正在加载视频...

视频加载失败

เบิกเนตร‼️ "แก้มลิงตามพระราชดำริ ร.9" ฝั่งตะวันออกถูกนายทุนถม ก่อนผลักพื้นที่เข้าสู่โครงการจัดสรร #น้ำท่วมกรุงเทพ69 #ฐานเสียงจัญไร #ชัชชาติ

3 条评论

Pradtana รักชาติ รักสถาบัน 的头像
Pradtana รักชาติ รักสถาบัน2 天前

ทำแก้มลิงหมดสองพันกว่าล้านมันบอกว่าแพง แต่น้ำท่วมเสียหายเกินหมื่นล้าน ผู้ว่าฉะลาดมาก

#saveทับลาน 的头像
#saveทับลาน2 天前

โคตรเลว ค่ะ

Godfckingsend 的头像
Godfckingsend2 天前

ที่สุดครับ

相关视频

⚠️เตือนภัยมิจฉาชีพ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่ทำหญิงคนดังกล่าวได้ทำแบบนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 9 เม.ย 69 ที่ร้านสะดวกซื้อภายในสาทรซอย 9 มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน ซื้อของแล้วจะจ่ายด้วยแบงค์พันแล้วจะได้รับเงินทอน แล้วจะใช้วิธีดึงดูดความสนใจของพนักงาน ด้วยการถามเรื่องสินค้า แล้วจะใช้จังหวะนั้นเอาแบงค์ 500 เหน็บที่รักแร้ แล้วเอาเงินมานับให้พนักงานดูอีกครั้งว่าเงินทอนไม่ครบแล้วเอาเงินที่พนักงานอีกครั้ง และเดินออกไปนั้นเท่ากับได้เงินทอนเกินไป ท่านใดเจอหญิงคนดังกล่าวโปรดระวัง ภัยสังคม‼️‼️ 📸สวนหลวงวันนี้

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

50,503 次观看 • 5 个月前

ได้มาแลกเปลี่ยนมุมมองกับท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ มีพลังมากครับ ได้เห็นการทำงาน ทำให้ผมยิ่งเชื่อมั่นว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองต้นแบบของเมืองแห่งโอกาส และพรรคเพื่อไทยทำได้แน่นอนครับ เรามี "เครื่องมือที่ทรงพลัง" อยู่ในมือแล้ว รัฐบาลต้องเข้าไปเป็น "ผู้สนับสนุนและประสานงาน" เพื่อทลายกำแพงงบประมาณและขอบเขตอำนาจหน้าที่ ให้รัฐบาลและ กทม. ทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ผมพร้อมสานต่อทุกนโยบายที่ดี เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สร้างความสุขสำหรับทุกคนครับ #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #แคนดิเดตนายก #เลือกตั้ง69 --------- ผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้

Yodchanan Wongsawat

29,599 次观看 • 8 个月前

อยากฝากถึง พรรคประชาชนและ ส.ส.พรรคประชาชน อีกหลายคน อย่าเพิ่งรีบตีกินโดยไม่ศึกษากฎหมายดีพอ จากกรณี การต่อสัปทานพลังงานหมุนเวียนที่ถูกตั้งคำถามโดยผู้นำฝ่ายค้าน เพราะสิ่งที่คุณทำกำลังส่งผลเสียหายทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในหลายๆเรื่อง ขอชี้แจงดังนี้ 📍🔥ข้อเท็จจริง คือ oการประชุม กพช. วันที่ 26 พ.ย. นายกฯ ไม่ได้สั่งการ ให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าทุกโครงการพลังงานสะอาดตามที่กล่าวอ้าง oนายกฯ เน้นให้เร่งปรับปรุงเกณฑ์การคัดเลือกพลังงานสะอาดเพื่อดึงดูดการลงทุนและลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมย้ำความสำคัญของราคาพลังงานที่มีผลต่อเศรษฐกิจ และจากคำกล่าวอ้างของ สส. ศุภโชติ (พรรคประชาชน) “…นายกฯ มีอำนาจเต็มในการหยุดยั้งการรับซื้อไฟฟ้าฯ ตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าฯ ถาม? : นายกรัฐมนตรี ทำไมไม่ใช้อำนาจดำเนินการสั่งการ (กพช.) ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ ต้องดำเนินการสั่งการให้ระงับได้ 📍🔥 ข้อเท็จจริงตามข้อกฎหมาย คือ ตาม พ.ร.บ. กพช. และ พ.ร.บ. กกพ. รวมถึงระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าฯ ข้อ 8-9: ข้อ 9 ระบุว่า "ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และ กกพ. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ คำวินิจฉัยของ กกพ. ให้เป็นที่สุด" ดังนั้น การอ้างว่านายกฯ มีอำนาจเต็มในการหยุดยั้งการรับซื้อไฟฟ้า ไม่เป็นความจริง เพราะอำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ กกพ. “พรรคประชาชน ทำการบ้านไม่พอ” ค่ะ เพราะ มีข้อกฎหมายที่ชี้คำตอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว จากทั้ง พ.ร.บ. กพช. และ กกพ. รวมไปถึงระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ 📍บทบาทของ กพช. และนายกฯ คือ นายกฯ ในฐานะประธาน กพช. มีบทบาทกำหนดนโยบาย แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจเชิงปฏิบัติ การดำเนินการใด ๆ ของ กกพ. เป็นอิสระ แม้ต้องปฏิบัติตามกรอบนโยบายที่กำหนดโดย กพช. และจากข้อมูลที่ตั้งใจสร้างความเข้าใจผิด mislead อย่างชัดเจน เลยก็คือ 📌 การกล่าวว่านายกฯ เป็นประธาน กกพ. และมีอำนาจเหนือ กกพ. สร้างความเข้าใจผิด เพราะ กกพ. เป็นองค์กรอิสระ มีความอิสระในการตัดสินใจนโยบายเชิงปฏิบัติ ซึ่ง นายกฯ แทรกแซงไม่ได้ค่ะ สรุปแล้ว ‼️ การบริหารจัดการเรื่องค่าไฟฟ้าและสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีพลังงานโดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และทั้งนี้ #นายกแพทองธาร ก็ได้ย้ำถึงประเด็นนี้ตลอด ตั้งแต่การขอให้เร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดเลือกและการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเรื่องการรับซื้อพลังงานซึ่งนายกได้ให้ข้อสั่งการไปว่าต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก และในช่วงก่อนจบประชุม ก็มีการแสดงความเห็นโดยนายก และรองนายพิชัยว่าต้องทำให้ค่าไฟและค่าส่งถูกลง เพราะไม่งั้นประเทศจะแข่งขันไม่ได้ สุดท้ายค่ะ ‼️ และถ้าพรรคประชาชน จะเสนอแนะอะไรรัฐบาล ช่วยกรุณาไปศึกษากรอบกฎหมายและอำนาจหน้า ที่แต่ละหน่วยงานมีอย่างรอบครอบถี่ถ้วนหน่อยนะคะ หรือฟังที่ ท่านอ.วีระ ธีรภัทร พูดในรายก็ได้นะคะ ดิฉันใน ฐานะ ส.ส.และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย เรายินดีรับฟังเสมอ ถ้ามันสามารถทำได้ อยู่ในอำนาจไม่ขัดกฎหมาย เพราะเรื่องการบริหารประเทศจะให้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจ คงทำให้ไม่ได้ทุกเรื่อง นายกฯ ย้ำประเด็นไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรงเสมอค่ะ ว่าให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ‼️ #นายกอพทองธาร #รัฐบาลแพทองธาร #ค่าไฟฟ้า #พลังงานหมุนเวียน ขอบคุณ เครดิตคลิป คุยให้คิด ไทยพีบีเอส 20 ธ.ค.67

Ying Rinthipond Varinvatchararoj

228,754 次观看 • 1 年前

เฮ๊ยยย 2ชีวิตตัดสินใจข้ามภพเป็นพี่น้องกัน‼️‼️ . รายงานเหตุ ศ ลอยน้ำ(เพิ่มเติม)พื้นที่ สน.บวรมงคล ดังนี้ . 🔘1.วันเวลาเกิดเหตุ วันที่ 27 มี.ค.69 เวลาประมาณ 10.30 น.7.พ.ต.อ.นิธิ ชาญประสิทธิ์ผล ผกก.สน.บวรมงคล ร.ต.อ.กฤตพร พื้นแสน รอง สว(สอบสวน)สน.บวรมงคล พบ ศ ลอยน้ำครั้งที่ 1และต่อมา รับแจ้ง พบ ศ ลอยน้ำครั้งที่ 2 เวลาประมาณ 16.30 น. -▪️มูลนิธิ/อาสานำ ขึ้นจากน้ำ ทั้ง 2 ราย เป็นเพศหญิง บริเวณท่าน้ำสะพานพระราม 8 เมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. . 🔘2. สถานที่เกิดเหตุ ในแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพระราม 8 . 🔘3.ผู้เสียชีวิต -▪️น.ส.รจนา ชีประเสริฐ อายุ 64 ปี (พี่สาว) -▪️น.ส.รสสุคนธ์ ชีประเสริฐ อายุ 61 ปี (น้องสาว) . 🔘4.พฤติการณ์แห่งคดี -▪️วันนี้ 27 มี.ค.69 เวลาประมาณ 10.30 น. ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบ 2 ศ ลอยอยู่ในแม่น้ำ ต่อมา ศ ดังกล่าวได้จมน้ำและหายไป -▪️จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.40 น. มูลนิธิและอาสาได้พบ ศ และนำขึ้นมาบนบกบริเวณท่าน้ำสะพาน พระราม 8 -▪️แพทย์นิติเวช พฐ. ตรวจที่เกิดเหตุ และดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง -▪️ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผล -▪️จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด 2 จุด พบว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองได้กระโดดลงแม่น้ำบริเวณดังกล่าว -▪️สอบถามแม่ค้าขายน้ำบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุให้การว่า กล้องวงจรปิดของร้านเห็นผู้เสียชีวิตทั้งสองเดินผ่านหน้าร้านเมื่อเวลา 10.16 น. . 📸บิ๊กเกรียน

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

243,078 次观看 • 6 个月前

“ผงที่มันสูดกัน มาจากรูขี้พวกกู” แชทหลุดเย้ยคนไทย หลัง รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ พร้อมทีม ป.ป.ส.กทม. จับกุมตัว บิ๊กบอส หัวหน้าขบวนการข้ามชาติ DODORIMA ที่พยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี แต่สุดท้ายสิ้นฤทธิ์ขบวนการนี้มักรวมกลุ่มตระเวนเดินสายบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมการกุศล เพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมายและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนมีชื่อเสียง . แฝงตัวในไทยนาน 7 ปี จากคนเดินยาสู่บิ๊กบอสที่มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท จนสามารถส่งเงินกลับไปสร้างคฤหาสน์ที่ไนจีเรียได้ . เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการ“เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุมตัว MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย แฝงตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวากรุงเทพฯ . โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” (ดำเนินคดี 3 กรรม) ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล . ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1. โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม 2. รถยนต์โตโยต้า 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท 3. เงินสด (ไทย) 178,800 บาท 4. เงินสด (ดอลล่า) 1,900 ดอลล่า มูลค่าประมาณ 57,000 บาท 5. เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท 6. สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ700,000 บาท . สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด“ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรีซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scamจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง . กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท โดยทางการสืบสวนได้พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม DODORIMA ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย ซึ่งเป็นการแตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA” . และจากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยสืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ MR.PATRICK (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบิ๊กบอสรายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา . โดยแรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา บิ๊กบอสรายนี้เงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่าในปัจจุบันบิ๊กบอสรายนี้ได้กอบโกยเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย . การสืบสาวไปถึงตัวของบิ๊กบอสรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายขบวนการรายล้อมหลายรายและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงินจนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน ทว่าเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะมิได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตามแต่เขายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการเด็ดปีกเจ้าพ่อรายแอฟริการายนี้ . ต่อมา 9 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ MR.PATRICK กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block ทว่าบิ๊กบอสรายนี้พยายามขัดขืนการจับกุมได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนีจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ . ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบ โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแช็ทในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทยอย่างออกรสหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป . ในชั้นจับกุม MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า DODORIMA นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า สวัสดี . พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย . ในส่วนของการขยายผลเราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม

THAI PRESS

28,068 次观看 • 3 个月前

[ รัฐบาลอนุทินต้องอยู่สั้น แต่ไม่สร้างความเสียหายที่อยู่ยาว | นโยบายต้อง “ไม่ขายของ ไม่ขายฝัน ไม่ขายสมบัติชาติ” ] . ในฐานะ สส. สมัยแรก ผมไม่เคยคิดว่าผมจะต้องมาอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี . อย่างไรก็ตาม การแถลงนโยบายครั้งนี้ ไม่เหมือนกับการแถลงนโยบาย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เป็นรัฐบาลที่เราคาดหวังให้ทำงานครบวาระ แต่เป็นรัฐบาล “เฉพาะกาล เฉพาะกิจ เฉพาะลักษณะ” - “เฉพาะกาล” = สภาจะอนุญาตให้มีอายุได้ไม่เกิน 4 เดือนหลังจากวันนี้ -“เฉพาะกิจ” = มีหน้าที่หลักในการยุบสภา-ปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ - “เฉพาะลักษณะ” = ต้องคงสภาวะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย (ผ่านกฎหมายไม่ได้หากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย / ถูกฝ่ายค้านล้มได้หากทำอะไรนอกลู่นอกทาง) . [ 3 “สงคราม แก้ด่วน” ที่รัฐบาลต้องทำเฉพาะหน้า ] . โดยสรุป นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหา “เฉพาะหน้า” ของประชาชนในช่วง 4 เดือนสั้นๆนี้ ควรเน้นไปที่ “3 สงคราม”” . 1. สงครามเศรษฐกิจ - กระตุ้นให้ประชาชนมีกินมีใช้ ผ่านการยกระดับ “คนละครึ่งพลัส” ไปอีกขั้น โดยเติมเงื่อนไขให้นำไปสู่การเพิ่มการบริโภคได้จริง มากกว่าแค่การ “ดึงยอดขาย” จากร้านค้านอกโครงการ มาสู่ร้านค้าในโครงการ . 2. สงครามการค้าระหว่างประเทศ - พยุงให้ผู้ประกอบการไทยลืมตาอ้าปากได้ โดยเอาจริงกับ “สินค้าสวมสิทธิ” และ “การทุ่มตลาด” เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการจาก “ภาษีอัตราสูง” จากสหรัฐ หรือ “สินค้าราคาถูก” จากจีน . 3. สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา - เร่งคืนความปกติที่ปลอดภัยให้ประชาชนโดยเร็ว ซึ่งต้องรวมถึงการเดินหน้าทำลายกระเป๋าสตางค์และที่ยืนของผู้นำกัมพูชาในเวทีโลก โดยขั้นต่ำที่สุดคือการทลายธุรกิจสีเทาที่เกี่ยวข้อง . [ ความเสี่ยงที่ “รัฐบาลอยู่สั้น แต่ความเสียหายอยู่ยาว” ] . ในเมื่อรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลอายุสั้น ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมกังวลที่สุด อาจไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะ “ไม่ทำอะไร ที่ควรทำ” แต่สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือรัฐบาลจะ “ทำอะไร ที่ไม่ควรทำ” เพราะหากรัฐบาลก่อให้เกิดความเสียหายที่รัฐบาลถัดไปย้อนกลับไปแก้ไม่ได้ ก็อาจจะนำไปสู่สภาวะที่ “รัฐบาลอยู่สั้น แต่ความเสียหายอยู่ยาว” . หากจะป้องกันความเสี่ยงนี้ นโยบายและการกระทำของรัฐบาลจะต้องไม่ทำ 3 อย่าง . 1. ไม่ขายของ 2. ไม่ขายฝัน 3. ไม่ขายสมบัติชาติ . . [ ความเสี่ยง #1 = ขายของ ] . รัฐบาลไม่ควรดำเนินนโยบายที่เน้น “หาเสียง” เลือกตั้ง มากกว่า “หาทางออก” ให้ประเทศ และไม่ควรดำเนินนโยบายที่เน้นสร้างคะแนนนิยมให้ “รัฐบาลชุดนี้” แต่สร้างภาระและข้อจำกัดให้ “รัฐบาลถัดไป” . ตัวอย่าง 1 = ลดค่าครองชีพ . นโยบาย “ลดแลกแจกแถม” หลายข้อ ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะทำได้อย่างไร ที่ไม่ใช่แค่เอาเงินภาษีประชาชนในอนาคต มาทำโปรโมชันก่อนเลือกตั้ง . - เช่น การลดค่ารถไฟฟ้าอย่างยั่งยืนจะยังเกิดขึ้นไม่ได้ จนกว่า พ.ร.บ. ตั๋วร่วม จะประกาศบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้นิยาม “ค่าโดยสารร่วม” มีความชัดเจน และรัฐบาลจะมีกลไกในการเจรจากับเอกชนเรื่องค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน . - เช่น การลดค่าไฟอย่างยั่งยืนจะยังเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังไม่มีการเจรจากับกลุ่มทุนพลังงานเรื่องสัญญาโรงไฟฟ้าเอกชน และการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Adder ที่ไม่เป็นธรรม . การลดค่าครองชีพเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขความทุกข์ร้อนของประชาชน แต่ข้อกังวลที่เรามี คือรัฐบาลนี้จะอยู่ในตำแหน่งเต็มเพียง 4 เดือน ของงบปี 69 แต่หากเรานับเฉพาะนโยบายคนละครึ่งพลัส (ที่ท่านบอกเองว่าเป็น เฟส 1) รัฐบาลนี้กำลังจะใช้ทั้ง 100% ของงบกระตุ้น ศก. ของทั้งงบปี 69 หรือคิดเป็น 33% หากรวมเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินในงบกลางไปด้วย . ถ้ามาบวกกับโปรโมชันที่คาดว่าจะมีเพิ่มเติมอีก มันจึงเกิดข้อกังวล ว่าตกลงรัฐบาลชุดนี้จะเอาเงินในอนาคต มาใช้หาเสียงล่วงหน้ามากแค่ไหน และรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเหลือพื้นที่ทางการคลังเท่าไหร่ ในการแก้ปัญหาประชาชน . ตัวอย่าง 2 = ประชามติ MOU ไทย-กัมพูชา . อีกนโยบายในคำแถลง ที่อาจถูกตั้งคำถามได้ ว่าเน้นหาเสียง หรือ เน้นหาทางออกให้ประเทศ คือข้อเสนอในการเร่งเดินหน้าทำประชามติเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชาให้เสร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้ . ผมเชื่อว่าเราคนไทยเราทุกคน - ไม่ต้องการให้ไทย ถูกบีบให้ไปยอมรับแผนที่ ที่ทำให้เราเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม - ไม่ต้องการให้ MOU เป็นเพียงกระดาษที่ทำอะไรไม่ได้ แม้กัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงกี่ร้อยครั้ง . แต่ถ้ารัฐบาลอยากให้เราเชื่อ ว่ารัฐบาลคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว และไม่ได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา เพียงเพื่อเป็นเทคนิคในการหาเสียงกับบางกลุ่ม รัฐบาลควรตอบให้ชัดว่า: - คณะกรรมาธิการวิสามัญ MOU ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน จะศึกษาเรื่องสลับซับซ้อนนี้เสร็จภายใน 4 เดือนได้จริงหรือไม่ และมีแผนจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้านภายใน 4 เดือนได้ - ในการทำประชามติ รัฐบาลจะถามกี่คำถาม (เช่น จะแยกคำถามเรื่อง MOU 43 & 44 หรือไม่) และหากประชาชนมีมติให้ยกเลิก รัฐบาลจะมีกลไกอะไรมาแทนที่หรือไม่ เพื่อทำให้ไทยได้เปรียบมากที่สุดในเวทีโลก . รองนายกฯ บอกว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ที่ไม่สมควรตัดสินใจแทนประชาชน ว่าควรยกเลิก MOU หรือไม่ . แต่ถ้านายกฯ ตอบคำถามพื้นฐานผมไม่ได้ ผมก็ต้องถามกลับว่า แล้ว “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ชุดนี้ สมควรหรือไม่ ที่จะตัดสินใจแทนประชาชน ว่าทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ คือการเร่งทำประชามติให้เสร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้ . [ ความเสี่ยง #2 = ขายฝัน ] . ในคำแถลงนโยบาย รัฐบาลระบุว่าจะผลักดันกฎหมายระดับ พรบ. ผ่านสภา 8+ ฉบับ . แม้หลายฉบับเป็นประโยชน์ (และบางฉบับ ผมก็เคยร่วมเสนอร่าง) แต่ผมตั้งคำถามว่ากฎหมายเหล่านี้ จะผ่านสภาทัน 4 เดือนได้อย่างไร? . ตัวอย่าง 1 = พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ - ประชาชนรอมาแล้ว 2 กว่าปีหลังเลือกตั้ง แต่ร่างจากฝ่ายบริหาร ก็ยังไม่คลอดออกมา - ร่างที่ พรรคการเมือง และภาคประชาชนเสนอมาแล้วก็มีถึง 6 ร่าง มีเนื้อหาเฉลี่ยร่างละ 113 มาตรา - แต่ละร่างยังมีความเห็นต่างหลายด้านที่ไม่ง่ายต่อการหาข้อสรุปโดยเร็ว (เช่น สิทธินักเรียน คุณสมบัติครู โครงสร้างกระทรวง) . ตัวอย่าง 2 = พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (climate change) - แม้หน่วยงานมีร่างที่รับฟังความเห็นเสร็จไปแล้ว แต่ร่างดังกล่าว ก็ยาวถึง 200 มาตรา - รัฐบาลจะหยิบร่างนี้มาดันต่อ ก็อาจจะไม่ง่ายนะก เพราะเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ที่อยู่ในร่างกับในคำแถลงนโยบายวางเป้าหมายไว้ต่างกันถึง 15 ปี . ตัวอย่าง 3 : พ.ร.บ. การพนัน - ผมตั้งคำถามว่า รัฐบาลเตรียมร่างใหม่ไว้แล้วหรือยัง เพราะคำแถลงนโยบายระบุว่ารัฐบาลจะ “ควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด”... - …ซึ่งสวนทางกับร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน ของกระทรวงมหาดไทย สมัยคุณอนุทินเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ที่เสนอให้เพิ่มอำนาจและดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในการปลดล็อกการพนันออนไลน์ . ดังนั้น แทนที่รัฐบาลจะใช้เวลาในสภา 4 เดือนข้างหน้าไปกับการผลักดันกฎหมายที่แม้เป็นประโยชน์แต่ทำแล้วก็เสร็จไม่ทัน หรือทันก็จะได้แต่ทางออกแบบครึ่งๆ กลางๆ.. . ผมเสนอว่ารัฐบาลควรคืนเวลาในสภา 4 เดือนข้างหน้านี้ มาให้ฝ่ายนิติบัญญัติกำหนดกันกันเองระหว่างทุกพรรค ว่าจะหยิบกฎหมายอะไรบ้างที่ถูกเสนอมาแล้วและสามารถผลักดันต่อให้สำเร็จได้ภายใน 4 เดือน ซึ่งอาจเป็นฉบับที่มีมาตราไม่เยอะ ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และมั่นใจว่าทำได้ทันแน่นอน (เช่น การเพิ่มอำนาจท้องถิ่นเรื่องขนส่งสาธารณะ? การปลดล็อกโรงแรมขนาดเล็ก? การป้องกันการฟ้องปิดปาก?) . ถ้าเป็นตามข้อเสนอนี้ ร่างกฎหมายในสภา ก็จะมีแต่ร่างของ สส. และภาคประชาชน โดยไม่มีร่างของ ครม. เสียงข้างน้อย - พรรคไหนเห็นด้วยกับร่างไหน ก็มาลงคะแนนสนับสนุนร่างนั้น โดยไม่ต้องลำบากใจเรื่องการเป็นองค์ประชุมให้ใคร . [ ความเสี่ยง #3 = ขาย(สมบัติ)ชาติ ] . รัฐบาลชุดนี้พูดอยู่บ่อยครั้งว่ารักและต้องการปกป้องชาติ โดยเฉพาะเรื่องเขตแดนและอธิปไตย - เป้าหมายนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเขามีความกังวลใจคือรัฐบาลชุดนี้พร้อมจะปกป้องสมบัติของชาติในมิติอื่นๆ ได้เท่ากับที่พร้อมจะปกป้องเรื่องอธิปไตยและเขตแดนหรือไม่ . ตัวอย่าง 1 = ทรัพยากรธรรมชาติ . ถ้ารัฐบาลรักชาติจริง ก็ต้องไม่ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลกลุ่มใดเอาที่ดินของรัฐมาเป็นของตนเอง . ในกรณีเขากระโดง - ในมุมหนึ่ง เราจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่ากรมที่ดินภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีจะทำอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ - แต่ในอีกมุมหนึ่ง นายกฯควรจะต้องสนับสนุนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเดินหน้าฟ้องศาลยุติธรรมเพื่อเพิกถอนแปลงต่างๆ โดยจัดลำดับความสำคัญให้ชัด - ข้อเสนอของผมคือให้เริ่มต้นที่ 2 แปลง (3466 และ 8564) ที่ ป.ป.ช. ชี้แล้วว่าออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นของตระกูลใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่กระทบต่อประชาชนทั่วไปในพื้นที่ [ แม้การรถไฟฯให้ข่าวเมื่อวานพอดี ว่าผู้ว่าฯได้อนุมัติการฟ้องไปแล้ว แต่ทางเราก็ต้องติดตามต่อว่าการฟ้องจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ กระบวนการจะโปร่งใสหรือไม่ และผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ] . ตัวอย่าง 2 = สถาบันทางการเมือง ที่ใช้อำนาจแทนประชาชนทุกคน . หากคนที่นั่งอยู่ในรัฐสภา ได้มาซึ่งอำนาจ ผ่านการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ต่างอะไร จากการขโมยอำนาจจากประชาชนและประเทศชาติ . ถ้ารัฐบาลรักชาติจริง และต้องการ “รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด” - รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ถูกพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับการโกง สว. มีที่ยืนในรัฐสภาแห่งนี้ - รัฐบาลต้องทำเต็มที่เพื่อไม่ให้กระบวนการสอบสวนมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้าไปเกี่ยวข้อง (เช่น ทำความเข้าใจกับ สว. ให้หยุดใช้อำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระและกรรมการ กกต. ต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่คดีตนเองยังอยู่ที่ กกต. / กำกับให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ที่เคยเป็นตำรวจภายใต้การบังคับบัญชาของ สว. ที่ถูกข้อกล่าวหา) ไม่แทรกแซงและฟอกขาวให้กับอดีตหัวหน้าตนเอง) . 4 เดือนข้างหน้านี้ จึงเป็นภารกิจสำคัญของพวกเราฝ่ายค้าน ที่จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ปล่อยให้ รัฐบาลที่อายุสั้นนี้ มาทำให้ประเทศเสียหายยาว . . [ ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ? ] . แต่อีกภารกิจสำคัญของพวกเราพรรคประชาชน คือการกำกับให้รัฐบาลทำตามเงื่อนไข MOA ในการปลดล็อกเรื่องการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ . เราไม่เคยบอกว่าให้รัฐบาลชุดไหน ต้องทำเรื่อง รธน. เรื่องเดียว โดยไม่ทำเรื่องปากท้องหรือเรื่องอื่นๆ แต่เรายืนยันว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ว่าตั้งแต่เรามี รธน. 2560 บังคับใช้ ชีวิตคนไทยต้องได้รับผลกระทบจากสภาวะ “ประชาธิปไตยถดถอย นโยบายล้าหลัง การทุจริตเรื้อรัง” . 1. ประชาธิปไตยเราถดถอยลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ รธน. 2560 ออกแบบให้สถานบันทางการเมืองขาดความยึดโยงกับประชาชน - ประชาชนลงคะแนนให้กับ สส. พรรคหนึ่ง แต่ สส. เหล่านั้น ก็หอบเสียงย้ายค่ายไปทำงานกับอีกพรรคหนึ่งได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตประชาชน - ประชาชนเลือก สส. เข้าไปในสภา เลือกรัฐบาลเข้าไปในทำเนียบ แต่คนที่ถูกมองว่าชี้ขาดว่ากฎหมายอะไรเสนอได้ นโยบายอะไรทำได้ บุคคลใดอยู่ในคณะรัฐมนตรีได้ กลับเป็นตุลาการ 9 คน ในศาลรัฐธรรมนูญ . 2. นโยบายเราไม่มีนวัตกรรมเชิงนโยบายมากเท่ากับเมื่อ 20 ปีก่อน ส่วนหนึ่งเพราะ รธน. 2560 ทำให้รัฐบาลขาด “สมาธิ” และ “แรงจูงใจ” ในการคิดค้นนโยบายใหม่ๆ - สมาธิในการทำนโยบายยากๆ ก็ต้องเสียไปกับการรับมือกับคำร้องและนิติสงคราม - แรงจูงใจการทำนโยบายให้สำเร็จ ก็ลดน้อยลง เพราะความอยู่รอดของรัฐบาลที่ผ่านมากลับไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือปลายปากกาของประชาชน . 3. การทุจริตเรา ได้คะแนนแย่สุดในรอบ 10 ปี ส่วนหนึ่งเพราะ รธน. 2560 ที่ถูกโฆษณาว่าเป็น รธน. ปราบโกง กลับเป็น รธน. ที่ปราบได้เฉพาะคนที่อยากปราบ - กลไกตรวจสอบถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้งกัน มากกว่าปกป้องภาษีประชาชน - ป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามทุกครั้ง ที่ต้องมาทำคดีที่เกี่ยวกับนักการเมืองผู้มากบารมี (เช่น นาฬิกาหรู) - ส.ต.ง. ก็ถูกมองว่าขยันผิดจุด ไล่ล่าครูที่ทำใบเสร็จซื้อเครื่องเขียนหาย แต่กลับปล่อยให้ตึกตนเองถล่มลงมาได้ . แน่นอนว่า พวกผมไม่เคยมีใครเรียกร้องให้เราต้องมีการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ เสร็จทั้งหมดภายใน 4 เดือน . แต่พวกผมก็รับไม่ได้เช่นกัน กับข้อความในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้อย่าง “กว้าง” และ “เบาหวิว” - ซึ่งไม่ได้สัดส่วนเลย กับข้อเท็จจริงทางการเมืองที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความอยู่รอดของรัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้ ขึ้นอยู่ความสำเร็จของรัฐบาลในการผลักดันวาระการแก้รัฐธรรมนูญ . ถ้านายกฯ ยังอยากจะไปต่อได้ ตามเงื่อนไข MOA ที่ลงนาม ผมเห็นว่านายกฯ จำเป็นต้องลุกขึ้นมายืนยันในสภาแห่งนี้ ให้ชัดเจนใน 2 เรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ . [ ข้อเสนอ 1 : Roadmap 4 เดือน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ] . นายกฯควรต้องลุกขึ้นมายืนยันให้ชัด ว่าเป้าหมายของรัฐบาลใน 4 เดือนข้างหน้า คือการเดินหน้าให้มี “ประชามติรัฐธรรมนูญรอบแรก” พร้อมกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องเป็นการทำประชามติครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 ในคราวเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 คำถาม ตามคำวินิจฉัย ศาล รธน. - 1. เห็นด้วยหรือไม่กับการมี รธน. ฉบับใหม่ - 2. เห็นด้วยหรือไม่กับโมเดล สสร. หรือ กลไกในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ ในร่างแก้ไข รธน. หมวด15/1 ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ . ถ้าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ นายกฯควรนำทัพรัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาจากซีกรัฐบาลทุกคน ในการทำทุกวิถีทาง ให้กระบวนการ 4 เดือนข้างหน้านี้ เดินหน้าโดยไม่สะดุด - ร่างแก้ไข รธน. หมวด 15/1 ของ 3 พรรคหลักที่ยื่นเข้ามาแล้ว ควรจะต้องได้รับความเห็นชอบในวาระที่ 1 ในวันที่ 14-15 ตุลาคม - กมธ. วิสามัญฯ ที่จะตั้งขึ้นมาหลังจากนั้น จะต้องถกเถียงทุกความเห็นต่างและหาข้อสรุปให้เสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อส่งร่างกลับมาให้รัฐสภาได้พิจารณาในวาระที่ 2 & 3 เสร็จ ภายในสิ้นเดือน ธันวาคม - รัฐบาลต้องใช้เวลาหลังปีใหม่ ทำงานกับ กกต. เพื่อเตรียมความพร้อมและเคาะวันประชามติก่อนจะยุบสภาภายในสิ้นเดือน มกราคม . [ ข้อเสนอ 2 : โมเดล สสร. ที่มีประชาชนในสมการ ] . แต่แค่ “เสร็จ” ทันเวลาอย่างเดียวไม่พอ . ถ้านายกฯต้องการทำให้ภารกิจเรื่อง รธน. “สำเร็จ” ตาม MOA ก็ควรต้องลุกขึ้นมายืนยันให้ชัดว่าจะสนับสนุนโมเดล สสร. หรือ กลไกในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ ที่มีประชาชนอยู่ในสมการ . - หากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มบอกว่า สสร. เลือกตั้งไปต่อได้ นายกฯก็ต้องสนับสนุน สสร. เลือกตั้งเต็มที่ ตามที่ได้เซ็นไว้ใน MOA . - แต่แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มทำให้ สสร.เลือกตั้งไปต่อได้ยาก นายกฯก็ต้องไม่ฉวยโอกาส โดยการเอาคำวินิจฉัยดังกล่าว มากดดันให้รัฐสภาต้องเห็นชอบกับโมเดล สสร. ที่ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกเกินจำเป็น และไปเพิ่มช่องโหว่ให้เกิดการฮั้วและกินรวบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ . [ ภารกิจในการโน้มน้าวสมาชิกวุฒิสภา ] . การที่นายกฯ ลุกขึ้นมายืนยัน ทั้ง roadmap และหลักการเรื่อง สสร. ในที่ประชุมสภา.. . จะไม่เป็นเพียงแค่การยืนยันว่าท่านจะยังรักษาสัญญาตาม MOA ที่ทำไว้กับพวกผมพรรคประชาชน . แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สื่อสารโดยตรงกับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ . แม้ภารกิจในการทำความเข้าใจและโน้มน้าว สว. เป็นภารกิจของทุกคนทุกพรรค . แต่ภารกิจนี้ คงไม่มีบุคคลใดทำได้ดี เท่ากับคนที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” . เพราะคุณอนุทินไม่เพียงแต่เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมีหน้าที่ในการผลักดันนโยบายหลักของรัฐบาลให้สำเร็จอยู่แล้ว . แต่คุณอนุทินยังเป็นบุคคลที่ใจตรงกันกับ สว. ในหลายเรื่อง และลงเรือลำเดียวกันกับ สว. ในหลายเหตุการณ์ . ไม่ว่านายกฯจะปฏิเสธความสามารถพิเศษตรงนี้อย่างไร . แต่ประชาชนทราบดี ว่าความร่วมมือของ สว. ต่อการแก้ไข รธน. ใน 4 เดือนข้างหน้านี้ คือตัวชี้วัด “ความจริงจัง” และ “ความจริงใจ” ของนายกฯ ในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ . . ฌ เวลานี้ ความหวังของประชาชนจำนวนมากเรื่องการแก้ รธน. อยู่ในมือนายกฯ อนุทิน แต่หลายคนยังไม่เชื่อ ว่านายกฯจะทำให้ความหวังของเขาเป็นจริงได้ . หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นกับพวกเขา ขั้นต่ำที่นายกฯต้องทำ คือลุกขึ้นมาชี้แจงและยืนยันให้เขาเชื่อให้ได้ว่า: . นายกฯไม่ได้มองว่าการแก้ รธน. เป็นเพียง “ภาระ” ที่ท่านต้องทำให้เสร็จๆไปตาม MOA . แต่นายกฯมองว่าการแก้ รธน. เป็น “วาระ” ที่สำคัญ ในการซ่อมประเทศ และสร้างอนาคตที่ดีให้กับคนไทย . . #ประชุมสภา

Parit Wacharasindhu (Itim)

45,336 次观看 • 1 年前