Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

เทพจะเจอกันอีกเร็วๆๆนี้

70,296 görüntüleme • 5 gün önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

ดิฉันมาแล้วจ๊ะ สรุป จากตำรวจแถลงเรื่อง #บุ๋มปนัดดา กับ #ก๊อตอธิป - ตอนแรกเบื้องต้นมี2ความผิด ความผิดฉ้อโกงประชาชน , การนำเข้าสู้ข้อมูลกันเป็นเท็จ - สืบสวนเบื้องต้นจนพบว่าข้อกล่าวหาเบื้องต้นเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน - พนักงานสอบสวนทำการสืบสวนสอบหาหลักทรัพย์เพื่อมาประกอบเป็นหลักฐานในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน - สืบสวนในเชิงลึกพบว่าวิธีการจัดตั้งต่างๆ ดังนี้ 1. 23 พ.ย 58 บุ๋มได้มีการเชิญชวนให้คนบริจาคทางสื่ออนไลน์ ผ่านบัญชีที่บัญชีตัวเองเปิดขึ้น เป็นบัญชี องค์กรทำดี เป็นบัญชีส่วนตัว โดยอ้างว่าบริจาคเพื่อนำมาใช้ในการกุศล 2. 12 ธ.ค 60 มีการสร้างเฟสองค์กรความดี เชิญชวนให้ประชาชนเข้าบริจาคโดยใช้บัญชีเดิมที่เปิดไว้ตอนปี 58 3. 30 มี.ค 65 เมื่อยอดบริจาคมีเงินเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทางบุ๋มเลยเข้าจัดตั้งมูลนิธิเข้าจดทะเบียนโดยใช้ชื่อว่า "มูลนิธิองค์กรความดี" 4. 29 เม.ย 65 มีการเปลี่ยนเฟสจากองค์กรเป็นมูลนิธิ 5. 25 ก.ค 65 มีการเรียกประชมคณะกรรมการมูลนิธิให้การรับรองบัญชีส่วนตัวปี 58 ที่ลงท้ายด้วย 903 มาเป็นบัญชีหลักในการรับบริจาค วันเดียวกันมีการประชุมให้เปิดบัญของมูลนิธิตามหลักการเปิดบัญชีกับสถาบันการเงิน 6. 27 ก.ค 65 ทางมูลนิธิไปเปิดบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี 7. มีการเปิดรับ2บัญชีควบคู่กันโดยไม่มีการปิดบัญชีเดิม 8. 31 ธ.ค 65 โพสต์เชิญชวนร่วมเข้าบริจาคที่มูลนิธิเปิดขึ้น 9. 3 มิ.ย 68 มีความคิดที่จะย้ายมูลนิธิเขตบางเขนไปปทุม 10. มีการซื้อที่ดินรองรับไว้และจะเริ่มก่อสร้างมูลนิธิ เลยเปิดอีก1บัญชี ไม่ใช่บัญชีของมูลนิธิแต่เป็นบัญชีส่วนตัวโดยใช้ชื่อว่าบัญชีสมทบองค์กรทำดี เปิดรับบริจาค มีบุ๋มเป็นผู้ได้รับอำนาจ 11. สรุปแล้วบัญชีทั้งหมดมีทั้ง3บัญชี 12. ตรวจสอบต่อมาพบว่าบัญชีทีั้ง3บัญชี บุ๋มมีอำนาจในการสั่งจ่ายทั้งสิ้น 13. เงื่อนไขในการสั่งจ่ายกับธนาคาร บุ๋มเป็นคนไปทำไว้กับสถานบันการเงิน 14. ตรวจพบว่า ปี 58 - ปัจจุบัน ทั้ง3บัญชีหลักมีการเชิญชวนให้บริจาค และมีผู้บริจาค 3.2ล้านกว่าครั้ง จาก 1 ล้านบัญชี รวมเงินบริจาคเข้ามาทั้ง3บัญชี 815 ล้าน 15. ระหว่างนั้นมีการทำธุรกรรมโยกย้ายเงินจากบัญชีมูลนิธิไปบัญชีกองทุน แล้วโยกจาบัญชีกองทุนกลับมาบัญชีสมทบซึ่งเป็ยบัญชีส่วนตัวทั้งสิ้น 16. ตรวจสอบว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น เลยพบว่าข้อบังคับของมูลนิธิเป็นข้อจำกัดในการเบิกจ่ายเงิน เช่น การเบิกจ่ายเงินเกิน5แสนต้องผ่านคณะกรรมการ จะมีข้อยกเว้นบ่างหากมีกรณีจำเป็น 17. เป็นแผนธุรกรรมที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นการสะดวกในการโยกย้ายเงินออกจากบัญชี 18. ตรวจพบว่าเงินจากทั้ง3บัญชี ถูกโยกย้ายถ่ายเทไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิบ้าง และ ส่วนใหญ่นำไปใช้กิจกรรมส่วนตัว 19. บัญชีหลักพบว่ามีการโอนถึง600กว่าล้าน เท่าที่ตรวจสอบพบในตอนนี้ทั้งหมด 12 กิจกรรม มูลค่า520.7ล้าน 🔴บัญชีแรก - เป็นบัญชีโอเข้ามีการเปิดบัญชีรองรับอีกเป็นเงิน242ล้าน - มีการโอนให้ก๊อตที่เปิดไว้3บัญชีเป็นเงิน 99 ล้าน - โอนให้พ่อ21ครั้ง 4.6ล้าน - โอนให้กับช่างเอ๋18ล้าน - โอนให้กับ1ในคณะกรรมการมูลนิธิ 36ล้าน - โอนให้กับนิติบุคคลที่จัดตั้งโดยช่างเอ๋2นิติบุคคลเป็นเงิน 2.4ล้าน1นิติบุคคล 17ล้านอีก1นิติบุคคล - โอนเงินไปซื้อประกันชีวิตโดยมีบุ๋มเป็นผู้รับผลประโยชน์10ล้าน - โอนเงินซื้อกองทุน6กองทุน 24ล้าน - โอนจากบัญชีกองทุนไปซื้อเครื่องประดับประเภทกระเป๋าแบรนด์เนม 2.7 ล้าน - ถอนเงินจากบัญชีข้างต้นไปยังเคาท์เตอร์ธนาคาร30ครั้ง 42ล้าน - มีการนำเงินกองทุนไปชำระบัตรเครดิต2ใบ จำนวน251ครั้ง มูลค่า 19ล้าน 🔴บัญชีกองทุน - มีการโยกย้ายเงินจากบัญชีมูลนิธิไปบัญชีส่วนตัวหลายครั้งรอบแรก 101ล้าน - ที่เหลือโอนไปยังบัญชีของบุ๋มอีก3ครั้ง 6ล้าน - โอนให้ของก๊อต 15ครั้ง 23ล้าน - มีการถอนเงินจากเคาท์เตอร์ธนาคาร16ครั้ง 21ล้าน - บางส่วนไปชำระค่าที่พักอาศัยและที่พักส่วนกลาง 3 แสนกว่าบาท 🔴บัญชีสมทบที่อ้างว่าจะสร้างมูลนิธิ - มีการโอนไปบัญชีส่วนตัว44ครั้ง 12ล้าน - โอนให้ก๊อก 5แสน - โอนไปยังนักธุรกิจที่เชียงใหม่ 8.8แสน สรุปแล้วที่ตรวจพบในปัจจุบันคือ มีเงินถูกนำเงินออกจากบัญชีรับบริจาคทั้ง3บัญชีทั้งหมด 527 ล้านบาทโดยประมาณ - พอตรวจสอบพบก็รวบรวมหลักฐานและเสนอข้อมูลเพื่อขออนุมัติหมายจับในวงแรกแค่2คนก่อน - บุ๋ม มี 3 ข้อหาหลักเบื้องต้น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเอตร์ - ก๊อตเบื้องต้นยังไม่พบพฤตการที่เข้าข่ายฉ้อโกง แต่พฤติกรรมรับโอนเงิน โยกย้ายถ่ายเท เป็นพฤติกรรมฐานฉ้อโกง - ณ ตอนนี้เรื่องพูลวิลล่าแน่นอนว่าอ้างว่าไม่รู้ เงินที่โอนไปโอนไปให้ช่างเอ๋ทำมูลนิธิ - ในการสืบสวนมีรูปแบบการโอนเงินโดยอ้างว่าก๊อตเป็นคนดำเนินการ แต่รูปแบบมันบ่งชี้ว่าบุ๋มทราบ - หมายจับแถว2 แถว3ต้องเรียกเค้ามาสอบปากคำก่อน เค้าต้องมีหลักฐานประกอบด้วย จะเริ่มการสอบสวนอาทิตย์หน้า - ไม่มีลาสบอส ใครที่รับเงินก็เป็นบอสหมด - ปีที่มีเงินเข้ามาเยอะและนำไปซื้อของแบรนด์เนมหรือไปลงทุนต่างๆคือปี 67 - 68 ประมาณ 500-600ล้าน - ส่วนเรื่องสนามเทลหรือบุกรุก เป็นที่ที่ราชพัสดุ เค้าซื้อสิทธิ์ไม่ได้ซื้อที่ดิน เป็นเรื่องของสภ.บ้านนาในการสอบสวนไม่ขอก้าวล่วง (ปล.เสียงนักข่าวเหมือนโกรธ ตร.อ่ะ) - เบื้องต้น บุ๋มให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าสับสนในการเบิกจ่ายเนื่องจากมีจำนวนธุรกรรมมาก - ก๊อตให้การปฏิเสธ อ้างทำตามคำสั่งของคุณบุ๋ม (จากการตรวจสอบ ทั้งคู่ยังคงอยู่อาศัยร่วมกันฉันสามีภรรยา)

🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬

264,971 görüntüleme • 18 saat önce

ภาพจำลอง 3D มุมมองบุคคลที่หนึ่ง พาเดินลัดเลาะไปตามแนว ทางเดินกระเบื้องแคบ ๆ เหนือผืนน้ำสีดำสนิท ก่อนจะเผชิญหน้ากับหัว รูปปั้นขนาดยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ คลิปนี้เป็นงานดิจิทัลอาร์ต ที่ถ่ายทอดบรรยากาศ แนว "Poolrooms" หรือ พื้นที่ว่างเปล่าเหนือจริง เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของผู้ชม จุดเด่นของคลิปคือการดึงเอา ภาวะ "Submechanophobia" หรืออาการกลัวสิ่งก่อสร้างและ วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งจมอยู่ใต้น้ำ ผสมผสานกับความกลัวพื้นที่เวิ้งว้าง ไร้ที่สิ้นสุด (Liminal Space) เมื่อสายตามองเห็นโครงสร้าง แปลกปลอมจมอยู่ในมวลน้ำลึก ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ สมองจึงกระตุ้นสัญชาตญาณ ความระแวงและทำให้รู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว Via: sari_des1

R here

305,383 görüntüleme • 1 gün önce

ผู้ประกาศข่าวสาวสถานีโทรทัศน์ชื่อดังระดับประเทศของเกาหลี โดนคนที่ทำงานบูลลี่จนตาย โดนรุมแกล้งหลังฉาก อ้างว่าสอนงาน เหยียดว่าสวยไม่มีสมอง แม่ไปเจอจดหมายลาตาย 17 หน้าในโทรศัพท์ ที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์เกาหลีไม่เคยช่วย แถมหลังเธอเสียชีวิต กลับต่อสัญญาจ้างคนที่บูลลี่ผู้หญิงคนนี้จนตาย โอโยอันนา อายุ 25 ในปี 2021 เรียนจบด้านสื่อ ทำตามความฝันจนได้งานเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ ช่องเอ็มบีซี สถานีโทรทัศน์ชั้นนำของเกาหลีที่อยู่มานานตั้งแต่ปี 1969 (เกาหลีมีทีวีออกอากาศครั้งแรกปี 1956) เรียกได้ว่าเก่าแก่มากๆ คุณโอโยอันนา (ต่อไปขออนุญาตเรียกย่อว่า อันนา) ต้องสอบคัดเลือกเพื่อทำงานในช่องสถานีนี้ ทดสอบหน้ากล้อง สอบสัมภาษณ์ กดดันมาก แต่สุดท้ายก็ได้งาน แต่ว่าตำแหน่งของเธอถูกเรียกว่า ‘ฟรีแลนซ์’ ไม่ใช่ลูกจ้างในสายตาของสถานี คุณอันนามีความสามารถมาก เคยไปออดิชั่นค่ายเพลงเจวายพี ได้รางวัลแต่ไม่ได้เข้าเป็นเด็กฝึกของค่าย เคยออดิชั่นเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ไปประกวดนางงาม ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ เป็นตัวแทนโปรโมทเมืองนัมวอน นอกจากมีความรู้เรื่องสื่อแล้ว ยังจบจากสถาบันศิลปะโซล เอกวรรณกรรม ได้รางวัลเขียนเรียงความ 30 รางวัล เป็นนักกีฬาพายเรือ โพสรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของชาวเมืองกวางจู (บ้านเกิดแม่ของเธอ) เรียกได้ว่า ความสามารถรอบตัว แต่สำหรับคนในสถานีนี้ คุณอันนาก็แค่ฟรีแลนซ์ ไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่มีค่าอะไรที่จะต้องให้ความสำคัญ คุณอันนาได้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ มีรุ่นพี่ 5 คน: - นางสาวเอ คนหลักที่แกล้งอันนาอย่างรุนแรง (ภายหลังโดนแม่อันนาฟ้องเรียกค่าเสียหาย 510 ล้านวอน) - อีฮยอนซึง แม่อันนาเรียกว่า ปีศาจตัวจริงที่ชอบแทงข้างหลัง คอยแกล้งให้อันนาผิดพลาด - คิมกายอง ลูกน้องอีฮยอนซึง ดูอันนาโดนรุมแกล้งแต่ไม่ได้ช่วย - พัคฮามยอง แกล้งอันนาแบบต่อหน้า - ชเวอาริ ลูกน้องพัคฮามยอง อันนาที่เต็มไปด้วยความสามารถ ไม่มีค่าอะไรในสายตาคนเลว คนพวกนี้มองว่าเธอสวยไม่มีสมอง อันนาได้รับเชิญไปร่วมรายการทายปัญหา ก็ถูกเหยียดว่า ‘คนอย่างเธอน่ะ มีอะไรจะไปตอบด้วยเหรอ‘ มองว่าเธอสมองกลวง ไม่มีความคิด ไม่ใช่แค่ 5 คนที่ระบุแต่คือเพื่อนร่วมงานโดยรวม มีบางคนอาจจะดีกับอันนาบ้าง แต่ก็เว้นระยะห่างจนอันนาตัวคนเดียวในที่ทำงาน สิ่งที่อันนาโดนแกล้งมีตั้งแต่ เรียกเข้าออฟฟิศกลางดึก อ้างว่าจะสอนงาน แกล้งให้รีบมาออฟฟิศเพื่อเจอว่าไม่มีใครอยู่ เวลามีความผิดช่วยกันโยนให้อันนารับ กักบริเวณไม่ให้ได้กลับบ้านตรงเวลา ฯลฯ มีหลักฐานคลิปเสียงว่าคนในที่ทำงานใช้คำพูดแรงๆ พูดดีๆ ไม่ได้ เรียกเธอแบบใช้คำหยาบคาย เยาะเย้ย ถากถาง จับผิด ตั้งกลุ่มแชทลับเอาไว้ด่า แกล้งจนเป็นแผล อันนาต้องพันเทปที่ข้อมือแล้วมาออกข่าว คนพวกนี้ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว รุมแกล้งผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว อันนาเป็นโรคซึมเศร้า ไปหาจิตแพทย์ (ทั้งที่คนพวกนั้นควรไปหามากกว่า) แต่ก็ไม่ช่วย เพราะเธอต้องไปทำงานทุกวัน สิ่งนึงที่เธอมีเป็นที่พึ่งทางใจคือแม่ และการเป็นติ่งวงชายนี่ ซึ่งเธอเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่ชั้นประถม เธอพยายามมุ่งเป้าไปที่การทำงาน เธอให้ความสำคัญกับการพูดออกอากาศมาก ถึงมีเวลานิดเดียวก็จะพูดให้คนฟังได้ข้อมูลสภาพอากาศครบถ้วน สุดท้ายหัวใจเธอก็รับไม่ไหวอีกต่อไป ในวันที่ 6 กันยายน 2024 เธอพยายามโดดสะพานแต่รอดชีวิต เป็นแผลที่หน้า โดนสั่งให้หยุดงาน และอีกไม่กี่วันต่อมา 15 กันยายน 2024 เธอก็โดดอีกครั้งและจากโลกนี้ไป มีจดหมายลาตายเขียนว่า “ขอให้จัดงานศพของฉันแบบงานปาร์ตี้กลางแจ้งนะคะ ให้ทุกคนใส่เสื้อผ้าสวยๆ มางาน และช่วยส่งฉันด้วยรอยยิ้มนะ“ แม่ของอันนาใจสลาย ตอนโทรหาคนที่ทำงานที่พอจะสนิทกับอันนา ก็ไม่มีใครมางานศพ แม่เจอบันทึกในโทรศัพท์ลูก สองพันกว่าตัวอักษร หรือประมาณ 17 หน้า ระบายความทุกข์ที่เจอ แม่บุกไปสถานี แต่สถานีอ้างว่า ‘ไม่รู้เรื่องเลยว่ามีการแกล้งกัน’ ทั้งที่อันนาเคยแจ้งว่าโดนแกล้งถึง 4 ครั้ง แม่อดอาหารประท้วง แจ้งกรมแรงงาน แม่เรียกร้องให้สถานีออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่สถานีไม่ทำ แถมต่อสัญญาจ้างงานคนที่บูลลี่อันนา 15 กันยายน 2025 ครบรอบ 1 ปีที่อันนาเสีย สถานีประกาศว่าจะไม่จ้างนักข่าวพยากรณ์อากาศแบบฟรีแลนซ์แล้ว จะจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นพนงประจำ แม่ของอันนาโมโหมากเพราะแทนที่จะออกมาขอโทษ ดันทำแบบนี้เหมือนกลบข่าว “พวกนี้หน้าไม่อาย ลูกสาวฉันต้องถูกบดขยี้เพื่อแลกกับการได้ออกอากาศ ฉันขอร้องให้ลูกลาออก แต่เธอเลือกกัดฟันเพื่อความฝันจนวาระสุดท้าย สถานีไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหา พวกเขามองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ฉันไม่สามารถยกโทษให้พวกมันได้ ฉันจะล้างแค้นให้โยอันนา” ขณะนี้คดียังไม่จบ แม่ของอันนาสาบานจะทวงคืนความยุติธรรมให้ลูก และช่วยพนักงานฟรีแลนซ์คนอื่นๆ ในสังคมที่โดนระบบข่มเหง

L O L A

9,520,196 görüntüleme • 4 ay önce