Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

🔥แย่มาก 3แสนคะแนน ที่เสี่ยงตกน้ำและอาจไม่ได้แสดงถึงเจตจำนงของผู้ใช้สิทธิ์ #เลือกตั้ง66 #กกตมีไว้ทําไม /// บัตรเลือกตั้ง กว่า 3 แสนซอง.. อ่านไม่ออก ..!! เป็นบัตร ที่ "ปชช.ใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าแล้ว" ....... ปณท.พบปัญหาลายมือจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง ที่ใช้สิทธิแล้ว อ่านไม่ออกกว่า 3 แสนซอง ซึ่งเป็นลายมือที่กรรรมการประจำหน่วยต้องเขียนรายละเอียด จังหวัด / เขต และ รหัสเลือกตั้ง 5 หลัก ไม่ชัดเจน... ลายมืออ่านไม่ออก (Human Error) ซองบัตรที่มีปัญหาทั้งหมด.. ต้องส่งกกต.วินิจฉัย . วินิจฉัยเสร็จ..ถึงส่งกลับมาให้ ปณท. คัดแยกใหม่อีกรอบ / ส่วนการวินิจฉัย ปณท. ไม่เกี่ยวข้องกับการ วินิจฉัย บัตรที่มีปัญหา ..เป็นหน้าที่ กกต.เท่านั้น แต่ปณท.มีหน้าที่เร่งขนส่งและคัดแยกบัตรกว่า 2...

Комментарии: 10

Фото профиля DEM@𝕏
DEM@𝕏3 лет назад

อ่านไม่ออกคงเป็นส่วนน้อย เขียนไม่ครบหรือไม่ได้เขียนเลยน่าจะเป็นปัญหามากกว่า #กกตมีไว้ทําไม #เลือกตั้ง66

Фото профиля DEM@𝕏
DEM@𝕏3 лет назад

แล้วก็เขียนเป็นรหัสไปรษณีย์ด้วยอันนี้เจ็บหนัก😆

Фото профиля A
A3 лет назад

@_31_31_31_31_31 กกต.ต้องติดคุกเท่านั้น ผลักภาระความรับผิดชอบ ใครเตือนไม่ฟัง ใครช่วยก็ไม่ได้ ดูงานต่างประเทศชอบจัง

Фото профиля PP
PP3 лет назад

@_31_31_31_31_31 โคตรลำบาก ประชาชน - รายชื่อหน่วยเลือกตั้งก็ไม่ยอมประกาศ - จะช่วยตรวจสอบก็ห้ามทุกวิถีทาง - คนต้องไปช่วยกันจับตาเป็นหมื่นๆแสนๆคนหน้าหน่วย สร้างอุปสรรคมากมายขึ้นมาแบบนี้ อย่าไปเป็นเลย กกต.

Фото профиля math seasky
math seasky3 лет назад

@_31_31_31_31_31 ทำ 3แสนเสียงหาย ต่างกรรมต่างวาระ #กกตต้องติดคุก 3 แสนปี #กกตมีไว้ทําไม

Фото профиля CJ
CJ3 лет назад

@_31_31_31_31_31 ไปดูงาน ตปท ทำไม!!!!! กลับมาทำงานแบบนี้ ไม่เคารพคะแนน ปชช เลย

Фото профиля saturnly
saturnly3 лет назад

@_31_31_31_31_31 @_pprincess_ ถ้ามันยากนัก ก็แกะเฉพาะบัตรสีเขียวที่ใช้เลือกพรรคมานับ -เพราะเขตไหนจังหวัดไหนก็เหมือนกัน- เฮ้อ!! เราต้องเสียความรู้สึกอีกกี่ครั้ง ประเทศชาติต้องเสียหายเพราะทำงานพลาดแบบนี้ไปอีกกี่ปี?

Фото профиля lll 🔽 Orange Don't FEAR
lll 🔽 Orange Don't FEAR3 лет назад

@_31_31_31_31_31 เอา กรรมการไม่ได้เรียนหนังสือมาเหรอ นี่เหรอ งบ พันล้าน

Фото профиля 🥇เหมียวโน๊ะ🐱
🥇เหมียวโน๊ะ🐱3 лет назад

@_31_31_31_31_31 ส่งกกตวินิจฉัย หรือเอาไปแปลงสาร เป็นคะแนนฝั่งตัวเอง #กกตมีไว้ทําไม #กกตควรติดคุก #เลือกตั้ง66

Фото профиля ใจกากแต่ปากเก่ง
ใจกากแต่ปากเก่ง3 лет назад

@_31_31_31_31_31 @Thamboon888 #เลือกตั้งล่วงหน้า66 ต้องเป็นโมฆะ เพราะ กกต โกงเลือกตั้ง #กกตเลว #กกตต้องติดคุก

Похожие видео

[ เปิดหลักฐานเพิ่มคดี ฮั้ว สว. จากนครพนม : คลิปสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. ที่บ่งชี้ว่ามีขบวนการจัดตั้งทั่วประเทศ ที่มีทั้งการจ่ายเงิน 6 หลัก - การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมให้ - การสัญญาเรื่องผู้ช่วย ] . “คนเรา ไม่เอาพ่อไม่เอาแม่เนี่ย เยอะ แต่คนที่ไม่เอาเงินเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นนะ” . ประโยคนี้เป็นประโยคหนึ่งจากคลิปเสียงระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดที่บ่งชี้ว่าขบวนการฮั้ว สว. ที่ถูกพึงถึงในคลิปนั้น: . 1. มีการจัดตั้งกันทั่วประเทศ (จึงสามารถสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) 2. มีการนำเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบของเงิน (เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเลข 6 หลัก) 3. มีการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมก่อนวันเลือก สว. ให้ 4. มีการสัญญาเรื่องตำแหน่งผู้ช่วยแถม 5. มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง . รายละเอียดในคลิปดังกล่าว สอดคล้องกับหลายหลักฐานจากจังหวัดนครพนม ที่ผมได้รวบรวมและแถลงข่าวไปเมื่อเช้าในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและหนักแน่นเพียงพอ ที่ กกต. ควรเดินหน้าส่งคำร้องไปที่ศาลสำหรับทั้ง 229+ คน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . แม้ในเวลานี้ เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนของคดีได้ แต่สิ่งที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์และนำเสนอได้คือหลักฐานที่เราสามารถรวบรวมได้เอง (เช่น ข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ข้อมูลจากบุคคลที่ไปให้ข้อมูลกับหน่วยงาน ข้อมูลจากผู้ที่พร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้เรารวบรวมและตรวจสอบ) ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอมีอยู่ชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน . วันนี้ ผมได้เริ่มต้นจากหลักฐานจาก จ.นครพนม ซึ่งมีหลักฐานประกอบด้วย: . 1. คลิปของคุณ ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีต สส. และ รองประธานสภา พรรคภูมิใจไทย) ที่มีการกล่าวว่า สว. 3 คนของ จ.นครพนม เป็น “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถตั้งคำถามต่อได้ว่าศุภชัยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจตามที่อ้างหรือไม่ [คลิปสั้นใน comment / คลิปเต็ม: . 2. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 (1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) ที่มีกลุ่มผู้สมัคร สว. (รวมถึงผู้สมัคร สว. จากนครพนม) รวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา - โดยพยาน (ซึ่งเป็นผู้สมัครรายหนึ่งที่ไปร่วมการประชุมด้วย) ระบุว่า: - มีบุคคลสำคัญในห้องประชุมดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยคุณ ศุภชัย / ผู้สมัคร 3 คน (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว. จากนครพนม) / ‘อาจารย์ ป.’ (ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำโพย) - มีการให้ผู้สมัครจัดทำโพยข้างหลังเอกสาร สว.3 - มีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย - มีความพยายามของ ผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ในการบอกให้ผู้สมัครคนอื่นไม่ต้องกังวล เพราะหมายเลขแต่ละคนจะมีผู้สมัครจากจังหวัดอื่นมาเลือก & มีการสัญญาว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตัวเองหลักแสนบาท - มีความพยายามของคุณศุภชัย ในการเจรจาไกล่เกลี่ยและเสนอเรื่องการเวียนกันเป็นผู้ช่วย (โดยระบุว่าจะให้คนที่ได้เป็น สว. เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า) (แม้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน แต่ผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะโรงแรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดพอสมควร ที่น่าจะบ่งบอกได้ว่าในวันดังกล่าวมีบุคคลใดไปร่วมประชุมกันบ้าง) . 3. หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินในวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยมีข้อมูลว่าผู้สมัครคนหนึ่ง (ที่ในที่สุดได้รับเลือกให้เป็น สว.) ได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน เดินทางมาที่ กทม. ร่วมกันก่อนวันเลือกระดับประเทศ (ซึ่งผมเชื่อว่าว่า กกต. และ DSI พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยตรวจว่าไฟลท์บินในวันดังกล่าวมีบุคคลชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ จองผ่านใคร การจ่ายเงินเป็นอย่างไร) . 4. พยานในเหตุการณ์ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่กลุ่มผู้สมัครดังกล่าวได้มีการรวมตัวหารือกันที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เพื่อวางแผน . 5. คลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. (ที่ในที่ได้สุดได้รับเลือก) กับ ผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการฮั้ว สว. [ตามคลิป 4 นาทีในโพสต์] . นี่คือหลักฐานที่เกิดขึ้นในหนึ่งจังหวัด - คำถามที่ผมอยากชวนคิด คือถ้าผมและทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นได้ระดับนี้, หน่วยงานอย่าง กกต. และ DSI ในคณะไต่สวน ก็ย่อมต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน . หลักฐานทั้งหมดวันนี้จึงตอกย้ำว่าหาก กกต. จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ก็ควรส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 . หลังจากวันนี้ หากเรามีการรวบรวมหลักฐานที่เพียงพอจากเหตุการณ์ในจังหวัดไหนได้อีก ทางผมและพรรคประชาชนจะมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการทำงานของ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในห้วงเวลาสำคัญนี้

Parit Wacharasindhu (Itim)

41,405 просмотров • 1 месяц назад

[ เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว.: “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ” (คำพูดของกรรมการ กกต. ในระหว่างการเดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัคร สว. ในวันเลือกระดับประเทศ) ] . คลิปนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้ร้องเรียนที่ได้มายื่นหนังสือต่อสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางผมและทีมได้พยายามเพิ่มความดังของเสียง (เพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่สำคัญชัดขึ้น) และเบลอหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง . เหตุการณ์ในคลิป คือการเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.00 น. (รอบไขว้) โดยในคลิปจะปรากฎผู้หญิง 1 คน (เจ้าหน้าที่ กกต.) และ ผู้ชาย 1 คน (จากการตรวจสอบเบื้องต้นคือ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง) ที่ได้เดินตรวจสอบและเก็บ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวถ้อยคำที่เสมือนเป็นการยอมรับ ว่าการเลือกในวันดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต (ลองดูบทสนทนาของ กรรมการ กกต. ช่วงท้ายคลิป) . ผมเข้าใจว่าการจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป แต่คำถามที่เรายังมีจากคลิปดังกล่าวคือ: . 1. กรรมการ กกต. เห็นอะไรในโพย หรือ เห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดระหว่างการเก็บโพยว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”? . 2. หลังจากเก็บโพยไปแล้ว ทาง กรรมการ กกต. ได้มีการเรียกประชุมกันระหว่างคณะกรรมการ กกต. โดยทันทีหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต. “สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่..” ได้ “หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”? . 3. หลังจากประกาศผลการเลือก สว. ไปแล้ว ทางคณะกรรมการ กกต. ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา? ทาง กกต. ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ อาทิ เชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพย กับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. (เช่น พยานปาก หลักฐานการนัดหมาย เส้นทางการเงิน)? . 4. โพยเหล่านี้ที่เก็บไป และ ผลการตรวจสอบตามข้อ 3 (หากมี) ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และกำลังถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆนี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่? . ก่อนหน้านี้ ทาง กกต. ได้เคยออกแถลงการณ์ในปี 2568 โดยชี้แจงว่าการนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก *ในตัวมันเอง* อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่แถลงการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ผมมีเบื้องต้นตามโพสต์นี้ . — . หากมองในภาพใหญ่ การทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลโดยตรงต่อชะตากรรมและกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว. . อย่างไรที่เราทราบกันดี หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดอย่างน้อย 229 คน (130+ คน ที่เป็น สว. และ 90+ คนที่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงบางคนที่เป็น สส. และอยู่ใน ครม.) กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาด ว่าจะมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนเพื่อส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อ หรือจะมีมติเป่าคดีแล้วยกคำร้องของทั้ง 229 คน หรือบุคคลสำคัญบางคน เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล ก็คือ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ 7 คน . ที่ผ่านมา สังคมหลายส่วน เริ่มตั้งคำถาม ว่าเราสามารถไว้วางใจ กกต. ได้แค่ไหน ในการตรวจสอบและชี้ขาดเรื่องคดีฮั้ว สว. อย่างตรงไปตรงมา? เพราะ: . 1. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน มี 4 ใน 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ - ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต. เป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และการถูกรับรองมาเป็น กกต. นั้น มีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ว่าจะต้อง “ช่วยน้ำเงินด้วย”? . 2. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน ได้ใช้วิธีตั้ง “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36” เป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว สว. แทนที่จะใช้คณะอนุกรรมการฯ 1 ใน 35 ชุดที่ กกต. มีอยู่แล้ว - ในเมื่ออนุฯที่ 36 ประกอบไปด้วยกรรมการหลายคนที่มีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชันและความเป็นกลางทางการเมือง และได้มีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน (ซึ่งสวนทาง 100% กับคณะไต่สวนชุดที่ 26) ประชาชนจึงกังวลว่ากลไกดังกล่าวเป็นความพยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่? . 3. (หาก กกต. ไม่สามารถตอบคำถามต่อคลิปหลักฐานเพิ่มเติมในวันนี้ได้อย่างชัดเจน) คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน (โดยเฉพาะกรรมการบางท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป) จะถูกสังคมตั้งคำถามมากขึ้น ว่าได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว. อย่างเต็มที่หรือไม่? . . หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่

Parit Wacharasindhu (Itim)

364,457 просмотров • 1 месяц назад

[ กระทู้สด (คลิปเต็ม): ทวงความคืบหน้าคดี “ฮั้ว สว.” หลังผ่านมากว่า 2 ปี แต่เรื่องยังไปไม่ถึงศาล | DSI จะเดินหน้าคดีต่อ หรือจะรอมติ กกต. ก่อน เพื่อหวังเอาการเป่าคดีของ กกต. มาใช้เป่าคดีฝั่ง DSI ด้วยเช่นกัน? | กระบวนการยุติธรรมในประเทศจะเปลี่ยนจากเทาเป็นดำสนิท หากมีการฮั้วกันระหว่าง กกต. DSI และ ฝ่ายการเมือง ] . วันนี้ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องความคืบหน้าของ DSI ในคดีพิเศษ 24/2568 หรือ คดีฮั้ว สว. . ความจริงแล้ว คำที่เหมาะสมกว่า “ฮั้ว สว.” อาจจะคือคำว่า “โกง สว.” เพราะข้อกล่าวหาในคดีนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่การจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อ “ทำโพย” และ “แลกคะแนน” กันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของการ “จ้าง” คนมาสมัคร “จ้าง” คนมาโหวต เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ . [ ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - คดีฮั้ว คืบหน้าไปถึงไหน? ] . ผมเข้าใจว่าคดีนี้กำลังถูกตรวจสอบผ่าน 2 ช่องทางอย่างคู่ขนาน - (1) การตรวจสอบโดย กกต. (ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ DSI บางส่วนเข้าไปร่วมด้วยในชั้นของคณะไต่สวนชุดที่ 26) - (2) การตรวจสอบโดย DSI (ซึ่งรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ มีนาคม 2568 ด้วยฐานความผิดเรื่องอั้งยี่-ฟอกเงิน และมีคนของ DSI เคยให้ข้อมูลว่ามีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน) . คำถามผมในรอบแรก คือการขอให้รัฐมนตรีนำเสนอรายละเอียดของคดีดังกล่าว - เช่น ขบวนการโกง สว. ทำกันอย่างไร? มีเส้นทางการเงินอย่างไร? ใครจ่ายใคร กี่ครั้ง เท่าไหร่? - เช่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม แบ่งกันอย่างไร? มีพฤติกรรมอะไรบ้าง? - เช่น ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน มี สส. กี่คน? มีรัฐมนตรีกี่คน? (อยากให้เอ่ยชื่อชัดๆ จะได้ไม่เป็นรัฐมนตรีโลกลืม) . ผมคาดหวังให้รัฐมนตรีตอบได้อย่างละเอียด เพราะผมได้ให้คำถามล่วงหน้าไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ในวันนั้น . นอกจากนั้น ผมคาดหวังว่ารัฐมนตรีจะไม่อ้างว่าตอบไม่ได้เพราะคดียังอยู่ในกระบวนการ เนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ตอนถูกถามเรื่องคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง รัฐมนตรีเองยังสามารถตอบรายละเอียดของคดีดังกล่าวได้อย่างละเอียด ขึ้นแผนผังเป็นสไลด์ที่ระบุว่ามีกี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง และเอ่ยชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน - ดังนั้น สำหรับคดีนี้ที่มีการสืบสวนมานาน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาบางคนไปแล้ว รัฐมนตรีควรจะตอบคำถามได้ละเอียดเท่ากับที่ตอบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน . [ หลักฐานชัดขนาดนี้ ทำไมจนถึงวันนี้ DSI ถึงยังสั่งฟ้องแค่ 8 คน? ] . คำชี้แจงจากรัฐมนตรีวันนี้ได้ยืนยัน ว่าหลังจากดำเนินการสอบสวนมา 200 กว่าวัน มีการสอบพยานไปกว่า 753 ปาก มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็น 1,000 หน้า ทาง DSI ได้สรุปสำนวนและเสนอให้อัยการสั่งฟ้องแค่ 8 คน ทั้งที่ทราบกันดีว่าขบวนการดังกล่าวมีคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก . ผมเข้าใจดีว่าสำหรับ 8 คนนี้ หลักฐานเส้นเงินที่ถูกกระจายต่อไปให้ผู้สมัครปรากฏชัดเจน (เช่น เส้นเงินที่วิ่งผ่าน สว. 2 คน หรือที่วิ่งผ่านทีมงาน สส. อีก 2 คนจากภาคใต้) แต่ผมเชื่อว่าหลักฐานที่อยู่ในมือของ DSI สามารถระบุถึงการกระทำความผิดที่มากกว่าแค่ 8 คนนี้อย่างแน่นอน . หากอ้างอิงหลักฐานที่ผมได้รับและได้รวบรวมมาเป็นรายจังหวัด: . 1. นครพนม . คลิปเสียงของ สว. คนหนึ่ง ที่ (สมัยยังเป็นผู้สมัคร) ได้โทรไปเสนอผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครคนอื่น ระบุชัดถึงรายละเอียดที่ค่อนข้างครบถ้วนว่าขบวนการโกง สว. มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่น - การจัดตั้งที่ต้องกว้างขวางระดับประเทศ (ถึงสัญญา 40 คะแนนในรอบแรกได้) - การจ่ายเงิน 6 หลัก เพื่อแลกกับการโหวต - การสปอนเซอร์ทั้งเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก - การแถมตำแหน่งผู้ช่วย - ความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีคำใบ้ว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด . คลิปหลักฐานนี้ไม่ได้มาแบบโดดๆ แต่มาหนุนเสริมกันกับหลักฐานอื่นที่ผมรับรู้ และเป็นหลักฐานที่ผมเชื่อว่า DSI เข้าถึง (เช่น การตรวจสอบกับสายการบินและเส้นทางการเงินได้ ว่าจริงหรือไม่ ว่าบุคคลในคลิปได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้สมัครอีก 7 คน และของตนเอง ยอดบิลรวม 31,000 บาท / เช่น การตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมริมแม่น้ำในอยุธยา (ตัวย่อ K.R.) ว่ามีกลุ่มผู้สมัคร สว. กี่คน ที่มาประชุมร่วมกัน 1-2 วันก่อนการเลือก สว. และมีอดีตรองประธานสภาจากพรรคการเมืองหนึ่งไปร่วมประชุมวันนั้นด้วยหรือไม่) . 2. หนองบัวลำภู . ข้อมูลที่ได้รับมา: มี สว. คนหนึ่ง ที่ (สมัยเป็นผู้สมัคร) เคย: - จัดการให้ภรรยา หรือผู้ช่วยตนเอง โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารไปให้กับผู้สมัคร สว. อีกอย่างน้อย 8 คน รวมกันอย่างน้อย 15 ครั้ง ยอดรวมกันเป็นหลักหมื่นบาท - มีข้อตกลงว่าจะตั้งบางคนมาเป็นผู้ช่วย สว. เพื่อหวังเอาเงินเดือนผู้ช่วย สว. มาแบ่งกัน - มีการส่งรายชื่อดังกล่าวไปให้บุคคลหนึ่งใน ครม. ชุดนี้ ได้เห็น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ . 3. สิงห์บุรี . ข้อมูลที่ได้รับมา: มี สว. 2 คน ที่: - ตอนเป็นผู้สมัครก็สามัคคีกันดี - ร่วมกันวางแผน ร่วมกันนัดหมายผู้สมัครที่ร้านอาหาร ก่อนขึ้นรถเดินทางไปที่นครนายก ร่วมกันอ้างว่ามีการไปขอเงินและการสนับสนุนจากบางพรรคการเมืองด้วย - แต่พอถูก DSI และ กกต. ตรวจสอบ กลับมีหนึ่งในสองคนที่พยายามโน้มน้าวให้คนอื่นโบ้ยทุกอย่างไปที่อีกคนหนึ่ง . 4. สุโขทัย & 5. สุพรรณบุรี . ข้อมูลที่ได้รับมา: มีผู้สมัคร สว. บางคนที่: - ถูกเชิญไปเซ็นใบลาออกต่อหน้า รัฐมนตรี หรือ คนที่กลายมาเป็น สส. ในทุกวันนี้ - ถูกทีมงานทักไปหาหลังเหตุการณ์ เพื่อสอบถามหรือกำชับว่าจะต้องชี้แจงกับ กกต. หรือ DSI ที่มาตรวจสอบอย่างไร . หลักฐานที่ได้รับมา (หากเป็นเรื่องจริง) ชี้ชัดว่าผู้กระทำผิดในเรื่องดังกล่าวน่าจะมีมากกว่า 8 คนที่ DSI ได้สรุปสำนวนและส่งให้อัยการสั่งฟ้องแน่นอน . คำถามที่ผมถามในรอบที่สอง คือ หลักฐานเหล่านี้อยู่ในสำนวนของ DSI แล้ว ใช่หรือไม่ - หากใช่ เหตุใดถึงสรุปสำนวนและเสนออัยการให้สั่งฟ้องแค่ 8 คน? - หากไม่ใช่ ทำไมข้อมูลดังกล่าวถึงไม่อยู่ในสำนวน? . . ท้ายสุดนี้ คำถามที่สังคมสงสัยมากที่สุดตอนนี้ คือคดีการโกงเลือกตั้ง สว. ที่ค้างคายาวนานกว่า 2 ปี จะลงเอยอย่างไร - ในตอนนี้มี 2 กลไกที่กำลังตรวจสอบคดีดังกล่าวอยู่ . ในตอนนี้มี 2 กลไกที่กำลังใช้ในการตรวจสอบอยู่ คือ กกต. และ DSI . (1) ในฝั่งของ กกต. สังคมกำลังจับตาดูว่า กกต. จะมีมติอย่างไรก่อนต้นเดือนกันยายนตามกรอบระยะเวลา (กล่าวคือ จะมีมติว่าจะส่งเรื่องและสั่งฟ้องไปที่ศาล หรือจะเป่าคดี) แต่แน่นอนว่าสังคมหลายส่วนก็มีความกังวลใจ ว่าสามารถไว้ใจ กกต. ได้มากแค่ไหนในการปฏิบัติหน้าที่โดยเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง - ในเมื่อ 4 จาก 7 ของคณะกรรมการ กกต. ถูกรับรองให้อยู่ในตำแหน่งได้โดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนของคดีดังกล่าว - และในเมื่อ กกต. ชุดนี้มีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งมีข้อสรุปอันน่าทึ่งว่า ในบรรดา 229 คน ที่ DSI บอกว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่มีใครกระทำความผิดแม้แต่คนเดียว . (2) ในฝั่งของ DSI สังคมกำลังกังวลเช่นกันว่า DSI อาจจะกำลังอยู่ในสภาวะของการปล่อยเกียร์ว่าง เพื่อรอดูสัญญาณจากมติของ กกต. ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร . คำถามที่ผมถามในรอบที่สามคือ รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า . 1. DSI ไม่ได้กำลังปล่อยเกียร์ว่าง แต่กำลังเดินหน้าตรวจสอบคดีดังกล่าวอย่างคู่ขนาน โดยไม่ได้รอมติของ กกต. ก่อน? . 2. การปลดปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ไม่ได้เป็นเพราะว่าอดีตปลัดท่านนั้นไม่ “สนอง” ความต้องการของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะความต้องการที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายบุคลากรของ DSI หรือการทำหน้าที่ของ DSI ในคดีพิเศษดังกล่าว? . 3. หากสมมติภายในต้นเดือนกันยายนนี้ กกต. มีมติเป่าคดีทั้งหมด หรือสังเวย สว. บางคน เพื่อเป่าคดีและปกป้องนักการเมืองบางคน รัฐมนตรีจะกำชับให้ DSI ไม่เอาการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นหลังพิงและข้ออ้าง ในการทำให้ DSI เป่าคดีในฝั่งของตนเองด้วยเช่นกัน? . ที่ผมต้องขอคำยืนยันจากรัฐมนตรี เพราะหาก DSI นำการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นเหตุผลในการเป่าคดีในฝั่งของ DSI เช่นกัน จะแสดงว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแค่การ “ฮั้ว สว.” แต่กำลังมีการ “ฮั้วกันทั้งกระดาน” ระหว่าง กกต. DSI หรือแม้กระทั่งฝ่ายการเมือง เพื่อค้ำจุนและรับใช้ระบอบสีน้ำเงิน ให้ทำอะไรก็ไม่ผิด และกำลังจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศเราที่ความจริงก็เทาอยู่แล้ว “ดำสนิท” ภายใต้การบริหารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน . . ฟังกระทู้เต็มๆและคำตอบรัฐมนตรีได้ในคลิปครับ

Parit Wacharasindhu (Itim)

15,441 просмотров • 29 дней назад

[ ครบจบในโพสต์เดียว: เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน? สรุป 5 พฤติกรรมของ กกต. ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ กกต. ในการทำหน้าที่ตรวจสอบคดีโกง สว. ] . แม้ กกต. เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ตรวจสอบคดีโกง สว. แต่หลายเหตุการณ์และการกระทำของ กกต. ที่ผ่านมา กลับทำให้สังคมบางส่วนไม่ไว้วางใจว่า กกต. จะเดินหน้าตรวจสอบคดีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยผมได้สรุปไว้ทั้งหมด 5 ข้อ ในเวทีวิปฝ่ายค้านเช้าวันนี้ . 1. ออกระเบียบไม่รัดกุม? 2. ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ? 3. ปล่อยปละละเลยในวันเลือก สว.? 4. เตะถ่วงคดี-ตั้งคณะฟอกขาว? 5. เตรียมเป่าคดี โดยอ้างว่าหลักฐานไม่พอ? (ยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นข้อกังวลหลักในตอนนี้) . . [ 1. ออกระเบียบไม่รัดกุม? ] . แม้กติกาในการเลือก สว. ในภาพรวม ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป. การเลือก สว. แต่รายละเอียดในการดำเนินการหลายเรื่อง เป็นสิ่งที่ กกต. ออกแบบได้ ผ่านระเบียบ กกต. (เช่น ระเบียบเรื่องการเลือก / ระเบียบเรื่องการแนะนำตัวระหว่างผู้สมัคร / ระเบียบเรื่องการใช้จ่ายเงิน) . อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของขบวนการโกง สว. ที่กำลังถูกกล่าวหา เราจะเห็นได้ว่าระเบียบ กกต. บางข้อ มีช่องโหว่ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการทุจริตได้ง่ายขึ้น . ตัวอย่างหนึ่งคือระเบียบ กกต. ที่กำหนดให้ผู้สมัคร สว. ใช้หมายเลขประจำตัวหมายเลขเดียวกัน สำหรับทั้งการโหวตในรอบเช้า (ภายในกลุ่มอาชีพตนเอง) และการโหวตในรอบบ่าย (ไขว้กันระหว่างกลุ่มอาชีพ) . พอกติกาเป็นเช่นนี้ เราจึงเห็นว่า “โพยใบสั่ง” ที่ถูกใช้ในขบวนการโกง สว. จึงสามารถทำเป็นตารางหมายเลขผู้สมัครสำหรับ 20 กลุ่มได้ล่วงหน้า เพื่อกำหนดว่าหากผู้สมัครที่อยู่ในขบวนการ ถูกจับสลากให้ไปโหวตไขว้กับกลุ่มต่างๆกลุ่มใด เขาจะต้องกาให้กับผู้สมัคร 5 คนใดในกลุ่มนั้น . จริงอยู่ว่าแม้ กกต. ย้อนเวลากลับไปแก้ไขระเบียบเพื่อให้ผู้สมัครที่ผ่านการเลือกในรอบเช้า ต้องจับหรือถูกมอบหมายหมายเลขประจำตัวใหม่สำหรับรอบบ่าย ขบวนการโกง สว. ก็อาจจะยังสามารถเดินหน้าได้อยู่ดี (โดยโพยใบสั่งต่างๆ อาจจะต้องใช้วิธีการเขียนชื่อผู้สมัครแทนหมายเลข) แต่ปฏิเสธไม่ได้ ว่าระเบียบ กกต. ปัจจุบัน เปิดช่องให้ขบวนการโกง สว. นั้น ดำเนินการได้อย่างสะดวกขึ้น . . [ 2. ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ? ] . การทำหน้าที่ของ กกต. ในการตรวจสอบและวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัคร สว. เป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทั้งในกรณีที่ กกต. ยังคงมีความล่าช้าในการตรวจสอบ และในกรณีที่ กกต. มีการวินิจฉัยไปแล้วแต่กลับถูกมองว่าเป็นการวินิจฉัยที่หละหลวมหรือไม่ถูกต้อง เช่น: . - (1) ข้อร้องเรียนว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม (เช่น มีประสบการณ์ในด้านที่สมัครไม่ถึง 10 ปี / เป็น พ่อ แม่ คู่สมรส หรือ ลูก ของผู้สมัคร สว. คนอื่น (ซึ่งประเด็นนี้ตรวจสอบได้ไม่ยากจากฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย)) - (2) ข้อร้องเรียนว่าผู้สมัครใส่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (เช่น ข้อสังเกตกรณี สว. ปราณีต เกรัมย์ จาก จ.บุรีรัมย์ ( - (3) ข้อร้องเรียนว่าผู้สมัครอาจสมัครผิดกลุ่ม (เช่น กรณี สว. สมพาน พละศักดิ์ & สว. แดง กองมา จาก จ.อำนาจเจริญ ( . แม้ในบางกรณี ผู้สมัคร สว. ที่ถูกตัดสินว่าขาดคุณสมบัติหรือกำลังถูกตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติ จะไม่ได้ถูกรับเลือกเป็น สว. แต่อย่าลืมว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว เพราะหากผู้สมัครคนไหนถูกปล่อยให้สมัครเข้ามาได้แม้มาตรวจสอบภายหลังว่าขาดคุณสมบัติ คะแนนที่เขาได้ลงคะแนนไปในการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด หรือประเทศ ก็ได้มีส่วนไปแล้วในการกำหนดว่าใครได้ถูกรับเลือกให้เป็น สว. . . [ 3. ปล่อยปละละเลยในวันเลือก สว.? ] . ผมเชื่อว่าการปรากฏตัวของโพยใบสั่งในวันเลือก สว. ระดับประเทศ เป็นสิ่งที่สังคมรับรู้มาสักพักแล้ว . แต่เมื่อนำเอาคลิปเหตุการณ์ในวันดังกล่าว มาประกอบกับคำให้การของพยานบุคคลบนเวทีวันนี้ เราจะค้นพบถึง 3 เหตุการณ์ในวันนั้น ที่ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ กกต. . 1. เจ้าหน้าที่ กกต. บางคน มีการแจ้งผู้สมัคร สว. บางคนล่วงหน้า ว่าในการเลือกรอบบ่าย ทาง กกต. จะริบเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ที่ถูกใช้ในรอบเช้า (หรือเอกสาร สว.3 ที่มีการเขียนโพยไว้ข้างใน) โดยจะมีการแจะเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ฉบับใหม่ ที่จะมีเฉพาะผู้สมัคร สว. ที่ผ่านเข้ามาในรอบบ่าย [อ้างอิงคำพูดของพยานบุคคลบนเวที] - หากเป็นเรื่องจริง การกระทำเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่ กกต. จะเปรียบเสมือนการ “บอกข้อสอบผู้สมัคร สว. ล่วงหน้า” เพื่อให้ผู้สมัครที่มีโพยไหวตัวทัน และหาวิธีการในการจดหมายเลขจากโพยที่อยู่ในเอกสาร สว.3 รอบเช้า เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตอนบ่าย ก่อนที่ กกต. จะริบหรือสั่งห้ามไม่ให้นำเอกสาร สว.3 รอบเช้า เข้าไปใช้ในการเลือกรอบบ่าย . 2. กกต. มีการประกาศทางการ (ประมาณช่วง 18.30 น.) ว่าไม่ให้ผู้สมัคร สว. นำเอกสารใดๆเข้ามาใช้ในการเลือกรอบบ่ายที่กำลังจะเริ่มขึ้น แต่พอ กกต. เดินตรวจหลังจากนั้นและค้นพบว่ามีผู้สมัคร สว. บางคนที่ยังคงมีเอกสารที่พกติดตัวเข้ามา (เช่น คลิปจาเหตุการณ์ช่วงประมาณ 19.00 น. ที่เราเห็น กกต. ฐิติเชฏฐ์ ตักเตือนและริบเอกสารจากผู้สมัคร สว. ( กกต. กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆต่อกับผู้สมัคร สว. ดังกล่าว นอกจากริบเอกสารมา . 3. กกต. ยังไม่ได้สื่อสารชัดเจน ว่าพอริบเอกสารและโพยต่างๆมาแล้วเป็นจำนวนมาก กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวต่อหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่มีการใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือก ก่อนการประกาศผลการเลือก “หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม” (พ.ร.ป. การเลือก สว. มาตรา 59) . พอเป็นเช่นนี้ สังคมจึงอดสงสัยไม่ได้ ว่า กกต. (หากมองในแง่ร้ายน้อย) ปล่อยปละละเลย หรือ (หากมองในแง่ร้ายมาก) รู้เห็นเป็นใจ กับการทุจริตที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นในวันเลือก สว. ระดับประเทศหรือไม่? . . [ 4. เตะถ่วงคดี-ตั้งคณะฟอกขาว? ] . หลังจากการเลือก สว. เสร็จสิ้นลง ตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยมาเกิน 2 ปีแล้ว โดยที่คดีหลักเรื่องขบวนการโกง สว. ยังไม่ถูกส่งไปที่ศาล . ประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยเยอะเป็นพิเศษ ว่าเป็นความพยายามในการเตะถ่วง และ/หรือ ฟอกขาว ขบวนการโกง สว. หรือไม่ คือบทบาทของ “คณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36” ที่บอร์ด กกต. ตั้งขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองข้อสรุปของคณะไต่สวนชุดที่ 26 (ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของ กกต. และ DSI) และกลับมีมติสวนทางอย่างสิ้นเชิง (คณะไต่สวนชุดที่ 26 เห็นว่ามีผู้ที่มีมูลความผิด 229+ คน / คณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 เห็นว่ามีผู้ที่มีมูลความผิด 0 คน) . บทบาทของ “คณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36” มีหลายประเด็นที่ถูกตั้งคำถามหรือข้อสงสัยได้: . - ที่มา: เหตุใด กกต. ต้องตั้ง คณะอนุฯวินิจฉัย ชุดที่ 36 ขึ้นมาเป็นพิเศษ แทนที่จะมอบหมาย 1 ในคณะอนุฯวินิจฉัย 35 ชุด ที่มีอยู่แล้ว? เหตุใด กกต. ยังไม่ยอมส่งข้อมูลให้ กมธ. หลังผ่านไปแล้ว 40+ วัน ว่า กกต. เคยมีการตั้งคณะอนุฯวินิจฉัย ชุดพิเศษขึ้นมาแบบนี้แล้วกี่ครั้ง สำหรับคดีใด และเพราะสาเหตุอะไร? - องค์ประกอบ: กกต. ใช้หลักเกณฑ์ใดในการตั้ง อนุกรรมการ 7 คน โดยมี 2 คน ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเชื่อมโยงกับข้อครหาการทุจริต และอีก 1 คนถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง? - กระบวนการ: ในขณะที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีการสอบพยานหลายร้อยคนและมีการจัดทำเอกสารประกอบรวมกันถึง 90,000 หน้า ก่อนจะมีข้อสรุปว่ามีผู้ที่มีมูลความผิด 229+ คน, ทางคณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 มีรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทำงานอย่างไรถึงได้มีข้อสรุปว่าไม่มีผู้ที่มีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว? (กมธ. ซักถามไปแล้ว แต่ กกต. ยังไม่ชี้แจง และ คณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 ปฏิเสธที่จะมาชี้แจงในที่ประชุม กมธ.) . เมื่อคดีโกง สว. ถูกลากยาวมาเกิน 2 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างคู่ขนาน คือการที่ สว. ชุดปัจจุบัน เดินหน้ารับรองบุคคลมาเป็น กกต. อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ เสียงส่วนใหญ่ของ กกต. (4 จาก 7 คน) เข้าสู่ตำแหน่งได้จากการลงมติรับรองโดย สว. (ซึ่งส่วนใหญ่มีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่อยู่ในมือ กกต.) และก่อให้เกิดข้อครหาเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” . - แม้เราเคยเห็น สว. บางคน ตัดสินใจลาออกจากการเป็น กมธ. สอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช. เมื่อ เม.ย. 2568 เนื่องจากว่ากลุ่ม สว. ดังกล่าว ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบรัฐมนตรีทวี สอดส่อง จึงกังวลว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน, แต่ในการตั้ง กมธ. สอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น กกต. ใน พ.ค. 2568 และ ก.ย. 2568 เรากลับเห็น สว. หลายคนจากลุ่มดังกล่าว ยังคงยืนยันทำหน้าที่ต่อ (ร่วมกับ สว. อีกหลายคนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน) - แม้ในการตั้ง กมธ. สอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น กกต. ใน ธ.ค. 2568 จะไม่มีการตั้ง สว. ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา เข้ามาเป็น กมธ. ชุดดังกล่าว แต่อย่าลืมว่าไม่ว่า กมธ. สอบประวัติ จะประกอบไปด้วยใครบ้าง สว. ที่ต้องลงมติรับรอง กกต. ก็ยังคงเป็น สว. ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ถูกกล่าวหาอยู่ดี - ดังนั้น ข้อครหาเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ก็ยังคงดำรงอยู่ . . [ 5. เตรียมเป่าคดี โดยอ้างว่าหลักฐานไม่พอ? (ยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นข้อกังวลหลักตอนนี้) ] . สิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้ คือการที่ กกต. อาจมียกคำร้องและไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปที่ศาล แม้จะมีหลักฐานเพียงพอ . คำถามที่หลายคนมักถามตามมาคือ “หลักฐานต้องชัดขนาดไหน กกต. ถึงจะสั่งฟ้องไปที่ศาลได้?” . ผมต้องย้ำว่าในเชิงกฎหมาย พ.ร.ป. การเลือก สว. มาตรา 62 เขียนไว้ชัด ว่า กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องไปที่ศาล หากมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริต . ดังนั้น เกณฑ์ที่ กกต. และ ศาล ต้องใช้ ในการประเมินความชัดเจนและหนักแน่นของหลักฐาน จึงไม่เหมือนกัน - กกต. มีหน้าที่ประเมินว่า มีหลักฐาน “อันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริตหรือไม่? หากมี กกต. ต้องสั่งฟ้องไปที่ศาล - ศาล มีหน้าที่ประเมินว่า มีหลักฐาน “ที่พิสูจน์แล้วว่า” มีการทุจริตหรือไม่? หากมี ศาล จึงพิพากษาว่าผิด . นั่นหมายความว่า แม้ กกต. มีหลักฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดๆว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่หากเป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น กกต. ก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องไปที่ศาล: . ในคดีที่ผ่านมา (เช่น คดี ลต. สว. 53/2568 (นครราชสีมา) / คดี ลต. สว. 47/2568 (ชลบุรี)) เราเห็น กกต. มีมติสั่งฟ้องไปที่ศาล แม้มีเพียงข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ที่มีการแลกคะแนนหรือจับคู่กันระหว่างผู้สมัคร (ทั้งที่ไม่มีหลักฐานเรื่องการเสนอเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่น) . คำถามคือ: - ในเมื่อ กกต. เอง เคยมองว่าข้อความแลกคะแนนใน LINE ไม่กี่ข้อความ เป็นหลักฐาน “อันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริต… - …แล้วหลักฐานที่ถูกนำเสนอและที่อยู่ในมือ กกต. จำนวนมาก เกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหานี้ (เช่น โพยใบสั่งและบัตรเลือก สว. ที่สอดรับกัน / เส้นทางการเงิน / คลิปเสียงการเสนอผลประโยชน์ / ข้อมูลการติดต่อกันทางโทรศัพท์ / หลักฐานการนัดหมาย / ข้อมูลจากพยานบุคคลหลายคนที่สอดรับกัน) ยังไม่เพียงพอต่อการทำให้ กกต. “เชื่อได้ว่า” มีการทุจริต จริงๆหรือ? . . ปฏิเสธไม่ได้ ว่าพฤติกรรมของ กกต. ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนไม่ไว้วางใจ กกต. ในการตรวจสอบคดีโกง สว. อย่างตรงไปตรงมา . แต่หากใน 1 เดือนข้างหน้านี้ กกต. มีมติยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทุกคนหรือบางคน (แม้หลักฐานชัดเจน) ตามที่หลายคนกังวล ความไม่ไว้วางใจต่อ กกต. มีแต่จะหนักหนาสาหัสกว่าเดิม และการตัดสินใจดังกล่าวของ กกต. อาจถูกมองได้ว่าเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

Parit Wacharasindhu (Itim)

16,630 просмотров • 2 дней назад

ด่วน! พรรคประชาชนโดนโกงลาม 4-5 จังหวัด ชื่อและเบอร์ผู้สมัครพรรคประชาชน จ.ลำปาง เขต 1 "ทิพา ปวีณาเสถียร" ไม่มีในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าหลายหน่วยที่ จ.ชลบุรี, นครปฐม, อยุธยา, นนทบุรี และเชียงราย ชลบุรีมีรายงานการโกงลักษณะนี้ในอำเภอเมือง, บางละมุง และพัทยา สวนนครปฐมเกิดเหตุในเขตวัดไร่ขิง แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่าการไม่มีชื่อผู้สมัครพรรคประชาชน จ.ลำปาง เขต 1 ในหน่วยเลือกตั้งหลายจังหวัด ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ กกต.ประจำจังหวัดลำปางซึ่งเป็นคนจัดทำเอกสารทั้งหมด แต่ กกต.จังหวัดมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองตระกูลบ้านใหญ่ จ.ลำปาง ซึ่งเคยประกาศว่าเลือกตั้งปี 66 สอบตก เลือกตั้งปี 69 ต้องให้ทุกคนในครอบครัวได้เข้าสภา ผู้สมัครพรรคประชาชน จ.ลำปาง เขต 1 เบอร์ 8 คืออดีต สส. "ทิพา ปวีณาเสถียร" ส่วนคู่แข่งคือ "กิตติกร โล่ห์สุนทร" พรรคเพื่อไทย และ "ชวนิต จันทรสุรินทร์" พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็น 2 บ้านใหญ่ที่แพ้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่แล้ว

Sirote Klampaiboon

155,409 просмотров • 6 месяцев назад

'เลิศศักดิ์' ร้อง กกต. ประชามติต้องไม่ยุ่งยาก | 14 ม.ค. 2569 เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธาน กป.อพช. และภาคีเครือข่าย ยื่นหนังสือถึง กกต. ให้รื้อระเบียบคูหาประชามติใหม่ ต้องทำให้ไม่ยุ่งยาก โดยใช้คูหาเดียวกันกับเลือกตั้ง ให้ผู้ใช้สิทธิ์แสดงตัวครั้งเดียว รับบัตรพร้อมกันทั้ง 3 ใบ (บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และบัตรประชามติ 1 ใบ) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันความสับสนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิ์ ก่อนการเข้ายื่นหนังสือ เลิศศักดิ์ซัด กกต. จงใจชี้นำประชาชนไม่เอารัฐธรรมนูญใหม่ จากการจัดส่งคู่มือไปตามบ้านเรือนต่าง ๆ โดยมีเนื้อหาโน้มน้าวให้แก้รายมาตรา และสร้างเงื่อนไขให้เกิดความยุ่งยากลำบาก ทั้งการแยกคูหา ทำให้ต้องแสดงตัวรับบัตรสองครั้ง และการไม่มีประชามติล่วงหน้า เมื่อยื่นหนังสือเสร็จ เลิศศักดิ์หวังว่า กกต. จะตอบกลับภายใน 7 วัน หรืออย่างน้อยต้องตอบก่อนภายในสิ้นเดือนนี้ มิเช่นนั้นจะฟ้องศาลปกครอง เหตุละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือทำให้เกิดความเฉื่อยชาในการปฏิบัติหน้าที่ #กปอพช #กกต #ประชามติ #ประชามติ69 #เลือกตั้ง #เลือกตั้ง69 #8กุมภากาเห็นชอบ

prachatai

43,587 просмотров • 6 месяцев назад