
L'enfer, c'est les autres | Kitti
@enfer_les • 4,271 subscribers
Hell is other people; สาววายสูงวัยดูไปทั่ว คุณวันเสาร์🪐 คุณแม่ลูกแปด #บีซัม #BibleWichapas #JimmySea #khaotungg #oueiija #warwanarat #UpPoompat #poompps
Shorts
Videos

อันนี้ทีมบททำการบ้านดีนะ พวกฝ่ายความมั่นคงอ่ะ การข่าวเขาแม่นมากนะ (ไม่ได้พูดชม แต่เล่าแฟคให้ฟัง) ยิ่งพวกคนที่เขาจับตาหรือคนที่เขาเห็นเป็นศัตรู โดนตามโดนสอดแนมกันหมด ลองค้นคำว่า 'เพกาซัสสปาย์แวร์' ดู แล้วพี่คานธีเล่นชั่วขึ้นมาก เห็นแล้วกำหมัดตลอด #ShineEP7
L'enfer, c'est les autres | Kitti1,390,738 views • 1 year ago

ความโหยหาที่พูดออกมาไม่ได้ Yearning ของภพธีร์และทินกรกับความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ #อรุณรุ่งFinalEP Yearning ที่ทรงพลังที่สุด ไม่ได้เกิดจากการที่ตัวละครพูดว่าคิดถึงกัน ไม่ได้เกิดจากฉากสารภาพรัก หรือแม้แต่การสัมผัสที่ชัดเจนว่ามีความหมาย แต่มันเกิดขึ้นในเวลาที่คนสองคนไม่สามารถพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจได้อีกแล้ว และนั่นคือสิ่งที่การแสดงของอินและองศาในอรุณรุ่ง ทำได้อย่างงดงาม Cambridge Dictionary ให้ความหมายว่า yearning คือความรู้สึกปรารถนาหรือโหยหาบางสิ่งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถมีได้ หรือเป็นสิ่งที่ยากจะได้มา เมื่อมองผ่านความหมายนี้ Yearning ระหว่างภพธีร์และทินกรจึงไม่ใช่เพียงความคิดถึงคนรักเก่า หากคือการโหยหาบางสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของพวกเขา แต่ในวันนี้กลับไม่สามารถเอื้อมมือไปเรียกร้องมันได้อีกแล้ว สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีพลัง ไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขาเคยรักกัน หากเป็นเพราะในเวลาที่เรื่องราวดำเนินไป ความสัมพันธ์นั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจเรียกชื่อได้เหมือนเดิมแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนรักของกันและกันอีกต่อไป อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสถานะที่โลกอนุญาตให้เป็น และนั่นทำให้ทุกครั้งที่ความรู้สึกเดิมปรากฏขึ้น มันไม่สามารถแสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมาได้ Yearning ของคู่นี้จึงเป็นการแสดงที่ต้องเล่นอยู่สองชั้นเสมอ ชั้นแรกคือสิ่งที่ตัวละครยอมให้คนตรงหน้ามองเห็น อีกชั้นคือสิ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งคนตรงหน้ารู้ดีอยู่แล้วแต่ทั้งสองฝ่ายต่างเลือกจะไม่พูดถึงมัน เราเห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่ฉากพบกันในอีพี 3 แต่เมื่อเรื่องราวเดินมาถึงอีพี 11 สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในห้องนั้นมีเพียงภพธีร์และทินกรต่อให้ไม่มีใครอยู่ด้วย พวกเขาก็ยังไม่สามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้ เพราะสิ่งที่กดทับพวกเขาไว้ในครั้งนี้ไม่ใช่สายตาของคนอื่นอีกต่อไป หากเป็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจนไม่อาจย้อนกลับไปเรียกชื่อมันแบบเดิมได้อีกแล้ว ภพธีร์ดูแลทินกรหลังข้อเท้าพลิกจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากของสิ่งนี้ โดยเฉพาะจังหวะที่เขาจับเท้าของทินกร หากมองเพียงการกระทำภายนอก มันคือการดูแล เป็นท่าทีที่มีเหตุผลและมีข้ออ้างรองรับ เขาเพียงกำลังช่วยคนที่บาดเจ็บไม่มีอะไรจำเป็นต้องถูกตีความไปมากกว่านั้น แต่มันมีพลังเพราะสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ มือของเขาสามารถแตะต้องทินกรได้ในฐานะคนที่กำลังดูแลอาการบาดเจ็บ แต่ไม่มีมือไหนที่จะสามารถแตะต้องอีกฝ่ายได้ในฐานะที่หัวใจต้องการอีกแล้ว ดังนั้นความปรารถนาทั้งหมดจึงต้องไปปรากฏอยู่ที่อื่น ที่สายตา จังหวะที่เขามอง ระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะละสายตา ความระมัดระวังเกินกว่าปกติ ราวกับกลัวว่าการสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นจะทำให้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา มันเป็นสายตาที่มีความรู้สึกมากเกินกว่าจะเรียกว่าความห่วงใยธรรมดา แต่ก็ถูกกดเอาไว้แน่นเกินกว่าจะกลายเป็นความรักที่พูดออกมาตรง ๆ และนั่นคือ Yearning มันไม่ใช่การอยากได้เพราะยังไม่มี แต่คือการโหยหาสิ่งที่เคยมีอยู่ในมือ แล้วสูญเสียสิทธิ์ที่จะเรียกร้องมันไปแล้ว สิ่งที่ทำให้การแสดงของทั้งคู่เจ็บปวดเหลือเกิน คือพวกเขาไม่ได้พยายามบอกคนดูว่าตัวละครกำลังเจ็บด้วยการแสดงความเจ็บออกมาตรง ๆ พวกเขาเก็บมันไว้ในน้ำเสียง ในจังหวะที่สายตาสบกัน และในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนดูกลับมองเห็นทุกอย่างเพราะยิ่งตัวละครพยายามกดความรู้สึกเอาไว้มากเท่าไร สิ่งที่กำลังพยายามซ่อนก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้นเท่านั้น การถ่ายทอด Yearning ในลักษณะนี้ต้องอาศัยการแสดงที่ละเอียดอย่างมาก เพราะนักแสดงต้องทำให้เราเชื่อพร้อมกันว่า ภายนอกของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนัก แต่ภายในนั้นมีบางอย่างกำลังสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา และอินองศาทำให้ความโหยหากลายเป็นสิ่งที่คนดูมองเห็นได้
L'enfer, c'est les autres | Kitti44,955 views • 19 days ago
0:23
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ประวัติศาสตร์หลังฉาก EP.8 | เมื่อ "น้ำแข็ง" ไม่ใช่แค่ก้อนน้ำเย็น ปี 2475 น้ำแข็งไม่ใช่ของหายากในกรุงเทพฯ อีกแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ของธรรมดาที่จะเอามาเล่นได้แบบไม่คิดอะไร เพราะยังเป็นของที่ต้องซื้อและมีมูลค่า การที่ท่านชายทินกรเอาน้ำแข็งมาหยอกภพธีร์ จึงสะท้อนทั้งฐานะของตัวละคร และความสบายใจที่ยอมสิ้นเปลืองของมีค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้อีกฝ่าย หลายคนอาจนึกไม่ออกว่า "น้ำแข็ง" ในปี 2475 มีความพิเศษอย่างไร ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยยังผลิตน้ำแข็งเองไม่ได้ ต้องนำเข้าจากสิงคโปร์ทางเรือกลไฟ โดยบรรจุในหีบไม้ฉำฉา กลบด้วยขี้เลื่อยเพื่อลดการละลาย ใช้เวลาเดินทางราว 15 วันกว่าจะถึงกรุงเทพฯ แม้ก้อนน้ำแข็งจะละลายไปมากระหว่างทาง แต่ก็ยังถือเป็นของมหัศจรรย์สำหรับผู้คนในยุคนั้น เล่ากันว่าหลายคนไม่เชื่อว่ามี "น้ำที่แข็งเป็นก้อน" อยู่จริง ถึงกับพูดว่า "ปั้นน้ำเป็นตัว" เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ช่วงแรกน้ำแข็งจึงเป็นของที่พบได้ในราชสำนักและในหมู่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นหลัก เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 เทคโนโลยีการผลิตน้ำแข็งเริ่มเข้ามาในสยาม พ.ศ. 2432 มีโฆษณาจำหน่ายน้ำแข็งในหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) จะก่อตั้ง "โรงน้ำแข็งสยาม" ในปี พ.ศ. 2448 นับเป็นโรงน้ำแข็งแห่งแรกของประเทศไทย ทำให้น้ำแข็งค่อย ๆ มีราคาถูกลงและเข้าถึงคนเมืองมากขึ้น แม้ในปี 2475 น้ำแข็งจะไม่ใช่ของหายากเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ก็ยังไม่มีตู้เย็นใช้กันอย่างแพร่หลายในครัวเรือน ผู้คนต้องซื้อน้ำแข็งมาใช้ในแต่ละวัน จึงยังเป็นสิ่งที่มีต้นทุนและมีคุณค่า เมื่อมองกลับมาที่ฉากในอรุณรุ่ง การที่ท่านชายทินกรเอาน้ำแข็งมาหยอกภพธีร์ จึงไม่ใช่เพียงฉากน่ารัก แต่ยังสะท้อนฐานะของตัวละคร และความใส่ใจที่ยอมใช้ของซึ่งยังมีมูลค่า เพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนสำคัญ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง "ก้อนน้ำแข็ง" เพียงก้อนเดียว ทำให้เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่แค่ในเหตุการณ์ใหญ่ หากแต่อยู่ในสิ่งของธรรมดาที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวัน และนั่นเองที่ทำให้โลกของ อรุณรุ่ง มีชีวิตขึ้นอีกนิด อ่านเพิ่มเติม • คนไทยรู้จัก ‘น้ำแข็ง’ ตอนไหน? — • โรงน้ำแข็งแห่งแรกของสยาม จุดเริ่มต้นของน้ำแข็งในประเทศไทย — ULKA THE EDGE OF HORIZON EP6 #อรุณรุ่งEP6
L'enfer, c'est les autres | Kitti40,801 views • 1 month ago
1:41
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

การแคสพี่ไจ๋มาเป็นมาท่าแห่ง Moonlit bar คือถูกต้องมาก พี่เขาเป็น Drag queen เป็นนางโชว์ บุคลิกคาริสม่าชัดมากแบบนักแสดงก็ให้ไม่ได้ มันถูกต้องเหมาะกับความเป็นสีลมสุดๆ UPPOOM AT SILOM #UPPOOMSONGKRAN2026 #LoveofSilomxSilomComplex #สีลมรวมมิตร2026
L'enfer, c'est les autres | Kitti80,498 views • 5 months ago

เหย พี่ชายเล่นสองเลเยอร์เลยนี่ ครึ่งแรกด่าเรื่องเนรคุณตาแข็งมาก พอภพเถียงกลับว่ารักท่านชายจริง สายตาวศินเป็นอีกแบบเลย มันดูรับฟังแต่ก็เสียใจแทนลูก นี่ว่าลึกๆวศินก็ยอมรับแหละว่าทั้งสองคนมันรักกันจริงๆ แต่ภพก็เถียงไม่ได้ว่าหลอกใช้ทินกรจริง (อินเล่นดีมาก ไอ้ภพมันเถียงทุกดอก แต่อันนี้เถียงไม่ออกจนปากสั่นอ่ะ) ตอนท้ายซีนความรู้สึกของวศินมันเลยกลายเป็นความโกรธที่ไหนว่ารักนักหนา แล้วมึงมาหลอกลูกกูทำไม THE EDGE OF HORIZON EP8 #อรุณรุ่งEP8
L'enfer, c'est les autres | Kitti25,852 views • 1 month ago

เบื่อผัว เลเวล 99+ #อรุณรุ่ง #TheEdgeofHorizon
L'enfer, c'est les autres | Kitti38,864 views • 2 months ago

One of the most meaningful visual metaphors in this scene comes from Sang Thong, one of Thailand's best-known classical folk tales. During the performance, Phop and Thin reenact the famous garland-choosing scene, where Princess Rojana publicly chooses her future husband by placing a flower garland on him. Instead of selecting the handsome princes, she chooses the seemingly lowly "เจ้าเงาะ" (Prince Sang in disguise), seeing his true worth beyond appearances. Right after watching this performance, Phop quietly says that no one would ever throw a garland to someone like him. He sees himself as the "เจ้าเงาะ", someone of low status, unworthy of being chosen. But Thinnakorn immediately tosses him a flower. To a Thai audience, this is much more than a playful gesture. It mirrors Rojana's act of choosing her partner. In that moment, Thinnakorn is symbolically saying, "I choose you." It reveals that the bond between them wasn't something that developed years later. It had already begun eleven years earlier, long before either of them fully understood what that choice would come to mean. #อรุณรุ่ง #TheEdgeofHorizon
L'enfer, c'est les autres | Kitti19,131 views • 1 month ago

"My Than Chai is the best," said Ai Phop. This line completely broke me. Earlier, Phop returned home to find Thinkorn there. By then, he already knew the revolution would begin soon, and deep down, he feared that this might be the last time they would see each other. That's why this simple sentence carries so much weight. As I've explained before, the contrast between "Ai Phop" and "Than Chai" isn't just about pronouns. It's how Phop expresses his humility and the deep reverence he has for Thinkorn. What makes this moment even more heartbreaking is that Phop hadn't called himself "Ai Phop" for quite some time, especially after they started living together. It almost felt as if the gap between them had quietly begun to fade. But when his emotions became too overwhelming to contain, he instinctively returned to that old way of referring to himself. In this moment, all of Phop's emotions collide at once. He's terrified that he's about to lose Thinkorn forever, yet at the same time he's overwhelmed with gratitude because Thinkorn chose him. Chose to stay with him. Chose to face whatever comes next together. That's why "My Than Chai is the best," said Ai Phop isn't just a sweet line. It's Phop expressing love, reverence, relief, and overwhelming emotion, all in a single sentence. THE EDGE OF HORIZON EP7 #อรุณรุ่งEP7
L'enfer, c'est les autres | Kitti13,974 views • 1 month ago