Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

อนุทิน/สมมุติว่าปท.มี10ล้านครอบครัว ลดการใช้น้ำมันครอบครัวละ1ลิตร=ปทจะลดการใช้น้ำมันวัละ10ล้านลิตร=ลดการนำเข้าน้ำมันวันละ10ล้านลิตร พี่น้องประชาชนที่ช่วยกันลดการใช้น้ำมันวันละ10ล้านลิตร=ช่วยรบ.ไม่ต้องเอาเงินไปชดเชยกองทุนน้ำมันวันละ200ล้านบาท/วัน บลาๆๆคำพูดมากมายความหมายโทษปชช สัส

389,048 görüntüleme • 6 ay önce •via X (Twitter)

32 Yorum

ลุงเกียรติ profil fotoğrafı
ลุงเกียรติ6 ay önce

มึงว่าทุกวันนี้ยังมีคนไทยใช้น้ำมันฟุ่มเฟือยอยู่หรือ จะให้ลดยังไงบอกที นายกแบบนี้มีแต่คนโง่ทั้งนั้นแหละที่เลือกเข้ามา ผลงานห่าไรไม่เคยมี พรรคมีแต่เรื่องคอรับชั่น แม่งไม่จำหรอกอีก 4 ปีก็เลือกอีก โง่ต่อจนต่อ

Znnyti profil fotoğrafı
Znnyti6 ay önce

วิกฤตผู้นำที่แท้จริง เอาเวลาไปแก้ปัญหาให้ปชช❌ เอาเวลามาสั่งสอนปชช ✅ จะมีรบ.ไว้ทำไม kuay ka

bird profil fotoğrafı
bird6 ay önce

ทำไมไม่บอกเขาว่าไม่ต้องใช้เลยช่วยชาติได้ทุกเม็ด เราต้องช่วยกันหยุดเดินทางเพราะเรารักชาตินอนอยู่บ้านไม่ต้องทำงานเอาให้นายทุนเดือดร้อนกันไปเลย

✢...𝗢𝗿𝗮𝗻𝗴𝗲 𝗖𝗮𝘁...✢ profil fotoğrafı
✢...𝗢𝗿𝗮𝗻𝗴𝗲 𝗖𝗮𝘁...✢6 ay önce

น้ำมันแพงแถมไม่รู้ว่าปั๊มข้างหน้าจะมีน้ำมันให้เติมหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงว่าประชาชนจะไม่ประหยัดหรอกครับ จากขับ 100-110 เดี๋ยวนี้ผมว่าหลายคนขับ 90 กันแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าอากาศร้อนตับแตก คงได้เห็นคนปิดแอร์วิ่งกันบ้างแหละ

gardener profil fotoğrafı
gardener6 ay önce

มันไม่เอาส้นตีนคิดบ้างหริอว่าน้ำมันเนี่ยเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Chaiwat Visanurangdet profil fotoğrafı
Chaiwat Visanurangdet6 ay önce

พูดลอยๆก็ได้ ให้ประหยัด 1 ลิตร เอาแบบยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมหน่อยสิครับ ว่าให้ประหยัดยังไง จากอะไร จากขับรถไปทำงาน เปลี่ยนเป็นปั่นจักรยานให้หมดทุกคน งี้เหรอ เริ่มที่รัฐบาล สส สว นายพล นายพัน อธิบดีเหล่าข้าราชการระดับสูงก่อนเลยครับ ไม่ต้องขับรถไปทำงาน ปั่นจักรยานเอา

ทาสรักพี่หลิงแฟนน้องออม อิมแพค2รอบ SOLD OUT นะจ๊ะ profil fotoğrafı
ทาสรักพี่หลิงแฟนน้องออม อิมแพค2รอบ SOLD OUT นะจ๊ะ6 ay önce

สรุปคือไม่ต้องมีนายก ปชช.ช่วยเหลือกันเองเด้อ ดีอ่ะ 55555555555555555

นักล่าพระอาทิตย์ตกดิน profil fotoğrafı
นักล่าพระอาทิตย์ตกดิน6 ay önce

นายกช่วยพูดทางออกของปัญหาที่มันดูเป็นไปได้มากกว่านี้ได้มั้ย ไม่ใช่มาสอนให้ประหยัด เรื่องนั้นเค้าทราบกันอยู่แล้วค่ะท่าน ไม่ต้องมาสอน ท่านมีหน้าที่แก้ปัญหาของประเทศ ทำสักที !!!

Generation_Why?? profil fotoğrafı
Generation_Why??6 ay önce

ให้ ปชช ประหยัดงบประมาณรัฐ แต่พวกรัฐบาลเอง ก็เอางบประมาณจากภาษีประชาชนไปทำโปรเจคโง่ๆ แบ่งค้กกินกันอยู่ดี

chompuka profil fotoğrafı
chompuka6 ay önce

งั้นช่วยไปทำขนส่งสาธารณะให้ดีให้ทั่วถึงเพียงพอต่อความต้องการปชช.หน่อยค่ะ อันนี้ช่วยได้แบบยั่งยืนและถาวรเลยนะคะ

คนใดที่ถูกเจียว...คนเดียวที่ถูกใจ = พรรรคประชาชน profil fotoğrafı
คนใดที่ถูกเจียว...คนเดียวที่ถูกใจ = พรรรคประชาชน6 ay önce

น้ำมัน..ปชช ซื้อนะคะ ไม่ใช่แจก พูดจาให้มันดีดีหน่อย

🔥 เอกะอัตตา 🔥 profil fotoğrafı
🔥 เอกะอัตตา 🔥6 ay önce

ถ้าจะพูดลอยตัวขนาดนี้ ลอยไปอยู่ภพภูมิอื่นก็ได้นะ ให้แต่ประชาชนแก้ปัญหา หยุดทำตัวเป็นต้นตอปัญหาสิ

Sam J. profil fotoğrafı
Sam J.6 ay önce

@Js_live2 นายกโง่จริงนะครับ ไม่ได้แกล้งว่า ภาษีสรรพสามิตทำไมไม่ลด จะเก็บไปให้นักการเมืองประมูลงานหรือไง

crystalmild profil fotoğrafı
crystalmild6 ay önce

คนรวยทั่วโลกมีแต่หลอกให้คนจนประหยัด แต่ดูตัวเอง ฟุ่มเฟือยแบบคนรวยไม่กี่คนเหมือนคนจนใช้ทั้งประเทศต่างหาก

9Dang profil fotoğrafı
9Dang6 ay önce

เวลานี้ คิดถึง ผู้นำชื่อทักษิณ เลย ถึงตอนนี้จะไม่ชอบ พท แต่ต้องยอมรับว่า นายกทักษิณ แก้ปัญหาและเป็นผู้นำกว่า คนอื่นจริงๆ

por008008 profil fotoğrafı
por0080086 ay önce

เกรดเฉลี่ย เดียวกับ ไอ้ตู่ เลย

โชคดี มีวาสนา เป็นว่าเล่น profil fotoğrafı
โชคดี มีวาสนา เป็นว่าเล่น6 ay önce

ลดยังไงก๊อนนนนนนน!! กุเดินทางแค่ที่ทำงานกับบ้าน หาซื้อของกินใกล้บ้านไม่เกิน 5 กม. 2-3 วันครั้ง!! วันหยุดก็นอนพักผ่อนที่บ้าน ทั้งหมดคือกิจวัตรที่ทำก่อนวิกฤติน้ำมันจะเกิด บอกหน่อยว่าจะให้กุช่วยลดการใช้น้ำมันยังไง รึพรี่จะให้กุเข็นรถมอไซ 15 กม.รึ!!

suphong profil fotoğrafı
suphong6 ay önce

อะไรของมึงให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน แล้วมึงลดค่าน้ำมันหรือยัง? มึงมาให้ช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนช่วยเหลือกันเอง พวกมึงทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง ไม่เคยเห็นหัวประชาชนสักนิด ไอ้หนูท่อ ทองเทียม

Lab Stella Co profil fotoğrafı
Lab Stella Co6 ay önce

ยินดีด้วย “อาชีพนักการเมือง” สอนให้ลด 40 บาท 60 ล้านยูนิตช่วยลดคอสให้รัฐตามสเกล แต่ไม่ใช้เงินรัฐดีล 1=60ล้านคน มีคุณภาพชชีวิตเหมือนเดิม 🤟🏽🤟🏽🤟🏽 แต่จำนวนเงินรัฐยังอยู่และเอาไปทำอะไรต่อ 🤣 ส่วนตัวเราขออมนุญาติหาเพิ่ม 40 บาท ให้ตัวเองมีคุณภาพเหมือนเดิมจ๊ะ 👍🏽

Popcorn profil fotoğrafı
Popcorn6 ay önce

วิกฤตศรัทธา พูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ ไหว้สวย ขอโทษบ่อย

K.Nhoo 😈 profil fotoğrafı
K.Nhoo 😈6 ay önce

ช่วงนี้ตรงไปตรงมา ไปไม่ไหนเลย ไม่ซื้อของจุกจิก ประหยัดมากเลย

รัตนพล คนขยัน profil fotoğrafı
รัตนพล คนขยัน6 ay önce

ถ้าไม่มีศักยภาพในการช่วยประชาชนลงมาเถอะมีคนที่เขาช่วยประชาชนได้ในเรื่องพลังงาน100%เลยล่ะจะบอกพสกคุณรู้อยุ่แก่ใจว่าจะช่วยยังไงแต่พวกมึงไม่ทำเข้ามาใด้เพราะกระแสเรื่องไทยกะเขมรแต่เข้ามาแล้วไม่ใด้เรื่องอะไรเลย

Tamini🐱🐱✨ profil fotoğrafı
Tamini🐱🐱✨6 ay önce

มึงให้ภาคประชาชนช่วยมึงแล้ว ภาครัฐละพวกมึงทำไรเพื่อช่วยพวกกูบ้าง มึงทำได้แค่ยืนพูดหน้ามึนไปวันๆไอ้ฟาย

สลิ่มเป็นสัตว์เลื้อยคลานจากโฆษณาชวนเชื่อ profil fotoğrafı
สลิ่มเป็นสัตว์เลื้อยคลานจากโฆษณาชวนเชื่อ6 ay önce

ทอแล

file:not:found profil fotoğrafı
file:not:found6 ay önce

วันละลิตร พอไปไหนบ้าง

odinaryproud profil fotoğrafı
odinaryproud6 ay önce

นายกคืนหมาหอน

singharachada profil fotoğrafı
singharachada6 ay önce

นี่หรือ วิสัยทัศน์ ผู้นำ ปท

แอวไฟน์ profil fotoğrafı
แอวไฟน์6 ay önce

คำว่า “หัวควย” ให้ประชาชน 10 ล้านครอบครัว เปล่งเสียงออกมาพร้อมๆ กันเลยครับ!

จะเอาอะไรกันนักหนา profil fotoğrafı
จะเอาอะไรกันนักหนา6 ay önce

ถ้าคิดได้แค่นี้ ไม่ต้องมีหรอกรัฐบาลเนี่ย

Ordinary People profil fotoğrafı
Ordinary People6 ay önce

แค่เครื่องบินของหนู บินเที่ยวเดียวใช้น้ำมันไปกี่ร้อยลิตร?

Tkrit profil fotoğrafı
Tkrit6 ay önce

ก็เป็นเรื่องสมมุติ

Pech profil fotoğrafı
Pech6 ay önce

@lhystn กลุ่มคนรวยนั่นแหละตัวดี😡

Benzer Videolar

“โกง” ไม่ไหวแล้ว! ขณะที่คนไทยเจ้าของประเทศ ได้แต่มองตาปริบๆ แต่คนโกงลอยนวล ลองมาไล่กันดูว่าเราโดนโกงอะไรบ้าง 1) ตึกสตง.ถล่ม เสียชีวิต 95 ราย 2) เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช เสียชีวิต 32 ราย 3) โครงการพระราม 2 ถล่มซำ้ซาก (รวมถึงเหตุการณ์คานสะพานร่วงหล่น เครนและแผ่นปูนถล่ม) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561–2569) มีสถิติจำนวนอุบัติเหตุรวมมากกว่า 2,500 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตสะสมรวมมากกว่า 144 คน 4) ไอ้โม่งกักตุนนำ้มัน 700 ล้านลิตร บนคราบนำ้ตาคนไทย ปล้นเงินคนไทยไปไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท 5) โกงเลือกตั้งสว. ซึ่งทำความเสียหายให้กับระบบยุติธรรมไทยอย่างมหาศาล เพราะมีอำนาจเลือกกรรมการองค์กรอิสระ ทั้งกกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคตง. 6) รับสินบนทุนต่างชาติ ทำให้ได้สัญชาติไทย อย่างง่ายดาย 7) เรียกรับผลประโยชน์ ทำให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองธุรกิจและทรัพย์สินในประเทศไทยได้ทั้งที่ผิดกฎหมาย จนทำให้ธุรกิจไทยต้องทยอยปิดตัว เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว 8) การปล่อยให้มีการ ยึดชายหาด เกาะ ภูเขา ในภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆโดยทุนต่างชาติ 9) ที่ดินเขากระโดง 10) โกงสอบและบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มโหฬารถึงเกือบ 6000 ราย 11) QR Code บัตรเลือกตั้ง ฯลฯ จำไม่ไหวแล้ว! นี่ยังไม่รวมโกง งบประมาณแผ่นดินอีกมากมาย เราต้องไม่ทน กับ #ระบอบทุจริต ที่ทำลายอนาคตของเรา และลูกหลานของเราอีกต่อไป ร่วมสร้าง #ระบอบสุจริต เอาคนโกงไปติดคุก แก้รธน.รายมาตรา คืนอำนาจประชาชน 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองชั่วที่ปล้นแผ่นดิน และถอดถอนองค์กรอิสระทั้ง กกต. ปปช.ที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่สุจริต ต้องให้มีปปช.ภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบทุจริตได้โดยตรง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ ถ้าเห็นด้วยโปรดช่วยกันกดไลก์กดแชร์ เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้มากที่สุดค่ะ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan

28,296 görüntüleme • 1 ay önce

จุดหมายปลายทางของวันนี้คือที่นี่คับ "ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง - องค์เทพแห่ง 3 ขุนเขา" ศาลเจ้าลับตลาดพลู ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ชาวตลาดพลูรีวิวกันปากต่อปากว่าศักดิ์สิทธิ์มากกกกกกก ของานได้งาน ขอเงินได้เงิน ขอเรื่องสุขภาพก็จะแข็งแรงอายุยืนยาว *** ศาลเจ้าแห่งนี้จะเปิดให้เข้าไปสักการะด้านในแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น คือช่วงวันเกิดของเจ้าพ่อ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11-13 เมษายน *** (จะมีการแสดงงิ้วถวายเจ้าพ่อตลอดทั้ง 3 วัน) ใครต้องการไปสักการะองค์เจ้าพ่อสามารถขึ้นเรือได้ 2 ที่ คือท่าเรือตลาดพลู กับท่าเรือศาลเจ้ากวนอู (จุดนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วงพอดี) เรือที่ให้บริการเป็นเรือไฟฟ้าของคุณซัน รับส่งเป็นรอบ ๆ ตั้งแต่ 10 โมง ไปจนถึงการแสดงงิ้วเลิก ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง (ที่ท่าเรือตลาดพลูจะมีเบอร์โทรติดไว้ค่ะ) ใครอยากไปขอพรเทพเจ้าจีนในวันปีใหม่ไทยแวะไปกันได้นะคะ พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้ว

🪷 สร้อยอุบล 🪷

25,303 görüntüleme • 5 ay önce

กมธ.ติดตามงบฯ #Hackงบ70 พาทัวร์งบสมุทรปราการ วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 69 เวลา 08:30 - 17:00 ณ โรงแรม คูณ สุขุมวิท (แบริง34 สมุทรปราการ) ลงทะเบียน Hack งบสมุทรปราการ 👇🏻🧡 น้ำจิ้ม 1) คดีแพ่งยังไม่ถึงที่สุด ปัจจุบันมีประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลแพ่ง เกี่ยวกับการฟ้องคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง แต่กรมควบคุมมลพิษของบประมาณ 3,000 ล้าน เตรียมจ่ายค่าเสียหายคดีคลองด่าน งวดที่2 ให้บริษัทเอกชน 2) จังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่มาก มีภูเขาขยะขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีที่แพรกษาใหม่ แต่ปี 2570 อบจ. สมุทรปราการกลับไม่มีการตั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในภาพรวมอย่างจริงจัง มีเพียงการตั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะเพียง 1.2 ล้านบาท เป็นค่าจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกตามโครงการกำจัดขยะอันตรายชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ เท่านั้น 3) ในปีงบประมาณ 2570 งบประมาณที่เกี่ยวกับการอบรมและศึกษาดูงานของ อบจ.สมุทรปราการ สูงถึง 156 ล้านบาท แต่กลับมีปัญหาความโปร่งใสในการคัดบุคคลเพื่อเข้าร่วมโครงการ เพราะถึงแม้โครงการต่าง ๆ จะระบุว่าเปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไป แต่กลับไม่มีระบบการประชาสัมพันธ์โครงการ หรือระบบการลงทะเบียนที่เปิดกว้างโปร่งใส โครงการอบรมเหล่านี้จึงอาจกลายเป็นโครงการที่ในทางปฏิบัติ มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่รู้ข่าวและเข้าถึงได้ 4) ราชาเทวะ (อีกแล้ว) ถ้าทุกคนยังจำกันได้​ ตั้งแต่ปี​ 2563 อบต.ราชาเทวะ​ ทยอยจัดซื้อเสาไฟกินรี​ ต้นหนึ่งราว 1 แสนบาท​ รวม​ 6 พันกว่าต้นจุก ๆ​ (ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายก อบต.​ ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้) ล่าสุด​ อบต.ราชาเทวะ​ เจ้าเก่าเจ้าเดิม อนุมัติใช้เงินสร้างโป๊ะตลาดแพกลางน้ำย้อนยุค 2​ โครงการ​รวม​ 400 ล้านบาท​ โลเคชันไม่มีถนนใหญ่ตัดผ่าน สร้างให้ใครมาเดิน? ปัญหาใหญ่สุด คือ​ ไม่ได้ขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า​ สร้างขวางทางน้ำ เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม 5) ราชาเทวะ​ (อีกแล้ว) เสาไฟกินรีที่ว่าแพงเป็นแสน เจอโครงการกล้องวงจรปิดอันใหม่ไปมีจุก เปิด​ข้อมูล​ โครงการ​ CCTV ตำบล​ราชาเทวะ​ จัดซื้อ​พร้อม​ติดตั้ง​ CCTV​ จำนวน​ 750​ ชุด​ งบประมาณ​ 200 ล้านบาท​ หรือเฉลี่ยชุดละประมาณ 266,667 บาท ทีนี้ลองเปิดดูเกณฑ์ราคากลางกล้องวงจรปิด​ของ​กระทรวง​ดิจิทัล​ฯ​ ฉบับล่าสุด (มิ.ย.​ 2564) ดู​ สเปกตัวท็อปแพงสุดยังอยู่ที่ 61,000 บาท = อบต.ราชาเทวะ​ ใช้กล้องวงจรปิดแพงกว่ากล้องสเปกตัวท็อปตามเกณฑ์ราคากลาง 4 เท่า 6) ราชาเทวะ​ (อีกแล้ว)​ อบรมบังหน้า บุฟเฟต์​ ตั๋วฟรี กิจกรรม/โครงการที่​มี​คีย์เวิร์ด​ค่าที่​พัก​ + ค่ายานพาหนะ​ = ดูงาน​ (ทัวร์) นอกสถานที่ ปี​ 2570​ อบต.​ราชาเทวะ​ จัดไป 12 โครงการ​ รวม​มูลค่า​กว่า​ 17.78 ล้านบาท​ 7) ในปี 2568 จังหวัดสมุทรปราการมีคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดกว่า 6,000 คดี เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีประมาณ 3,700 คดี แต่การตอบสนองของ อบจ.สมุทรปราการ ในปีงบประมาณ 2570 คือการเพิ่มงบโครงการอบรมรณรงค์ต้านยาเสพติด เช่น โครงการประชาชนเข้มแข็งต้านภัยยาเสพติด เพิ่มจาก 10 ล้านเป็น 14 ล้านบาท และโครงการมัสยิดสานใจ ต้านภัยยาเสพติด เพิ่มจาก 5 ล้านเป็น 10 ล้านบาท โดยที่ทั้งคลัสเตอร์ยาเสพติด 10 โครงการ 67.68 ล้านบาท ยังไม่มีโครงการด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอยู่เลย 😎 เมื่อนำงบประมาณปี 2569 มาวางเทียบกับปี 2570 พบว่ามี 6 โครงการที่ตั้งงบไว้เท่ากันเป๊ะทุกบาท รวม 16,480,000 บาท ได้แก่ อุปกรณ์ตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ 4.98 ล้าน โครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม 3 ล้าน งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์และงานกาชาด 3 ล้าน อบรมการบริหารจัดการด้านสาธารณภัย 2.5 ล้าน อบรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ 2 ล้าน และอบรมส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 1 ล้าน การตั้งตัวเลขเท่าเดิมทุกบาททุกปีเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามว่ามีการทบทวนผลการดำเนินงานของปีก่อนหรือไม่ ก่อนตั้งงบปีถัดไป 9) ซ่อมเรือลำเดียว 326,464,400 บาท ซ่อมแซมเรือสำรวจประมงจุฬาภรณ์ ของกรมประมง เป็นรายการใหญ่อันดับ 3 ของทั้งจังหวัด คำถาม​ คือ​ ซ่อมราคานี้กับต่อลำใหม่ อันไหนคุ้มค่ากว่ากัน? 10) ตึกให้ข้าราชการ 369.59 ล้าน / อาคารเรียนให้เด็ก 3.98 ล้าน = 93 เท่า ศาลากลางใหม่ 218 / สำนักงาน ป.ป.ช. + อาคารชุดพัก 43.2 / อาคารพักเจ้าหน้าที่ 96 ห้อง 34.9 / สนง.เจ้าท่า + บ้านพัก 19 / แฟลตวิทยาลัยเทคนิค 18.6 / ศาลแรงงาน 13 / สนง.ขนส่ง 11.6 / อาคารพัก 64 ครอบครัว 10.6 ส่วน สพฐ. ได้ 2 หลัง — อนุบาลพระสมุทรเจดีย์ 2.98 ล้าน กับบางพลีราษฎร์บำรุง 1.0 ล้าน

Rukchanok Srinork

24,782 görüntüleme • 27 gün önce

“ผมต้องการเอา ภูเก็ตไข่มุกในใจผม และ ไข่มุกแห่งอันดามัน ให้เป็นไข่มุกของโลก ให้ได้เร็วที่สุด และวันที่ 21 มิ.ย. นี้ ที่ประเทศฝรั่งเศส กรุงปารีส เขาจะตัดสินใจ ว่าจะใช้เมืองไหน ในการ World expo ประเทศไทยเราส่งภูเก็ต ส่งเข้าประกวด อเมริกา ส่งมินนิโซตา สเปนก็จะส่งเมืองของเขา เซอร์เบียก็จะส่งเมืองของเขา เราลุงทุนประมาณ 5พันกว่า เศรษฐกิจหมุนขึ้น 10 กว่าเท่า ชาว ภูเก็ตจะได้รวย รวย รวย” 9 มิ.ย. 66 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยากย้ำว่า ทั้งนี้ในคลิป พิธา พูด 2 ครั้ง ว่างาน World Expo ตรวจสอบ 1. ที่ไทย เสนอ จัดคืองาน “ Specialised Expo ไม่ใช่ World Expo” 2. 16 พ.ย. 64 ครม.อนุมัติในหลักการให้ไทยเสนอตัว เป็นเจ้าภาพSpecialised Expo ณ จังหวัดภูเก็ต 3. 4 ม.ค.65 ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 4,180 ล้านบาท ให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ 4. 20 มิ.ย. 65 “อนุทิน” นำผู้แทนไทยไปปารีส เสนอภูเก็ต เป็นเจ้าภาพ 5. 19 มี.ค.66 นายกฯ ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน ขอบคุณคลิป #ซึ่งต้องพิสูจน์ #ผลงานลุงตู่ #หอมกลิ่นความจร

รวมมิตร

102,263 görüntüleme • 3 yıl önce

💛 10 พ.ค. 69…เรามีนัดกรี๊ดดดดดกันที่ 📍 centralwOrld ใช่ไหม? ชาว โอ๋โอ๋ & ชาว ติดฝน ☔ 👉 ใครมีแล้ว…เอาการ์ดมาอวดหน่อย! 😏✨ 👉 ใครยังไม่มี…รีบเลย 🔥 🎉 ลุ้นเป็น 1 ใน 500 ผู้โชคดี ร่วมงาน Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ 📍 SF World Cinema, centralwOrld 📅 วันที่ 10 พ.ค. 2569 🎁 เพียง กิน-ช้อป ครบตามกำหนดจากร้านค้าโซนพลาซาที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าเซ็นทรัล และเอสพละนาด รัชดา* 👉 กิน-ช้อปครบ 3,000.- ขึ้นไป รับฟรี! Premium Photocard สุ่ม 1 ใบ พร้อมรับ 1 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) 👉 กิน-ช้อปครบ 8,000.- ขึ้นไป รับฟรี! Limited Edition Keychain สุ่ม 1 ชิ้น, Premium Photocard สุ่ม 3 ใบ พร้อมรับ 3 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) *เฉพาะสาขา เซ็นทรัลเวลิด์, เซ็นทรัลพาร์ค, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล พระราม9, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล ราดพร้าว, เซ็นทรัล พระราม2, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล พระราม3, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล อุดร, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ภูเก็ต 👉 ช้อปแฟชันและไลฟ์สไตล์ครบ 12,000.- ขึ้นไป* รับฟรี! Limited Edition Keychain สุ่ม 2 ชิ้น, Premium Photocard สุ่ม 6 ใบ พร้อมรับ 6 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) *เฉพาะสาขา เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล ราดพร้าว, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล พระราม3, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ภูเก็ต *รับได้ 1 สิทธิ์/รายการโปรโมชัน เท่านั้น เช่น ยื่นใบเสร็จ 5 ใบ รวมมูลค่า 10,000.- รับของรางวัลโปรโมชั่น 8,000.- จำนวน 1 สิทธิ์ 🔎 ร้านค้าที่ร่วมรายการ 📌 ระยะเวลารับของรางวัล : 20 มี.ค. 2569 – 10 พ.ค. 2569 📌 ระยะเวลาร่วมลุ้นสิทธิ์ Summer Fest Meet & Greet 20 มี.ค. 2569 – 24 เม.ย. 2569 (ภายใน 23.59 น.) 📢 ประกาศผลวันที่ 28 เม.ย. 2569 ทาง Facebook Central Pattana ⚠️ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และร้านค้าที่ร่วมรายการกำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย / จุดแลกรับของสมนาคุณ 💛 Summer Fest ช้อป กิน เที่ยว สนุกให้ลั่น ที่เซ็นทรัลทั่วไทย 📅 13 มี.ค. – 10 พ.ค. 2569 #SummerFestAtCentral #CentralPattanaXKengNamping #CentralPattanaXTleFirstOne #CentralPattana #CentralPattanaXKengNampingTleFirstOne

Central Pattana

45,756 görüntüleme • 5 ay önce

💛 10 พ.ค. 69…เรามีนัดกรี๊ดดดดดกันที่ 📍 centralwOrld ใช่ไหม? ชาว โอ๋โอ๋ & ชาว ติดฝน ☔ 👉 ใครมีแล้ว…เอาการ์ดมาอวดหน่อย! 😏✨ 👉 ใครยังไม่มี…รีบเลย 🔥 🎉 ลุ้นเป็น 1 ใน 500 ผู้โชคดี ร่วมงาน Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ 📍 SF World Cinema, centralwOrld 📅 วันที่ 10 พ.ค. 2569 🎁 เพียง กิน-ช้อป ครบตามกำหนดจากร้านค้าโซนพลาซาที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าเซ็นทรัล และเอสพละนาด รัชดา* 👉 กิน-ช้อปครบ 3,000.- ขึ้นไป รับฟรี! Premium Photocard สุ่ม 1 ใบ พร้อมรับ 1 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) 👉 กิน-ช้อปครบ 8,000.- ขึ้นไป รับฟรี! Limited Edition Keychain สุ่ม 1 ชิ้น, Premium Photocard สุ่ม 3 ใบ พร้อมรับ 3 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) *เฉพาะสาขา เซ็นทรัลเวลิด์, เซ็นทรัลพาร์ค, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล พระราม9, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล ราดพร้าว, เซ็นทรัล พระราม2, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล พระราม3, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล อุดร, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ภูเก็ต 👉 ช้อปแฟชันและไลฟ์สไตล์ครบ 12,000.- ขึ้นไป* รับฟรี! Limited Edition Keychain สุ่ม 2 ชิ้น, Premium Photocard สุ่ม 6 ใบ พร้อมรับ 6 สิทธิ์ลุ้น (รวมใบเสร็จได้ได้สูงสุด 5 ใบเสร็จ/1สิทธิ์, จำกัด 3 สิทธิ์/ท่าน/วัน) *เฉพาะสาขา เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล ราดพร้าว, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล พระราม3, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ภูเก็ต *รับได้ 1 สิทธิ์/รายการโปรโมชัน เท่านั้น เช่น ยื่นใบเสร็จ 5 ใบ รวมมูลค่า 10,000.- รับของรางวัลโปรโมชั่น 8,000.- จำนวน 1 สิทธิ์ 🔎 ร้านค้าที่ร่วมรายการ 📌 ระยะเวลารับของรางวัล : 20 มี.ค. 2569 – 10 พ.ค. 2569 📌 ระยะเวลาร่วมลุ้นสิทธิ์ Summer Fest Meet & Greet 20 มี.ค. 2569 – 24 เม.ย. 2569 (ภายใน 23.59 น.) 📌 4 ขั้นตอนร่วมลุ้นสิทธิ์ 1️⃣ กิน–ช้อป ตามเงื่อนไข จากร้านค้าโซนพลาซาที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าเซ็นทรัล และเอสพละนาด รัชดา* แล้วนำใบเสร็จไปรับ Summer Fest Collection Photocard ที่จุด Redemption 2️⃣ เปิดแอป CENTRAL X สแกน QR Code หลัง Photocard เพื่อรับคูปองลุ้นสิทธิ์ (สแกนผ่านแอปเท่านั้นนะจ๊ะ) 3️⃣ สะสมสิทธิ์ร่วมลุ้น 1 คูปอง = 1 สิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดี 4️⃣ รอลุ้นผลผู้โชคดี 📢 ประกาศผลวันที่ 28 เม.ย. 2569 ทาง Facebook Central Pattana ⚠️ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และร้านค้าที่ร่วมรายการกำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย / จุดแลกรับของสมนาคุณ 💛 Summer Fest ช้อป กิน เที่ยว สนุกให้ลั่น ที่เซ็นทรัลทั่วไทย 📅 13 มี.ค. – 10 พ.ค. 2569 #SummerFestAtCentral #CentralPattanaXKengNamping #CentralPattanaXTleFirstOne #CentralPattana #CentralPattanaXKengNampingTleFirstOne

Central Rama 9

17,082 görüntüleme • 5 ay önce

[ งบ 69 (ป.ป.ช.): “เปิดเผยแต่ไม่เผยแพร่” - แนวทาง ป.ป.ช. ที่ยังไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้หน่วยงานอื่น ] . ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการจัดสรรทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม - คะแนนความโปร่งใสตามดัชนี CPI ตกลงมาต่ำสุดในรอบ 10+ ปี - การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ จิ้มไปตรงไหนก็เจอทั้งของแพงและของไม่จำเป็น - การจ่ายส่วยเพื่อแลกกับความสะดวก ได้กลายมาเป็นวิถีชีวิตคนในประเทศไทย . แน่นอนว่า ประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้งบประมาณ ป.ป.ช. เป็นปัจจัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แต่การดำเนินการที่ผ่านมาและการจัดงบ 69 ของ ป.ป.ช. ในปีนี้ กลับทำให้เราเห็นว่ายังมีหลายส่วน ที่ ป.ป.ช. ยังไม่ดำเนินการไม่ตรงจุดหรือไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่น . [ 1. การเปิดเผยข้อมูล ] . ป.ป.ช. มีการของบ 53 ล้านบาทในปีนี้เพื่อตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ ป.ป.ช. กลับไม่ทำเต็มที่ ในการเปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินเพื่อให้สังคมมาร่วมกันตรวจสอบได้ . ปัจจุบัน ป.ป.ช. มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแบบ “ปกปิด” - มีการแปะข้อมูลไว้บนเว็บไซต์แค่ 180 วัน (หากเลย 180 วัน ก็ต้องไปขอคัดเอกสารที่ ป.ป.ช.) - ข้อมูลบนเว็บไซต์ไม่เปิดเป็นไฟล์ให้ประชาชนดาวน์โหลดไปวิเคราะห์ต่อได้ . ป.ป.ช. เคยชี้แจงว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะกฎหมายกำหนดให้ ป.ป.ช. ต้อง “เปิดเผย” ข้อมูล แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้อง “เผยแพร่” ข้อมูล โดย ป.ป.ช. ยอมรับว่านิยาม “เปิดเผย แต่ไม่เผยแพร่” เป็นนิยามที่ ป.ป.ช. ตีความเอง . จึงเป็นเรื่องย้อนแย้ง ที่ ป.ป.ช. ของบหลายสิบล้านทุกปีในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน แต่กลับไม่เปิดเผยข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ในมือ ในรูปแบบที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปนำข้อมูลไปร่วมตรวจสอบได้ และที่จะทำให้ระบบเทคโนโลยี วิเคราะห์และแจ้งเตือน ป.ป.ช. ได้ทันที หากบัญชีทรัพย์สินใคร รวยขึ้นอย่างน่าพิรุธเมื่อเทียบกับเงินเดือน-ค่าตอบแทนของตำแหน่ง . [ 2. การส่งเสริมความโปร่งใส ] . การทำงานของหน่วยงานรัฐในลักษณะที่โปร่งใส-ตรวจสอบได้ มีส่วนสำคัญในการป้องกันการทุจริต . ที่ผ่านมา ทาง ผม และ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ เราได้พยายามเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของเรา ผ่านการถ่ายทอดสดการประชุมในแต่ละสัปดาห์ โดยยึดเกณฑ์ที่ว่า “ถ่ายทอดสดเป็นหลัก และไม่ถ่ายทอดสดเป็นข้อยกเว้น” (เช่น หากมีประเด็นไหนที่อาจมีข้อมูลที่อ่อนไหวหรือกระทบต่อความมั่นคง) . ในการประชุม 70+ ครั้งที่ผ่านมา เราแทบจะไม่เจอหน่วยงานไหนที่ร้องขอว่าไม่ให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายว่า พอ กมธ. นัด ป.ป.ช. และ หน่วยงานต่างๆมาประชุมเรื่อง “แนวทางในการเปิดเผยข้อมูลรัฐ” กลับเป็น ป.ป.ช. เองที่ขอไม่ให้ถ่ายทอดสด และแม้การประชุมดำเนินการไปจนจบ และ กมธ. สอบถามกลับไปอีกรอบว่ายินยอมให้เผยแพร่ย้อนหลังไหมเนื่องจากเนื้อหาการประชุม ไม่ได้มีอะไรที่เป็นข้อมูลละเอียดอ่อนหรือข้อมูลลับ ก็มีแต่ ป.ป.ช. ที่ยืนกรานกลับมาอีกรอบว่าไม่ให้เผยแพร่ ทั้งๆที่สโลแกนของ ป.ป.ช. เอง เขียนไว้ว่า “ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้” . [ 3. การพูดความจริง ] . ในแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริต ของ สำนักงาน ป.ป.ช. งบอบรม-สัมมนา ของ ป.ป.ช. มีอยู่ทั้งหมด 53 ล้านบาท แต่ 31 ล้านบาท หรือ 59% ถูกใช้ไปกับโครงการเดียว คือหลักสูตร “นยปส.” (ที่เป็นการนำเอาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 85 คน มาอบรมร่วมกันเป็นรุ่น) . ผมได้อภิปรายไปในมาตราก่อนหน้านี้แล้วว่า (ไม่ว่าจะจัดโดยหน่วยงาไหน) ผมไม่เห็นด้วยกับหลักสูตรลักษณะแบบนี้ ที่เพิ่มความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ประเด็นที่น่าผิดหวังเป็นพิเศษสำหรับ ป.ป.ช. ใน ปีนี้ คือการชี้แจงเรื่องงบดูงานต่างประเทศของหลักสูตร นยปส. ซึ่งถูกตั้งไว้ที่ 23 ล้านบาท หรือ 73% ของงบหลักสูตร . เพราะนอกจากการขนคนเกือบร้อยคนไปดูงานต่างประเทศ พร้อมกัน 6 วัน เป็นอะไรที่สากลเขามักไม่ทำกันอยู่แล้ว (โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องธรรมาภิบาล อย่าง ป.ป.ช.) แต่ ป.ป.ช. ไม่สามารถให้คำตอบอย่างชัดเจนได้ว่าทำไมกำหนดการดูงานทางการของ ป.ป.ช. ที่ส่งมาให้ กมธ. กับ กำหนดการดูงานจริงที่ผมได้รับมาจากผู้เข้าเรียนท่านหนึ่ง กลับมีหลายส่วนมากที่ไม่ตรงกัน . . แม้ว่าการแก้ปัญหาการทุจริต เป็นภารกิจที่เราทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันทำ แต่หากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องการต่อการต่อต้านการทุจริตไม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้เองในการเปิดเผยข้อมูล ในการทำงานด้วยความโปร่งใส และในการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สัญญาณที่ ป.ป.ช. กำลังส่งให้กับสังคมจะไม่ส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาทุจริตในบ้านเราอย่างแน่นอน . #งบ69

Parit Wacharasindhu (Itim)

11,474 görüntüleme • 1 yıl önce

[ 4 โจทย์สำคัญของ กยศ. ในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับผู้เรียน ] . 71% vs. 6% . 2 ตัวเลขนี้ คือสัดส่วนของนักเรียนที่ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี และ ปวส. เมื่อเทียบกันระหว่างเด็กจากครอบครัวที่มีกำลังจ่ายสูงสุด 10% vs. ครอบครัวที่มีกำลังจ่ายน้อยสุด 10% . ในวันที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่ได้เป็นสวัสดิการที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างถ้วนหน้า การมีอยู่ของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จึงมีความสำคัญอย่างยิงต่อการเปิดโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา . แน่นอนว่า กยศ. กำลังเผชิญกับหลายปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการที่เกิดขึ้น (เช่น การหักเงินผู้กู้ซ้ำซ้อน) หรือความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง (ปัจจุบัน กยศ. ปล่อยกู้ปีละประมาณ 40,000+ ล้านบาท แต่มีเงินรับจากการชำระหนี้ 25,000+ ล้านบาท จึงต้องพึ่งการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลมากขึ้น) . แต่ในงานที่จัดขึ้นเมื่อวานของ กมธ. ติดตามงบประมาณฯ ผมได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงการออกแบบและยกระดับบทบาทของ กยศ. เพื่อช่วยสนับสนุนอนาคตของผู้คนในประเทศตั้งแต่วัยเรียนถึงวัยทำงาน ภายใต้ข้อจำกัดที่อุดมศึกษายังไม่ได้เป็นสวัสดิการ . ปัจจุบัน หลายคนอาจมองว่าบทบาทหลักของ กยศ. คือการช่วยให้ผู้คน “เข้าถึง” การศึกษาในระดับอุดมศึกษา แต่ผมเห็นว่า กยศ. ควรมองโจทย์เรื่อง “อนาคต” ของคนให้กว้างกว่าแค่การได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ครอบคลุมไปถึงอีก 4 โจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ “อนาคต” ของผู้เรียน . 1. คุณภาพการศึกษา . - เป้าหมายที่เราอยากเห็นไม่ใช่แค่การเข้าถึงอุดมศึกษา แต่รวมถึงการเข้าถึงอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ - ทางตัวแทนกระทรวง อว. เคยให้ข้อมูลว่าจาก 9,000+ หลักสูตรที่มีอยู่ มีเพียงประมาณ 4,000-5,000+ ที่ตอบโจทย์เรื่องทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต - แน่นอนว่า การให้ กยศ. มาคัดกรองอย่างเข้มข้น ว่าผู้กู้สามารถกู้ไปเรียนที่หลักสูตรไหนได้บ้าง อาจเป็นการจำกัดเสรีภาพในการเลือกของผู้เรียนมากเกินควร รวมถึงผูกขาดการคาดการณ์อนาคตไว้ที่ กยศ. - แต่ผมเห็นว่าสิ่งที่ กยศ. ทำได้เลยคือการเปิดเผยข้อมูล (ทั้งที่ กยศ. มี และที่ กยศ. ต้องเชื่อมกับหน่วยงานอื่น) ว่าผลลัพธ์ของผู้กู้ที่ผ่านมาในแต่ละหลักสูตรเป็นอย่างไร (เช่น อัตราการจ้างงาน รายได้เฉลี่ยหลังเรียนจบ) เพื่อให้ผู้กู้รายใหม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้าน . 2. ประสบการณ์ในวัยเรียน . - นอกจากการเรียนการสอนที่มีคุณภาพแล้ว อีกเป้าหมายที่สำคัญคือการทำให้นักศึกษามีประสบการณ์ในวัยเรียนที่ดี ที่ไม่จำกัดอยู่แค่กิจกรรมในห้องเรียน - ปัจจุบัน กยศ. มีการกำหนดให้ผู้กู้ กยศ. ต้องทำกิจกรรมจิตสาธารณะซึ่งถูกออกแบบโดยสถาบันอุดมศึกษา (เช่น ปลูกต้นไม้ บริจาคเลือด) - แม้กิจกรรมดังกล่าว อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่การบังคับนักศึกษาที่กู้ กยศ. เป็นการเฉพาะ ไม่เพียงแต่ทำให้นักศึกษาที่กู้ กยศ. มีเวลาและความยืดหยุ่นน้อยกว่านักศึกษากลุ่มอื่นๆในการเลือกทำกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ตนสนใจหรือที่ตนต้องการใช้ในการค้นพบตนเอง แต่ยังเสี่ยงจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยไม่จำเป็น ระหว่างนักศึกษาที่ต้องกู้เรียนกับนักศึกษาที่จ่ายค่าเรียนเองได้ . 3. การตั้งตัวหลังเรียนจบ . - ช่วงเวลาไม่กี่ปีหลังเรียนจบ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนต้องเผชิญความท้าทาย ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่เด็กจบใหม่หลายคน หางานที่รายได้ดีได้ยากขึ้น - ปัจจุบัน แม้ กยศ. กำหนดระยะเวลาปลอดหนี้ให้กับผู้กู้ไว้ 2 ปี แต่ยอดที่แต่ละคนต้องชำระหนี้หลังจากนั้น (ไม่ว่าจะเป็นการหักเงินเดือน หรือการจ่ายรายปีในแผน step up) เป็นยอดที่ไม่ได้แปรผันตามรายได้ที่แต่ละคนได้รับมากนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้กู้ที่ยังตั้งตัวหรือยังหางานที่มั่นคงไม่ได้ในช่วง 2 ปีแรก - โมเดลการชำระหนี้ที่แก้ปัญหาดังกล่าวได้และมีการใช้ในหลายประเทศ (เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร) คือการคำนวณยอดชำระหนี้ โดยคิดเป็น % ของรายได้ที่เกินเกณฑ์ (เช่น ยังไม่ต้องชำระหนี้หากรายได้ต่ำกว่า A บาท / แต่หากรายได้เกิน A บาท ให้จ่ายคืน x% ของรายได้ในส่วนที่เกิน A บาท) . 4. การหางาน พัฒนาทักษะ . - การช่วยให้กู้ยู้มีงานทำ ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้กู้เอง แต่ยังจะเป็นประโยชน์ต่อ กยศ. เพราะจะทำให้ผู้กู้มีรายได้ในระดับที่สามารถชำระยอดหนี้คืนได้มากขึ้น - แม้ กยศ. ไม่ได้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหางาน แต่ พ.ร.บ. กยศ. เองก็กำหนดให้ กยศ. มีหน้าที่ “ช่วยเหลือให้ผู้กู้มีงานทำ” ในขณะที่ความร่วมมือระหว่าง กยศ. กับ กรมการจัดหางาน ยังมีอย่างจำกัด - แม้มาตรการต่างๆมีข้อดี-ข้อเสียที่ต้องลงรายละเอียด แต่หากเราต้องการให้ กยศ. มีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการช่วยผู้กู้หางาน มีหลายมาตรการที่ กยศ. สามารถพิจารณาได้ (เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ที่กำลังจะเรียนจบให้กับผู้จ้างเพื่อจับคู่หางาน / กามีเงินกู้ประเภทพิเศษเพื่อนำผู้กู้ที่ยังว่างงานไปยกระดับทักษะในด้านที่มีผู้ประกอบการพร้อมจ้างงานเมื่ออบรมจบ) . . 4 โจทย์ดังกล่าว เป็นโจทย์เกี่ยวกับอนาคตผู้เรียน ที่ กยศ. ควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุน . อย่างไรก็ตาม คำตอบต่อคำถามที่ว่าอนาคต กยศ. ควรจะไปในทิศทางไหน คงขึ้นอยู่กับคำตอบต่อคำถามที่ใหญ่กว่า ว่า เราควรกำหนดบทบาทรัฐต่อการเรียนในระดับอุดมศึกษาอย่างไร - หากเราเห็นว่าอุดมศึกษาควรเป็นสวัสดิการ 100% บทบาทและความจำเป็นในการมีอยู่ของ กยศ. ก็จะเปลี่ยนไป - หากเราเห็นว่าอุดมศึกษายังไม่ควรเป็นสวัสดิการที่รัฐอุดหนุน กยศ. ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ “กองทุน” ที่บริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายให้มีเพียงพอสำหรับการปล่อยกู้ให้นักศึกษาทุกๆรุ่น - หากเราเห็นว่าทางออกเรื่องอุดมศึกษาอาจอยู่ระหว่างสองขั้วดังกล่าว เราก็ต้องมาออกแบบร่วมกัน ว่าจะกำหนดสัดส่วนอย่างไร ระหว่างการอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินและการบริหารกองทุนโดย กยศ.

Parit Wacharasindhu (Itim)

13,414 görüntüleme • 1 yıl önce

Pannika Wanich #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ถึงคุณพรรณิการ์ วานิช ขออนุญาตที่ต้องนำคลิปมาลงครับ เพื่อความเข้าใจของประชาชนถูกต้องตรงกัน ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ใช้สิทธิประกันสังคมรักษา “มะเร็ง” ฟรีได้ รายละเอียดอยู่ด้านล่าง มีพนักงานจำนวนมากที่ไม่ทราบ และเมื่อได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนไม่มีความเข้าใจและส่งต่อข้อมูล คนทำงานก็ต้องมาแก้ไข สื่อสารข้อมูล ประสานกับประกันสังคมว่ามีข้อมูลเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สรุปนะครับไม่ใช่แค่ 50,000 บาทต่อปี ตามที่คุณช่อทำคลิป นั่นแค่ส่วนนึง คุณช่อทำคลิปใน Tik Tok หาเสียงเลือกตั้งให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คุณช่อพูดถึงสิทธิ์รักษามะเร็งของผู้ประกันตน ว่า ได้รับสิทธิรักษาเบิกได้เพียง 50,000 บาทต่อปี คุณช่อพูดไม่ครบครับ ลองทบทวนข้อมูลอีกครั้ง ประชาชนจะเข้าใจผิดได้ว่าที่ถูกหักประกันสังคมไป เบิกได้แค่ 50,000 บาทต่อปี สำหรับการรักษามะเร็ง เบิกได้ 50,00 ข้อนี้ที่คุณช่อพูดถึงคือ 📌การรักษาโรคมะเร็ง 20 ชนิดที่ไม่สามารถรักษาตามแนวทางที่กำหนด (Protocol) และมีความจำเป็นที่ต้องให้การรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็ง เคมีบำบัด และรังสีรักษา ให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายต่อปี 📌การรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นนอกเหนือจาก โรคมะเร็ง 20 ชนิดนี้ ที่มีความจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็ง เคมีบำบัด และรังสีรักษา ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายต่อปี ตามโปรโตคอลคือเงื่อนไขอะไรบ้าง นั่นคือสิ่งที่ทีมผู้สมัครต้องไปศึกษาและบอกแนวทางและหาช่องทางทำงานเพื่อพัฒนาหากต้องการเทียบเท่า cancer anywhere ของบัตรทอง 📌📌📌 และนี่คือข้อมูลที่คุณไม่ได้เลือกจะพูด สำคัญ โปรดอ่าน 📌 ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ใช้สิทธิประกันสังคมรักษา “มะเร็ง” ฟรี 📌สำหรับผู้ประกันตนที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง สามารถเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งได้ 20 ชนิด จ่ายจริง ฟรี จนสิ้นสุดการรักษาตามโปรโตคอล 📌โดยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น โดยสถานพยาบาลที่เลือกไว้จะให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดการรักษา โดยไม่จำกัดวงเงินค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งในการรักษา และจะไม่เรียกเก็บเงินจากผู้ประกันตน 📌ยกเว้นมีค่าใช้จ่ายในการบริการด้านอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือสิทธิประกันสังคม เช่น การใช้ยาที่อยู่นอกบัญชียาหลัก ที่จะทำให้สิทธิการรักษามะเร็งขั้นพื้นฐานไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายยาในส่วนนี้ มาดูกันครับว่าสิทธิประกันสังคม” จ่ายค่ารักษาโรคมะเร็งอะไรได้บ้าง 📌การรักษาโรคมะเร็ง 20 ชนิด จะต้องให้การรักษาตามแนวทางที่กำหนด (Protocol) และให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามอัตราที่กำหนดไว้ในแนวทางการรักษาโรคมะเร็ง ประกอบด้วย •โรคมะเร็งเต้านม •โรคมะเร็งปากมดลูก •โรคมะเร็งรังไข่ •โรคมะเร็งมดลูก •โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก •โรคมะเร็งปอด •โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ใหญ่ตรง •โรคมะเร็งหลอดอาหาร •โรคมะเร็งตับ และท่อน้ำดี •โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ •โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก •โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร •โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมฟอยด์ในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดมัยอีลอยด์ในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันในผู้ใหญ่แบบ Acute Promyelocytic leukemia (APL) •โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดมัยอีลอยด์ในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีโลมาในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma ในผู้ใหญ่ •โรคมะเร็งเด็ก 📌 สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ในปี 2564 มีการจ่ายค่ารักษาโรคมะเร็งกว่า 154 ล้านบาท เพื่อรักษาโรคมะเร็งให้ผู้ประกันตน โดย 10 อันดับโรคมะเร็งพบบ่อย และประกันสังคมจ่ายค่ารักษาสูงสุดในปี 2564 ได้แก่ 1. มะเร็งเต้านม 68,411,005 บาท 2. มะเร็งลำไส้ใหญ่ 36,094,747 บาท 3. มะเร็งปอด 13,419,252 บาท 4. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง12,385,878 บาท 5. มะเร็งรังไข่ 10,176,427 บาท 6. มะเร็งปากมดลูก 3,474,696 บาท 7. มะเร็งมดลูก 1,862,323 บาท 8. มะเร็งท่อน้ำดีและถุงน้ำดี 1,742,681 บาท 9. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 1,439,438 บาท 10. มะเร็งต่อมลูกหมาก 1,322,722 บาท นอกจากนี้ ยังคุ้มครองค่ารักษานอกโปรโตคอล อีกกว่า 200 ล้านบาท จะสื่อสารให้ข้อมูลกับประชาชน ต้องบอกให้ครบถ้วนครับ ผมฟังคลิปแล้วเข้าใจว่าประกันสังคมจ่ายค่ารักษาผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นมะเร็งได้เพียง 50,000 ต่อปี ซึ่งไม่ครบถ้วน ช่วยบอกด้วยครับ ว่ารักษามะเร็งฟรี 20 ชนิด ตามเงื่อนไข Cancer Anywhere ของบัตรทอง ถูกต้อง สิทธิประโยชน์ขององผู้ประกันตนไม่ได้มีแค่รักษาพยาบาลนะครับ มีถึง 7 กรณี

Tomakung ✨

220,984 görüntüleme • 2 yıl önce

รับเงิน คืนยอดเสีย 100% รับได้ตลอด 7 วัน รับเงินคืน 100% ได้ทุกวัน ตั้งแต่ จันทร์ - อาทิตย์ ฝากเล่นแล้วไม่แตก เล่นแล้วเสีย รับเงินคืน 100% ฝากทั้งหมดกี่บาท รับคืนเท่ายอดที่ฝากทั้งหมด 1️⃣ 📌 --- [ 6 เว็บในคลิป ] --- ⬇️ แจกเครดิตฟรี ต้อนรับสมาชิกใหม่ ไมต้องฝาก คืนยอดเสีย 100% ทำยอด 3 เท่า ถอนได้ 1 เท่า 1️⃣ วันจันทร์ ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% เฮงๆ🔥 50 ไม่ต้องฝาก💸 NPDX-PRNC-DQTN 2️⃣ วันอังคาร ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% อเวจี🔥 100ส.ใหม่💸 T28LZSYCNLJ7CZF5 100ส.เก่า💸 VIVH7PWOOYDQTMTQ ไม่ต้องฝากก่อน ทั้งสมาชิกใหม่ และเก่า 3️⃣ วันพุธ ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% เฮงๆ🔥 50 ไม่ต้องฝาก💸 NPDX-PRNC-DQTN 4️⃣ วันพฤหัสบดี ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% รวยจัง🔥 100ส.ใหม่💸 I51EPPLK0J930WEC 100ส.เก่า💸 WCTZGHVENZGXVCIN ไม่ต้องฝากก่อน ทั้งสมาชิกใหม่ และเก่า 5️⃣ วันศุกร์ ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% เฮงๆ🔥 50 ไม่ต้องฝาก💸 NPDX-PRNC-DQTN 6️⃣ วันเสาร์ ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% ดรีมเวิลด์🔥 100ส.ใหม่💸 7L89HZTWVP4570UJ 100ส.เก่า💸 0J7U81JRCFRPLDLT ไม่ต้องฝากก่อน ทั้งสมาชิกใหม่ และเก่า 7️⃣ วันอาทิตย์ ⭐ ฝากเว็บนี้ แล้วเสีย รับเงินคืน100% ปังๆ🔥 30 ไม่ต้องฝาก💸 U4HM-7HN5-E16K ------------- แถม 📌 เว็บ คืนยอดเสีย 100% ทุกๆ วันเทศกาล ยักษ์🔥 30 ไม่ต้องฝาก💸 XX88-ERJE-2M97 ------------- แถม 📌 เว็บ คืนยอดเสีย 40% ทำเทิร์นน้อย ปั่นแตก🔥 ฝาก50 รับ50💸 EN70-XJFC-V99L คืนยอดเสีย 40% ทำยอด 2 เท่า ถอนได้ 1 เท่า รับยอดเสียได้หลังเวลา 05.00 น. ในวันถัดไป ------------- แถม 📌 เว็บที่มี คอมมิชชั่นสล็อต ฝากแล้วเล่นเสีย ก็รับเงินคืนได้ เท่ายอดที่ฝาก ยอดเล่นเยอะ ยิ่งได้รับเงินคืน คอมมิชชั่นเยอะ Jin88🔥 ฝาก100 รับ100💸 28CT-L7D4-VFPQ ✅ สามารถเลือกรับเงินคืนได้หลังเล่น ❌ ยอดเสีย 10% กดรับขั้นต่ำ 1 บาท ถอนได้สูงสุด 100 เท่า รับเงินคืน 10% ของยอดฝาก ( ตัวเลือกสำหรับคนเล่นเสีย ) ✔️ คอมมิชชั่นสล็อต 1% กดรับขั้นต่ำ 1 บาท ถอนได้สูงสุด 100 เท่า เล่นแตก และได้ถอนเงิน ก็ยังได้รับเงินคืน คำนวนจากยอดเล่นทั้งหมด ยอดได้ - ยอดเสีย ( ตัวเลือกสำหรับคนที่ได้ถอนเงิน ) ----------- แถม 📌 แจกโค้ดเครดิตฟรีทุกวัน สมาชิกใหม่ไม่ต้องฝาก สล็อตเว็บตรงอย่างเป็นทางการ จากบริษัท --- [ PGslots Official ] ---- PGsoft🔥 50💸 INOVV-9P2S-WWIM แจกโค้ดทุกวัน ( ฝากตามเงื่อนไข ) รับโค้ดได้ที่ > PGsh🔥 50💸 X5M16IWAX25VONEW แจกโค้ดทุกวัน ( ฝากตามเงื่อนไข ) รับโค้ดได้ที่ > ------------- แถม 📌 10 เว็บ แจกเครดิตฟรีสมาชิกใหม่ Mala🔥 200💸 MLF200 PG99🔥 50💸 LNMA-7XDT-UNWK Money+🔥 50💸 กดรับเอง PG42🔥 50💸 กดรับเอง Nexbet🔥 10💸 กดรับเอง PGwallet🔥 50💸 กดรับเอง Hubbet🔥 50💸 HUB50YGR Jin55🔥 100💸 NEWUSERFREE100 MST🔥 50💸 MST88DFHHG เศรษฐี🔥 ฝาก100รับ100💸 1T72-LEUU-5ECX ฝาก1,000 รับเครดิตฟรี 1,000 ทันที ไม่ต้องลุ้น K11🔥 ฝาก100รับ100💸 bonus100 ✓คอมมิชชั่นสล็อต 1 % 1XBET🔥 ฝาก100รับ100💸 DFDF-YL1R-T35H ✓คอมมิชชั่นสล็อต 0.7 % #เครดิตฟรี #สล็อต #เว็บสล็อต #แจกเครดิตฟรี #แจกโค้ดเครดิตฟรี #เครดิตฟรีล่าสุด #เครดิตฟรี2025 #สล็อตเว็บตรงแตกง่าย #สล็อตแตกง่าย #สล็อตเว็บตรงแตกหนัก #สล็อตเครดิตฟรี #เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์

แจกเครดิตฟรี

30,896 görüntüleme • 6 ay önce

[ กระทู้สด : 16 ข้อเสนอ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ] . วันนี้ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา . แม้เมื่อต้นสัปดาห์ เป็นเรื่องดีที่ทาง ครม. ได้มีมติออกมาชัดเจนในการอนุมัติกรอบเงินเยียวยาเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรายละ 400,000 ถึง 10 ล้านบาท แต่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้ถูกผลกระทบรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่ได้รับผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเช่นกันจากสถานการณ์สงคราม นั่นคือ “ประชาชนในศูนย์อพยพ หรือ ในพื้นที่อพยพ” . วันนี้ ผมจึงรวบรวมข้อเสนอจากเพื่อน สส. และทีมงานในพื้นที่เพื่อมาสะท้อนปัญหา เสนอแนะทางออกและสอบถามแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้ โดยแบ่งคำถามเป็น 3 รอบตาม 3 เป้าหมาย . [ เป้าหมาย 1 = คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในช่วงที่ต้องอพยพ ] . 1. การแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพ . สิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนคือการเข้าถึงข้อมูลสำคัญเรื่องความปลอดภัย ที่แม่นยำและรวดเร็ว . ปัจจุบันประชาชนมักติดตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือเพจทางการของจังหวัดที่อาจยังมีความกระจัดกระจาย หรือตามไม่ทันข่าวปลอมอยู่บ้างในบางกรณี . แต่ในทางกลับกัน เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่การแจ้งประชาชนไปที่มือถือผ่านระบบ Cell Broadcast เพิ่งถูกใช้ไปแค่ 1 วันคือวันที่ 24 กรกฎาคม โดยใช้ใน 3 จังหวัด จังหวัดละ 1 ครั้งเท่านั้น . จากคำชี้แจงของหน่วยงานในการประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อเช้านี้ ผมเข้าใจว่าปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ว่าระบบไม่พร้อม แต่สิ่งที่ไม่พร้อมคือการดึงข้อมูลจากหน่วยงานต้นทาง ไม่ว่ากองทัพหรือหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเอามากลั่นกรองและสื่อสารกับประชาชนผ่านระบบ Cell broadcast . ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าหากเราต้องการจะใช้ประโยชน์จากระบบ Cell Broadcast มากกว่านี้ รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOP ของระบบ Cell Broadcast เพื่อเติมขั้นตอนในการประสานข้อมูลกับกองทัพเพื่อแจ้งเตือนภัยสงครามโดยเร็ว และในช่วงระหว่างที่ยังปรับปรุง SOP ดังกล่าวไม่เสร็จ รัฐบาลควรต้องหารือกับหน่วยงานเพื่อวางระบบชั่วคราวในการใช้ประโยชน์จากระบบ Cell Broadcast มากกว่าที่ผ่านมา ในการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ . 2. การทำให้ประชาชนตัดสินใจอพยพ . ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าประชาชนจำนวนหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยตัดสินใจไม่ย้ายออกจากบ้านเพราะเป็นห่วงวัว-ควายที่เลี้ยงไว้ซึ่งมีมูลค่าเป็นหลักหมื่นหลักแสน โดยมาตรการปัจจุบันในการเยียวยาวัว-ควายที่สูญหายยังจำกัดอยู่ที่ 5 ตัว/คน ซึ่งต่ำกว่าจำนวนที่หลายคนเลี้ยงจริง โดยเฉพาะในพื้นที่สุรินทร์ . เรื่องนี้ ผมได้หารือในสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอยากให้รัฐบาลพิจารณาขยายกรอบดังกล่าวหรือใช้วิธีจ่าย “ค่าเบี้ยประกันภัยวัว-ควาย” ให้กับวัว-ควาย “ทุกตัว” ของเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจอพยพได้อย่างสะดวกใจมากขึ้นในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน . 3. การดูแลประชาชนที่ศูนย์อพยพ . น้ำใจของคนไทยที่หลั่งไหลเข้ามาในรูปแบบของเงินและสิ่งของบริจาคมีส่วนสำคัญมากในการบรรเทาวิกฤตนี้ แต่ในฐานะผู้แทนราษฎร เราต้องไม่ปล่อยปละละเลยความจริงที่น่ากลัวของระบบราชการไทย นั่นก็คือแม้ประเทศเผชิญกับวิกฤตขนาดนี้ แต่งบประมาณทั้งหมดในการจัดตั้งและดำเนินการศูนย์พักพิงต่างๆ ในช่วง 3-5 วันแรกหลังคำสั่งอพยพ กลับมาจากเงินบริจาคหรืองบของท้องถิ่นเองทั้งหมด . ข้อมูลจาก กมธ.การปกครอง เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) ก็ทำให้เราก็เห็นชัดว่าแม้วันนี้ส่วนกลางจะได้อนุมัติเงินทดรองราชการไปให้หลายจังหวัดเท่ากันที่จังหวัดละ 100 ล้านบาท แต่งบประมาณกลับตกถึงแต่ละพื้นที่ มาก-น้อย เร็ว-ช้าไม่เท่ากัน บางจังหวัดอย่างสุรินทร์และศรีสะเกษ เบิกจ่ายไปแล้วถึง 47 และ 55 ล้านบาทตามลำดับ แต่บางจังหวัดอย่างอุบลราชธานีกลับเบิกจ่ายไปเพียง 55,600 บาท ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่อความน่าเชื่อถือของคำพูดที่ทางผู้ว่าฯ อุบล โฟนอินเข้ามาว่าไม่มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย และที่ รมช.มหาดไทย อ้างถึงในสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว . ในประเด็นนี้ผมได้ตั้งคำถามไปใน 2 ข้อหลัก . - 1. ในกรณีจังหวัดอุบลราชธานี (ซึ่งเมื่อเช้าได้ทราบข่าวว่าอาจมีการย้ายผู้ว่าฯไปที่ส่วนอื่น) ผมได้สอบถามว่าสาเหตุที่ทำให้การเบิกจ่ายน้อยขนาดนี้เกิดจากอะไร ความไม่มีประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายได้สร้างความเสียหายและความลำบากแก่ประชาชนในอุบลราชธานีมากแค่ไหน และแม้จะย้ายผู้ว่าฯ ไปแล้ว แต่ในฐานะส่วนกลางที่ต้องกำกับดูแลการทำงานของผู้ว่าฯ รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไรต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมาจากการฟังเสียงของข้าราชการมากกว่าการฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ที่สะท้อนผ่านสภาผู้แทนราษฎร จนทำให้ไม่มีการนำเอาข้อทักท้วงในสภาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เร็วกว่านี้ . - 2. ในภาพใหญ่ เกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณในพื้นที่ที่มี 3 แหล่ง (เงินทดรองราชการที่ส่วนกลางอนุมัติ / เงินของท้องถิ่น / เงินบริจาค) ผมได้สอบถามว่านโยบายของรัฐบาลจัดเรียงลำดับในการใช้จ่ายงบประมาณทั้ง 3 ก้อนนี้อย่างไร มีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่ให้พึ่งเงินบริจาคของประชาชนและเงินสะสมของท้องถิ่นก่อน ทั้งที่มีการอนุมัติงบประมาณจากส่วนกลางมาแล้ว รวมถึงรัฐบาลจะทำอย่างไรให้การกำกับให้เงินบริจาคที่เข้ามา ถูกใช้อย่างโปร่งใสและถูกจัดสรรตามลำดับความสำคัญและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง . [ เป้าหมาย 2 = เยียวยา-ชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ] . 1. ประชาชนทั่วไปที่ต้องอพยพ . ต้องยอมรับว่าแม้รัฐบาลจะดูแลประชาชนได้ดีแค่ไหนที่ศูนย์อพยพ แต่รายจ่ายหลายอย่างของประชาชน (เช่น หนี้สิน) ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ในขณะที่รายได้หลายคนหายไปทันที ในทุกๆวันที่ต้องย้ายมาใช้ชีวิตที่ศูนย์อพยพ สิ่งที่ผมเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งทำคือการ “ลดรายจ่าย ชดเชยรายได้” . - 1. ในส่วนของการ “ลดรายจ่าย” ผมเห็นว่าแม้กระทรวงการคลังมีการประกาศบางมาตรการช่วยเหลือจาก 3 ธนาคารรัฐ แต่มาตรการของ 3 ธนาคารยังมีความแตกต่างกัน ในขณะที่มาตรการกับธนาคารเอกชนยังไม่ชัดเจน จึงได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะพิจารณาออกมาตรการและอุดหนุนให้เกิดการ “พักหนี้” ประชาชนในพื้นที่สำหรับทั้งธนาคารภาครัฐและภาคเอกชน . - 2. ในส่วนของการ “ชดเชยรายได้” ผมเห็นว่าหากเราจะเยียวยาประชาชนโดยยึด “หลักเกณฑ์เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ” เพียงอย่างเดียว คำตอบที่ได้มาจะยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน เพราะหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ถูกคิดเพื่อรองรับการปะทะและการอพยพลักษณะนี้ (เช่นหลักเกณฑ์ดังกล่าวอนุญาตให้ผู้ว่าฯ อนุมัติ “เงินดำรงชีพ” ได้ ครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท แต่มีข้อแม้ว่าจะได้ “เฉพาะ” ต่อเมื่อที่อยู่อาศัยของครอบครัวนั้นเสียหายทั้งหลัง ซึ่งคงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องอพยพ) ดังนั้น ผมจึงได้สอบถามถึงแผนของรัฐบาลในการออกแบบมาตรการเยียวยาชดเชยรายได้ประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ต้องติดกรอบ “หลักเกณฑ์เงินทดรองราชการ” ที่ว่านี้ ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติได้โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 27 หรือข้อ 7 ของระเบียบว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2562 . 2. ผู้ประกอบการในพื้นที่ . - 1. ผมเห็นว่ารัฐบาลควรเร่ง “ลดรายจ่าย” ผ่านกลไกของประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็น การอุดหนุนให้มีการชะลอการส่งเงินสมทบประกันสังคม ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นภาระธุรการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องปรับเอกสารและคำนวณเงินสมทบตามแรงงานที่ย้ายออกจากพื้นที่ รวมถึงนำกลไกและฐานข้อมูลประกันสังคมมาใช้เพื่อชดเชยผู้ประกอบการที่จ่ายค่าจ้างให้พนักงาน แต่พนักงานไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติงานได้ . - 2. ผมเห็นว่ารัฐบาลควรเร่ง “ชดเชยรายได้” ที่สูญหายไป โดยเร่งหาเจ้าภาพในการหารือรายละเอียดกับผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อเร่งกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เพียงพอและเป็นธรรมโดยเร็ว . - 3. ผมเห็นว่ารัฐบาลต้องเตรียม “ชดเชยแรงงาน” ที่ย้ายออกจากพื้นที่ ด้วยการช่วยจับคู่ผู้ประกอบการกับแรงงาน รวมถึงเพิ่มแรงจูงใจให้กับแรงงานในประเทศที่ตัดสินใจย้ายมาทำงานในพื้นที่ หลังสถานการณ์ปลอดภัย . - 4. ผมเห็นว่ารัฐบาลต้อง “กระตุ้นการใช้จ่าย” ในพื้นที่หลังเหตุการณ์สงบแล้ว (เช่น โครงการเที่ยวคนละครึ่งใน 7 จังหวัดชายแดน ที่รัฐออกค่าโรงแรม ค่าร้านอาหาร ให้ประชาชนครึ่งหนึ่ง หรือโครงการลดหย่อนภาษีให้กับคนที่จัดประชุม-การท่องเที่ยวแบบกลุ่มใน 7 จังหวัดชายแดน) . [ เป้าหมาย 3 = ดูแลสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ ] . ทางกรมสุขภาพจิตได้นำเสนอข้อมูลคัดกรองมาให้เราเห็นแล้วว่าในบรรดา 79,326 คนของประชาชนในศูนย์อพยพที่ได้รับการคัดกรองด้านสุขภาพจิต มี 5% หรือ 4,452 คน ที่มีสภาวะเครียดสะสม มี 0.6% หรือ 492 คน ที่เสี่ยงฆ่าตัวตาย โดยการแก้ปัญหานี้มีอยู่ 3 ส่วน คือการป้องกัน คัดกรอง และรักษา . - เรื่องการป้องกันและคัดกรอง ผมเข้าใจดีว่ากรมสุขภาพจิตได้พยายามดำเนินการเรื่องนี้แล้วในศูนย์อพยพต่างๆ (เช่น การเผยแพร่คู่มือเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆในค่ายเพื่อป้องกันความเครียด การเผยแพร่แบบสอบถามให้เจ้าหน้าที่หรืออาสาตามค่ายดำเนินการคัดกรองและเก็บข้อมูล) . - แต่เรื่องการรักษา เป็นส่วนที่ผมกังวลที่สุด เพราะในขณะที่คนที่ทำการรักษาตรงนี้ได้ต้องเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญที่มีจำนวนจำกัดอยู่แล้วในประเทศ แต่การรักษาผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในศูนย์อพยพ จะต้องมีการเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่องแม้ในอนาคตเขาจะกลับไปอยู่บ้านแล้วก็ตาม . ผมจึงเห็นว่ารัฐบาลควรระดมบุคลากรมาสนับสนุนการทำงานของทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิตที่ไปลุยให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องกำลังคนในการติดตามรักษาคนไข้เหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในศูนย์ไปจนถึงวันที่เขาได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้าน . —----- . [ สรุป 16 ข้อเสนอ ] . ผมขอสรุปข้อมูลจากการถาม-ตอบกระทู้ทั้งหมดในวันนี้ ออกมาเป็น 16 ข้อเสนอให้รัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: . - 1. เร่งปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน SOP ของระบบแจ้งเตือน Cell Broadcast เพื่อเติมขั้นตอนในการดึงข้อมูลจากหน่วยงานต้นทางด้านความมั่นคง - 2. เพิ่มการใช้ประโยชน์จากระบบแจ้งเตือน Cell Broadcast แม้ในระหว่างที่การปรับปรุง SOP ยังไม่เสร็จ - 3. หาแนวทางประกันวัว-ควายทุกตัวของเกษตรกรในพื้นที่ (เช่น อุดหนุนค่าเบี้ยประกันวัว-ควาย) - 4. กำกับดูแลประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อให้ถึงประชาชนโดยรวดเร็ว-ทั่วถึง - 5. ปลดล็อกหรือทบทวนระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเบิกจ่ายการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ - 6. วางแนวทางการเรียงลำดับในการบริหารงบประมาณจากส่วนกลาง-ท้องถิ่น-เงินบริจาค - 7. เพิ่มความโปร่งใสในการชี้แจงและจัดสรรงบประมาณจากเงินบริจาค ตามความเร่งด่วน - 8. พิจารณามาตรการ “พักหนี้”ประชาชนในพื้นที่สำหรับทั้งธนาคารภาครัฐและภาคเอกชน - 9. ออกแบบมาตรการเยียวยารายได้ที่สูญหายของประชาชน นอกเหนือจากหลักเกณฑ์เงินทดรอง - 10. ลดรายจ่ายผู้ประกอบการผ่านกลไกประกันสังคม (เช่น ชะลอเงินสมทบ ชดเชยค่าจ้างพนักงาน) - 11. หารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อออกแบบมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมรายอุตสาหกรรม - 12. ชดเชยแรงงานที่ย้ายออกจากพื้นที่ (เช่น จับคู่ผู้ประกอบการกับแรงงาน) - 13. กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ (เช่น ท่องเที่ยวคนละครึ่ง ลดหย่อนภาษีให้ผู้จัดการประชุม) - 14. เร่งประกาศแนวทางชดเชยเยียวยาที่ชัดเจน เพื่อคลายความเครียดที่เกิดจากความไม่แน่นอน - 15. ติดเครื่องมือ (เช่น แบบสอบถาม ทักษะ) ให้เจ้าหน้าที่-อาสาตามค่ายช่วยคัดกรองสุขภาพจิตผู้อพยพที่เหลือ - 16. ระดมบุคลากรมาเสริมทีม MCATT เพื่อรักษาผู้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง แม้ในอนาคตที่กลับบ้านแล้ว

Parit Wacharasindhu (Itim)

12,265 görüntüleme • 1 yıl önce