Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

เพลงชาติสยาม (พ.ศ. 2475)

17,243 views • 3 years ago •via X (Twitter)

10 Comments

HuixianHuang's profile picture
HuixianHuang3 years ago

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย บางสมัยศัตรูจู่มารบ ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่ ตะลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า เอกราษฎร์คือกระดูกที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสสระเสรี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย สถาปนาสยามให้เทิดชัยไชโย หมายเหตุ เนื้อร้องนี้เป็นเนื้อร้องฉบับแรกสุด แต่ไม่ใช่ฉบับราชการ เนื่องจากมีคำว่า ยึดอำนาจ อยู่ในเนื้อเพลง ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นสั่งห้ามนักเรียนทั่วประเทศร้อง เนื่องจากเป็นคำแสลง จึงถือว่าเป็นเพลงชาติสยามฉบับต้องห้าม (ปรากฏอยู่ในหนังสือบันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2476 หน้า 503)

chp_ph9@hotmail.com#Save112's profile picture
[email protected]#Save1123 years ago

👏🏻👏🏻👏🏻👍🏻👍🏻👍🏻🇹🇭🇹🇭🇹🇭

🌻🐷Kru.Ou. 🌻(⊙.⊙)◌⑅●♡⋆♡LOVE♡⋆♡●⑅◌'s profile picture
🌻🐷Kru.Ou. 🌻(⊙.⊙)◌⑅●♡⋆♡LOVE♡⋆♡●⑅◌3 years ago

เคยได้ยิน คุณยายร้องให้ฟัง ตอนคุณยายยังมีชีวิตอยู่ค่ะ

HuixianHuang's profile picture
HuixianHuang3 years ago

ว้าว ดีจังค่ะ 🥰🥰

Play Around's profile picture
Play Around3 years ago

ไพเราะมาก

คุณชายพีม's profile picture
คุณชายพีม3 years ago

น่ารักครับยาย

HuixianHuang's profile picture
HuixianHuang3 years ago

ยายลูกคอเอื้อนเพราะนะคะ

Kritanun Lee's profile picture
Kritanun Lee3 years ago

คิดถึงคุณแม่เลยครับ ขออนุญาตแชร์ครับ ขอบคุณครับ

HuixianHuang's profile picture
HuixianHuang3 years ago

🙏🏻🙏🏻ยินดีค่ะ 🫂🫂

ปีระกา​ พาม่วน🤣🤣🤣's profile picture
ปีระกา​ พาม่วน🤣🤣🤣3 years ago

เคยได้ฟังคุณยายร้องให้ฟังเหมือนกัน​ คุณยายอายุ​ 93 อย่าง​ 94 และคุณยายเคยเล่าให้ฟังสมัยสงครามโลกครั้งที่​ 2​ ตอนอยู่โรงเรียนประจำ​ ระเบิดลงแต่ละครั้ง​ จะมีเสียงหวอเตือนมาก่อน​ ครูต้องพานักเรียนหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น

Related Videos

“เราเป็นเจ้านายก็เปรียบเสมือนเพชร จะหาเรือนรับรองก็ต้องทองเนื้อเก้า ไม่ใช่ทองชุบเสาชิงช้า” บทจากเรื่องเพชรกลางไฟ เสด็จพระองค์หญิงทรงตรัสสอนท่านหญิงหลง -เรื่องการออกเรือนของเจ้านายสัตรีฝ่ายใน- การสมรสต้องได้รับพระบรมราชานุญาต และหลายกรณีเป็นการพระราชทานสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์หรือเจ้านายที่มีฐานันดรศักดิ์เหมาะสม เพื่อรักษาสายราชสกุล พระเกียรติยศ และความมั่นคงของราชวงศ์ จะเห็นได้ว่าการแต่งงานของเจ้านายสัตรีนั้นค่อนข้างเข้มงวด เหล่าเจ้านายสัตรีจังมักจะอยู่ครองโสด ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 การที่เจ้านายสตรีจะสมรสกับสามัญชนแทบไม่เกิดขึ้น เนื่องจากข้อกำหนดของกฎมณเฑียรบาลและธรรมเนียมราชสำนักที่มุ่งรักษาพระเกียรติยศและความบริสุทธิ์ของสายราชสกุล อย่างไรก็ตาม ภายหลัง พ.ศ. 2475 แนวคิดและกฎหมายเกี่ยวกับฐานันดรศักดิ์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้เจ้านายสตรีสามารถสมรสกับสามัญชนได้ โดยบางกรณีต้องทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์หรือทรงยอมรับผลทางกฎหมายและธรรมเนียม ส่งผลให้การสมรสข้ามชนชั้นในราชวงศ์เกิดขึ้นมากกว่าสมัยก่อน #เพชรกลางไฟ #เจ้านายสัตรีฝ่ายใน #สาระประวัติศาสตร์สยาม

ภนว.

21,252 views • 3 months ago

#อรุณรุ่งEP9 #อินองศา หลังจากการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 เจ้านายหลายพระองค์ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากการถูกลดหรือตัดเงินปี รวมถึงการถูกให้ออกจากราชการ ส่งผลให้เกิดกลุ่มที่เรียกว่า “แม่ค้าศักดินา” ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวมาประกอบอาชีพอย่างสามัญชน โดยใช้ต้นทุนความรู้และวิชาชาววังที่มีอยู่ หนึ่งในอาชีพของกลุ่มเจ้านายที่ต้องเผชิญความยากลำบากในยุคนั้นคือการทำอาหารและขนมขาย เจ้านายฝ่ายในและสตรีในราชสำนักใช้ความรู้เสน่ห์ปลายจวักที่ร่ำเรียนมาจากในวังมาทำอาหารหรือขนมขาย ตอนแรกก็แอบคิดว่าเจ้านายจากวังวรากุลวาทินจะมีใครสามารถประกอบอาชีพนี้ได้ไหมนะ บ่าวไพร่ที่ยังสาว ๆ ก็ออกไปหมดแล้ว ไม่นึกว่าจะเป็นท่านย่าเองที่ต้องมาทำขนมขาย อายุเยอะแล้วก็ต้องมาลำบากหาเงินเลี้ยงลูกหลาน ฉัตรธรจะสำนึกบ้างไหม 😔

ม่านไหม 🏆

67,004 views • 2 months ago

ประวัติศาสตร์หลังฉาก EP.8 | เมื่อ "น้ำแข็ง" ไม่ใช่แค่ก้อนน้ำเย็น ปี 2475 น้ำแข็งไม่ใช่ของหายากในกรุงเทพฯ อีกแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ของธรรมดาที่จะเอามาเล่นได้แบบไม่คิดอะไร เพราะยังเป็นของที่ต้องซื้อและมีมูลค่า การที่ท่านชายทินกรเอาน้ำแข็งมาหยอกภพธีร์ จึงสะท้อนทั้งฐานะของตัวละคร และความสบายใจที่ยอมสิ้นเปลืองของมีค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้อีกฝ่าย หลายคนอาจนึกไม่ออกว่า "น้ำแข็ง" ในปี 2475 มีความพิเศษอย่างไร ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยยังผลิตน้ำแข็งเองไม่ได้ ต้องนำเข้าจากสิงคโปร์ทางเรือกลไฟ โดยบรรจุในหีบไม้ฉำฉา กลบด้วยขี้เลื่อยเพื่อลดการละลาย ใช้เวลาเดินทางราว 15 วันกว่าจะถึงกรุงเทพฯ แม้ก้อนน้ำแข็งจะละลายไปมากระหว่างทาง แต่ก็ยังถือเป็นของมหัศจรรย์สำหรับผู้คนในยุคนั้น เล่ากันว่าหลายคนไม่เชื่อว่ามี "น้ำที่แข็งเป็นก้อน" อยู่จริง ถึงกับพูดว่า "ปั้นน้ำเป็นตัว" เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ช่วงแรกน้ำแข็งจึงเป็นของที่พบได้ในราชสำนักและในหมู่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นหลัก เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 เทคโนโลยีการผลิตน้ำแข็งเริ่มเข้ามาในสยาม พ.ศ. 2432 มีโฆษณาจำหน่ายน้ำแข็งในหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) จะก่อตั้ง "โรงน้ำแข็งสยาม" ในปี พ.ศ. 2448 นับเป็นโรงน้ำแข็งแห่งแรกของประเทศไทย ทำให้น้ำแข็งค่อย ๆ มีราคาถูกลงและเข้าถึงคนเมืองมากขึ้น แม้ในปี 2475 น้ำแข็งจะไม่ใช่ของหายากเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ก็ยังไม่มีตู้เย็นใช้กันอย่างแพร่หลายในครัวเรือน ผู้คนต้องซื้อน้ำแข็งมาใช้ในแต่ละวัน จึงยังเป็นสิ่งที่มีต้นทุนและมีคุณค่า เมื่อมองกลับมาที่ฉากในอรุณรุ่ง การที่ท่านชายทินกรเอาน้ำแข็งมาหยอกภพธีร์ จึงไม่ใช่เพียงฉากน่ารัก แต่ยังสะท้อนฐานะของตัวละคร และความใส่ใจที่ยอมใช้ของซึ่งยังมีมูลค่า เพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนสำคัญ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง "ก้อนน้ำแข็ง" เพียงก้อนเดียว ทำให้เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่แค่ในเหตุการณ์ใหญ่ หากแต่อยู่ในสิ่งของธรรมดาที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวัน และนั่นเองที่ทำให้โลกของ อรุณรุ่ง มีชีวิตขึ้นอีกนิด อ่านเพิ่มเติม • คนไทยรู้จัก ‘น้ำแข็ง’ ตอนไหน? — • โรงน้ำแข็งแห่งแรกของสยาม จุดเริ่มต้นของน้ำแข็งในประเทศไทย — ULKA THE EDGE OF HORIZON EP6 #อรุณรุ่งEP6

L'enfer, c'est les autres | Kitti

40,801 views • 3 months ago

#อรุณรุ่งEP6 คิดไม่ถึงว่าช่องวัน จะเล่นประเด็นนี้ด้วย เพราะเหตุการณ์นี้มันเคยเกิดขึ้นจริง ๆ ในประวัติศาสตร์ พระยาฤทธิ์อัคเนย์ หนึ่งใน "สี่ทหารเสือ" แกนนำฝ่ายทหารบกผู้ทรงอิทธิพลของคณะราษฎร เป็นคนหลุดปากพูดเรื่องนี้ตอนเมา ก่อนหน้าวันปฏิวัติไม่นาน มีกลุ่มนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ และมีการดื่มสุรากันอย่างหนัก พระยาฤทธิ์อัคเนย์ ซึ่งควบคุมกำลังรบหลักคือกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ เกิดอาการมึนเมาสุราและได้เผลอหลุดปากพูดทำนองว่า "อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมืองไทย" ออกมากลางวงเหล้า คำพูดขณะเมานั้นไปเข้าหูนายทหารที่เป็นฝ่ายรัฐบาล (ฝ่ายเจ้า) และมีการส่งรายงานต่อยอดไปถึง พระยาสีหราชเดโชชัย (เสนาธิการทหารบกในขณะนั้น) และ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทางฝ่ายรัฐบาลเริ่มได้กลิ่นเค้าลางและรวบรวมรายชื่อแกนนำคณะราษฎรได้บางส่วน โดยสั่งการให้ตำรวจเตรียมแผนที่จะ "เข้ากวาดล้างจับกุม" คณะราษฎรทั้งหมดในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เมื่อ พ.อ. พระยาทรงสุรเดช (ฝ่ายทหาร) ทราบข่าวว่าความลับรั่วไหลเพราะเรื่องเหล้า จึงตัดสินใจ "ชิงลงมือก่อน" โดยกำหนดให้ลงมือในเช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน ทันที เพื่อไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลตั้งตัวตั้งรับหรือส่งกำลังมาจับกุมได้ทัน

ม่านไหม 🏆

48,618 views • 3 months ago