Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

เบื่อหวะ คนจะเล่นเกม

249,466 views • 5 months ago •via X (Twitter)

0 Comments

No comments available

Comments from the original post will appear here

Related Videos

ถ้าเรื่องนี้เป็นไปตามที่เล่ามา ผมว่าต้องเก็บหลักฐานให้ครบครับ บัตร 4 ใบ ถูกแจ้งว่ามีคนสแกนเข้างานไปแล้วตั้งแต่ 18.00 น. เจ้าของบัตรตัวจริงกลับเข้าไม่ได้ ต้องยืนโต้เถียงกันอยู่หน้าประตู แต่พอเวลา 22.25 น. ใกล้คอนเสิร์ตจบ ถึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูที่นั่งตามบัตรทั้ง 4 ใบ แล้วปรากฏว่า… ที่นั่งทั้ง 4 ที่ว่างเปล่า คำถามง่าย ๆ คือ บัตรถูกสแกนเข้าไปแล้ว แล้วคนอยู่ไหน? ถ้ามีคนนั่งจริง ควรมีหลักฐาน ถ้ามีการใช้บัตรจริง ก็ควรตรวจสอบเส้นทางการสแกนได้ แล้วทำไมเจ้าของบัตรตัวจริงถึงถูกกันไม่ให้เข้างานตั้งแต่แรก? อย่าเพิ่งทิ้งบัตร อย่าทิ้งหลักฐานการซื้อ และถ่ายภาพที่นั่งพร้อมเลขที่นั่งเก็บไว้ให้ชัด ๆ เรื่องแบบนี้ไม่ควรจบแค่คำว่า “บัตรถูกใช้ไปแล้วครับ” เพราะถ้าบัตรถูกใช้ไปแล้วจริง ๆ… คนที่ใช้บัตรไป เขาไปนั่งอยู่ตรงไหน?

as789

1,473,186 views • 1 day ago

ผลการศึกษาล่าสุดจากงานวิจัยเชิงวิเคราะห์ Meta-analysis ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Medicine ปี 2026 ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวิตามินดีต่อผู้ที่มีภาวะอ้วนและกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) โดยพบว่าชนิดของวิตามินดีที่เลือกใช้มีผลต่อการลดไขมันและระบบเผาผลาญที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 50 งานวิจัยทางคลินิกมีดังนี้ 1. ประสิทธิภาพในการลดไขมันช่องท้อง งานวิจัยระบุว่า วิตามินดี 3 (Vitamin D3) และ วิตามินดีชนิดออกฤทธิ์ (Active Vitamin D) สามารถลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณตั้งแต่ 2000 IU ต่อวันขึ้นไป ในขณะที่วิตามินดี 2 (Vitamin D2) กลับไม่แสดงผลในการลดไขมันช่องท้องอย่างชัดเจน 2. การปรับปรุงระบบเผาผลาญน้ำตาลและอินซูลิน วิตามินดี 3 และวิตามินดีชนิดออกฤทธิ์ มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (Fasting Glucose) และช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (HOMA-IR) ได้ดีกว่าวิตามินดี 2 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน 3. ผลต่อระดับไขมันในเลือด การเสริมวิตามินดี 3 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมและไขมันชนิดเลว (LDL) ได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในบางกรณี ในขณะที่ผลต่อไขมันชนิดดี (HDL) นั้นพบว่ามีการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษา ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไข ดังนี้ * การใช้ปริมาณโดสที่สูง (ตั้งแต่ 2000 IU ต่อวันขึ้นไป) * ระยะเวลาในการเสริมวิตามินต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน * ผู้ที่มีระดับวิตามินดีในเลือดเริ่มต้นต่ำกว่า 20 ng/mL จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด โดยสรุป วิตามินดี 3 และวิตามินดีชนิดออกฤทธิ์ ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินดี 2 ในการจัดการปัญหาไขมันส่วนเกินและภาวะผิดปกติทางเมตาบอลิกในกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วน อย่างไรก็ตาม การเสริมวิตามินควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว ที่มา: Huang Q, et al. Medicine (2026); 105:8(e47436). #TheLongevist #Longevity #หมออั๋น #vitaminD

The Longevist

46,028 views • 6 months ago