Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

เจ้าของคาเฟ่ โพสต์ตามล่าหนุ่มขับเบนซ์กร่าง แค่มาขอเข้าห้องน้ำ แต่ดันโยนเงินใส่หน้า-ด่าเหยียดเพศพนักงาน LGBTQ+ จนร้องไห้ ลั่นถ้าไม่มาขอโทษ เตรียมตัวเข้าเรือนจำได้เลย งานนี้บอสพร้อมบวกเพื่อลูกน้อง! ​🔵 จุดเริ่มต้นเหตุการณ์หนุ่มขับเบนซ์หัวร้อน ◼️ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมีลูกค้ารายหนึ่ง ขับรถเบนซ์เข้ามาที่ร้านคาเฟ่ของคุณแก๊ป วิงส์ โดยจุดประสงค์หลักคือต้องการมาขอเข้าห้องน้ำของทางร้าน ◼️ กล้องวงจรปิดจับภาพลูกค้าชายเดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วถามพนักงานด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่ไม่ค่อยสุภาพว่า "กาแฟแก้วเท่าไหร่วะ" ◼️ พอพนักงานตอบกลับไป ลูกค้าคนนี้กลับพูดสวนขึ้นมาทันทีว่า "กูให้มึง 100 นึงเลย" พร้อมกับทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้วยการโยนเงิน 100 บาทใส่พนักงาน ◼️ หลังจากโยนเงิน จังหวะที่ลูกค้ากำลังจะเดินออกจากร้าน ก็ได้สบถพึมพำออกมาว่า "เหี้ยมากกูให้มึง* อีก" ซึ่งสร้างความงุนงงและตกใจให้พนักงาน ◼️ แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ลูกค้าชายคนเดิมได้เปิดประตูร้านกลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับชี้หน้าพนักงานแล้วด่าด้วยคำหยาบคาย ◼️ โดยตะโกนด่าเหยียดเพศอย่างรุนแรงว่า "เฮ้ยอี้น้องกระเท* กรูขอให้รุมึง* ตันตลอดชีวิต ไอ้sUS" ก่อนจะเดินสะบัดออกไป ​🔵 สภาพจิตใจของน้องพนักงาน...

236,482 görüntüleme • 1 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

📣 อัปเดตดราม่ามัทฉะแม่ตุ๊กล่าสุด‼️ แม่ตุ๊กอัดคลิปขอโทษจากใจถึงดราม่ามัทฉะ ยอมรับว่า แค่ "ความชอบ" อย่างเดียวไม่พอ พร้อมเตรียมนำหลักฐานชี้แจงประเด็น Overclaim สัญญาจะนำความผิดพลาดครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนและพัฒนาให้ดีขึ้น 🔵 ยอมรับผิดจากใจ ◼️ แม่ตุ๊กได้ออกมาอัดคลิปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ โดยเริ่มต้นด้วยการขอโทษผู้ซื้อและคนรักมัทฉะทุกคน ที่การขายสินค้าของเธอทำให้เกิดกระแสสังคมมากมาย ◼️ เธอยอมรับตรงๆ ว่า ถึงแม้เธอจะมีความชอบและรักในการดื่มมัทฉะมากๆ แต่ตอนนี้เธอรับทราบเป็นอย่างดีแล้วว่าแค่ "แพชชั่น" หรือความชอบเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ◼️ เธอตระหนักว่าต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลที่ลึกซึ้ง ข้อมูลต้องแน่น เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่ตั้งใจมาอุดหนุนต้องรู้สึกผิดหวัง ซึ่งเธอรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จริงๆ 🔵 เตรียมรวบรวมเอกสาร ชี้แจงประเด็น "Overclaim" ◼️ สำหรับประเด็นที่ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยเรื่องการเคลมสรรพคุณเกินจริง แม่ตุ๊กและหุ้นส่วนได้ติดต่อไปทางพาร์ทเนอร์แล้ว ◼️ เพื่อรวบรวมเอกสารและข้อมูลต่างๆ มาตอบคำถามและข้อสงสัยในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ◼️ โดยเธอสัญญาว่าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด แล้วจะออกมาพูดชี้แจงถึงประเด็น Overclaim นี้ให้ทุกคนได้ทราบอีกรอบนึง 🔵 ขอบคุณทุกคำติชม และสัญญาจะพัฒนาให้ดีขึ้น ◼️ #แม่ตุ๊ก บอกว่าเธอได้เข้าไปอ่านแทบจะทุกคอมเมนต์ในหลายๆ ช่องทาง และฝากขอบคุณทุกคำแนะนำรวมถึงทุกคำติชมจากทุกคน ◼️ เธอรับรู้ว่ามีหลายคนที่รอคอยโปรดักส์นี้มานานมาก จึงอยากขอโทษทุกคนอีกครั้งที่ทำให้ผิดหวังในความผิดพลาดครั้งนี้ ◼️ ท้ายที่สุด เธอให้สัญญาว่าในสินค้ารอบต่อไป เธอจะตั้งใจพัฒนาเป็นอย่างดี จะนำความผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไข และตัวเธอเองก็จะไปเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมให้รอบด้านและรู้ในทุกมิติมากขึ้นด้วย 💥อรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

23,174 görüntüleme • 2 ay önce

📣 อุ๊ยยยยย ใครวะแก…ใคร⁉️บอกหน่อยนอนไม่หลับ😂 ลือหึ่ง คู่รักดาราวัยรุ่น เลิกเงียบแต่ยังต้องทำธุรกิจด้วยกัน โคนันต้องเข้าด่วน ตามไปดูข่าวใส่ไข่ใบ้รัวๆ!! . ◼️ ในรายการข่าวใส่ไข่ เปิดประเด็นข่าวซุบซิบดารา ว่ามีคู่รักในวงการบันเทิงที่ทำธุรกิจร่วมกัน ได้ตัดสินใจเลิกรากันแบบเงียบๆ มาพักใหญ่แล้ว ◼️ ข้อมูลระบุว่าทั้งคู่ลดสถานะความสัมพันธ์ลงมาได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว และไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเลย ◼️ แม้สถานะคนรักจะจบลง แต่ในปัจจุบันทั้งคู่ก็ยังคงต้องเป็นพาร์ทเนอร์ทำธุรกิจร่วมกันอยู่ 🔵 เบาะแสและคำใบ้ "คู่รักปริศนา" ในรายการ ◼️ โปรไฟล์เป็นดาราวัยรุ่นด้วยกันทั้งคู่ และมีแก๊งเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน ◼️ วงในเผยว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงเคยมักจะบ่นให้เพื่อนๆ ฟังว่า ฝ่ายชาย (ดาราหนุ่ม) มีโลกส่วนตัวสูงมาก และไม่ค่อยยอมปรับจูนเข้าหากัน ◼️ จากอดีตที่ทั้งคู่มักจะไปทริปด้วยกันและลงรูปคู่สวีทหวานบ่อยมาก แต่พักหลังกลับไม่มีภาพคู่ออกมาให้เห็นในโซเชียลมาพักใหญ่แล้ว ◼️ มีคนตาดีจับสังเกตว่า ทั้งคู่ไม่ได้ลงรูปคู่หรือมีโมเมนต์สวีทกันเลยตั้งแต่ช่วงหลังวันวาเลนไทน์ (เดือนกุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา ◼️ คอมเมนต์ชาวเน็ตในรายการชี้เบาะแสหนักขึ้นไปอีกว่า รูปคู่ล่าสุดที่ลงด้วยกันคือตั้งแต่ปีที่แล้ว ◼️ แก๊งเพื่อนสนิทของทั้งคู่ ต่างพากันรูดซิปปาก ปิดปากเงียบสนิทเกี่ยวกับเรื่องนี้ Cr ; อรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

14,031 görüntüleme • 4 ay önce

📣 พิมรี่พายช็อก เจอลูกค้า VVIP อัดคลิปด่าเดือด "ให้เลิกขายทุเรียนไปเหอะ" สั่งทุเรียน 15 โล ได้แค่ 2 ลูก 🔵 จุดเริ่มต้นดราม่าด่าเดือด ◼️ พิมรี่พายเปิดเจอคลิปลูกค้าอัดวิดีโอด่าทออย่างรุนแรงว่าร้านหลอกลวง ◼️ ลูกค้าโวยว่าสั่ง "ทุเรียนพิมรี่พายพรีเมียม" 15 กิโลกรัม ราคา 1,999 บาทไป ◼️ แต่พอเปิดกล่องมากลับเจอทุเรียนแค่ 2 ลูก เลยด่าเดือดพร้อมไล่ให้เลิกขายทุเรียน 🔵 สวมวิญญาณนักสืบ เช็คประวัติลูกค้า ◼️ พิมรี่พายตกใจหนัก รีบสั่งลูกน้องเช็คชื่อและประวัติการสั่งซื้อของลูกค้าคนนี้ทันที ◼️ พบว่าเป็นลูกค้า อยู่ไกลถึงเกาะสมุย ซึ่งทางร้านคิดค่าส่งแค่ 10 บาท ◼️ ที่พีคคือ พอเช็คบิลแล้วพบว่าเป็นลูกค้า VVIP ซื้อของเยอะมากมาตั้งแต่ปี 2024 ทั้งทุเรียน น้ำปลาร้า และเครื่องสำอาง 🔵 ความจริงปรากฏ คดีพลิกแรง ◼️ พอกางบิลเช็คชัดๆ สรุปว่าทุเรียน 2 ลูกที่ลูกค้าได้รับ ไม่ใช่ออเดอร์ 15 กิโลกรัม ◼️ แต่มันคือออเดอร์ที่ลูกค้า "สั่งแยกต่างหาก" แบบลูกเดี่ยวๆ 2 ออเดอร์ ราคาลูกละ 268 บาท ซึ่งของไปถึงแล้ว ◼️ ส่วนทุเรียนกล่องใหญ่ 15 กิโลกรัม ราคา 1,999 บาทนั้น ความจริงคือ "ยังจัดส่งไปไม่ถึง" ◼️ พิมรี่พายเลยยกลัง 15 กิโลกรัมของจริงมาโชว์ให้ดูเป็นหลักฐาน ว่าไซส์นี้ได้ทุเรียนเยอะเต็มกล่อง ไม่ใช่แค่ 2 ลูกแน่นอน 🔵 บทสรุปดราม่า ใครกันแน่ที่โป๊ะ ◼️ สรุปคือลูกค้าสั่งของเยอะจัดจนลืมและสับสนเอง ว่ากล่องไหนเป็นของออเดอร์ไหน ◼️ พอของกล่องเล็ก ออเดอร์แยก 2 ลูก ไปถึง เปิดมาเห็นก็ตกใจ รีบอัดคลิปด่าไปก่อนโดยยังไม่ทันเช็คความถูกต้อง ◼️ งานนี้แม่ค้าถึงกับขวัญกระเจิงเพราะโดนลูกค้าด่าแรงจัด แต่พอรู้ความจริงก็ถึงกับโกรธไม่ลง ◼️ กลายเป็นเรื่องโป๊ะแตกของลูกค้าที่สั่งของฉ่ำจนลืมออเดอร์ตัวเอง 🔵 ท่าทีพิมรี่พายหลังรู้ความจริง ◼️ พิมรี่พายประกาศชัดเจนกลางคลิปว่างานนี้ "ไม่ฟ้องแน่นอน" ◼️ เหตุผลเพราะเห็นว่าเป็นลูกค้าประจำที่อุดหนุนกันมาตลอด ถือว่ารักและเอ็นดูกัน ◼️ แม้จะโดนลูกค้าด่าไล่ให้เลิกขาย แต่แม่ค้าก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะขายทุเรียนต่อไป ◼️ จบเรื่องดราม่าแบบขำๆ ปนปวดหัวของแม่ค้าออนไลน์กับลูกค้าสุดที่รัก สรุปอรรถรส #พิมรี่พาย

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

1,060,600 görüntüleme • 3 ay önce

📣 คดีพลิก! ร้านต่อผม 6 หมื่นร่ายยาวชี้แจงทุกข้อสงสัย.สรุปดราม่าไม่ได้อยู่ที่ช่าง แต่อยู่ที่บรีฟและข้อจำกัดในวันนั้น? เตรียมรักษาสิทธิ์ทางกฎหมาย! 🔵 ทำไมบอสไม่รู้ราคา? ความจริงจากฝั่งร้าน ◼️ ทางร้าน KIKI BEAUTY SPACE ชี้แจงว่าปกติมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งรายละเอียด ข้อจำกัด ผลลัพธ์ และราคาให้ลูกค้าเซ็นรับทราบก่อนเริ่มบริการเสมอ ◼️ แต่ในเคสนี้ "ทีมงาน" ของผู้เข้ารับบริการที่โทรมาสำรองคิว ได้แจ้งความประสงค์ชัดเจนว่า ขอไม่ให้ผู้รับบริการลงนามรับทราบราคา เนื่องจากต้องการถ่ายคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง 🔵 สรุปยอด 6 หมื่น ◼️ ทางร้านยืนยันว่าคิดค่าบริการตามมาตรฐานเดียวกับลูกค้าทุกคน ไม่มีการโก่งราคาเพราะเป็นคนดัง และไม่มีการยัดเยียดคอร์สเกินจำเป็น ◼️ เปิดบิลชัดเจน 3 รายการ: 1️⃣ ค่าเติมโคนสีผม 3,000 บาท 2️⃣ ค่าทรีตเมนต์บำรุงผม Luxury Line 5,000 บาท 3️⃣ ค่าต่อผมเกรดพรีเมียมนำเข้าจากเกาหลี (แบบปมขนนก ยาว 25 นิ้ว จำนวน 1 มัดครึ่ง) 60,000 บาท ◼️ ร้านย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือแบ่งผลประโยชน์ใดๆ ให้กับทีมงานของผู้รับบริการทั้งสิ้น และไม่มีนโยบายจ้างรีวิว 🔵 สาเหตุที่รอยต่อผมโป๊ะ ไม่ใช่เพราะช่างฝีมือไม่ถึง ◼️ ประเด็นรอยต่อระหว่างผมจริงกับผมต่อที่ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก ทางร้านชี้แจงว่าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของช่าง ◼️ ความจริงคือก่อนเริ่มงาน ช่างได้แจ้งแล้วว่า จำเป็นต้องตัดแต่งผมจริง เพื่อให้เลเยอร์เนียนไปกับผมต่อ ◼️ แต่ทางผู้เข้ารับบริการ ยืนยันไม่ให้ตัดผมจริง ตกลงกันว่าให้เล็มออกได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น ช่างจึงต้องทำตามข้อจำกัดนี้ และเมื่อทำเสร็จก็มีการยอมรับผลลัพธ์ร่วมกันแล้ว 🔵 ซัดกลับ! เทียบร้านแก้แบบนี้ไม่เป็นธรรม ◼️ สำหรับประเด็นที่มีคลิปเอาไปเปรียบเทียบผลลัพธ์กับร้านรับแก้ผมร้านที่สอง ทางร้านมองว่าเป็นการนำเสนอสื่อที่ไม่เป็นธรรม ◼️ ทางแบรนด์สังเกตเห็นว่า ในการแก้ไขของร้านที่สองนั้น ได้มีการตัดผมจริงออกไปในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านแรกไม่ได้รับอนุญาตให้ทำในวันที่เข้ารับบริการ ◼️ การนำสื่อมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ระบุข้อจำกัดที่แตกต่างกันแบบนี้ ถือว่าไม่แฟร์ และทำให้สังคมเข้าใจผิดในมาตรฐานการทำงานของร้านอย่างรุนแรง 🔵 ร้านแจง ไม่เคยแจ้งเคลม แต่ไปแก้กับอดีตลูกจ้าง? ◼️ ประเด็นพีกขึ้นอีก เมื่อร้านเผยว่า ก่อนที่จะมีคลิปดราม่าลงโซเชียล ทางร้าน "ไม่เคยได้รับการติดต่อแจ้งความไม่พึงพอใจ หรือขอให้แก้ไขใดๆ" จากฝั่งซ้อก๊าดเลย ◼️ แต่ซ้อก๊าดกลับเลือกไปแก้ผมกับร้านอื่นทันที ซึ่งร้านนั้นคือ "อดีตลูกจ้างของแบรนด์" ที่ปัจจุบันออกไปเปิดธุรกิจให้บริการรูปแบบคล้ายคลึงกัน ◼️ การกระทำแบบนี้ผิดปกติวิสัยของลูกค้าทั่วไป และทำให้คนเข้าใจผิดว่าทางร้านละเลยไม่รับผิดชอบต่อผลงาน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ​🔵 ร้านเตรียมดำเนินคดีเพื่อรักษาสิทธิ์ ◼️ ทางร้านยังพบว่า มีบุคคลใกล้ชิดของผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกระจายข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ขาดบริบทความจริง และชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ◼️ สิ่งนี้ส่งเสริมให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาคอมเมนต์เชิงลบ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือที่แบรนด์สั่งสมมา และสร้างความเสียหายต่อฐานลูกค้ากว่าแสนราย ◼️ สุดท้าย ทางแบรนด์จึงขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการที่จำเป็น กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอันก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงและสิทธิ์ของร้านต่อไป 💥อรรถรส #ซ้อก้าด
2:48

Sensitive content

📣 คดีพลิก! ร้านต่อผม 6 หมื่นร่ายยาวชี้แจงทุกข้อสงสัย.สรุปดราม่าไม่ได้อยู่ที่ช่าง แต่อยู่ที่บรีฟและข้อจำกัดในวันนั้น? เตรียมรักษาสิทธิ์ทางกฎหมาย! 🔵 ทำไมบอสไม่รู้ราคา? ความจริงจากฝั่งร้าน ◼️ ทางร้าน KIKI BEAUTY SPACE ชี้แจงว่าปกติมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งรายละเอียด ข้อจำกัด ผลลัพธ์ และราคาให้ลูกค้าเซ็นรับทราบก่อนเริ่มบริการเสมอ ◼️ แต่ในเคสนี้ "ทีมงาน" ของผู้เข้ารับบริการที่โทรมาสำรองคิว ได้แจ้งความประสงค์ชัดเจนว่า ขอไม่ให้ผู้รับบริการลงนามรับทราบราคา เนื่องจากต้องการถ่ายคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง 🔵 สรุปยอด 6 หมื่น ◼️ ทางร้านยืนยันว่าคิดค่าบริการตามมาตรฐานเดียวกับลูกค้าทุกคน ไม่มีการโก่งราคาเพราะเป็นคนดัง และไม่มีการยัดเยียดคอร์สเกินจำเป็น ◼️ เปิดบิลชัดเจน 3 รายการ: 1️⃣ ค่าเติมโคนสีผม 3,000 บาท 2️⃣ ค่าทรีตเมนต์บำรุงผม Luxury Line 5,000 บาท 3️⃣ ค่าต่อผมเกรดพรีเมียมนำเข้าจากเกาหลี (แบบปมขนนก ยาว 25 นิ้ว จำนวน 1 มัดครึ่ง) 60,000 บาท ◼️ ร้านย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือแบ่งผลประโยชน์ใดๆ ให้กับทีมงานของผู้รับบริการทั้งสิ้น และไม่มีนโยบายจ้างรีวิว 🔵 สาเหตุที่รอยต่อผมโป๊ะ ไม่ใช่เพราะช่างฝีมือไม่ถึง ◼️ ประเด็นรอยต่อระหว่างผมจริงกับผมต่อที่ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก ทางร้านชี้แจงว่าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของช่าง ◼️ ความจริงคือก่อนเริ่มงาน ช่างได้แจ้งแล้วว่า จำเป็นต้องตัดแต่งผมจริง เพื่อให้เลเยอร์เนียนไปกับผมต่อ ◼️ แต่ทางผู้เข้ารับบริการ ยืนยันไม่ให้ตัดผมจริง ตกลงกันว่าให้เล็มออกได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น ช่างจึงต้องทำตามข้อจำกัดนี้ และเมื่อทำเสร็จก็มีการยอมรับผลลัพธ์ร่วมกันแล้ว 🔵 ซัดกลับ! เทียบร้านแก้แบบนี้ไม่เป็นธรรม ◼️ สำหรับประเด็นที่มีคลิปเอาไปเปรียบเทียบผลลัพธ์กับร้านรับแก้ผมร้านที่สอง ทางร้านมองว่าเป็นการนำเสนอสื่อที่ไม่เป็นธรรม ◼️ ทางแบรนด์สังเกตเห็นว่า ในการแก้ไขของร้านที่สองนั้น ได้มีการตัดผมจริงออกไปในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านแรกไม่ได้รับอนุญาตให้ทำในวันที่เข้ารับบริการ ◼️ การนำสื่อมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ระบุข้อจำกัดที่แตกต่างกันแบบนี้ ถือว่าไม่แฟร์ และทำให้สังคมเข้าใจผิดในมาตรฐานการทำงานของร้านอย่างรุนแรง 🔵 ร้านแจง ไม่เคยแจ้งเคลม แต่ไปแก้กับอดีตลูกจ้าง? ◼️ ประเด็นพีกขึ้นอีก เมื่อร้านเผยว่า ก่อนที่จะมีคลิปดราม่าลงโซเชียล ทางร้าน "ไม่เคยได้รับการติดต่อแจ้งความไม่พึงพอใจ หรือขอให้แก้ไขใดๆ" จากฝั่งซ้อก๊าดเลย ◼️ แต่ซ้อก๊าดกลับเลือกไปแก้ผมกับร้านอื่นทันที ซึ่งร้านนั้นคือ "อดีตลูกจ้างของแบรนด์" ที่ปัจจุบันออกไปเปิดธุรกิจให้บริการรูปแบบคล้ายคลึงกัน ◼️ การกระทำแบบนี้ผิดปกติวิสัยของลูกค้าทั่วไป และทำให้คนเข้าใจผิดว่าทางร้านละเลยไม่รับผิดชอบต่อผลงาน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ​🔵 ร้านเตรียมดำเนินคดีเพื่อรักษาสิทธิ์ ◼️ ทางร้านยังพบว่า มีบุคคลใกล้ชิดของผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกระจายข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ขาดบริบทความจริง และชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ◼️ สิ่งนี้ส่งเสริมให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาคอมเมนต์เชิงลบ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือที่แบรนด์สั่งสมมา และสร้างความเสียหายต่อฐานลูกค้ากว่าแสนราย ◼️ สุดท้าย ทางแบรนด์จึงขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการที่จำเป็น กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอันก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงและสิทธิ์ของร้านต่อไป 💥อรรถรส #ซ้อก้าด

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

243,654 görüntüleme • 2 ay önce

ดราม่า เดือดปุดๆ 💥💥คุณแม่มิ้วกี้ ไปรยา ออกมาฟาดเดือดอดีตสามี "แดนนี่" หลังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ประเด็นซัพพอร์ตลูก 🔵 ก่อนหน้านั้นทางคุณแดนนี่ให้สัมฯ ◼️ คุณแดนนี่ให้สัมฯ ว่าแยกทางกันมาเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ตอนนี้ชีวิตโฟกัสแค่เรื่องงานและการดูแลน้องกาเนส โดยลูกจะอยู่กับฝั่งคุณมิ้วกี้เป็นหลักตามข้อตกลงเดิม ◼️ ยืนยันว่าตัวเองทำหน้าที่ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายและเรื่องการศึกษาอย่างเต็มที่ รวมถึงเรื่องอาหารการกินที่เวลาลูกหิวก็จะโทรหาให้พ่อสั่งไปส่งที่บ้าน ◼️ ยอมรับว่าไม่ได้คุยกับคุณมิ้วกี้มานานมากแล้ว หากมีธุระจะคุยผ่านผู้จัดการหรือผู้ช่วยของอีกฝั่ง ส่วนตัวเองจะเน้นโทรคุยกับลูกโดยตรง ◼️ ประเด็นที่คุณมิ้วกี้ไลฟ์สดร้องไห้ คุณแดนนี่ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่เห็นและไม่รู้เรื่องเลย" เพิ่งรู้ตอนนักข่าวถาม เพราะยุ่งกับงานหนักมากจนไม่ได้ตามข่าว ◼️ เผยว่าเพิ่งสร้างบ้านและออฟฟิศใหม่ โดยจงใจเลือกทำเลให้ใกล้กับบ้านเดิมของอดีตภรรยา เพื่อให้สามารถไปมาหาสู่และซัพพอร์ตลูกได้ใกล้ชิดและรวดเร็วที่สุด 🔴 ต่อมาคุณมิ้วกี้ออกมาโพสต์ชี้แจงโต้กลับ ◼️ คุณมิ้วกี้ระบุว่าสาเหตุที่ไม่ได้คุยกัน เป็นเพราะฝั่งเธอเองที่เลือกจะไม่คุย เนื่องจากทนความเห็นแก่ตัวไม่ไหว ◼️พร้อมระบุว่าหากทุกคนได้เห็นแชทหรือฟังเสียงที่อัดไว้จะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากคุยด้วย ◼️และต่อจากนี้หากจะคุยต้องคุยผ่านคนกลางและมีหลักฐานเท่านั้น เนื่องจากเธอระบุว่าอีกฝ่ายเก่งและมีความสามารถด้านการพูดที่เธอสู้ไม่ได้ ◼️ คุณมิ้วกี้ตั้งคำถามกลับว่าซัพพอร์ตเรื่องไหน และขอให้แสดงสลิปหรือหลักฐานการโอนเงิน โดยชี้แจงว่าสิ่งเดียวที่อีกฝ่ายไปจ่ายจริง (ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญาต่อหน้าทนาย) คือ "ค่าเทอมลูก" ◼️ซึ่งเป็นการไปจ่ายเองโดยไม่ได้บอกครอบครัวเธอ ซึ่งยอดค่าเทอมที่จ่ายนั้นถูกกว่าค่าเลี้ยงดูตลอดทั้งปีตามที่ตกลงกันไว้หน้าทนายเกินกว่าครึ่ง ◼️ เธอระบุสาเหตุที่เขาทำแบบนี้เพราะกลัวว่าคนที่บ้านเธอจะเอาเงินลูกไปใช้ แต่ทั้งนี้คุณมิ้วกี้ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ◼️โดยระบุว่าคุณยายของน้องกาเนสเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้หลานเอง ทั้งค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าขนม และสิ่งของต่างๆ ที่น้องอยากได้ ◼️ ส่วนประเด็นที่ลูกโทรหาเรื่องของกิน เธอระบุว่าลูกจะโทรไปเฉพาะตอนที่อยากกินพิซซ่า อาหารร้านที่อีกฝ่ายเคยสั่งให้ หรือชีสเท่านั้น ◼️ นอกจากนี้คุณมิวกี้ยังเล่าเหตุการณ์วันเกิดลูก ว่า เธอให้ลูกโทรไปขอของขวัญวันเกิดเป็นเงิน เพื่อที่น้องจะได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการพักโรงแรมที่พัทยา ◼️ โดยระบุเสริมว่าหากไม่คิดว่าเป็นของขวัญ ก็ให้ถือเป็นเงินตามที่ตกลงกับทนายรายเดือนไว้ก็ได้ แต่อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า "ลูกเป็นเด็กไม่ต้องใช้เงิน" ◼️ คุณมิ้วกี้ระบุว่าเธอสามารถออกเงินส่วนนี้ให้ลูกได้อยู่แล้ว แต่แค่คิดว่าวันเกิดลูกอยากให้คนเป็นพ่อได้ทำให้บ้าง ◼️ คุณมิ้วกี้ระบุว่าอีกฝ่ายสร้างภาพเป็นผู้ชายและคุณพ่อที่ดี แต่เบื้องหลังเลือดเย็นและใจดำ พร้อมท้าให้นัดเจอต่อหน้าและเอาหลักฐานมาคุยกัน ◼️ เธอระบุว่าลูกไม่เคยอยากเจอหรือคุยด้วย ส่วนสาเหตุที่อีกฝ่ายต้องมาหาที่บ้าน เป็นเพราะโทรไปแล้วไม่มีใครรับสาย เนื่องจากคนรอบตัวรู้ความจริงและเอือมกับพฤติกรรมการพูดจาและหน้าอย่างหลังอย่างของคุณแดนนี่ ◼️ คุณมิ้วกี้บอกว่าที่ผ่านมาเคยขอความเห็นใจให้อีกฝ่ายออกมาช่วยพูดหรือแก้ข่าวที่ไม่เป็นจริงในโซเชียล ◼️ แต่เธอกลับถูกปล่อยให้สู้อยู่คนเดียวมาตลอด เธอระบุว่าการถูกด่าและโจมตีมาหลายปีในฐานะแม่ของลูกเป็นบาดแผลที่เจ็บปวด ไม่เคยหาย และตามหลอกหลอนมาจนถึงตอนนี้ ◼️ คุณมิ้วกี้โพสต์เตือนกลุ่มคนที่ออกตัวว่าอยู่ " #ใครทีมคุณแดนนี่" ที่เข้ามาด่าเธอโดยไม่รู้ความจริงให้เตรียมตัว โดยระบุว่าเธอทนให้ด่ามา 4 ปีแล้ว และต่อไปนี้จะไม่ทนอีกแล้ว จะเอาให้ถึงที่สุด ‼️ ขอบคุณข้อมูล : จากเพจอรรถรส

Kawaaii

1,242,822 görüntüleme • 3 ay önce

📣 #เพจอรรถรส อัปเดตดราม่าเมื่อ "เอ๋ย" ทีมงานจากช่องยูทูบเบอร์ อ้างถูกคุกคามทางเพศจนต้องหนี ด้าน "#อู๋จุน" โต้กลับเดือด ลั่น "น้องเป็นคนเดินมาขอกอดเอง" ​🔵 ฝั่ง "น้องเอ๋ย" ◼️ น้องเอ๋ยเปิดใจถึงประเด็นดราม่า โดยเผยว่าสาเหตุที่ทนไม่ไหวจนต้องลาออก เป็นเพราะเกิดความกังวลและอึดอัดใจในเรื่อง "การวางตัวกับเพศตรงข้าม" อย่างมาก ◼️ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกลำบากใจ และส่งผลให้พี่ๆ ที่เข้ามาช่วยงานต้องรู้สึกแย่ไปด้วย เธอจึงอยากเอาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมนั้น ◼️ หลังจากลาออกมา กลับมีการพูดถึงเธอในหลายประเด็นที่ทำให้เสียหายและไม่สบายใจ จึงต้องรวบรวมความกล้าออกมาพูดความจริงเพื่อปกป้องตัวเอง ◼️ ในเรื่องการลาออก เธอหนีออกจากสตูดิโอตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. และได้แจ้งลาออกพร้อมบอกเหตุผลในวันที่ 13 ก.ค. ◼️ วันนั้นเธอได้แสดงเจตนาขอคืนเงิน ซึ่งตอนแรกอีกฝ่ายตอบตกลง แต่ต่อมากลับกดยกเลิกข้อความและเปลี่ยนข้อตกลงใหม่ ◼️ ทำให้เรื่องเงินยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเธอยืนยันว่ามีหลักฐานแชตทั้งหมด และพร้อมทำตามกระบวนการให้ถูกต้อง ◼️ เรื่องความสัมพันธ์กับทีมงานชาย เธอยืนยันว่าไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน เป็นเพียงพี่น้องร่วมงานที่มาช่วยสอนตัดต่อและคอมพิวเตอร์ เพราะเธอไม่มีพื้นฐานเลย ◼️ ส่วนประเด็นให้ผู้ชายพิมพ์แชตตอบบอสนั้น เธอ "ยอมรับว่าทำจริง" เพราะตอนนั้นคอมฯ มีปัญหา พี่ผู้ชายจึงมาช่วยดู ◼️ จังหวะนั้นบอสทักมาพอดีและโมโหมากที่เธอไม่บอกก่อนว่ามีคนมาช่วย บอสส่งข้อความต่อว่ามารัวๆ และรุนแรงมาก ทำให้เธอรู้สึกกลัว ตัวสั่น และทำอะไรไม่ถูก ◼️ พี่ผู้ชายเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยพิมพ์อธิบายแทน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดและแย่ไปกว่าเดิม ​🔴 ฝั่ง "อู๋จุน" ออกมาทำคลิป ◼️ อู๋จุนโต้กลับทันทีว่าสิ่งที่เอ๋ยพูดมานั้นย้อนแย้ง และเขามีหลักฐานแน่นหนาทั้งกล้องวงจรปิด แชต และคลิปเสียง เพื่อหักล้างคำพูดของเอ๋ยทุกประเด็น ◼️ ประเด็นเรื่องการเข้าห้องและการคุกคามทางเพศ อู๋จุนงัดคลิปเสียงโต้ว่า ความจริงคือ "เอ๋ยเป็นคนเดินมาขอกอดเขาเอง" โดยเอ่ยปากว่า "พี่อู๋ขอกอดหน่อย" ◼️ เมื่ออู๋จุนถามว่าขอกอดทำไม เอ๋ยตอบว่าขอกอดเพราะมีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งอู๋จุนยืนยันว่าเขาดูแลเอ๋ยแบบพี่น้องมาตลอด เพราะรู้ว่าน้องมีปมเรื่องฝังใจเมื่อ 10 ปีก่อนจึงอยากดูแลช่วยเหลือ ◼️ ประเด็นเรื่องเงินและการลาออก อู๋จุนแฉพฤติกรรมว่า ก่อนหน้านี้เอ๋ยเคยทิ้งงานและหายตัวไปเป็นเดือนๆ จนทิ้งให้แม่บ้านต้องมาคอยให้อาหารเม่นแคระแทน ◼️ ภายหลังเอ๋ยทักแชตมาขอโทษและสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว กลับมาสู้ต่อ ◼️ แต่สุดท้ายก็มาขอลาออก ส่วนเรื่องเงินที่เขากดยกเลิกข้อความไป เป็นเพราะเขา "ไม่ยอมรับข้อตกลง" ที่เอ๋ยจะตัดสินใจลาออกและจัดการทุกอย่างฝ่ายเดียว ◼️ เขาต้องการให้เอ๋ยกลับมาที่สตูดิโอเพื่อคุยกันต่อหน้า ลาและขอโทษทุกคนให้ถูกต้อง ไม่ใช่หนีปัญหา ◼️ ประเด็นเรื่องผู้ชายและการพิมพ์แชต อู๋จุนระบุว่าเอ๋ยเคยวางตัวไม่ดีกับทีมงานชายจนมีคนเตือน ◼️ เขาจึงต้องตั้งกฎว่าถ้าใครมาช่วยงานต้องบอกก่อน แต่ตอนที่เขาไปญี่ปุ่น กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าเอ๋ยอยู่กับผู้ชายคนนี้อีกโดยไม่ยอมบอกตามกฎ ◼️ เมื่อเขาทักไปตักเตือนและสั่งเด็ดขาดว่า "ไม่ต้องให้ใครพิมพ์ตอบแทน" แต่กล้องวงจรปิดกลับจับภาพได้ชัดเจนว่าทั้งคู่ "กำลังยื่นโทรศัพท์ให้กันเพื่อพิมพ์ตอบ" ซึ่งอู๋จุนมองว่าพฤติกรรมนี้คือการหลบเลี่ยง ไม่ซื่อสัตย์ และเหลี่ยมใส่กัน
2:41

Sensitive content

📣 #เพจอรรถรส อัปเดตดราม่าเมื่อ "เอ๋ย" ทีมงานจากช่องยูทูบเบอร์ อ้างถูกคุกคามทางเพศจนต้องหนี ด้าน "#อู๋จุน" โต้กลับเดือด ลั่น "น้องเป็นคนเดินมาขอกอดเอง" ​🔵 ฝั่ง "น้องเอ๋ย" ◼️ น้องเอ๋ยเปิดใจถึงประเด็นดราม่า โดยเผยว่าสาเหตุที่ทนไม่ไหวจนต้องลาออก เป็นเพราะเกิดความกังวลและอึดอัดใจในเรื่อง "การวางตัวกับเพศตรงข้าม" อย่างมาก ◼️ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกลำบากใจ และส่งผลให้พี่ๆ ที่เข้ามาช่วยงานต้องรู้สึกแย่ไปด้วย เธอจึงอยากเอาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมนั้น ◼️ หลังจากลาออกมา กลับมีการพูดถึงเธอในหลายประเด็นที่ทำให้เสียหายและไม่สบายใจ จึงต้องรวบรวมความกล้าออกมาพูดความจริงเพื่อปกป้องตัวเอง ◼️ ในเรื่องการลาออก เธอหนีออกจากสตูดิโอตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. และได้แจ้งลาออกพร้อมบอกเหตุผลในวันที่ 13 ก.ค. ◼️ วันนั้นเธอได้แสดงเจตนาขอคืนเงิน ซึ่งตอนแรกอีกฝ่ายตอบตกลง แต่ต่อมากลับกดยกเลิกข้อความและเปลี่ยนข้อตกลงใหม่ ◼️ ทำให้เรื่องเงินยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเธอยืนยันว่ามีหลักฐานแชตทั้งหมด และพร้อมทำตามกระบวนการให้ถูกต้อง ◼️ เรื่องความสัมพันธ์กับทีมงานชาย เธอยืนยันว่าไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน เป็นเพียงพี่น้องร่วมงานที่มาช่วยสอนตัดต่อและคอมพิวเตอร์ เพราะเธอไม่มีพื้นฐานเลย ◼️ ส่วนประเด็นให้ผู้ชายพิมพ์แชตตอบบอสนั้น เธอ "ยอมรับว่าทำจริง" เพราะตอนนั้นคอมฯ มีปัญหา พี่ผู้ชายจึงมาช่วยดู ◼️ จังหวะนั้นบอสทักมาพอดีและโมโหมากที่เธอไม่บอกก่อนว่ามีคนมาช่วย บอสส่งข้อความต่อว่ามารัวๆ และรุนแรงมาก ทำให้เธอรู้สึกกลัว ตัวสั่น และทำอะไรไม่ถูก ◼️ พี่ผู้ชายเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยพิมพ์อธิบายแทน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดและแย่ไปกว่าเดิม ​🔴 ฝั่ง "อู๋จุน" ออกมาทำคลิป ◼️ อู๋จุนโต้กลับทันทีว่าสิ่งที่เอ๋ยพูดมานั้นย้อนแย้ง และเขามีหลักฐานแน่นหนาทั้งกล้องวงจรปิด แชต และคลิปเสียง เพื่อหักล้างคำพูดของเอ๋ยทุกประเด็น ◼️ ประเด็นเรื่องการเข้าห้องและการคุกคามทางเพศ อู๋จุนงัดคลิปเสียงโต้ว่า ความจริงคือ "เอ๋ยเป็นคนเดินมาขอกอดเขาเอง" โดยเอ่ยปากว่า "พี่อู๋ขอกอดหน่อย" ◼️ เมื่ออู๋จุนถามว่าขอกอดทำไม เอ๋ยตอบว่าขอกอดเพราะมีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งอู๋จุนยืนยันว่าเขาดูแลเอ๋ยแบบพี่น้องมาตลอด เพราะรู้ว่าน้องมีปมเรื่องฝังใจเมื่อ 10 ปีก่อนจึงอยากดูแลช่วยเหลือ ◼️ ประเด็นเรื่องเงินและการลาออก อู๋จุนแฉพฤติกรรมว่า ก่อนหน้านี้เอ๋ยเคยทิ้งงานและหายตัวไปเป็นเดือนๆ จนทิ้งให้แม่บ้านต้องมาคอยให้อาหารเม่นแคระแทน ◼️ ภายหลังเอ๋ยทักแชตมาขอโทษและสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว กลับมาสู้ต่อ ◼️ แต่สุดท้ายก็มาขอลาออก ส่วนเรื่องเงินที่เขากดยกเลิกข้อความไป เป็นเพราะเขา "ไม่ยอมรับข้อตกลง" ที่เอ๋ยจะตัดสินใจลาออกและจัดการทุกอย่างฝ่ายเดียว ◼️ เขาต้องการให้เอ๋ยกลับมาที่สตูดิโอเพื่อคุยกันต่อหน้า ลาและขอโทษทุกคนให้ถูกต้อง ไม่ใช่หนีปัญหา ◼️ ประเด็นเรื่องผู้ชายและการพิมพ์แชต อู๋จุนระบุว่าเอ๋ยเคยวางตัวไม่ดีกับทีมงานชายจนมีคนเตือน ◼️ เขาจึงต้องตั้งกฎว่าถ้าใครมาช่วยงานต้องบอกก่อน แต่ตอนที่เขาไปญี่ปุ่น กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าเอ๋ยอยู่กับผู้ชายคนนี้อีกโดยไม่ยอมบอกตามกฎ ◼️ เมื่อเขาทักไปตักเตือนและสั่งเด็ดขาดว่า "ไม่ต้องให้ใครพิมพ์ตอบแทน" แต่กล้องวงจรปิดกลับจับภาพได้ชัดเจนว่าทั้งคู่ "กำลังยื่นโทรศัพท์ให้กันเพื่อพิมพ์ตอบ" ซึ่งอู๋จุนมองว่าพฤติกรรมนี้คือการหลบเลี่ยง ไม่ซื่อสัตย์ และเหลี่ยมใส่กัน

Revieweverythingกิ่งก่องแก้ว ⭐️

3,243,318 görüntüleme • 1 ay önce

📣 ว่าแล้ว มันต้องมีคนพูดไม่จริง 💥เกิดอะไรขึ้น...? เมื่อคุณแม่มิ้วกี้ ไปรยา ออกมาฟาดเดือดอดีตสามี "แดนนี่" หลังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ประเด็นซัพพอร์ตลูก 🔵 ก่อนหน้านั้นทางคุณแดนนี่ให้สัมฯ ◼️ คุณแดนนี่ให้สัมฯ ว่าแยกทางกันมาเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ตอนนี้ชีวิตโฟกัสแค่เรื่องงานและการดูแลน้องกาเนส โดยลูกจะอยู่กับฝั่งคุณมิ้วกี้เป็นหลักตามข้อตกลงเดิม ◼️ ยืนยันว่าตัวเองทำหน้าที่ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายและเรื่องการศึกษาอย่างเต็มที่ รวมถึงเรื่องอาหารการกินที่เวลาลูกหิวก็จะโทรหาให้พ่อสั่งไปส่งที่บ้าน ◼️ ยอมรับว่าไม่ได้คุยกับคุณมิ้วกี้มานานมากแล้ว หากมีธุระจะคุยผ่านผู้จัดการหรือผู้ช่วยของอีกฝั่ง ส่วนตัวเองจะเน้นโทรคุยกับลูกโดยตรง ◼️ ประเด็นที่คุณมิ้วกี้ไลฟ์สดร้องไห้ คุณแดนนี่ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่เห็นและไม่รู้เรื่องเลย" เพิ่งรู้ตอนนักข่าวถาม เพราะยุ่งกับงานหนักมากจนไม่ได้ตามข่าว ◼️ เผยว่าเพิ่งสร้างบ้านและออฟฟิศใหม่ โดยจงใจเลือกทำเลให้ใกล้กับบ้านเดิมของอดีตภรรยา เพื่อให้สามารถไปมาหาสู่และซัพพอร์ตลูกได้ใกล้ชิดและรวดเร็วที่สุด 🔴 ต่อมาคุณมิ้วกี้ออกมาโพสต์ชี้แจงโต้กลับ ◼️ สาเหตุที่ไม่ได้คุยกัน เป็นเพราะฝั่งคุณมิ้วกี้เลือกที่จะถอยออกมาเอง เนื่องจากทนความเห็นแก่ตัวของอีกฝ่ายไม่ไหว ◼️ เธอบอกว่าถ้าทุกคนได้เห็นข้อความแชท หรือได้ยินเสียงที่เธออัดไว้ จะเข้าใจทันทีว่าทำไมเธอถึงไม่อยากคุยด้วยอีก ◼️ ต่อจากนี้ถ้ามีธุระต้องคุยกัน จะต้องผ่านคนกลางและมีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น เพราะเธอรู้ตัวว่าสู้ทักษะการพูดของอีกฝ่ายไม่ได้ ◼️ ประเด็นเรื่องการซัพพอร์ต คุณมิ้วกี้ท้าให้งัดสลิปโอนเงินมาโชว์ เพราะสิ่งเดียวที่อีกฝ่ายจ่ายจริงคือ "ค่าเทอม" (ซึ่งอยู่นอกเหนือสัญญาที่ตกลงกันต่อหน้าทนาย) ◼️ โดยเป็นการแอบไปจ่ายเองไม่ให้ครอบครัวเธอรู้ แถมยอดค่าเทอมดังกล่าวยังน้อยกว่าค่าเลี้ยงดูรายปีที่ตกลงกันไว้หน้าทนายเกินกว่าครึ่ง ◼️ สาเหตุที่เขาทำแบบนี้ เพราะกลัวว่าคนที่บ้านคุณมิ้วกี้จะเอาเงินลูกไปใช้ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เลย ◼️ ค่าใช้จ่ายจิปาถะในบ้าน ทั้งค่าอาหาร เสื้อผ้า ค่าขนม และของที่หลานอยากได้ "คุณยาย" เป็นคนควักกระเป๋าจ่ายให้ทั้งหมด ◼️ ส่วนเรื่องที่บอกว่าลูกโทรหาเวลาหิว ความจริงคือลูกจะโทรไปเฉพาะตอนที่อยากกินพิซซ่า อาหารร้านที่พ่อเคยสั่งให้ หรือชีสเท่านั้น ◼️ คุณมิ้วกี้เล่าถึงวันเกิดลูกว่า เธอให้ลูกโทรไปขอของขวัญเป็นเงิน เพื่อนำไปเป็นค่าที่พักโรงแรมที่พัทยาตามที่ลูกชอบ ◼️ เธอบอกว่าถ้าไม่อยากให้เป็นของขวัญ จะถือเป็นเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนตามสัญญาก็ได้ แต่อีกฝ่ายกลับตอบว่า "ลูกเป็นเด็กไม่ต้องใช้เงิน" ◼️ ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณมิ้วกี้สามารถจ่ายเงินส่วนนี้ให้ลูกได้สบายมาก แต่แค่อยากให้คนเป็นพ่อได้ทำหน้าที่นี้ให้ลูกในวันเกิดบ้าง ◼️ คุณมิ้วกี้ซัดแรงว่า อีกฝ่ายสร้างภาพเป็นคุณพ่อแสนดี แต่เบื้องหลังนั้นเลือดเย็นและใจดำ พร้อมท้านัดเจอหน้าและเอาหลักฐานมาคุยกันได้เลย ◼️ เธอเผยว่าลูกไม่เคยอยากเจอหรือคุยด้วย ส่วนที่เขาต้องมาหาที่บ้าน เป็นเพราะโทรมาแล้วไม่มีใครรับสาย เนื่องจากคนรอบตัวรู้ความจริงและเอือมระอากับพฤติกรรมหน้าอย่างหลังอย่าง ◼️ ที่ผ่านมา เธอเคยขอความเห็นใจให้อีกฝ่ายออกมาช่วยแก้ข่าวปลอมหรือความเข้าใจผิดในโซเชียลบ้าง ◼️ แต่เธอกลับถูกปล่อยให้สู้ปัญหาอยู่คนเดียวมาตลอด การต้องทนโดนสังคมด่าทอมาหลายปีในฐานะแม่ของลูก คือบาดแผลที่เจ็บปวดและตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ◼️ ทิ้งท้ายด้วยการเตือนชาวเน็ตที่อยู่ "ทีมคุณแดนนี่" และเข้ามาด่าเธอโดยไม่รู้ความจริงว่า เธอทนมา 4 ปีแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ทนอีก และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด สรุปจากอรรถรส
2:18

Sensitive content

📣 ว่าแล้ว มันต้องมีคนพูดไม่จริง 💥เกิดอะไรขึ้น...? เมื่อคุณแม่มิ้วกี้ ไปรยา ออกมาฟาดเดือดอดีตสามี "แดนนี่" หลังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ประเด็นซัพพอร์ตลูก 🔵 ก่อนหน้านั้นทางคุณแดนนี่ให้สัมฯ ◼️ คุณแดนนี่ให้สัมฯ ว่าแยกทางกันมาเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ตอนนี้ชีวิตโฟกัสแค่เรื่องงานและการดูแลน้องกาเนส โดยลูกจะอยู่กับฝั่งคุณมิ้วกี้เป็นหลักตามข้อตกลงเดิม ◼️ ยืนยันว่าตัวเองทำหน้าที่ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายและเรื่องการศึกษาอย่างเต็มที่ รวมถึงเรื่องอาหารการกินที่เวลาลูกหิวก็จะโทรหาให้พ่อสั่งไปส่งที่บ้าน ◼️ ยอมรับว่าไม่ได้คุยกับคุณมิ้วกี้มานานมากแล้ว หากมีธุระจะคุยผ่านผู้จัดการหรือผู้ช่วยของอีกฝั่ง ส่วนตัวเองจะเน้นโทรคุยกับลูกโดยตรง ◼️ ประเด็นที่คุณมิ้วกี้ไลฟ์สดร้องไห้ คุณแดนนี่ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่เห็นและไม่รู้เรื่องเลย" เพิ่งรู้ตอนนักข่าวถาม เพราะยุ่งกับงานหนักมากจนไม่ได้ตามข่าว ◼️ เผยว่าเพิ่งสร้างบ้านและออฟฟิศใหม่ โดยจงใจเลือกทำเลให้ใกล้กับบ้านเดิมของอดีตภรรยา เพื่อให้สามารถไปมาหาสู่และซัพพอร์ตลูกได้ใกล้ชิดและรวดเร็วที่สุด 🔴 ต่อมาคุณมิ้วกี้ออกมาโพสต์ชี้แจงโต้กลับ ◼️ สาเหตุที่ไม่ได้คุยกัน เป็นเพราะฝั่งคุณมิ้วกี้เลือกที่จะถอยออกมาเอง เนื่องจากทนความเห็นแก่ตัวของอีกฝ่ายไม่ไหว ◼️ เธอบอกว่าถ้าทุกคนได้เห็นข้อความแชท หรือได้ยินเสียงที่เธออัดไว้ จะเข้าใจทันทีว่าทำไมเธอถึงไม่อยากคุยด้วยอีก ◼️ ต่อจากนี้ถ้ามีธุระต้องคุยกัน จะต้องผ่านคนกลางและมีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น เพราะเธอรู้ตัวว่าสู้ทักษะการพูดของอีกฝ่ายไม่ได้ ◼️ ประเด็นเรื่องการซัพพอร์ต คุณมิ้วกี้ท้าให้งัดสลิปโอนเงินมาโชว์ เพราะสิ่งเดียวที่อีกฝ่ายจ่ายจริงคือ "ค่าเทอม" (ซึ่งอยู่นอกเหนือสัญญาที่ตกลงกันต่อหน้าทนาย) ◼️ โดยเป็นการแอบไปจ่ายเองไม่ให้ครอบครัวเธอรู้ แถมยอดค่าเทอมดังกล่าวยังน้อยกว่าค่าเลี้ยงดูรายปีที่ตกลงกันไว้หน้าทนายเกินกว่าครึ่ง ◼️ สาเหตุที่เขาทำแบบนี้ เพราะกลัวว่าคนที่บ้านคุณมิ้วกี้จะเอาเงินลูกไปใช้ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เลย ◼️ ค่าใช้จ่ายจิปาถะในบ้าน ทั้งค่าอาหาร เสื้อผ้า ค่าขนม และของที่หลานอยากได้ "คุณยาย" เป็นคนควักกระเป๋าจ่ายให้ทั้งหมด ◼️ ส่วนเรื่องที่บอกว่าลูกโทรหาเวลาหิว ความจริงคือลูกจะโทรไปเฉพาะตอนที่อยากกินพิซซ่า อาหารร้านที่พ่อเคยสั่งให้ หรือชีสเท่านั้น ◼️ คุณมิ้วกี้เล่าถึงวันเกิดลูกว่า เธอให้ลูกโทรไปขอของขวัญเป็นเงิน เพื่อนำไปเป็นค่าที่พักโรงแรมที่พัทยาตามที่ลูกชอบ ◼️ เธอบอกว่าถ้าไม่อยากให้เป็นของขวัญ จะถือเป็นเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนตามสัญญาก็ได้ แต่อีกฝ่ายกลับตอบว่า "ลูกเป็นเด็กไม่ต้องใช้เงิน" ◼️ ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณมิ้วกี้สามารถจ่ายเงินส่วนนี้ให้ลูกได้สบายมาก แต่แค่อยากให้คนเป็นพ่อได้ทำหน้าที่นี้ให้ลูกในวันเกิดบ้าง ◼️ คุณมิ้วกี้ซัดแรงว่า อีกฝ่ายสร้างภาพเป็นคุณพ่อแสนดี แต่เบื้องหลังนั้นเลือดเย็นและใจดำ พร้อมท้านัดเจอหน้าและเอาหลักฐานมาคุยกันได้เลย ◼️ เธอเผยว่าลูกไม่เคยอยากเจอหรือคุยด้วย ส่วนที่เขาต้องมาหาที่บ้าน เป็นเพราะโทรมาแล้วไม่มีใครรับสาย เนื่องจากคนรอบตัวรู้ความจริงและเอือมระอากับพฤติกรรมหน้าอย่างหลังอย่าง ◼️ ที่ผ่านมา เธอเคยขอความเห็นใจให้อีกฝ่ายออกมาช่วยแก้ข่าวปลอมหรือความเข้าใจผิดในโซเชียลบ้าง ◼️ แต่เธอกลับถูกปล่อยให้สู้ปัญหาอยู่คนเดียวมาตลอด การต้องทนโดนสังคมด่าทอมาหลายปีในฐานะแม่ของลูก คือบาดแผลที่เจ็บปวดและตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ◼️ ทิ้งท้ายด้วยการเตือนชาวเน็ตที่อยู่ "ทีมคุณแดนนี่" และเข้ามาด่าเธอโดยไม่รู้ความจริงว่า เธอทนมา 4 ปีแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ทนอีก และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด สรุปจากอรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

193,287 görüntüleme • 3 ay önce

"เบียร์ เดอะวอยซ์" 💥💥เปิดแชต "ท็อป LazyLoxy" ทักตื๊อขอนอนกอดหน่อยได้ไหม...? 🤔 ชาวเน็ตสงสัยคอนเท็นต์ใช่ไหม ท็อปลั่น "คอนเทนต์ก็บ้าแล้ว เห็นตอนแรกก็แอบตกใจอยู่เด้อ" 🔵 จุดเริ่มต้นความแซ่บ! ◼️ เรื่องเริ่มต้นจากสาว "เบียร์ เดอะวอยซ์" อัปคลิปวิดีโอลงโซเชียล เขียนกำกับไว้ว่า "POV เมื่อแฟนเก่ายังเป็นอาหวัง" ◼️ ภายในคลิปใช้ภาพพื้นหลังเป็นหน้าจอแชตสนทนาของจริง ระหว่างเธอกับอดีตคนรักอย่างแร็ปเปอร์หนุ่ม "ท็อป LazyLoxy" แบบชัดเจนไม่มีเซนเซอร์ 🔵 เจาะลึกแชตลับ "ขอกอดหน่อย" ◼️ ในแชตเริ่มจากท็อปทักสตอรี่มาอ้อนว่า "เป็นเอฟซีมานานแล้วครับ ขอกอดหน่อย" แต่เบียร์ปัดตกทันทีว่า "ไม่ เป็นเพื่อน" ◼️ ท็อปยังตื๊อต่อ "ขอนอนกอดหน่อย... ก็รู้นี่ กอดเธอมันหลับได้อ่า" จนเบียร์ทนไม่ไหวฟาดกลับ "อดอยากมาจากไหนเห้ย เดี๋ยวตีเลย" ท็อปก็ยังหยอด "ให้ตี แต่ให้กอดด้วย" ◼️ ปิดจบแชตด้วยประโยคเด็ดจากเบียร์ที่ตอบกลับไปสั้นๆ แต่จุกว่า "ตื๊อชิบหาย" เรียกว่าช็อตฟีลคนอยากกอดแบบสุดๆ ◼️ สาวเบียร์ยังขยี้ซ้ำด้วยการตั้งแคปชั่นบนโพสต์ โดยระบุข้อความชัดเจนว่า "เป็นเพื่อน เค้าไม่นอนกอดกันนะ 😜" พร้อมแท็กไอจี COOKY  ไปตรงๆ 🔵 "ท็อป" เคลื่อนไหว! เปิด Q&A ตอบสยบทุกดราม่า ◼️ หลังข่าวแพร่กระจายไปทั่ว หนุ่มท็อปก็ตั้งกล่องคำถาม Q&A ในไอจีสตอรี่หัวข้อ "ขอกอดหน่อย..." เพื่อเคลียร์ประเด็นต่างๆ ◼️ มีคนถามว่านี่คือการเตี๊ยมทำคอนเทนต์โปรโมตเพลงใช่ไหม? ท็อปตอบชัดว่า "คอนเท้นก็บ้าแล้ว เห็นตอนแรกก็แอบตกใจอยู่เด้อ 🥶" คอนเฟิร์มว่าแชตจริง ไม่ได้นัดแนะ! ◼️ ส่วนเรื่องข่าวบันเทิงที่ลงกันทุกเพจ ท็อปบอกว่าส่วนตัวรู้สึก "เฉยๆคับ" ◼️ ปิดท้ายด้วยคำถามแทงใจจากแฟนคลับที่ยังเชียร์ให้ทั้งคู่รีเทิร์น โดยส่งข้อความมาว่า "อยากให้กลับไปคบกับเบียร์ 🥺💗" ท็อปตอบชัดเจน เป็นการดับฝันเรือผีแบบ 100% ว่า "ไม่น่าจะเวิร์คนะ เป็นเพื่อนนี้แหละดีแล้ว..." Cr.เพจ อรรถรส

Kawaaii

2,294,111 görüntüleme • 4 ay önce

📣 สรุปดราม่า "ฟ้าใส" เด็กเก็บขยะ แยกทาง "สไปร์ท SPD" โดนถล่มหนัก วอนสังคมหยุดซ้ำเติม จากรายการphutta talk 🔵 ดราม่าจากโซเชียลและประโยคพลิกชีวิต ◼️ จากเด็กเก็บขยะสู่คนดัง จนกลายเป็นไวรัล และได้รับโอกาสทองจากยูทูบเบอร์ชื่อดัง "สไปร์ท SPD" ที่ดึงตัวมาร่วมทำคอนเทนต์จนโด่งดัง ◼️ ดราม่าปะทุขึ้นเมื่อฟ้าใสตัดสินใจแยกตัวออกมาจากทีมงานของสไปร์ท และกลับมาทำช่องของตัวเอง ◼️ วันหนึ่งน้องได้ไลฟ์สดและมีชาวเน็ตเข้ามาถามทำนองว่า ไม่อยากทำงานกับพี่สไปร์ทแล้วเหรอ ◼️ ฟ้าใสหลุดปากตอบกลับกลางไลฟ์ว่า "ไม่ต้องอยู่กับพี่ไปรท์ ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้วค่ะ" คำพูดนี้ทำให้สังคมออนไลน์ผิดหวังอย่างหนัก ◼️ พี่พุทธ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า "คำนี้คำเดียวจริงๆ ครับ และผมกล้าบอกเลยว่าคำนี้แหละที่น้องพูด น่าจะเปลี่ยนชีวิตน้องฟ้าใสไปอีกอย่างยาวนานเลยทีเดียว" 🔵 ชีวิตปัจจุบันที่พังทลาย ◼️ ทีมข่าวลงพื้นที่พบว่า ตอนนี้ชีวิตฟ้าใสกลับมาอยู่จุดเดิม คืออาศัยในห้องเช่าราคา 2,500 บาทกับคุณแม่ งานและสปอนเซอร์ที่เคยมีหายวับไปทั้งหมด ไม่มีใครติดต่อจ้างงานอีกเลย ◼️ คุณแม่เปิดเผยโทรศัพท์ให้ทีมข่าวดู พบว่ามีสายแปลกโทรเข้ามาด่าทอด้วยคำหยาบถึง 44 สาย จนไม่กล้ารับโทรศัพท์ ◼️ บางคนทักแชตมาหลอกว่าจะจ้างงาน พอถามรายละเอียดกลับด่ากราดว่า "เด็กเนรคุณ" และด่าลามปามไปถึงคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ◼️ เรื่องที่สะเทือนใจที่สุดคือ มีกลุ่มคนโทรมาลวนลามน้องโดยตรง ว่าขอมีอะไรกับฟ้าใสได้มั้ย 🔵 เปิดใจฟ้าใส สาเหตุที่แท้จริง ทำไมถึงเดินออกมาจาก SPD? 1️⃣ ปรับตัวไม่ทันกับความดัง ▪️ฟ้าใสเปิดใจว่า ตลอด 10 เดือนที่อยู่กับทีมงาน น้องรู้สึกอึดอัด เพราะต้องย้ายโรงเรียนกะทันหัน ทำให้ปรับตัวไม่ทัน และรับมือกับกระแสสังคมที่เข้ามาจับจ้องไม่ได้ 2️⃣ สูญเสียอิสระและพื้นที่ส่วนตัว ▪️การเป็นคนดังทำให้น้องรู้สึกขาดความเป็นส่วนตัว ไปไหนมาไหนก็มีทีมงานรู้ความเคลื่อนไหวตลอด และมีคนมารุมถ่ายรูป 3️⃣ ความเกรงใจเรื่องเงิน ▪️น้องและแม่รู้สึกเกรงใจค่าใช้จ่ายที่สไปร์ทคอยดูแลให้ตลอด จึงคุยกันว่าถ้าอึดอัด การถอยออกมาอยู่บ้านเกิดแบบจนๆ แต่สบายใจและมีอิสระ น่าจะดีกว่า 🔵 ชี้แจงเรื่อง "ลืมบุญคุณ" ◼️ ความจริงวันไลฟ์สด ฟ้าใสอธิบายถึงประโยคดราม่าว่า วันนั้นในไลฟ์มีคนเข้ามาคอมเมนต์ด่าทอหยาบคาย ลามปามด่าไปถึงชื่อพ่อแม่ และด่าเรื่องเพศ ทำให้น้องรู้สึกกดดัน ขาดสติ และหลุดพูดออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ◼️ น้องยืนยันว่าไม่ได้เกลียดสไปร์ท และสำนึกผิดแล้ว โดยได้ส่งคลิปไปขอโทษสไปร์ทและทีมงานเป็นการส่วนตัว ◼️ พร้อมกล่าวผ่านสื่อว่า "ทุกคนคะหนูขอโทษด้วยนะคะ ก็เพราะว่าอาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ หรือว่าหนูอาจจะแบบว่าด้วยความแบบหนูกดดัน..." ◼️ หากสังคมไม่ให้โอกาสแล้ว น้องก็พร้อมยอมรับสภาพ และจะหาเลี้ยงชีพตามมีตามเกิด น้องบอกว่า "ถ้าเราไม่มีเงิน เราก็อาจจะกลับไปทำอาชีพเดิม (เก็บของเก่า) แต่ถ้าเรามีเงินน่ะค่ะ ก็อาจจะมาขายผลไม้ ไม่ขายผลไม้ก็ลูกชิ้นน้ำ" 🔵 คำเตือนสติจาก "พี่พุทธ อภิวรรณ" ◼️ พี่พุทธได้ฝากข้อคิดเตือนสติชาวเน็ตที่กำลังอินกับดราม่าว่า "ที่แม่เจ็บปวดที่สุด อันนี้ต้องฝากคนดูหน่อยนะครับว่า ยังไงก็ตามแต่ ต่อให้น้องเดินออกมาจากสไปรท์ ผมว่าสังคมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปต่อว่าครอบครัวเขา หรือไปเหยียดหยามครอบครัวเค้า" ◼️ พี่พุทธวิเคราะห์ในมุมของเด็กที่ปรับตัวไม่ทันว่า "อันนี้ผมไม่ได้เข้าข้างเด็กนะ ผมก็ยังมองว่าน้องก็ยังเป็นเด็กคนนึง สังคมอย่าโหดร้ายกับไอ้เจ้าหนูคนนี้มากเกินไปนักเลย... ชื่อเสียงมันตูมใส่น้องฟ้าใสแบบเต็มที่เลย... เด็กก็รู้สึกว่าเขาต้องการมีโลกส่วนตัวของเขาเหมือนกัน และสไปรท์เองเขาก็คงไม่มีความสุข ถ้าเห็นว่าน้องกำลังถูกสังคมรังแก... จะเป็นผู้ที่หยิบยื่นให้โอกาสเค้าหรือไม่ อยู่ที่สังคมไทยแล้วล่ะครับ" 📸อรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

2,277,655 görüntüleme • 4 ay önce

📣 "ฟ้าใส" อัดคลิปชี้แจงปมเงิน 5 แสนจากสไปร์ท SPD หายไปไหนหมด? แจงยิบรายจ่ายครอบครัว ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้พี่-ถอยไอแพด-เครื่องซักผ้า 🔵 จุดเริ่มต้นดราม่า ◼️ เรื่องนี้บานปลายมาจากการที่น้อง #ฟ้าใส ย้ายไปอยู่กับ "นุ้งตี้" (ผู้ดูแลคนใหม่) แล้วมีชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์บอกว่าอยู่กับสไปร์ทดีกว่า ◼️ นุ้งตี้เลยฟาดกลับคอมเมนต์นั้นทำนองว่า "แล้วทำไมน้องยังใส่เสื้อผ้าเดิม โทรศัพท์เดิม ห้องเช่าเดิม ตอบมาหน่อยค่ะ มีแค่แสงดังขึ้นแต่ทำไมน้องยังอยู่กับที่ แล้วเงินไปไหนหมด!! ถ้าไม่รู้ไม่ตัดสินจะดีกว่า" ◼️ ข้อความนี้ทำให้คนพุ่งเป้าและเข้าใจผิดไปว่า "สไปร์ท SPD" เอาเปรียบน้องเรื่องเงิน หรือดูแลเด็กไม่ดีอย่างที่เห็นในคลิปหรือเปล่า!? ◼️ ฝั่ง #สไปร์ทspd ออกมาชี้แจงง ตลอด 10 เดือน ดูแลน้องอย่างดี และมีรายได้แบ่งให้อย่างถูกต้อง ยอดเงินรวมที่น้องฟ้าใสและครอบครัวได้รับไปทั้งหมดคือประมาณ 5 แสนกว่าบาท! ◼️ สังคมเลยหันมาตั้งคำถามกับฝั่งฟ้าใสทันทีว่า เอ้า! เงินไม่ใช่น้อยๆ นะ เพิ่งออกมาจากสไปร์ทได้ไม่ถึง 2 เดือน เงินตั้งเยอะแยะขนาดนี้ หายไปไหนหมดแล้ว!? 🔵 "ฟ้าใส" อัดคลิปชี้แจง ◼️ ล่าสุด น้องฟ้าออกมาอัดคลิปอธิบายด้วยตัวเองว่าเงิน 5 แสนกว่าบาทนั้น ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ◼️ รายจ่ายก้อนแรกที่น้องแจกแจงคือ การนำเงินไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้พี่ชายทั้ง 2 คน คนละ 1 คัน ◼️ โดยแบ่งเป็นยอดเงินให้พี่ชายคนกลาง 20,000 บาท และให้พี่ชายคนโตอีก 20,000 บาท ◼️ นอกจากนี้น้องยังบอกว่า เงินถูกนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ซื้ออาหารแมวและของใช้สำหรับแมว รวมถึงนำไปซื้อของใช้จำเป็นภายในบ้าน อย่างเช่น เครื่องซักผ้า ◼️ สำหรับเรื่องการศึกษาและของใช้ส่วนตัว น้องได้นำเงินไปซื้อชุดนักเรียนและรองเท้า ◼️ และรายการล่าสุดที่น้องเพิ่งจะจ่ายเงินซื้อไปก็คือ ไอแพดในราคา 10,000 บาท สรุปจากอรรถรส

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

174,104 görüntüleme • 3 ay önce