลานเซียงพลันตกใจในทันที แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพวาดและสมุดบัญชีในอ้อมแขนของหลินจิ่นฉี แววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบสงบนิ่งในทันใด ถึงอย่างไรหลานเซียงก็เป็นคนที่เคยผ่านความเป็นความตายและอันตรายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง นางจึงอดทนต่อการคาดคั้นถามของหลินจิ่นฉีได้ แล้วตอบกลับไปอย่างเรียบ ๆ คำหนึ่งว่า "คุณชาย ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือเจ้าคะ ท่านเป็นคนรับข้าเข้าเรือนมาเองแท้ ๆ ยังจะมาถามที่มาที่ไปจากข้าอีกหรือ" ประโยคนี้ทำเอาหลินจิ่นฉีถึงกับจุกจนพูดไม่ออกไปเลย เขาไม่ได้บีบบังคับถามต่อเพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่า หากหลานเซียงยอมรับออกมาจริง ๆ เขาควรจะจัดการกับตัวเองอย่างไรต่อไป เพราะคนที่ถอนหมั้นและทอดทิ้งตระกูลเสิ่นในตอนนั้น ก็คือคนตระกูลหลินของเขานั่นเอง แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้เพียงเท่านี้ เขาไปหา หลินเจาเสียง ท่านปู่ของเขา มองดูม้วนภาพวาด "寒山图" (ภาพภูเขาเหมันต์) ฟังท่านปู่เล่าเรื่องราวในอดีต เสิ่นเจียหลานบริสุทธิ์งดงามดั่งหยกงาม มีท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมด้วยปัญญาดั่งปราชญ์หญิง ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้อย่างมั่นใจว่าหลานเซียงคนที่ร้องไห้หน้าหลุมศพคนนั้น หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความรู้ เข้มแข็งและอดทนผู้นี้ก็คือเสิ่นเจียหลานที่เขาติดค้างมานานหลายปี แต่หลินจิ่นฉีกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายแต่ก็สมเหตุสมผลกับตัวตนของเขาในตอนนี้ คืนนั้นเขายกอ่างไฟเปล่าเข้ามาในห้องนอน หัวใจของหลานเซียงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที นางคิดว่านี่เป็นการเปิดอกคุยกัน หรือไม่ก็เป็นสัญญาณของการคิดบัญชี แต่หลินจิ่นฉีกลับไม่ถามอะไรเลย เขาจุดอ่างไฟต่อหน้าต่อตาหลานเซียง นำสมุดบัญชี พัด ภาพวาดและหลักฐานทั้งหมดโยนลงกองไฟทีละชิ้น ท่ามกลางเปลวไฟหลินจิ่นฉีได้สารภาพความรู้สึกผิดในใจ เขามองหลานเซียงแล้วเอ่ยว่า "ข้าคิดมากไปเอง ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงข้าที่ผิดต่อเจ้า เจ้าไม่เคยทำอะไรผิดต่อข้าเลย" คำพูดนี้ไม่เพียงเป็นการยอมรับผิด แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืน เขาไม่ได้ต้องการจะยอมรับคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นผู้สูงศักดิ์คนนั้น แต่คนที่เขายอมรับคือ "สวี่หลานเซียง" คนที่อยู่ตรงหน้าที่เขาเคยใช้อำนาจบีบบังคับแย่งชิงมา แต่นางก็ยังคงปกป้องเขาอย่างสุดกำลัง เขาจับมือหลานเซียงไว้แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า "เจ้าคือสวี่หลานเซียง พวกเราคือสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน" เมื่อเห็นการกระทำของหลินจิ่นฉีที่เผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด เดิมทีนางเตรียมใจเอาไว้แล้วหลังจากถูกเปิดเผยตัวตนว่าจะต้องถูกเค้นถาม ถูกหวาดระแวดระวัง หรือแม้กระทั่งสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แต่หลินจิ่นฉีได้เผาหลักฐานและอดีตอันหนักอึ้งที่นางแบกรับมาหลายปีทิ้งไปจนหมด หลานเซียงไม่ได้แก้ตัวและไม่ได้ฉวยโอกาสยอมรับตัวตนการเป็นเสิ่นเจียหลาน ขอบตาของนางแดงก่ำแล้วกุมมือหลินจิ่นฉี ในวินาทีนี้หลานเซียงได้ปลดเปลื้องปราการความระแวงทั้งหมดลง นางเข้าใจแล้วว่า หลินจิ่นฉีในฐานะสามีได้ใช้วิธีที่แทบจะตัดทางถอยของตัวเองเพื่อปกป้องนางและรักษาชีวิตการแต่งงานที่เริ่มต้นจากการบีบบังคับขู่เข็ญนี้เอาไว้

นางมารร้าย💜熙熙💜WINNER OT4🍀ไม่ชอบฉันก็BLOCKจ้า❄️

91,361 просмотров • 4 дней назад