Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

11,789 Aufrufe • vor 1 Jahr •via X (Twitter)

3 Kommentare

Profilbild von chaiวอน
chaiวอนvor 1 Jahr

น่ารัก

Profilbild von แม่กลอง Only 😍
แม่กลอง Only 😍vor 1 Jahr

😍

Profilbild von สิรวิชญ์ ชวาเขียว
สิรวิชญ์ ชวาเขียวvor 1 Jahr

ทักมาทีครับ

Ähnliche Videos

ดราม่า อาหารแช่แข็ง จากช่องพยาบาลแต่งหน้า ฟังแล้วสงสารจับใจ น้องพยาบาลเจอกระแสโซเชียลด่า ว่าเป็นพยาบาลกินอาหารแบบนี้ เป็นตัวอย่างไม่ดี ฟังแล้วมีเซนะคะ เรื่องอาหารแช่แข็ง มันไม่ดีไม่มีประโยชน์ อาจจะยังเป็นความคิดที่ยังไม่ถูกต้องนะคะ อย่างนมแม่แช่แข็งยังมีประโยชน์เลย การแช่แข็งมันเป็นการถนอนอาหารในรูปแบบหนึ่ง แล้วน้องเค้าได้กับข้าวมาจากแม่เค้า ทานแล้วทำให้เค้าใจฟู มีแรงกำลังใจต่อสู้ โซเชียลที่คิดลบก็ว่าเค้าแรงเกิ๊น ดราม่าไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนเรา สงสารเค้าค่ะ ที่โดนด่า พอฟังชีวิตของเค้าแล้ว ก็ขออนุญาตส่งกำลังใจให้คุณพยาบาลนะคะ คุณพยาบาลโชคดีที่สุดแล้ว ที่ได้กินกับข้าวฝีมือแม่ค่ะ 🥹💕

LuxEtVeritus

1,329,290 Aufrufe • vor 1 Tag

รอดตาย ผู้ชายน้อย‼️🥹 สาวเจ้าของรูปที่คนออกมาตามหาว่าปลอดภัยดีมั้ยจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวออกมาเผยนาทีชีวิตว่า ไม่เคยกลัวต า ย แต่กลัวไฟ ไหม้ผิว มันคือ น ร ก ต า ยทั้ง เป็น แค่ 23 นาที มันคือนาทีชีวิต ของจริง ยังผวากลัวถ้าออกช้ากว่านั้นคือ ..จะอยู่ยังไงต่อโรงเบียร์ณลาดพร้าว เธอเล่าว่าวันนั้นที่ไปบรรยากาศที่ร้านดูไม่เป็นมิตรเลย ในร้านผู้หญิงเยอะมาก ผู้ชายน้อยมากๆ เธอรู้สึกว่าบรรยากาศดูไม่เป็นมิตร คนดูไม่เป็น มิตรเลยวันนั้น เลยตัดสินใจเปลี่ยนร้าน ตอน จะเปลี่ยนร้านกับข้าวของกินที่สั่งมายังเหลือ เพื่อนเลยบอกให้กินให้หมดก่อนค่อยไป แต่เธอวีนเพื่อนว่าถ้าไม่ไป เธอจะไปต่อที่อื่นคนเดียว จากนั้นก็พากันออกจากร้านไปต่ออีกที่แถวรัชโยธิน ตอนประมาณเกือบ 5 ทุ่ม จากนั้นก็แต่งรูปโพสลงเฟส แล้ววางโทรศัพท์แต่ไล่ฟีดข่าวเห็นมีข่าว ไฟไหม้แต่ไม่ได้สนใจคิดว่าคงไหม้ปกติ ส่วนเธอ ก็กินที่ร้านที่สองนจนเมาแล้วกลับบ้านไปนอน ตื่นขี้นมามีคนโทรหาเป็นร้อยๆสายข้อความทักมาเยอะมาก พอหายเมาได้สติเธอเลยโทรหาพี่สาวว่าเกิดอะไร ตอนแรกนึกว่าทัวร์ลงไปทำอะไรไม่ดี จนพี่สาวบอกว่าร้านที่เธอไปเที่ยวร้านแรกไฟไฟไหม้คนเสียชีวิตเยอะมาก 🔅 ข้อความ ;คลิปเด็ดประเทศไทย #ไฟไหม้

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

2,555,287 Aufrufe • vor 2 Tagen

📣 จากอดีตเศรษฐีนีร้อยล้าน สู่ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินมหาศาลเพราะถูกลูกจ้างคนสนิทหักหลังโกง ทว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยยอมแพ้ นำสมบัติชิ้นสุดท้ายออกขาย เพื่อต่อลมหายใจให้หมาแมวจรจัดเกือบ 2,000ชีวิต ◼️ เรื่องราวของ "ป้าติ๋ม" หรือ คุณกวิพร วินิจเถาปฐม เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2546 จากความสงสารลูกสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ในกรงของร้านขายสัตว์เลี้ยงในยามค่ำคืน ◼️ จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ป้าติ๋มได้เริ่มนำอาหารไปเลี้ยงสุนัขจรจัดตามริมถนน วัด และแคมป์คนงานก่อสร้าง พร้อมทั้งช่วยทำหมันและรักษาโรคให้สัตว์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ◼️ ความเมตตาได้ก่อตัวจนกลายเป็น "บ้านนางฟ้าของสัตว์จร" ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี (ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมปศุสัตว์) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่พักพิงของสุนัขและแมวจรจัดกว่า 1,700 ชีวิต (จากที่เคยมียอดสูงสุดถึงกว่า 2,000 ตัว) ◼️ ในอดีต ป้าติ๋มคือมหาเศรษฐีนี เจ้าของบริษัทขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยมีรถโม่ปูนในความดูแลถึง 280 คัน และสร้างรายได้เข้าบริษัทกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน ◼️ ทว่าเธอเลือกที่จะนำเงินรายได้เฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือน มาเป็นค่าอาหาร ยารักษาโรค และค่าจ้างคนงานเพื่อดูแลสัตว์จรจัด ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้อุทิศเงินส่วนตัวไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ◼️ ความเสียสละของป้าติ๋มยิ่งใหญ่ถึงขั้นยอมนำสมบัติล้ำค่าอย่าง "พระสมเด็จวัดระฆัง" ไปปล่อยเช่าในราคา 3 ล้านบาท เพื่อนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาซื้ออาหารให้สัตว์จนหมดสิ้น 🔵 มรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อความไว้ใจถูกทำลายจนสูญสิ้นธุรกิจ ◼️ จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อสามีของป้าติ๋มล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตลง เธอจึงมอบความไว้วางใจให้หัวหน้าช่างคนสนิทดูแลกิจการ แต่ลูกจ้างคนดังกล่าวกลับลักลอบเปิดบริษัททับซ้อนและนำบิลมาเบิกเงินกับทางบริษัทของเธอ ◼️ ความจริงปรากฏในเดือนเมษายน 2567 เมื่อมีสายโทรศัพท์ติดต่อมาขอซื้อ "เล่มทะเบียนรถ" ในราคา 50,000 บาท ทำให้ป้าติ๋มทราบว่าลูกจ้างคนสนิทได้แอบนำรถโม่ปูนจำนวน 32 คัน ไปทยอยขายทอดตลาด สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ◼️ แม้จะมีการแจ้งความและผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ระยะเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับยังไม่สามารถติดตามรถคืนมาได้แม้แต่คันเดียว ทั้งที่ป้าติ๋มได้ให้ข้อมูลจุดจอดรถอย่างชัดเจน จนท้ายที่สุดบริษัทต้องปิดตัวลง ◼️ ในวันนี้ ป้าติ๋มเหลือเพียงเล่มทะเบียนรถเปล่า ไร้ซึ่งทรัพย์สินที่เคยมี และต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต จนต้องตัดสินใจประกาศขายบ้านมูลค่า 25 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ธนาคาร 🔵 ยอมสละสมบัติชิ้นสุดท้าย เพื่อแลกกับอาหารและลมหายใจของสัตว์นับพัน ◼️ ล่าสุดเรื่องราวได้กลายเป็นไวรัลที่สร้างความสะเทือนใจ เมื่อป้าติ๋มและลูกชายได้นำ "กรอบพระทองคำ" เดินทางไปยังร้านทองนะโม เพื่อขอขายขาดนำเงินมาซื้ออาหารให้สุนัข ◼️ ป้าติ๋มเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้นำกรอบพระไปจำนำไว้ในราคา 100,000 บาท แต่ปัจจุบันไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยเดือนละกว่า 4,000 บาทได้อีกต่อไป โดยยอดดอกเบี้ยสะสมพุ่งสูงกว่า 20,000 บาท จึงจำใจต้องขายสมบัติชิ้นท้ายๆ ที่เหลืออยู่ ◼️ นับเป็นความโชคดีที่เจ้าของร้านทองมีจิตเมตตา ได้ช่วยประเมินราคาทองตามน้ำหนักจริงและรับซื้อไว้ในราคา 122,938 บาท ทำให้ป้าติ๋มได้รับเงินส่วนต่างไปหมุนเวียนต่อ อีกทั้งทางร้านยังอาสาเข้ามาช่วยดูแลและวางแผนแก้ปัญหาหนี้สินต่างๆ ให้ป้าติ๋มโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 🔵 พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญู ◼️ ท่ามกลางวิกฤตชีวิต ป้าติ๋มได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเป็นค่าอาหารสุนัขเดือนละ 100,000 บาท (เทียบเท่าอาหารสุนัข 163 กระสอบต่อเดือน) มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์จรจัดนับพัน ◼️ อีกหนึ่งแสงสว่างในชีวิตคือ ลูกชายวัย 37 ปี ผู้มีประวัติการศึกษาอันยอดเยี่ยม (จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา และเป็นนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติดีเด่น มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่ตัดสินใจสละอนาคตหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อมาอยู่เคียงข้างและช่วยมารดาดูลสัตว์ ◼️ สิ่งที่น่ายกย่องที่สุดคือ ลูกชายไม่เคยกล่าวโทษหรือตำหนิคุณแม่แม้แต่ครั้งเดียว ที่นำทรัพย์สินมหาศาลของครอบครัวมาอุทิศเพื่อสัตว์จรจัด ปัจจุบันทั้งสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำ ◼️ ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของป้าติ๋มได้รับการเชิดชูเกียรติในระดับสากล โดยแบรนด์ช็อกโกแลตระดับโลกอย่าง Hershey's ได้คัดเลือกภาพใบหน้าของเธอไปตีพิมพ์บนซองผลิตภัณฑ์ เพื่อยกย่องในฐานะสตรีผู้สร้างคุณูปการอันล้ำค่าแก่สังคม Cr. สรุปเนื้อหาอรรถรส คลิปวิดีโอร้านทองนะโม

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

427,409 Aufrufe • vor 1 Tag

#ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ทำให้คนนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ #ไฟไหม้ ซานติก้าผับ "แม่เพื่อนสนิทย้ายบ้าน ไม่บอกตน คงเป็นเพราะเห็นหน้าตนแล้วอาจจะทำให้นึกถึงลูกเค้า แม่เค้าเลยเลิกที่จะตัดขาดไปเลย" คลิปนี้คือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เหยื่อของซานติก้าผับได้ไปรายการหนึ่งแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เค้ากับเพื่อนก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไปเที่ยวเคาท์ดาวน์เหมือนคนทั่วๆไปกับเพื่อนอีก 2 คน แต่วันนั้นเป็นวันที่เค้าต้องจำไปตลอดชีวิต เหตุการณ์นี้ก็คล้ายๆกัน ก่อนเกิดเหตุมีพลุพวกเอฟเฟกต์ถูกจุดขึ้นที่บริเวณหน้าเวีที สักพักมี "ประกายไฟขึ้นไปติดโฟมข้างบน" จากเล็กนิดเดียวกลายเป็นไฟลามเร็วมาก คนเริ่มชุลมุน ตอนแรกเพื่อนเค้าหนีออกไปก่อนแล้ว ส่วนตนอยู่ห่างจากเพื่อนเยอะเลยบอกให้เพื่อนออกไปก่อน นั่นคือภาพสุดท้ายที่เค้าเห็นเพื่อน เค้าเองตอนแรกก็ถอดใจแล้วว่าตายเป็นตาย สุดท้ายเค้าก็พยายามจะเอาชีวิตรอด เนื้อตัวมีแต่บาดแผล ซึ่งตอนนั้นเค้าเองยังไม่รู้ว่าเพื่อนเค้าเป็นยังไงบ้าง มารู้ในอีกวันเพราะทุกคนปิดข่าวเค้าหมด เพื่อนเค้าทั้ง 2 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คนแรกตอนตี 3 ก็พบร่างแล้ว โดนไหม้ครึ่งตัว คนที่สองโดนทับแล้วขาดอากาศหายใจ ทั้ง 3 คน เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ประถม มันธยม การที่เค้าไปเที่ยวแล้วเค้ารอดมาได้แค่1คนมันทำให้เค้าโทษตัวเองว่าเค้าพาเพื่อนไปตายแล้ว 1ในนั้นเป็นลูกคนเดียว แม่เค้าทำใจไม่ได้ ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนที่สนิทมากกินนอนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าครอบครัวของเพื่อนเป็นยังไงบ้าง รู้แค่ว่าแม่เค้าย้ายบ้านแล้วไม่ได้บอกอะไรกับเค้าเลย เค้าคิดว่าที่แม่เค้าไม่บอกเพราะไม่อยากเห็นหน้าเค้า พอถ้าเห็นหน้าเค้าก็อาจจะทำให้เค้าคิดถึงลูกเค้า เค้าก็เข้าใจ เพราะเค้าเองยังรู้สึกผิดมาตลอดเหมือนกัน

🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬

1,541,053 Aufrufe • vor 4 Tagen