Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

อยากโดนทอมขึ้นแบบนี้จัง

21,966 Aufrufe • vor 1 Monat •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

[ ต้องเป็นนายกฯแบบไหน ที่ฟังผิดเอง เข้าใจผิดเอง แต่ยังกล้ามาต่อว่าคนอื่นว่าไม่ทำการบ้าน แถมยังคอยมีประธานสภามาช่วยปิดไมค์ฝ่ายค้าน-ตัดจบประชุมสภาให้? ] . วันนี้ ผมถูกพาดพิงโดยท่านนายกฯในหลายประเด็น - ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่ติดใจอะไร / แต่มี 1 ประเด็น เรื่องการแบ่ง “คลัสเตอร์” รองนายกฯ ที่ท่านนายกฯกล่าวหาผมว่า “ไม่ทำการบ้าน” ทั้งๆที่ ท่านนายกฯเองเป็นฝ่ายที่เข้าใจคลาดเคลื่อน . ท่านนายกฯ กล่าวหาว่าผมไม่ทำการบ้าน และจินตนาการไปเองว่า ผมกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเอากระทรวงเกษตรไปดูแล แถมยังมาทำทีท่าถามผมเสมือนกับว่าผมไม่รู้หรอ ว่าท่านนายกฯ มอบหมาย กระทรวงเกษตรฯ ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รองนายกฯ ยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย . คำตอบคือ “ผมรู้ครับ ผมก็อภิปรายเช่นนั้น และนั่นแหละคือประเด็นของผม” . ถ้าย้อนไปฟังคำอภิปรายของผม ก็จะเห็นชัดว่าผมรู้ว่าท่านนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ภายใต้รองนายกฯ ยศชนัน และการตัดสินใจเช่นนั่นเลยเป็นเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าท่านนายกฯกำลังแบ่งคลัสเตอร์เพื่อ “แก้โจทย์การเมือง” หรือ “แก้โจทย์ประเทศ” . เพราะหากท่านนายกฯยึด “โจทย์ประเทศ” ผมเห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรอยู่ภายใต้รองนายกฯ ศุภจี ที่ดูแลคลัสเตอร์การผลิต การค้า และการบริการ . แต่ในเมื่อท่านนายกฯ ตัดสินใจย้ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปอยู่ภายใต้ รองนายกฯ ยศชนัน ที่ดูแลคลัสเตอร์เรื่องสังคมและสวัสดิการ แทน ผมจึงตั้งคำถามว่าท่านตัดสินใจแบบนี้เพราะยึด “โจทย์การเมือง” เป็นหลักใช่หรือไม่ เพียงเพราะ รองนายกฯ ยศชนัน กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (รมว. สุริยะ) มาจากพรรคเดียวกัน . ความจริงเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ผมได้อภิปรายในคืนนี้) แต่การที่ท่านนายกฯ ไม่ตั้งใจฟัง เข้าใจผิดเอง และยังเอาความมั่นใจผิดๆมากล่าวหาว่าคนอื่นไม่ทำการบ้าน ก็น่าจะยิ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะของท่านนายกฯ และตอกย้ำว่าคนที่ไม่ทำการบ้านไม่ใช่ผม แต่คือตัวท่านนายกฯเอง . ความจริงแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 47 ผมมีสิทธิยืนขึ้นและใช้สิทธิพาดพิงได้เลยทันทีที่โดนพาดพิง แต่ผมอยากให้เกียรติไม่ขัดจังหวะท่านนายกฯระหว่างพูด เลยตั้งใจว่าจะใช้สิทธิพาดพิงหลังนายกฯพูดจบ - เผอิญผมไม่คิดว่าเราจะเจอประธานสภาที่ต้องการปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงและปิดประชุมทันที ทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ . เรื่องนี้จึงตอกย้ำ ว่าเรากำลังทำงานในสภา ที่พร้อมปิดปากฝ่ายค้าน และยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ พูดว่าพร้อมรับฟัง สส. ทุกคนไม่เป็นความจริง

Parit Wacharasindhu (Itim)

178,278 Aufrufe • vor 5 Monaten