Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

เสียดายจังเบบี๋🥺 #ราม2 #กทม

11,934 görüntüleme • 1 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

[ กระทู้ถามรัฐมนตรี : นำเสนอแนวทางยกระดับ พ.ร.บ. กทม. - รัฐบาลเห็นด้วยหรือไม่? ] . สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมถกเถียงกันพอสมควรเรื่องปัญหาของระบบขนส่งสาธารณะใน กทม. และนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย” ของรัฐบาล แต่อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่ออนาคตของประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม. คือ “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528” (พ.ร.บ. กทม.) . “กรุงเทพมหานคร” เป็นพื้นที่ ที่ได้รับโอกาสมากกว่าพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ - งานดีๆ โรงเรียนดีๆ และ โรงพยาบาลดีๆ มักกระจุกอยู่ใน กทม. - กทม. เป็นพื้นที่เดียวที่คนในพื้นที่ได้เลือกตั้งผู้บริหารสูงสุดของตนเอง (ผู้ว่าฯ กทม.) . แต่ กทม. จะยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ หากเราคงอยู่ในกรอบของ พ.ร.บ. กทม. ที่ได้ออกแบบโครงสร้าง กทม. ที่ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. (ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หรือมีนโยบายดีแค่ไหนก็ตาม) ไม่มีเครื่องมือมากพอในการแก้ปัญหาให้กับคน กทม. . ที่ผ่านมา ผม และ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ เราได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางในการปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ กทม. - เมื่อวาน ผมจึงได้ใช้กลไกกระทู้เพื่อนำ 3 ข้อเสนอหลักของ อนุ กมธ. มาสอบถามความเห็นของรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง . [ 1. “ปลดล็อก” ให้ กทม. แก้ปัญหาให้คน กทม.ได้ ] . 1.1. ปลดล็อก “อำนาจ” ในการจัดทำบริการสาธาณะในพื้นที่ . หากเราไปดูข้อมูลจาก กทม. : - 7-10% ของเรื่องร้องเรียนที่ กทม. ได้รับผ่าน traffy fondueเป็นปัญหาที่ กทม. แก้เองไม่ได้ แต่ต้องส่งต่อให้หน่วยงานอื่นของส่วนกลาง - จาก 74 ภารกิจ ที่อยู่ในแผนกระจายอำนาจเมื่อ 15-20+ ปีก่อน ว่าจะต้องถ่ายโอนอำนาจให้ กทม. ตอนนี้ยังมี 29 ภารกิจ (39%) ที่ยังไม่ได้รับการถ่ายโอน . หรือหากเราลองยกปัญหาอันดับต้นๆของ ชาว กทม. เราจะค้นพบว่า ผู้ว่า กทม. ยังแก้หลายปัญหาดังกล่าวด้วยตนเองไม่ได้ หากรัฐบาลส่วนกลางไม่เห็นชอบด้วย - กทม. เป็นเมืองที่รถติด อันดับต้นๆของโลก แต่ ผู้ว่าฯ กทม. ยังออกแบบระบบขนส่งสาธารณะใหม่ หรือ ปรับปรุงเส้นทางรถเมล์ ด้วยตนเองไม่ได้ เพราะอำนาจในการอนุมัติอยู่ที่คณะกรรมการจากส่วนกลาง - กทม. เป็นเมืองที่รถติด อันดับต้นๆของโลก แต่ ผู้ว่าฯ กทม. ยังเปลี่ยนระบบเปิด-ปิดไฟจราจรตามสี่แยกด้วยตนเองไม่ได้ทั้งหมด เพราะภารกิจด้านจราจรยังไม่ถูกถ่ายโอนมาให้ กทม.โดยสมบูรณ์ - กทม. เป็นเมืองที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 อันดับต้นๆของโลกในบางช่วงของปี แต่ผู้ว่าฯ กทม. ยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องการตรวจจับรถควันดำและการกำหนดเกณฑ์เรื่องควันดำ . ทางออกที่เราเสนอ คือการแก้ไข พรบ. กทม. และ พรบ. อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กทม. มีอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะทุกอย่างในพื้นที่ โดยกำหนดแค่บางข้อไว้เป็นข้อยกเว้น . 1.2. ปลดล็อก “อำนาจ” กทม. ในการหารายได้ด้วยตนเอง . ปัจจุบัน กทม. ยังต้องพึ่งพารายได้ที่ กทม. ไม่ได้จัดเก็บเอง คิดเป็น 80% ของงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้ กทม. ไม่ได้มีความคล่องตัวมากพอในการแก้ปัญหาให้คน กทม. . ทางออกที่เราเสนอเบื้องต้น คือการปลดล็อกให้ กทม.: - จัดเก็บรายได้จาก น้ำมัน ยาสูบ และโรงแรม อย่างน้อยได้เทียบเท่ากับ อปท. อื่น - จัดตั้งวิสาหกิจได้ โดยไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องสาธารณูปโภค - ออกพันธบัตร-จัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยไม่ต้องรอส่วนกลาง . [ 2. “ปรับโครงสร้าง” ให้ใกล้ชิดประชาชน ] . แม้ กทม. จะเป็นพื้นที่เดียว ที่ผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราอาจมองได้ ว่าประชาชนใน กทม. มี “ระยะห่าง” กับผู้นำท้องถิ่นที่เขาเลือกมากกว่าประชาชนในพื้นที่อื่น . เพราะหากเราดูโครงสร้างท้องถิ่นของจังหวัดอื่น - ประชาชนในพื้นที่ ไม่เพียงแต่ได้เลือก นายก อบจ. ที่ดูแลคนในจังหวัด แต่ประชาชนยังได้เลือก นายกเทศมนตรี หรือ นายก อบต. ที่ดูแลคนในพื้นที่เล็กกว่าจังหวัด ในระดับ “หลักพัน-หลักหมื่น” คน . แต่พอเรามาดูโครงสร้าง กทม. - ผู้บริหารท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่สุด กลับเป็น ผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องดูแลคนในระดับ “หลักล้าน” คน . ทางออกที่เราเสนอในการแก้ปัญหาดังกล่าว คือการ “ปรับโครงสร้าง กทม.” ให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 ชั้น ที่มีผู้บริหารและสมาชิกสภาจากการเลือกตั้ง . (1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นบน = กทม. (ครอบคลุมทั้งพื้นที่ กทม.) - ประกอบไปด้วย ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภา กทม. - รับผิดชอบบริการสาธารณะขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อ กทม. โดยรวม (เช่น ระบบขนส่ง) . (2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชั้นล่าง = นคร (ครอบคบุมพื้นที่เล็กกว่า กทม.) - ประกอบไปด้วย นายกนคร และ สมาชิกสภานคร - รับผิดชอบบริการสาธารณะที่เฉพาะพื้นที่และไม่ซับซ้อน (เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน) . เราสามารถถกกันได้ในเชิงรายละเอียด ว่าเราควรแปลงร่าง 50 เขต ปัจจุบัน มาเป็น 50 นคร หรือเราควรรวมกลุ่มบางเขต ให้จำนวนนครมีน้อยกว่า 50 แห่ง . แต่ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไร การทำให้ กทม. เป็น อปท. 2 ชั้น จะทำให้ปัญหาประชาชนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. & สภา กทม. แต่จะได้รับการแก้ไขรวดเร็วขึ้น โดย นายกนคร และสภานคร . [ 3. “เปิดพื้นที่” กทม. ให้ประชาชนมาร่วมขับเคลื่อน ] . ปัจจุบัน คน กทม. มีช่องทางการมีส่วนร่วมทางการเมือง ที่ถูกรับรองโดยกฎหมายอยู่ 3 ช่องทาง - 1. การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก - 2. การเข้าชื่อ 3,000 รายชื่อ เพื่อเสนอข้อบัญญัติไปที่ สภา กทม. - 3. การเข้าชื่อ 30,000 รายชื่อ เพื่อเสนอถอดถอนผู้ว่าฯ กทม. & สก. . ดังนั้น ในมุมหนึ่ง เราควรปรับปรุงช่องทางที่มีอยู่แล้วให้สะดวกกับประชาชนมากขึ้น เช่น - วางกลไกให้การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. และ สก. เกิดขึ้นพร้อมกันไปตลอด เพื่อประหยัดงบประมาณ & เพิ่มสัดส่วนคนออกมาใช้สิทธิ - ทำให้การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติและเสนอถอดถอนทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ . ในอีกมุมหนึ่ง เราควรเพิ่มช่องทางใหม่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากขึ้นในการขับเคลื่อน กทม. เช่น - เพิ่มช่องทางให้ กทม. และ คน กทม. เสนอการจัดทำ “ประชามติ” ระดับ กทม. - รับประกันสิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลรัฐ โดยเฉพาะงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ควรจะต้อง “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” - ยกระดับการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (PB) ที่ กทม. ได้เริ่มนำร่องไปแล้ว ให้ครอบคลุม คล่องตัว และโปร่งใสมากขึ้น . [ รัฐบาลจะเสนอ ร่าง พ.ร.บ. กทม. ฉบับของ ครม. ได้เมื่อไหร่? ] . ทางรัฐมนตรีได้ตอบผมว่า ทางรัฐมนตรีเห็นด้วยว่าควรมีการยกร่าง พ.ร.บ. กทม. ฉบับใหม่ (แม้อาจยังไม่ได้มีเวลาระบุรายละเอียด) แต่ผมได้พยายามสอบถามต่อว่ารัฐบาลวางกรอบเวลาในการขับเคลื่อนต่ออย่างไร . ปัจจุบัน ผมเข้าใจว่าเรามีความพยายามอยู่ 2 เส้นทาง . เส้นทางที่ 1 = สภาฯ & สส. . - ทาง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้เริ่มศึกษาใน 2567 โดยเราได้ตั้งอนุฯ ขึ้นมาศึกษาโดยละเอียดในต้น 2568 - ทาง อนุ กมธ. ได้อนุมัติรายงานไปเมื่อต้นสัปดาห์ เพื่อเตรียมเสนอรายงานเข้าสภา (คาดว่าภายใน ก.ย.-ต.ค. 2568) - เราหวังว่ารายงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและ สส. ในการจัดทำและเสนอร่างเข้าสภา (พรรคประชาชนมีร่างที่เราเตรียมไว้แล้ว + คาดว่าพรรคอื่นคงมีการเตรียมการไว้เช่นกัน) . เส้นทางที่ 2 = กทม. และ มหาดไทย . ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหาร กทม. ได้มีการศึกษา และยกร่างของตนเองขึ้นมา โดยทาง สภา กทม. มีการจัดทำร่างของตนเองเช่นกัน - ล่าสุดทางผู้ว่า กทม. ได้ชี้แจงใน กมธ. งบฯ ว่าคาดว่าจะนำส่งร่างจาก กทม. ไปที่กระทรวงมหาดไทยได้ภายใน 30 ก.ย. 2568 . ผมเลยได้สอบถามรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลมีกรอบเวลาที่วางแผนไว้แล้วหรือไม่ ว่าหลังจากได้รับร่างจาก กทม. ทางกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลตั้งใจว่าจะเสนอร่างเข้ามาที่สภาได้ภายในเมื่อไหร่ . แม้ทางรัฐมนตรีไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ทางรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าพร้อมจะพิจารณาตามขั้นตอนโดยเร็ว . ผมหวังว่าเรื่อง พ.ร.บ. กทม. จะเป็นเรื่องที่เราทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ของชาว กทม. ทุกคน

Parit Wacharasindhu (Itim)

18,097 görüntüleme • 11 ay önce