Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Loading video...

Video Failed to Load

Go Home

เริ่มแล้วรับบำนาญปีใหม่

100,123 views • 6 months ago •via X (Twitter)

0 Comments

No comments available

Comments from the original post will appear here

Related Videos

[ 4 โจทย์สำคัญของ กยศ. ในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับผู้เรียน ] . 71% vs. 6% . 2 ตัวเลขนี้ คือสัดส่วนของนักเรียนที่ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี และ ปวส. เมื่อเทียบกันระหว่างเด็กจากครอบครัวที่มีกำลังจ่ายสูงสุด 10% vs. ครอบครัวที่มีกำลังจ่ายน้อยสุด 10% . ในวันที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่ได้เป็นสวัสดิการที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างถ้วนหน้า การมีอยู่ของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จึงมีความสำคัญอย่างยิงต่อการเปิดโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา . แน่นอนว่า กยศ. กำลังเผชิญกับหลายปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการที่เกิดขึ้น (เช่น การหักเงินผู้กู้ซ้ำซ้อน) หรือความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง (ปัจจุบัน กยศ. ปล่อยกู้ปีละประมาณ 40,000+ ล้านบาท แต่มีเงินรับจากการชำระหนี้ 25,000+ ล้านบาท จึงต้องพึ่งการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลมากขึ้น) . แต่ในงานที่จัดขึ้นเมื่อวานของ กมธ. ติดตามงบประมาณฯ ผมได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงการออกแบบและยกระดับบทบาทของ กยศ. เพื่อช่วยสนับสนุนอนาคตของผู้คนในประเทศตั้งแต่วัยเรียนถึงวัยทำงาน ภายใต้ข้อจำกัดที่อุดมศึกษายังไม่ได้เป็นสวัสดิการ . ปัจจุบัน หลายคนอาจมองว่าบทบาทหลักของ กยศ. คือการช่วยให้ผู้คน “เข้าถึง” การศึกษาในระดับอุดมศึกษา แต่ผมเห็นว่า กยศ. ควรมองโจทย์เรื่อง “อนาคต” ของคนให้กว้างกว่าแค่การได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ครอบคลุมไปถึงอีก 4 โจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ “อนาคต” ของผู้เรียน . 1. คุณภาพการศึกษา . - เป้าหมายที่เราอยากเห็นไม่ใช่แค่การเข้าถึงอุดมศึกษา แต่รวมถึงการเข้าถึงอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ - ทางตัวแทนกระทรวง อว. เคยให้ข้อมูลว่าจาก 9,000+ หลักสูตรที่มีอยู่ มีเพียงประมาณ 4,000-5,000+ ที่ตอบโจทย์เรื่องทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต - แน่นอนว่า การให้ กยศ. มาคัดกรองอย่างเข้มข้น ว่าผู้กู้สามารถกู้ไปเรียนที่หลักสูตรไหนได้บ้าง อาจเป็นการจำกัดเสรีภาพในการเลือกของผู้เรียนมากเกินควร รวมถึงผูกขาดการคาดการณ์อนาคตไว้ที่ กยศ. - แต่ผมเห็นว่าสิ่งที่ กยศ. ทำได้เลยคือการเปิดเผยข้อมูล (ทั้งที่ กยศ. มี และที่ กยศ. ต้องเชื่อมกับหน่วยงานอื่น) ว่าผลลัพธ์ของผู้กู้ที่ผ่านมาในแต่ละหลักสูตรเป็นอย่างไร (เช่น อัตราการจ้างงาน รายได้เฉลี่ยหลังเรียนจบ) เพื่อให้ผู้กู้รายใหม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้าน . 2. ประสบการณ์ในวัยเรียน . - นอกจากการเรียนการสอนที่มีคุณภาพแล้ว อีกเป้าหมายที่สำคัญคือการทำให้นักศึกษามีประสบการณ์ในวัยเรียนที่ดี ที่ไม่จำกัดอยู่แค่กิจกรรมในห้องเรียน - ปัจจุบัน กยศ. มีการกำหนดให้ผู้กู้ กยศ. ต้องทำกิจกรรมจิตสาธารณะซึ่งถูกออกแบบโดยสถาบันอุดมศึกษา (เช่น ปลูกต้นไม้ บริจาคเลือด) - แม้กิจกรรมดังกล่าว อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่การบังคับนักศึกษาที่กู้ กยศ. เป็นการเฉพาะ ไม่เพียงแต่ทำให้นักศึกษาที่กู้ กยศ. มีเวลาและความยืดหยุ่นน้อยกว่านักศึกษากลุ่มอื่นๆในการเลือกทำกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ตนสนใจหรือที่ตนต้องการใช้ในการค้นพบตนเอง แต่ยังเสี่ยงจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยไม่จำเป็น ระหว่างนักศึกษาที่ต้องกู้เรียนกับนักศึกษาที่จ่ายค่าเรียนเองได้ . 3. การตั้งตัวหลังเรียนจบ . - ช่วงเวลาไม่กี่ปีหลังเรียนจบ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนต้องเผชิญความท้าทาย ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่เด็กจบใหม่หลายคน หางานที่รายได้ดีได้ยากขึ้น - ปัจจุบัน แม้ กยศ. กำหนดระยะเวลาปลอดหนี้ให้กับผู้กู้ไว้ 2 ปี แต่ยอดที่แต่ละคนต้องชำระหนี้หลังจากนั้น (ไม่ว่าจะเป็นการหักเงินเดือน หรือการจ่ายรายปีในแผน step up) เป็นยอดที่ไม่ได้แปรผันตามรายได้ที่แต่ละคนได้รับมากนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้กู้ที่ยังตั้งตัวหรือยังหางานที่มั่นคงไม่ได้ในช่วง 2 ปีแรก - โมเดลการชำระหนี้ที่แก้ปัญหาดังกล่าวได้และมีการใช้ในหลายประเทศ (เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร) คือการคำนวณยอดชำระหนี้ โดยคิดเป็น % ของรายได้ที่เกินเกณฑ์ (เช่น ยังไม่ต้องชำระหนี้หากรายได้ต่ำกว่า A บาท / แต่หากรายได้เกิน A บาท ให้จ่ายคืน x% ของรายได้ในส่วนที่เกิน A บาท) . 4. การหางาน พัฒนาทักษะ . - การช่วยให้กู้ยู้มีงานทำ ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้กู้เอง แต่ยังจะเป็นประโยชน์ต่อ กยศ. เพราะจะทำให้ผู้กู้มีรายได้ในระดับที่สามารถชำระยอดหนี้คืนได้มากขึ้น - แม้ กยศ. ไม่ได้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหางาน แต่ พ.ร.บ. กยศ. เองก็กำหนดให้ กยศ. มีหน้าที่ “ช่วยเหลือให้ผู้กู้มีงานทำ” ในขณะที่ความร่วมมือระหว่าง กยศ. กับ กรมการจัดหางาน ยังมีอย่างจำกัด - แม้มาตรการต่างๆมีข้อดี-ข้อเสียที่ต้องลงรายละเอียด แต่หากเราต้องการให้ กยศ. มีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการช่วยผู้กู้หางาน มีหลายมาตรการที่ กยศ. สามารถพิจารณาได้ (เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ที่กำลังจะเรียนจบให้กับผู้จ้างเพื่อจับคู่หางาน / กามีเงินกู้ประเภทพิเศษเพื่อนำผู้กู้ที่ยังว่างงานไปยกระดับทักษะในด้านที่มีผู้ประกอบการพร้อมจ้างงานเมื่ออบรมจบ) . . 4 โจทย์ดังกล่าว เป็นโจทย์เกี่ยวกับอนาคตผู้เรียน ที่ กยศ. ควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุน . อย่างไรก็ตาม คำตอบต่อคำถามที่ว่าอนาคต กยศ. ควรจะไปในทิศทางไหน คงขึ้นอยู่กับคำตอบต่อคำถามที่ใหญ่กว่า ว่า เราควรกำหนดบทบาทรัฐต่อการเรียนในระดับอุดมศึกษาอย่างไร - หากเราเห็นว่าอุดมศึกษาควรเป็นสวัสดิการ 100% บทบาทและความจำเป็นในการมีอยู่ของ กยศ. ก็จะเปลี่ยนไป - หากเราเห็นว่าอุดมศึกษายังไม่ควรเป็นสวัสดิการที่รัฐอุดหนุน กยศ. ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ “กองทุน” ที่บริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายให้มีเพียงพอสำหรับการปล่อยกู้ให้นักศึกษาทุกๆรุ่น - หากเราเห็นว่าทางออกเรื่องอุดมศึกษาอาจอยู่ระหว่างสองขั้วดังกล่าว เราก็ต้องมาออกแบบร่วมกัน ว่าจะกำหนดสัดส่วนอย่างไร ระหว่างการอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินและการบริหารกองทุนโดย กยศ.

Parit Wacharasindhu (Itim)

13,414 views • 9 months ago