Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

เย็ดเมียคนเดียวก็เบื่อๆอยากให้มีคนมาช่วยเย็ดด้วยจังแต่เมียก็ไม่ยอม

337,463 görüntüleme • 1 yıl önce •via X (Twitter)

9 Yorum

JS profil fotoğrafı
JS1 yıl önce

เหมือนกันเลยครับ อยากให้เมียโดนคนอื่นเย็ดบ้าง แต่เมียไม่ยอม กล่อมยังไงก็ไมายอม แต่ถ้าสมมุติตอนเย็ดว่า ถ้าเอาเพื่อนแฟนมาเย็ดปากไปด้วย เล่นตามบทให้ แต่พอถามจริงๆ ไม่เอา อ่ะ

อยากให้เมียลองสวิง profil fotoğrafı
อยากให้เมียลองสวิง1 yıl önce

หาวิธีอยู่เหมือนกันครั​บอยากเห็นเมียโดนลายอื่น

ผู้ช่วยคลายเหงา profil fotoğrafı
ผู้ช่วยคลายเหงา1 yıl önce

เมียให้ทุกครั้งที่ต้องการ ก็เป็นวาสนาแล้วครับท่าน ผมยังอิจฉาเลย รู้ว่าเมียอยากให้แต่เค้าไม่พร้อมก็ต้องยอม

ยืนงง ในดงตีน profil fotoğrafı
ยืนงง ในดงตีน1 yıl önce

อ่าเสียวสถก

humhiew69 profil fotoğrafı
humhiew691 yıl önce

อยากได้เมียแบบนี้เหมือนกันครับ

Kine profil fotoğrafı
Kine1 yıl önce

สุดๆครับอยากเจอแบบนี้จัง

ปิติภัทร profil fotoğrafı
ปิติภัทร1 yıl önce

เหมืนกันเลยครับเมียไม่ยอม

ชายเดี่ยว..บ้านๆ profil fotoğrafı
ชายเดี่ยว..บ้านๆ1 yıl önce

ขึ้นให้บ้างคับ😍😍

ป้อมครับ profil fotoğrafı
ป้อมครับ1 yıl önce

ขอที่

Benzer Videolar

📣 จากอดีตเศรษฐีนีร้อยล้าน สู่ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินมหาศาลเพราะถูกลูกจ้างคนสนิทหักหลังโกง ทว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยยอมแพ้ นำสมบัติชิ้นสุดท้ายออกขาย เพื่อต่อลมหายใจให้หมาแมวจรจัดเกือบ 2,000ชีวิต ◼️ เรื่องราวของ "ป้าติ๋ม" หรือ คุณกวิพร วินิจเถาปฐม เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2546 จากความสงสารลูกสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ในกรงของร้านขายสัตว์เลี้ยงในยามค่ำคืน ◼️ จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ป้าติ๋มได้เริ่มนำอาหารไปเลี้ยงสุนัขจรจัดตามริมถนน วัด และแคมป์คนงานก่อสร้าง พร้อมทั้งช่วยทำหมันและรักษาโรคให้สัตว์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ◼️ ความเมตตาได้ก่อตัวจนกลายเป็น "บ้านนางฟ้าของสัตว์จร" ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี (ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมปศุสัตว์) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่พักพิงของสุนัขและแมวจรจัดกว่า 1,700 ชีวิต (จากที่เคยมียอดสูงสุดถึงกว่า 2,000 ตัว) ◼️ ในอดีต ป้าติ๋มคือมหาเศรษฐีนี เจ้าของบริษัทขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยมีรถโม่ปูนในความดูแลถึง 280 คัน และสร้างรายได้เข้าบริษัทกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน ◼️ ทว่าเธอเลือกที่จะนำเงินรายได้เฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือน มาเป็นค่าอาหาร ยารักษาโรค และค่าจ้างคนงานเพื่อดูแลสัตว์จรจัด ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้อุทิศเงินส่วนตัวไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ◼️ ความเสียสละของป้าติ๋มยิ่งใหญ่ถึงขั้นยอมนำสมบัติล้ำค่าอย่าง "พระสมเด็จวัดระฆัง" ไปปล่อยเช่าในราคา 3 ล้านบาท เพื่อนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาซื้ออาหารให้สัตว์จนหมดสิ้น 🔵 มรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อความไว้ใจถูกทำลายจนสูญสิ้นธุรกิจ ◼️ จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อสามีของป้าติ๋มล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตลง เธอจึงมอบความไว้วางใจให้หัวหน้าช่างคนสนิทดูแลกิจการ แต่ลูกจ้างคนดังกล่าวกลับลักลอบเปิดบริษัททับซ้อนและนำบิลมาเบิกเงินกับทางบริษัทของเธอ ◼️ ความจริงปรากฏในเดือนเมษายน 2567 เมื่อมีสายโทรศัพท์ติดต่อมาขอซื้อ "เล่มทะเบียนรถ" ในราคา 50,000 บาท ทำให้ป้าติ๋มทราบว่าลูกจ้างคนสนิทได้แอบนำรถโม่ปูนจำนวน 32 คัน ไปทยอยขายทอดตลาด สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ◼️ แม้จะมีการแจ้งความและผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ระยะเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับยังไม่สามารถติดตามรถคืนมาได้แม้แต่คันเดียว ทั้งที่ป้าติ๋มได้ให้ข้อมูลจุดจอดรถอย่างชัดเจน จนท้ายที่สุดบริษัทต้องปิดตัวลง ◼️ ในวันนี้ ป้าติ๋มเหลือเพียงเล่มทะเบียนรถเปล่า ไร้ซึ่งทรัพย์สินที่เคยมี และต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต จนต้องตัดสินใจประกาศขายบ้านมูลค่า 25 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ธนาคาร 🔵 ยอมสละสมบัติชิ้นสุดท้าย เพื่อแลกกับอาหารและลมหายใจของสัตว์นับพัน ◼️ ล่าสุดเรื่องราวได้กลายเป็นไวรัลที่สร้างความสะเทือนใจ เมื่อป้าติ๋มและลูกชายได้นำ "กรอบพระทองคำ" เดินทางไปยังร้านทองนะโม เพื่อขอขายขาดนำเงินมาซื้ออาหารให้สุนัข ◼️ ป้าติ๋มเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้นำกรอบพระไปจำนำไว้ในราคา 100,000 บาท แต่ปัจจุบันไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยเดือนละกว่า 4,000 บาทได้อีกต่อไป โดยยอดดอกเบี้ยสะสมพุ่งสูงกว่า 20,000 บาท จึงจำใจต้องขายสมบัติชิ้นท้ายๆ ที่เหลืออยู่ ◼️ นับเป็นความโชคดีที่เจ้าของร้านทองมีจิตเมตตา ได้ช่วยประเมินราคาทองตามน้ำหนักจริงและรับซื้อไว้ในราคา 122,938 บาท ทำให้ป้าติ๋มได้รับเงินส่วนต่างไปหมุนเวียนต่อ อีกทั้งทางร้านยังอาสาเข้ามาช่วยดูแลและวางแผนแก้ปัญหาหนี้สินต่างๆ ให้ป้าติ๋มโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 🔵 พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญู ◼️ ท่ามกลางวิกฤตชีวิต ป้าติ๋มได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเป็นค่าอาหารสุนัขเดือนละ 100,000 บาท (เทียบเท่าอาหารสุนัข 163 กระสอบต่อเดือน) มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์จรจัดนับพัน ◼️ อีกหนึ่งแสงสว่างในชีวิตคือ ลูกชายวัย 37 ปี ผู้มีประวัติการศึกษาอันยอดเยี่ยม (จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา และเป็นนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติดีเด่น มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่ตัดสินใจสละอนาคตหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อมาอยู่เคียงข้างและช่วยมารดาดูลสัตว์ ◼️ สิ่งที่น่ายกย่องที่สุดคือ ลูกชายไม่เคยกล่าวโทษหรือตำหนิคุณแม่แม้แต่ครั้งเดียว ที่นำทรัพย์สินมหาศาลของครอบครัวมาอุทิศเพื่อสัตว์จรจัด ปัจจุบันทั้งสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำ ◼️ ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของป้าติ๋มได้รับการเชิดชูเกียรติในระดับสากล โดยแบรนด์ช็อกโกแลตระดับโลกอย่าง Hershey's ได้คัดเลือกภาพใบหน้าของเธอไปตีพิมพ์บนซองผลิตภัณฑ์ เพื่อยกย่องในฐานะสตรีผู้สร้างคุณูปการอันล้ำค่าแก่สังคม Cr. สรุปเนื้อหาอรรถรส คลิปวิดีโอร้านทองนะโม

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

458,972 görüntüleme • 1 ay önce