
L O L A
@lolitascak3 • 1,309,028 subscribers
///: daniel brühl && chadwick boseman &:; $% story/true crime writer {#multifandom} ♡♡♡moviemaniac;game.cartoon♡♡♡ ⠀%:&&.horror!&aesthetic& #zemo | fan account
Shorts
Videos

เด็กผู้หญิงเกาหลีหายตัวไป มีคนไปเจออีกทีเป็นศพในแม่น้ำแถวบ้าน แม่น้ำนี้เคยเกิดคดีฆาตกรรมผู้หญิงหลายคดี คนร้ายฆ่าข่มขืนแต่ตำรวจไม่ตามจับ จนพ่อเด็กใจสลายจบชีวิตตัวเอง ผ่านไป 15 ปี ตรวจเจอผู้ชายมีดีเอ็นเอตรงกับอสุจิบนตัวเหยื่อ แต่อัยการเกาหลีกลับไม่สั่งฟ้อง มองว่าเด็กผู้หญิงสมยอมเอง ในปี 2001 ที่เมืองนาจู มีเด็กผู้หญิงชื่อ พัคซูยอน อายุ 17 คืนนึงซูยอนออกจากบ้านไปแถวร้านเกม จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นอีกเลย เช้าวันต่อมามีคนตกปลาเห็นร่างเด็กผู้หญิงสภาพเปลือย ลอยมาตามแม่น้ำดือดึล เสื้อผ้ารวมถึงแหวนที่ซูยอนใส่ติดตัวเสมอหายไป เจ้าหน้าที่นำร่างไปชันสูตรก็เห็นได้ชัดเลยว่า ซูยอนโดนข่มขืนก่อนตาย และมีฟองอากาศในหลอดลม แพลงก์ตอนในปอด ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สรุปแค่ว่าจมน้ำตาย เจ้าหน้าที่มีการเก็บดีเอ็นเอ สมัยนั้นเกาหลียังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลาง เจ้าหน้าที่เลยทำเท่าที่ทำได้คือเก็บตัวอย่างดีเอ็นเออสุจิและอื่นๆ ที่พบบนร่างซูยอนเอาไว้ และเอาไปเทียบกับบุคคลรอบตัวซูยอน แต่ก็ไม่ตรงกับใครเลย แต่ที่ตำรวจพลาดคือไม่หาแหวนของซูยอน แหวนที่หายไปเป็นแหวนทองมีค่า อาจถูกเอาไปจำนำ แต่ตำรวจไม่ได้สนใจตามหา ไม่ได้ตั้งใจสืบ ทั้งที่มีร่องรอยว่าเหยื่อโดนคนร้ายฆ่าข่มขืน แต่ปิดจบแค่ว่าจมน้ำตาย พ่อของซูยอนเสียใจมาก ครอบครัวพังทลาย จนในปี 2009 ผ่านมาหลายปี พ่อของซูยอนก็จบชีวิตตัวเอง เหลือแต่คนเป็นแม่ที่สูญเสียทั้งสามีและลูกสาว ขณะที่ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้และไม่พยายามเลย ปีต่อมาในปี 2010 เกาหลีมีกฎหมายดีเอ็นเอขึ้นมา สร้างระบบฐานข้อมูลจัดเก็บดีเอ็นเอนักโทษ มีการตรวจเจอในปี 2012 ว่าดีเอ็นเอที่พบบนร่างซูยอนไปตรงกับดีเอ็นเอของนักโทษชื่อ คิมโดยง ซึ่งตอนนั้นกำลังติดคุกตลอดชีวิตอยู่ในคดีฆ่าคนตายสองคนเพื่อขโมยเงิน 100 ล้านวอน คิมโดยงปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนฆ่า บอกว่าถ้ามีดีเอ็นเอไปอยู่กับตัวซูยอน ก็สงสัยเขาเคยมีอะไรกับเธอมั้ง แล้วที่ช็อคคือ อัยการดันตัดสินใจไม่สั่งฟ้อง มองว่าซูยอนอาจจะสมยอมมีอะไรกับคิมโดยงก็ได้ ไม่ได้คิดจะปกป้องศักดิ์ศรีของเด็กผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย จนปี 2015 เกาหลีผ่านกฎหมายแทวัน ยกเลิกอายุความคดีฆาตกรรม และสื่อเริ่มขุดคุ้ยคดีของซูยอน ทำให้ตำรวจโดนประชาชนกดดัน ออกทำงาน ตั้งทีมสืบสวน และมีศจ.อีจองบินที่มาช่วยไขคดีนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญนิติเวชศาสตร์ ทำการทดลองและพบว่าอสุจิของนายคิมโดยงกับประจำเดือนของซูยอน ไม่ได้ผสมรวมเป็นเนื้อเดียว ถ้าแค่มีอะไรกันและซูยอนสมยอม มันต้องผสมรวมตัวกัน เพราะซูยอนขยับตัว แต่นี่แยกกัน แสดงว่าซูยอนตายก่อนโดนข่มขืน ทำให้คำโกหกของคิมโดยงโป๊ะแตกทันที สุดท้ายคิมโดยงโดนตัดสินติดคุกตลอดชีวิตซ้ำอีกรอบ วันที่เจ้าหน้าที่โทรแจ้งแม่ของซูยอนให้รู้ว่าจับคนร้ายติดคุกได้แล้ว วันนั้นเป็นวันเกิดของซูยอน แม่ให้สัมภาษณ์ว่า หลังรู้ผลก็พูดหน้ารูปของสามีว่า ในที่สุดเราก็ทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกได้แล้ว
L O L A877,050 次观看 • 1 天前

แล้วมันมีอันนี้ รายการจับพวกแม่ๆ ที่บังคับลูกให้เรียนหนักมานั่งในห้องเรียน มีแม่ที่อยากให้ลูกสอบได้ที่หนึ่ง อยากให้ครูจี้ อยากให้ครูให้การบ้านเด็กเยอะๆ ครูเลยให้แม่มาเรียนเอง สรุปอีแม่ที่อยากให้ลูกสอบได้ที่หนึ่งตอบคำถามครูไม่ได้ คำถามแค่ประถมยังตอบไม่ได้ อีกคนอ่านไม่ทัน จำไม่ได้ ง่วงในห้อง พ่อแม่บังคับให้ลูกเรียนแต่ตัวเองยังทำไม่ได้เลย เวท55555
L O L A3,580,856 次观看 • 7 天前

น้องสาวโดนเด็กผู้ชายแทง 114 ครั้ง แทงจนมีดงอ พี่สาวขึ้นศาลเลยเอาหินหย่อนทีละลูก 114 ลูกแทนบาดแผลทั้งหมด ให้ดูว่ามันใช้เวลาขนาดไหน ไม่มีซักเสี้ยววินาทีเลยเหรอที่คิดจะหยุดแทง พี่สาวยังใส่หินก้อนที่ 115 ด้วย เป็นตัวแทนความเชื่อใจในเพื่อนมนุษย์ ที่มันตายจากไปแล้วพร้อมกับน้องสาว บอกศาลว่า ถ้าลงโทษน้อยก็เท่ากับดูถูกครอบครัวเธอ สุดท้ายศาลสั่งเด็กผู้ชายติดคุกตลอดชีวิต
L O L A10,085,091 次观看 • 1 个月前

แม่เกาหลีมี ‘ตาสีฟ้า’ แต่กำเนิด ลูกสาวก็ตาสีฟ้า แม่โดนบูลลี่มา 33 ปีว่าเป็นตาปีศาจ ตอนวัยรุ่นต้องใส่คอนแทคสีดำ ลูกโดนเรียกว่าตาหมา คนรังเกียจ พ่อคิดจะส่งลูกไปเรียนตปท เพราะเกาหลีบูลลี่หนักจริงๆ แม่เลยมาออกรายการขอว่าอย่าบูลลี่ลูกฉันเลย เราไม่ใช่สัตว์ประหลาด ขอให้มองเราเป็นคนด้วย ตั้งเด็กแม่โดนล้อคนว่าเป็นแมว ผี ปีศาจ เกิดมาเป็นแบบนี้แต่ไม่มีใครยอมรับ เลยกลายเป็นคนเก็บตัว ตอนเรียนประถมครูเรียกผู้ปกครองไปพบ บอกให้จับลูกสาวใส่แว่นปิดตาสีฟ้าปกปิดซะ ทั้งที่ตาปกติ พอวัยรุ่นก็ต้องใส่คอนแทค ตาอักเสบก็ทนเพราะดีกว่าโดนบูลลี่ ครอบครัวแม่มีพี่น้อง 9 คน มีพี่คนนึงก็ตาสีฟ้า น้ำตาลข้าง ฟ้าข้าง หมอบอกเป็นภาวะขาดเม็ดสีเมลานิน เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่หาได้ยากมากในคนเอเชีย เจอ 1 ใน 10,000 คน แต่ไม่ได้ผิดปกติหรือพิการ สิ่งที่ทำให้แม่ตัดสินใจมาออกรายการคือวันนึงลูกสาวอายุ 5 ขวบ ‘โซอึน’ เดินร้องไห้มาถามว่า “แม่คะ ทำไมตาหนูถึงเป็นสีฟ้า” น้องไม่ชอบตัวเอง เพราะเด็กคนอื่นไม่ชอบ กลัวน้อง เห็นหน้าน้องก็วิ่งหนี ผู้ใหญ่ก็อุ้มลูกหนีเหมือนกลัวติดโรค แม่เลยไม่อยากให้ลูกต้องเจออะไรแบบที่ตัวเองเคยเจอ พ่อน้องตกหลุมรักแม่น้องเพราะตาสีฟ้า ทั้งที่คนรอบตัวบอกว่าอย่าไปจ้องตาเธอนะ แต่ตอนพาลูกสาวไปเที่ยว พ่อสังเกตเห็นคนซุบซิบ นินทาลูกสาวตัวเอง พ่อเครียด พ่อเลยคิดจะส่งน้องไปเรียนตปท เพราะโรงเรียนเกาหลีก็ขึ้นชื่อเรื่องบูลลี่ ไม่อยากให้ลูกโดนคนอื่นแกล้ง เวลาคนต่างชาติมีตาสีฟ้า คนเกาหลีมองว่าสวย แต่กับน้องและแม่ทำไมบางคนมองว่าน่ากลัว ทั้งที่ก็เรื่องธรรมชาติเหมือนกัน แม่เลยฝากว่าช่วยมองเราเป็นคนปกติด้วย ส่วนตัวนี่ว่าดวงตาของแม่และน้องสวยเหมือนทะเลเลย
L O L A14,609,280 次观看 • 1 个月前

⚠️ สรุปคดีล่าสุดที่เกาหลี ผู้หญิงหายตัวไปที่เกาะเชจู 104 วัน เจออีกทีเป็นศพบนต้นปาล์มห่างจากบ้านแค่ 400 เมตร ตำรวจที่รับเรื่องปิดคดีคนหายไป 298 ปิดเองโดยที่ไม่มีการสืบ และตำรวจคนนี้ยังเคยมีประวัติตามคุกคามผู้หญิงในห้องน้ำสถานี ญาติผู้หญิงไปแจ้งตามหา แต่ตำรวจเกาหลีกลับบอกว่า “เธอโตป่านนี้แล้ว คงหนีออกจากบ้านเอง” เรื่องทั้งหมดเริ่มวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 เวลาประมาณสี่ทุ่ม ‘จางมีรัน’ อายุ 37 ปี อยู่ในเขตฮันลิม เกาะเชจู ภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเธอเดินออกจากบ้านไป ใส่เสื้อฮู้ดกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เอาโทรศัพท์ไปแค่อย่างเดียว ดูแล้วไม่น่าจะตั้งใจไปไหนไกล แต่เช้าวันที่ 13 แฟนไม่เห็นเธอกลับบ้านมา ติดต่อไม่ได้ พยายามตามหาเองก็ไม่เจอ วันที่ 15 ไปแจ้งคนหาย ตำรวจจับสัญญาณโทรศัพท์ได้บริเวณท่าเรือฮันลิม ก่อนสัญญาณจะดับไปเช้าวันที่ 16 หายไป 14 ชั่วโมงหลังแจ้งความ ท่าเรืออยู่ห่างจากบ้านแค่ 1 กิโล การตามหาจางมีรันจบลงแค่นั้น แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือมีตำรวจชื่อ ‘นายบู’ (ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเต็ม) เป็นคนรับเรื่องคดีนี้ วันที่รับแจ้งเหตุ หลังรับแจ้งนายบูรายงานว่า ติดต่อจางมีรันแล้ว เธอแค่ไม่อยากให้ครอบครัวรู้ว่าอยู่ที่ไหน โกหกทำให้คนในครอบครัวเข้าใจว่าเธอปลอดภัย ทุกคนหยุดตามหา เพราะคิดว่าจางมีรันแค่อยากมีเวลาส่วนตัว นอกจากนี้นายบูยังเข้าไปใส่ในระบบข้อมูลคนหายว่า จางมีรันเสียชีวิตแล้วจากอุบัติเหตุ ตามระบบ ถ้าใส่ข้อมูลคนหายว่าเสียชีวิตแล้ว ชื่อคนนั้นจะถูกถอดออกจากระบบ ทำให้ไม่มีใครตามหาอีก! ย้อนกลับไปเปิดประวัตินายบู นายบูเป็นตำรวจเกาะเชจู ตอนปี 2023 เคยถูกร้องเรียนแต่โดนโทษแค่ตักเตือน ต่อมาก่อเรื่องไปคุกคามผู้หญิง ทั้งตัวใส่แค่ถุงน่องตาข่ายไปแอบในห้องน้ำหญิง ก่อเหตุช่วงเดือนกรกฎาฯ หลังการหายตัวไปของจางมีรัน ถูกสั่งพักงาน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่านายบูปิดคดีคนหายเองไปกว่า 298 คดี ในช่วง 1 ปี กับอีก 5 เดือน โดยไม่ได้สืบหรือแจ้งผู้บังคับบัญชา มีผชอายุ 60 หายตัวไปช่วงมิถุนา ครอบครัวมาแจ้งตามหา แต่นายบูปิดคดีในระบบหลังรับแจ้ง 5 ชั่วโมง ฟีลเลิกงานแล้วปิดคดี ปิดแบบเดียวกับจางมีรัน ใส่สาเหตุปลอมว่า คนหายปฏิเสธบอกที่อยู่ หนีออกจากบ้าน ครอบครัวมาตามเรื่องก็ตามไม่ได้ เปิดระบบดูก็เห็นข้อมูลปลอม ตำรวจบอกให้ไปตามหาเอง กลับมาที่จางมีรัน ครอบครัวรอเธอติดต่อกลับ จนกลางเดือนกรกฎา แฟนจางมีรันไปแจ้งตำรวจอีกครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธ เพราะในระบบโดนนายบูปลอมข้อมูลไปหมดแล้ว ตำรวจไม่อยากทำงานซ้ำ ญาติของจางมีรันไปแจ้งความกับตำรวจในโซล แต่สิ่งที่ตำรวจบอกกลับเป็น “เธอโตป่านนี้แล้ว คงหนีไปเองมากกว่า แล้วนี่มาแจ้งทำไมล่ะ ไม่ใช่พ่อแม่ซักหน่อย แต่ดีนะที่ยังหาไม่เจอ ถ้าเจอคงตายไปแล้วล่ะ” ตำรวจปากหมามาก (ตอนหลังอ้างว่าเป็นการปลอบใจญาติ) ญาติเลยวิ่งเต้นตามแจ้งจะตามหาให้ได้ จนเดือนสิงหา สื่อเริ่มมีการรายงานเรื่องจางมีรันหายตัวไป แต่แล้วในระหว่างการตามหาจางมีรัน วันที่ 22-24 สิงหา ตำรวจเจอศพคนหาย 3 คน ได้แก่ ผู้ชายอายุ 60 คนที่ครอบครัวมาแจ้งนายบู ต่อมาเจออีกศพเป็นชายอายุ 70 เคยโดนแจ้งเช่นเดียวกัน และชายอีกคนในหุบเขา มีสถิติพบว่า ตั้งแต่ปี 2023 จนถึงกรกฎา 2026 มีคดีคนหายบนเกาะเชจูทั้งหมด 2,914 คดี เฉลี่ยเท่ากับหายไปทุกวัน วันละ 3 คน และยังมีอีก 15 คดีที่ยังหาไม่เจอ แถมมีคนเล่าว่าจริงๆ เกาะเชจูโคตรอันตราย วันที่ 24 สิงหาฯ 104 วันหลังการหายตัวไป พบศพจางมีรันบนต้นปาล์ม ในดงปาล์มห่างจากบ้าน 400 เมตร เดินแค่ 10 นาที สภาพศพเน่าเปื่อยมาก ต้องพิสูจน์ตัวตนจากฟัน โทรศัพท์และกำไลทองยังอยู่ติดตัว ตำรวจเชื่อว่าสาเหตุการตายคือแขวนคอ ผู้เชี่ยวชาญไม่เชื่อ เพราะต้นปาล์มคือ ปาล์มอินทผลัมเกาะคานารี ไม่มีกิ่งแนวนอนให้มาแขวนคอ รับน้ำหนักไม่ได้ สมมติจะแขวน ต้องปีนต้นปาล์มที่มีหนามแหลม แต่ร่างกายกลับไม่มีร่องรอยแผลเลย อดีต ศจ.อาชญาวิทยา บอกว่ากระดูกคอสภาพกดทับ อาจดูเป็นการแขวนคอ ขาดอากาศตาย แต่มันผ่านมา 104 วัน ร่องรอยอื่นมันไปหมดแล้ว อาจเป็นการอำพรางศพโดยการแขวนคอ มีการจับตัวนายบู ข้อหาปลอมแปลงข้อมูล ละเว้นหน้าที่ แต่ต่อมาจะถูกปล่อยตัว ทนายยื่นขอสิทธิเสรีภาพกับศาล ศาลพิจารณาปล่อยตัว (อีเหี้ย) เพราะมองว่าผู้ต้องหาไม่น่าหลบหนี มีที่อยู่ชัดเจน อัยการเลยรวบรวมยื่นขอหมายจับ โดนจับส่งเรือนจำ มีการสั่งพักงานตำรวจเพิ่มอีก 4 นาย ประธาธิบดีสั่งสอบสวนด่วน แฟนของจางมีรันและครอบครัวใจสลายมาก แฟนหนุ่มคบกับจางมีรันมา 12 ปี เวลาเดินผ่านดงปาล์มด้วยกัน มันมืดน่ากลัว จางมีรันยังเลี่ยงที่จะไม่ไปแถวนั้น ตอนตำรวจคุมตัวนายบูออกมาขึ้นรถ ญาติของเหยื่อจะกระทืบ กระชากคอเสื้อ วิ่งไล่ตามรถ ร้องไห้น่าสงสารมาก ตอนนี้คดียังไม่จบ มีคนบอกว่า สิ่งที่นายบูทำลงไปก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นฆาตกร เป็นฆาตกรที่นั่งโต๊ะในสถานีตำรวจ และฆ่าคนผ่านระบบราชการ
L O L A702,328 次观看 • 6 天前
0:28
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ผู้หญิงอินเดียปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมา 37 ปี เพื่อปกป้องตัวเองและลูกสาว เคยเกือบโดนข่มขืน โดนจับเผาให้ตายตามผัว ตั้งแต่นั้นมาเลยโกนหัวแต่งตัวเป็นผู้ชาย บอกว่าถ้ารัฐจะให้เธอเป็นผู้หญิง ก็ช่วยมารับรองให้ด้วยว่าเธอจะไม่โดนผู้ชายข่มขืน เพชชีอัมมาล แต่งงานกับสามี ศิวะ ตอนตัวเธออายุ 20 แต่แต่งงานกันได้ 15 วัน สามีหัวใจวายเสียชีวิต และเธอยังพบว่าตัวเองท้อง สมัยนั้นผู้หญิงอินเดียที่เป็นแม่หม้าย มีชีวิตที่ยากลำบากมาก ตามหมู่บ้านห่างไกลในอินเดียจะเพ่งเล็งแม่เลี้ยงเดี่ยว มองว่ามีมลทินแล้ว มีพิธีนึงที่เรียกว่า ‘พิธีสตี’ เป็นพิธีให้ผู้หญิงที่เป็นแม่หม้าย โดดเข้ากองไฟตายตามผัว เป็นพิธีบูชายัญผู้หญิง คำว่า สตี ความหมายคือ ภรรยาผู้ภักดี ผู้หญิงพอผัวตายจะโดนสังคมกดดันให้ตายตาม แม้ว่าจะมีกฎหมายแบนพิธีกรรมนี้ แต่กฎหมู่ของสังคมตามหมู่บ้านห่างไกลก็ยังทำกันอยู่ ด้วยความที่เป็นแม่หม้ายแถมมีลูกสาว เพชชีอัมมาล เลยพยายามหาเลี้ยงลูกเอง ในสังคมที่เหยียดแม่หม้าย ไม่ให้โอกาส กีดกัน จ้องจับผิด จนเธอไปได้งานทำในโรงงานถ่านหินซึ่งเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำกัน โรงงานพอรู้ว่าเธอมีลูกเป็นแม่หม้ายก็คุกคามสารพัด โดนเลือกปฏิบัติ วันนึงตอนเธอเดินไปทำงานกะดึก มีคนขับรถบรรทุกขับรถผ่านมา จะฉุดเธอไปข่มขืน แต่โชคดีเธอหนีเอาชีวิตรอดมาได้ เช้าวันต่อมา เพชชีอัมมาลไปวัดเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้หญิง พอออกมาจากวัดเพชชีอัมมาลก็ตายจากไปแล้ว เธอเกิดใหม่เป็น ‘มุตตู’ ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตและโธตี (ผ้าเตี่ยวผู้ชายอินเดียใส่เป็นกางเกง) จากนั้นก็พาลูกสาวย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนตัวตนใหม่ ไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหาร รับจ้างทาสี ขยัน ทำอาหารอร่อย จนมีผู้หญิงมาแอบชอบหลายคน มองว่าเธอเป็นสุภาพบุรุษ แต่เพราะมุตตูเป็นเพียงเสื้อเกราะของเพชชีอัมมาล เธอเลยไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน มีผู้หญิงหลายคนมาขอสักชื่อพวกเธอลงบนแขนมุตตู แต่มุตตูอ้างว่า มีคู่หมั้นรออยู่แล้ว ทั้งที่จริงเธอไม่ได้ชอบผู้หญิง “สำหรับฉัน ฉันสวมใส่มุตตูเพื่อป้องกันตัว ครั้งนึงฉันขึ้นรถประจำทางตอนกลางคืน มีผู้ชายอยู่หลายคน ฉันเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ขอไม้ขีดจากผู้ชายข้างๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าสมมติฉันใส่ส่าหรีเป็นผู้หญิง เหตุการณ์มันคงแตกต่างจากนี้” มุตตูเป็นผู้ชายในสายตาคนอื่น แม้แต่ลูกสาวยังไม่รู้จนอายุ 7 ขวบ คนจะเรียกมุตตูว่า มาสเตอร์ เป็นการให้เกียรติ เนื่องจากมุตตูเป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างในชุมชน ความท้าทายอย่างหนึ่งของมุตตูคือประจำเดือน เธอต้องระวังตัวตลอด กินยาเพื่อให้ทำงานต่อได้ดูปกติ เธอหมดประจำเดือนเร็วตอนอายุประมาณ 40 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปเธอบอกว่า ในเมื่อตัดสินใจเลือกเป็นมุตตูแล้ว ก็รู้สึกว่าต้องยอมรับทุกอย่างที่ตามมาให้ได้ เพราะทางเลือกอื่นอาจลำบากและเลวร้ายกว่านี้ เสื้อผ้าผู้ชายให้ความรู้สึกปลอดภัยในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสในฐานะผู้หญิง มุตตูกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ เลี้ยงลูกสาวจนโต ส่งตัวลูกสาวเข้าพิธีแต่งงาน จ่ายค่าสินสอดให้ลูก ดูแลเงินทอง กิจการ ทั้งหมดนี้ถ้าทำในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวแทบเป็นไปไม่ได้ พิธีแต่งงานของฮินดู มีพิธีกันยาดาน ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวส่งตัวลูกสาว สังคมมองว่าอัปมงคล เพราะเป็นแม่หม้าย เป็นสัญลักษณ์ความโชคร้าย แต่กลับกันถ้าเป็นพ่อ สังคมกลับมองว่าสมเกียรติ เป็นผู้นำครอบครัว ศนมุกะซุนดารี ลูกสาวของมุตตู เปิดร้านของชำอยู่ในหมู่บ้าน เล่าว่า แม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อหาเลี้ยงเธอ โดยไม่เคยขออะไรตอบแทน มุตตูออกมาเผยตัวตนเพราะเธอต้องยื่นเอกสารรับเงินบำนาญคนชรา แต่ตอนนี้เอกสารทุกอย่างลงชื่อว่า มุตตู เธอคือผู้ชายแล้ว มุตตูบอกว่า ถ้ารัฐอยากให้เธอเป็นผู้หญิงก็ต้องมารับรองความปลอดภัยให้เธอ พอนักข่าวถามว่า ไม่คิดถึงการเป็นผู้หญิงเหรอ? มุตตูก็ตอบว่า “ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและอยากอยู่แบบนี้ แต่สังคมรับประกันความปลอดภัยอะไรให้ฉันและลูกได้บ้าง ความปลอดภัยของฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็นหญิงหม้าย สมมติมีคนข่มขืนฉัน สังคมจะตัดสินอย่างยุติธรรมโดยไม่ทำลายฉันมั้ย แต่ช่างมันเถอะ ฉันมีความสุขแล้วที่ได้เป็นผู้ชาย” ผู้หญิงอินเดียคนนี้มีชีวิตรอดมาตลอด 37 ปี เพราะเลือกทางเดินใหม่ที่ไม่ยอมถูกกำหนดโดยสังคมให้ตัวเอง มุตตูตกลงปลงใจแล้วว่า ถึงตายไปแล้วก็จะใส่ให้ลูกสาวใส่ชุดผู้ชายให้ ชาตินี้จะไม่ใส่ส่าหรีอีกแล้ว
L O L A4,514,632 次观看 • 28 天前

แล้วเคสนี้เหี้ยมาก ล่าสุดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น พนักงานหญิง 2 คน ต้องมาตายเพราะบริษัทสั่งให้กลับเข้าไปในห้างไปเก็บเงินใส่เซฟ ทั้งที่อพยพออกมาได้ปลอดภัยแล้ว แต่โดนสั่งให้กลับเข้าไปจนตึกระเบิดถล่มทับตาย ความเหี้ยคือตอนแรกบริษัทบอกว่า พนักงานวิ่งกลับเข้าไปเอาของส่วนตัว เลยฝากเอาเงินเก็บใส่เซฟด้วย ตอนหลังโดนครอบครัวคนตายเค้นถาม บริษัทเลยยอมสารภาพว่าโกหก บริษัทนี่แหละสั่งให้กลับเข้าไปเอาเงินใส่เซฟ ตอนออกมาขอโทษก็อ้างว่า ทางเราให้พนักงานถามทางห้างแล้วว่าเข้าไปได้มั้ย ต้องได้รับอนุญาตจากห้างก่อนค่อยเข้า เบลมคนตายไปอีก คนตายตายไปก็พูดไม่ได้แล้ว ญาติบอกว่า พนักงานหญิงตอนนั้นอพยพออกมาได้แล้ว แต่แล้วเธอก็บอกว่า “เดี๋ยวฉันต้องเอาเงินยอดขายไปเก็บใส่ตู้เซฟตามคำสั่งของบริษัท” แล้วกลับเข้าไป จากนั้นแค่ 5 นาที ตึกก็ระเบิด ตายกันหมด บริษัทเห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตคน แทนที่จะสั่งให้พนักงานปลอดภัยไว้ก่อน ตอนเกิดเรื่องดันโทรมาแจ้งผู้จัดการร้านเรื่องให้เก็บเงิน พอมีคนตายก็ทำได้แค่โค้งขอโทษ บอกว่ามองกลับไปแล้วไม่คุ้มกันเลย แม่ของพนักงานที่ตายบอก ถึงตอนนี้บริษัทมาขอโทษยังไง ลูกสาวเธอก็ไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว พนักงานหญิงที่ตายชื่อ คุรุมิ โอตาเกะ อายุ 22 กับเพื่อนร่วมงานหญิงอีกคน (ยังไม่เปิดเผยชื่อ) เป็นพนักงานร้านฮาบิตะ ขายเครื่องสำอางและของเบ็ดเตล็ด ในห้างอิออนมอลล์ จังหวัดคุมาโมโตะ ทั้งคู่เป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ห้างระเบิดหลังแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 คน เป็นเคสที่ตอกย้ำว่า บริษัทหลายบริษัทมันไม่รักไม่สนใจชีวิตพนักงานหรอก
L O L A4,525,349 次观看 • 29 天前

สรุปผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ #กราดยิง โรงเรียนเทพศิรินทร์ มี 6 ราย เป็นครูทั้งหมดและคนร้ายที่ปลิดชีพตัวเอง สาเหตุเพราะเกลียดครูทุกคน โดนแกล้งแต่ครูไม่ช่วย ครูที่เสียมี: - รองผอ ฝ่ายปกครอง - เลขาหน้าห้องปกครอง - ครูแนะแนว - ครูภาษาไทย - ครูคณิตศาสตร์ ไม่มีเด็กคนอื่นเสียชีวิต และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 คน ปู่ย่าคนร้าย เสียที่บ้าน ปู่ถูกยิงในครัว ย่านอนหลับอยู่ถูกยิง สรุปคนร้ายยิงคนตาย 7 คน
L O L A3,325,140 次观看 • 25 天前

ผู้ประกาศข่าวสาวสถานีโทรทัศน์ชื่อดังระดับประเทศของเกาหลี โดนคนที่ทำงานบูลลี่จนตาย โดนรุมแกล้งหลังฉาก อ้างว่าสอนงาน เหยียดว่าสวยไม่มีสมอง แม่ไปเจอจดหมายลาตาย 17 หน้าในโทรศัพท์ ที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์เกาหลีไม่เคยช่วย แถมหลังเธอเสียชีวิต กลับต่อสัญญาจ้างคนที่บูลลี่ผู้หญิงคนนี้จนตาย โอโยอันนา อายุ 25 ในปี 2021 เรียนจบด้านสื่อ ทำตามความฝันจนได้งานเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ ช่องเอ็มบีซี สถานีโทรทัศน์ชั้นนำของเกาหลีที่อยู่มานานตั้งแต่ปี 1969 (เกาหลีมีทีวีออกอากาศครั้งแรกปี 1956) เรียกได้ว่าเก่าแก่มากๆ คุณโอโยอันนา (ต่อไปขออนุญาตเรียกย่อว่า อันนา) ต้องสอบคัดเลือกเพื่อทำงานในช่องสถานีนี้ ทดสอบหน้ากล้อง สอบสัมภาษณ์ กดดันมาก แต่สุดท้ายก็ได้งาน แต่ว่าตำแหน่งของเธอถูกเรียกว่า ‘ฟรีแลนซ์’ ไม่ใช่ลูกจ้างในสายตาของสถานี คุณอันนามีความสามารถมาก เคยไปออดิชั่นค่ายเพลงเจวายพี ได้รางวัลแต่ไม่ได้เข้าเป็นเด็กฝึกของค่าย เคยออดิชั่นเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ไปประกวดนางงาม ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ เป็นตัวแทนโปรโมทเมืองนัมวอน นอกจากมีความรู้เรื่องสื่อแล้ว ยังจบจากสถาบันศิลปะโซล เอกวรรณกรรม ได้รางวัลเขียนเรียงความ 30 รางวัล เป็นนักกีฬาพายเรือ โพสรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของชาวเมืองกวางจู (บ้านเกิดแม่ของเธอ) เรียกได้ว่า ความสามารถรอบตัว แต่สำหรับคนในสถานีนี้ คุณอันนาก็แค่ฟรีแลนซ์ ไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่มีค่าอะไรที่จะต้องให้ความสำคัญ คุณอันนาได้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ มีรุ่นพี่ 5 คน: - นางสาวเอ คนหลักที่แกล้งอันนาอย่างรุนแรง (ภายหลังโดนแม่อันนาฟ้องเรียกค่าเสียหาย 510 ล้านวอน) - อีฮยอนซึง แม่อันนาเรียกว่า ปีศาจตัวจริงที่ชอบแทงข้างหลัง คอยแกล้งให้อันนาผิดพลาด - คิมกายอง ลูกน้องอีฮยอนซึง ดูอันนาโดนรุมแกล้งแต่ไม่ได้ช่วย - พัคฮามยอง แกล้งอันนาแบบต่อหน้า - ชเวอาริ ลูกน้องพัคฮามยอง อันนาที่เต็มไปด้วยความสามารถ ไม่มีค่าอะไรในสายตาคนเลว คนพวกนี้มองว่าเธอสวยไม่มีสมอง อันนาได้รับเชิญไปร่วมรายการทายปัญหา ก็ถูกเหยียดว่า ‘คนอย่างเธอน่ะ มีอะไรจะไปตอบด้วยเหรอ‘ มองว่าเธอสมองกลวง ไม่มีความคิด ไม่ใช่แค่ 5 คนที่ระบุแต่คือเพื่อนร่วมงานโดยรวม มีบางคนอาจจะดีกับอันนาบ้าง แต่ก็เว้นระยะห่างจนอันนาตัวคนเดียวในที่ทำงาน สิ่งที่อันนาโดนแกล้งมีตั้งแต่ เรียกเข้าออฟฟิศกลางดึก อ้างว่าจะสอนงาน แกล้งให้รีบมาออฟฟิศเพื่อเจอว่าไม่มีใครอยู่ เวลามีความผิดช่วยกันโยนให้อันนารับ กักบริเวณไม่ให้ได้กลับบ้านตรงเวลา ฯลฯ มีหลักฐานคลิปเสียงว่าคนในที่ทำงานใช้คำพูดแรงๆ พูดดีๆ ไม่ได้ เรียกเธอแบบใช้คำหยาบคาย เยาะเย้ย ถากถาง จับผิด ตั้งกลุ่มแชทลับเอาไว้ด่า แกล้งจนเป็นแผล อันนาต้องพันเทปที่ข้อมือแล้วมาออกข่าว คนพวกนี้ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว รุมแกล้งผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว อันนาเป็นโรคซึมเศร้า ไปหาจิตแพทย์ (ทั้งที่คนพวกนั้นควรไปหามากกว่า) แต่ก็ไม่ช่วย เพราะเธอต้องไปทำงานทุกวัน สิ่งนึงที่เธอมีเป็นที่พึ่งทางใจคือแม่ และการเป็นติ่งวงชายนี่ ซึ่งเธอเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่ชั้นประถม เธอพยายามมุ่งเป้าไปที่การทำงาน เธอให้ความสำคัญกับการพูดออกอากาศมาก ถึงมีเวลานิดเดียวก็จะพูดให้คนฟังได้ข้อมูลสภาพอากาศครบถ้วน สุดท้ายหัวใจเธอก็รับไม่ไหวอีกต่อไป ในวันที่ 6 กันยายน 2024 เธอพยายามโดดสะพานแต่รอดชีวิต เป็นแผลที่หน้า โดนสั่งให้หยุดงาน และอีกไม่กี่วันต่อมา 15 กันยายน 2024 เธอก็โดดอีกครั้งและจากโลกนี้ไป มีจดหมายลาตายเขียนว่า “ขอให้จัดงานศพของฉันแบบงานปาร์ตี้กลางแจ้งนะคะ ให้ทุกคนใส่เสื้อผ้าสวยๆ มางาน และช่วยส่งฉันด้วยรอยยิ้มนะ“ แม่ของอันนาใจสลาย ตอนโทรหาคนที่ทำงานที่พอจะสนิทกับอันนา ก็ไม่มีใครมางานศพ แม่เจอบันทึกในโทรศัพท์ลูก สองพันกว่าตัวอักษร หรือประมาณ 17 หน้า ระบายความทุกข์ที่เจอ แม่บุกไปสถานี แต่สถานีอ้างว่า ‘ไม่รู้เรื่องเลยว่ามีการแกล้งกัน’ ทั้งที่อันนาเคยแจ้งว่าโดนแกล้งถึง 4 ครั้ง แม่อดอาหารประท้วง แจ้งกรมแรงงาน แม่เรียกร้องให้สถานีออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่สถานีไม่ทำ แถมต่อสัญญาจ้างงานคนที่บูลลี่อันนา 15 กันยายน 2025 ครบรอบ 1 ปีที่อันนาเสีย สถานีประกาศว่าจะไม่จ้างนักข่าวพยากรณ์อากาศแบบฟรีแลนซ์แล้ว จะจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นพนงประจำ แม่ของอันนาโมโหมากเพราะแทนที่จะออกมาขอโทษ ดันทำแบบนี้เหมือนกลบข่าว “พวกนี้หน้าไม่อาย ลูกสาวฉันต้องถูกบดขยี้เพื่อแลกกับการได้ออกอากาศ ฉันขอร้องให้ลูกลาออก แต่เธอเลือกกัดฟันเพื่อความฝันจนวาระสุดท้าย สถานีไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหา พวกเขามองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ฉันไม่สามารถยกโทษให้พวกมันได้ ฉันจะล้างแค้นให้โยอันนา” ขณะนี้คดียังไม่จบ แม่ของอันนาสาบานจะทวงคืนความยุติธรรมให้ลูก และช่วยพนักงานฟรีแลนซ์คนอื่นๆ ในสังคมที่โดนระบบข่มเหง
L O L A9,491,482 次观看 • 2 个月前

เกไสยศาสตร์ไทย ตำรวจสืบคดีค้ามนุษย์ แต่อีพวกคนร้ายมันเล่นของ ยิงไม่เข้าฟันไม่ออก ตำรวจเลยไปขอความช่วยเหลือจากแม่ครู กลายเป็นว่าตำรวจคือคู่บุญที่แม่ครูรอมานาน แล้วนานวันเข้าตำรวจก็เริ่มโดนเล่นเองเพราะแม่ครูยั่วเลเวลยันต์บัวสวรรค์ใต้สะดือ เรื่องนี้มีก็อตจิรายุเป็นแอคติ้งโค้ช เกสาวยันต์มหาเสน่ห์ เตรียมแมสแน่เลยแม่ครู 🙏 #ข่มขลัง
L O L A374,688 次观看 • 5 天前
0:45
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ใครไม่ได้ตามข่าว คดีนี้ผชอายุ 14 ชื่อเอเดน แทงเด็กผญอายุ 13 ชื่อทริสแทน ในวันแม่แห่งชาติอเมริกา อยู่โรงเรียนเดียวกัน ทริสแทนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ส่วนเอเดนเป็นพวกเบียว ชอบเสพความรุนแรง คิดว่าเท่ วันเกิดเรื่องมันหลอกทริสเทนไปแทงในป่า เหตุผลแค่เพราะ “อยากรู้ว่าการฆ่าใครซักคนมันเป็นยังไง” มันหลอกทริสแทนไปแทง 114 แผล แทงจนมีดตรงปลายงอบิ่น เศษมีดปักในหัว คิดดูว่าแทงแรงแค่ไหน ตอนหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตร มีรอยแทงตรงมือด้วย 49 แผล เท่ากับว่าทริสแทนพยายามต่อสู้ดิ้นรนขอชีวิต แต่มันไม่หยุดเลย ตำรวจไปจับมัน มันยังถ่ายเซลฟี่ โพสถามว่า ช่วงนี้ใครเห็นทริสแทนบ้าง ล้อเลียนเหยื่อ ไม่มีความสลด ที่น่าเกลียดไปกว่านั้น แม่ของเอเดน คริสตัล โดนตำรวจจับด้วย เพราะแม่พยายามทำลายหลักฐานเพื่อช่วยลูกชาย เอากางเกงเลอะเลือดไปซัก ทั้งที่ควรจะแจ้งจับลูก ให้ลูกรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่เลือกจะปกป้องลูกที่เป็นคนเลว คริสตัลติดคุก 30 วัน คุมประพฤติ 5 ปี ส่วนเอเดนติดคุกตลอดชีวิต
L O L A4,966,651 次观看 • 1 个月前
0:34
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ผู้ชายเกาหลีขังเมีย ให้เมียนั่งติดเก้าอี้จนผิวเน่า มีหนอนแมลงวันฟักบนร่าง ขังไว้หลายเดือนจนเมียเน่าทั้งเป็น 17 พฤศจิกาที่ผ่านมา ผชแจ้งตำรวจบอกเมียหมดสติ พอจนทเข้าไป บ้านเหม็นเน่า เจอผญนั่งเก้าอี้โซฟา จมขี้ เนื้อเน่าติดเก้าอี้ มีหนอนฟัก ตามข้อมูล มีหนอนจำนวนนับหมื่นฟักอยู่ในร่าง ผญยังมีชีวิตอยู่ แต่อยู่ในสภาพกึ่งโคม่ามานานแล้ว จนทนำส่งรพ แต่สุดท้ายผญก็เสียชีวิตในวันต่อมา หมอตรวจร่างผญ พบว่ามีเนื้อเยื่อตาย มีแผลกดทับ ผิวหนังเน่า น้ำหนักตัวแค่ 30 กิโลกรัม ช่องท้องมีน้ำคั่ง 7 ลิตร ไตวาย ขาดน้ำ แผลกดทับระดับ 4 (รุนแรงสุด) ที่สำคัญมีร่องรอยถูกทำร้าย กระดูกซี่โครงหัก สภาพเนื้อเน่าคือไม่ต่ำกว่าสามเดือน เแสดงว่าผญถูกขังและถูกทำร้ายมาตลอด ที่ผญดูไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรก็เพราะร่างกายมันอยู่ในภาวะกึ่งโคม่ามานานจนชาไปแล้ว จนมาเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ผชทำงานเป็นทหาร แต่งงานกับผญ (คิมมินจี) มาตั้งแต่ปี 2016 ไม่มีลูกด้วยกัน แต่เลี้ยงหมาไว้ 2 ตัว ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยประถม โตมาแต่งงานกัน ผชย้ายไปประจำอยู่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี (ติดกับเขตดีเอ็มซี ชายแดนเกาหลีเหนือ) ผญยอมย้ายตามไปอยู่ในบ้านพักทหารด้วยกัน ครอบครัวผญไม่รู้เลยว่าลูกสาวกำลังจะไปตกนรก ผญมีโรคประจำตัว เป็นโรคแพนิกจากที่ทำงานจนต้องลาออก มีอาการอ้วกเวลาเจอคนแล้วทริกเกอร์ แต่ถ้ากินยาไปหาหมอก็ปกติ ผชส่งข้อความอะไรต่างๆ ไปหาครอบครัวผญให้เข้าใจว่าดูแลลูกสาวเขาเป็นอย่างดี ให้ผญกินของดีๆ แต่ความจริงผชติดเหล้า เพื่อนบ้านได้ยินผชส่งเสียงโวยวายตอนดึกๆ หิ้วเหล้ากลับบ้านวันละขวดสองขวด ตอนที่จนทเข้าไปในบ้าน ผชอ้างว่าไม่ได้กลิ่นเน่าเลย ทั้งที่ร่างผญคือเน่า ในบ้านจุดไม้หอม ใช้สเปรย์ปรับอากาศจนฉุน ห่มผ้าปิดร่างผญไว้ เพื่อนบ้านไม่รู้เพราะห้องมันฉุนกลิ่นสเปรย์มากเวลาเดินผ่าน ผชอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ผญโกหก ปิดบังที่ตัวเองเน่า ทั้งที่ผชขังผญให้ตายทั้งเป็น จนทยังมีประวัติการซื้อของออนไลน์ของผช พบว่าซื้อผ้าพันแผลจำนวนมหาศาล ทางด้านครอบครัวผญแค้นมาก เพราะผชหลอกครอบครัวผญซะสนิท ครอบครัวไม่ได้เจอลูกสาวมานานเพราะอยู่ไกล จะมีก็ผชส่งข่าวให้ว่าผญยังสบายดี ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือผญแข็งแรง สดใส คอยดูแลใส่ใจผัวตามแบบฉบับแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง ก่อนผญตาย ผชส่งข้อความไปบอกแม่ยายว่า ผมซื้อหมูสามชั้นมาทำกับข้าวให้เมียกิน ทำตัวเหมือนผัวสุดประเสริฐมาหลายปี จนครอบครัวผญเชื่อสนิทใจ แม่ยายยังส่งของกินทางไปรษณีย์ไปให้ คิดว่าลูกสาวอยู่ดีมีความสุข แต่ความจริง ผชไม่สนใจผญ เบื่อ รำคาญ หงุดหงิด อายที่เมียตัวเองป่วยอาการทางจิต บ้านพอไม่มีผญคอยดูแลกลายเป็นบ้านขยะ การกระทำของผชคือตั้งใจทอดทิ้งรอให้ผญตาย ให้อาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง น้ำ ไม่เช็ด ไม่ทำความสะอาดใดๆ ตอนที่จนทไปเจอผญ ผญนั่งดูทีวีหายใจรวยรินใกล้ตายแล้ว ร่างมีหนอนไช มีจดหมายผญเขียนขอร้องผชว่า “ช่วยพาฉันไปรพที ได้โปรด” แต่ผชก็ไม่พาไป จากประวัติผชพาหมาไปหาหมอตามกำหนดทุกครั้ง หมายังถูกเลี้ยงดูดีกว่าเมีย จนทบอกว่า ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยเจอคนมีหนอนไชร่างทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เลย สภาพขนาดหมอกับจนทยังช็อก ถ้าจนทเจอเร็วกว่านี้ผญยังมีโอกาสรอดชีวิตด้วยซ้ำ แต่ผชตั้งใจให้ผญตาย ล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา 2 มิถุนายน ศาลทหารชั้นต้นตัดสินให้ผชติดคุก 30 ปี ครอบครัวผญโวยวายเพราะนี่มันถือว่าน้อยเกินไป เพราะไอ้ผชไม่ได้มีอาการสำนึกผิดเลย ยังใส่แหวนแต่งงานไปขึ้นศาล ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แถมยังอ้างว่าผญปิดบัง อ้างว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้กลิ่น แกล้งเป็นลม ตอนนี้อัยการเตรียมยื่นชั้นศาลต่อไป ส่วนแม่ผญอยากให้ผชติดคุกตลอดชีวิตให้สาสมกับที่ทำกับลูกสาว เพราะนี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการฆาตกรรม ที่น่าเศร้ามากคือในสมุดไดอารี่ ผญเขียนโทษตัวเองที่เป็นเมียที่ไม่ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเพราะผญถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนโดนผชล้างสมองบงการเสร็จสรรพ ผญเขียนว่า “คุณคงเหนื่อยมากกับฉันใช่มั้ยคะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถึงจะดูหน้าไม่อายแต่ขอโอกาสอีกครั้งได้มั้ย” ผญรักผชสุดหัวใจ เขียนวางแผนการเป็นภรรยาที่ดี เตรียมเป็นแม่คน เตรียมแผนเลี้ยงลูก ทั้งที่ผชคนนี้ไม่คู่ควรกับความรักที่เธอมีให้ด้วยซ้ำ แม่ของผญบอกว่า “ฉันเชื่อใจเขามากเกินไป เขามักจะโทรมาหาบอกว่าดูแลลูกสาว พอฉันบอกว่าเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยม เขาก็บ่ายเบี่ยงแล้วพูดว่า ขอโทษนะครับ ทำให้ฉันเข้าใจว่าเขายุ่งกับการดูแลลูกสาวของฉันอยู่” ”ฉันจะสู้จนถึงที่สุด จะเปิดเผยความจริงให้ได้“ มีสื่อเกาหลีที่พยายามติดต่อกองทัพเกาหลีเพื่อขอรายละเอียด ทางกองทัพก็บอกแค่ว่ายังอยู่ในระหว่างสืบสวน จนถึงตอนนี้ทางการทหารของเกาหลียังไม่มีการเปิดเผยชื่อและใบหน้าของผชคนนี้เลยแม้แต่น้อย ชาวเน็ตเลยขอแฉเอง คนร้ายชื่อ คิมดงฮุน ทหารชั้นประทวนกองทัพบกเกาหลี
L O L A12,874,696 次观看 • 2 个月前
1:04
Sensitive content
This media may contain sensitive content.

ผู้ชายเกาหลีไม่ยอมหยุดมีลูก ทั้งที่เมียอยากหยุดมี อ้างว่าเพราะถุงยางเล็กไป หาไซส์ถุงยางไม่ได้ มีลูกด้วยกันแต่เมียเลี้ยงคนเดียว ผัวไม่ช่วย ไปกินเหล้า หิวเรียกเมีย ทำเหมือนเมียเป็นคนใช้ จ้องแต่จะเอาเมียจนเมียท้องสุขภาพพัง ผัวไม่ยอมคุมกำเนิด พอพิธีกรถามก็บอกหาไซส์ถุงยางไม่ได้เลยสด
L O L A10,793,487 次观看 • 2 个月前

ผู้หญิงเกาหลีผิดนิดเดียวคนเหยียบจมดิน โออินเฮเย ไปเดินพรมแดงงานเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ปี 2011 ชุดนี้โดนด่าเแรงมากว่าหิวแสง แต่เธอให้สัมภาษณ์ว่าตอนนั้นยังไม่มีเงินจ้างสไตลิสต์เลย ชุดก็เอามาแก้เอง แค่คิดว่าโผล่ไปงานเฉยๆ พอปี 2020 มีคลิปสุดท้ายจากเธอก่อนเธอจบชีวิต ที่หลายคนเชื่อว่ามีข้อความลับซ่อนอยู่ โออินฮเย เริ่มต้นอาชีพนักแสดงในปี 2011 ในหนังเรื่อง ซินออฟอะแฟมิลี่ ต่อมาปีเดียวกันก็ได้รับบทในหนังเรื่อง เรดเวแคนแบล็คเวดดิ้ง เป็นหนังแนวอิโรติกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต้องห้าม คบชู้ต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน โออินฮเยเลยมีโอกาสได้ไปเดินพรมแดงครั้งแรกในชีวิต ไปโปรโมตหนัง ตอนนั้นเธอไม่ได้เป็นดารามีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่มีเงินจ้างสไตลิสต์ของตัวเอง เธอไปเช่าชุดมาจากร้านเช่าชุดแต่งงาน เอามาปรับแก้เอง ตอนนั้นเธอคิดว่า ‘แค่โผล่ไปเดินในงาน ให้คนรู้ว่าโออินฮเยมาร่วมงาน’ ไม่ได้คิดหิวแสงตรงไหน แต่เพราะชุดเธอมาแก้เอง มันเลยไม่พอดีตัว เธอแก้ปัญหาด้วยการเชิดหน้าแสดงความมั่นใจ คิดว่าภาพลักษณ์ที่สื่อออกไปคือผู้หญิงมั่นใจ แต่คนกลับไม่คิดแบบนั้น หลังภาพชุดสีส้มของโออินฮเยกลายเป็นกระแสในชั่วข้ามคืน มีคนกดค้นหา ‘ชุดส้ม โออินฮเย’ จำนวนมากบนอินเตอร์เน็ต ชาวเน็ตจำนวนมากก็วิจารณ์ตัวเธอสารพัด มีคนบูลลี่ แสดงความเกลียดชัง ด่าพ่อล้อแม่ มีคนมองว่าเธอใช้เต้าไต่ ใช้เรือนร่างแลกกับชื่อเสียง หลังจากนั้นอาชีพนักแสดงของโออินฮเยก็ติดกับบทผู้หญิงยั่วยวน ไม่มีค่ายใหญ่ๆ มาจ้าง มีแต่ค่ายเล็ก หนังแนวอิโรติก เน้นให้เธอโชว์ความเซ็กซี่ ในปี 2014 เธอเลยหยุดรับงานแสดงที่มีแต่บทเซ็กซี่ซ้ำๆ วนในอ่างไม่ไปไหน หลังหมดสัญญากับต้นสังกัดเลยไม่ได้รับงานแสดงแนวนั้นอีก เพราะเธออยากเป็นศิลปิน โออินฮเยมาเปิดช่องยูทูบ เปิดร้านดอกไม้และเป็นนักจัดดอกไม้ รับงานถ่ายแบบ ครั้งนึงเคยมีคนมาจ้างงานเธอให้ไปร้องเพลงร่วมกับศิลปิน เธอก็ร้องและจำเนื้อเพลงอย่างสุดความสามารถ นั่งท่องจำจนกระดาษเนื้อร้องขาด ในช่องยูทูบเธอก็ทักทายแฟนคลับทุกคน ลงคลิปบันทึกชีวิตประจำวัน เป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่หยิ่ง นิสัยดี แต่อดีตกลับไม่เคยหยุดตามหลอกหลอนเธอ วันที่ 12 กันยายน ปี 2020 โออินฮเย อัพโหลดคลิปลงยูทูบชื่อ ชีวิตของอินฮเย ตอนที่ 48 คลิปเริ่มต้นมาอย่างปกติ โออินฮเยใช้สกินแคร์ หวีผม แต่พอคลิปถึงวินาทีที่ 48 คลิปดันกระตุกอย่างต่อเนื่อง และมีคนสังเกตว่าคลิปมีเสียงแทรกเหมือนพูดว่า ‘ฉันกำลังจะตาย’ ต่อมาในวันที่ 14 กันยายน เวลาประมาณก่อนตีห้า มีโพสจากโออินฮเยในอินสตาแกรม เป็นรูปดอกไม้ แคปชั่นว่า ‘ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง ฉันเกลียดการตำหนิคนอื่น ฉันจึงขอโทษตัวเองดีกว่า การมอบหัวใจให้ใครซักคนมันยากเหลือเกิน ทำให้ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองเมื่อเทียบกับเรื่องเงิน คุณกำลังดูอยู่ใช่มั้ย? คนที่บอกว่าตัวฉันเป็นเพียงแค่ร่างกาย’ ก่อนจะลบภาพนี้ไป มีคนสังเกตว่าในภาพแท็กถึงผู้ชายคนนึงชื่อ ฮอวัง เป็นทนาย ซึ่งอาจเป็นแฟนของโออินฮเย มีข่าวลือว่าเขาอาจทำร้ายร่างกายเธอ แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น เช้าวันที่ 14 กันยายน เพื่อนของโออินฮเยไปหาเธอที่บ้านพักในอินซอน พบว่าโออินฮเยหัวใจหยุดเต้น มีการพยายามกู้ชีพจนกลับมาตอบสนองชั่วคราว แต่ในช่วงบ่ายวันนั้นเธอก็เสียชีวิต มีการประกาศว่าเธอเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย จากโลกนี้ไปตอนอายุแค่ 36 ปี ไม่มีระบุว่าจากสาเหตุอะไร ทุกคนเลยไปสนใจคลิปของเธอในยูทูบ ซึ่งก็มีคนจับสังเกตว่า -ชื่อคลิปสุดท้าย ตอนที่ 48 นั้นไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากเธอตั้งชื่อคลิปข้ามตอน ทั้งที่คลิปก่อนนี้ชื่อตอนที่ 45 -คลิปตอนที่ 45 ช่วงนาทีที่ 4.08 มีแทรกซับไตเติ้ล 848484848 เหมือนจงใจบอกอะไรบางอย่าง -คนสังเกตว่าคลิปตอนที่ 48 ช่วงกระตุกเหมือนเอาหวีสับคอ ทำท่าคล้ายขวาน -มีคนวิเคราะห์การกระตุกของคลิปเป็นรหัสมอร์ส ได้ประโยคว่า ช่วยด้วย -คลิปตอนที่ 48 สังเกตนาฬิกาในคลิปหมุนย้อนกลับ ฯลฯ หลายคนตั้งทฤษฎีและเชื่อว่าคลิปนี้ซ่อนไดอิ้งเมสเซจ ซ่อนสารไว้ ทำให้มีทฤษฎีสมคบคิดมากมาย แต่สารที่แท้จริงที่เธอส่งก่อนที่เธอจะจากไปไม่ถึงเดือน ในเดือนสิงหาคมปี 2020 โออินฮเยไปออกรายการ พูดถึง ‘สิทธิที่จะถูกลืม’ เพราะทุกปีในช่วงเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ประเด็นเรื่องภาพของเธอที่ใส่ชุดส้มโดนสังคมบูลลี่ก็จะวนกลับมาทุกปี เธอก็จะโดนวิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดนด่าแบบนี้มาตลอดหลายปี โดยที่เธอไม่มีโอกาสเป็นคนที่ถูกลืม ทั้งที่ทั้งหมดก็แค่เธอใส่ชุดเดรสไปเดินพรมแดง
L O L A5,021,673 次观看 • 1 个月前

เกาหลีเคยมีโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนนรก ครูข่มขืนฆ่านรหมกป่าแต่ไม่มีใครรู้ เพราะนรโรงเรียนนี้หูหนวกเป็นใบ้ พอผู้อำนวยการถูกจับ กลับติดคุกแค่ 10 เดือน เด็กโดนขังจนต้องขูดเศษผนังมากิน แต่อัยการไม่อยากทำคดีนี้ มองว่าคนใบ้สมองไม่รู้เรื่อง และไม่เห็นแสดง ‘เสียง’ เพื่อขัดขืน ในปี 1961 ที่เมืองควังจู มีการก่อตั้ง โรงเรียนควังจูอินฮวา โรงเรียนสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ผู้ที่พิการทางการให้ได้ใช้ชีวิตปกติ อยู่กับเพื่อนๆ ที่สื่อสารภาษามือด้วยกัน ฟังดูเหมือนสวรรค์น้อยๆ แต่ความจริงที่นี่คือนรกบนดิน โรงเรียนนี้เบื้องหลังคือธุรกิจครอบครัว เป็นมูลนิธิ ประธานมูลนิธิให้ลูกชายคนโตมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และให้ลูกชายคนรองเป็นฝ่ายบริหาร ให้ลูกชายอีกคนเป็นรองครูใหญ่ ให้ญาติมาช่วยทำ เวลาใครทำอะไรผิดเลยช่วยกันปกปิด เด็กถูกครูมองว่าไม่ใช่คน เพราะพิการ หลายครอบครัวส่งลูกมากินนอนที่โรงเรียนนี้ หลายคนเป็นเด็กกำพร้า อีกหลายคนมีอาการพิการอย่างอื่นด้วย เดินไม่ได้ เด็กๆ ตกอยู่ใต้อำนาจผู้ใหญ่ใจร้าย ครูที่นี่ไม่ได้มีความสงสารเห็นใจเด็ก ดูถูก ทุบตีนักเรียน ตัดผมเด็ก บูลลี่ ล้อเลียนความพิการ เด็กถูกทำร้ายจิตใจไม่เว้นแต่ละวัน ครูเลือกเด็กแล้วจับรุมโทรม ข่มขืนจากรุ่นสู่รุ่น จับทำสิ่งวิปริตตามอำเภอใจ เช่น สั่งให้เด็กแก้ผ้าเพื่อเป็นแบบวาดรูป จับเด็กขังให้หิวจนเด็กต้องขูดเอาสีบนผนังมากิน จับแกล้งทรมาน เด็กโดนมัดติดกับเครื่องทำความร้อนในห้องน้ำ ให้อดอาหาร ลงโทษด้วยการจับจูบ ให้ดูหนังโป๊ ให้เด็กด้วยกันทำร้าย บางคนถูกฆ่าหมกป่า คนภายนอกไม่รู้เรื่องก็เอาเงินมาช่วยบริจาค ไม่รู้เลยว่าเงินเข้ากระเป๋าผู้อำนวยการและญาติ มีการคาดการณ์ว่าเงินอุดหนุนและบริจาคปีเดียวมีมากถึงสองพันล้านวอน (สี่สิบล้านบาท) แต่สภาพโรงเรียนไม่มีการพัฒนา เพราะเงินถูกเอาไปใช้ส่วนตัวหมด เด็กอยู่ในสภาพจำยอม หนีไม่ได้ หลายคนไม่มีบ้านให้กลับ พ่อแม่ลำบากเป็นผู้พิการเหมือนกัน ฟ้องใครก็ไม่ได้เพราะพวกเดียวกันหมด เด็กโดนครูบังคับให้ยกโทษให้คนที่ข่มขืนตัวเอง บังคับให้เซ็นเอกสาร ครูที่จะช่วยเด็กโดนไล่ออก โดนอำนาจมืดรังควาน อะไรเหี้ยๆ มีที่นี่หมด ปี 2005 มีครูคนใหม่ ครูสังเกตเห็นว่า เด็กคนนึงเดินแปลกๆ ไปถามจนรู้ว่าเด็กโดนข่มขืน ครูเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแต่ถูกไล่ออก ครูพาเด็กไปศูนย์ช่วยเหลือ เป็นจุดเริ่มต้นแฉด้านมืด มีสื่อมาทำข่าว เหยื่อออกมาประท้วง พวกครูเลวเอาเอกสารที่เด็กโดนบังคับเซ็นว่าไม่ได้โดนทำร้ายมาอ้าง จับเด็กให้พลิกคำพูดว่าสร้างเรื่อง เด็กไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจทำงานช้า อัยการไม่สนใจทำคดี มองว่า ผู้พิการชอบสับสน ให้การกลับไปกลับมา คดีถูกยืดเยื้อจนกว่าจะสั่งฟ้องก็ผ่านไปหลายเดือน มีการบุกจับพวกครูและผู้อำนวยการ พวกครูโดนรอลงอาญาปล่อยมาอยู่อิสระ กลับไปสอนปกติ จะมีที่ลงโทษจริงจังหน่อยก็คือผู้อำนวยการที่ติดคุก 10 เดือน ติดน้อยมากเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น นักเขียนชื่อ กงจียอง อ่านข่าวเรื่องนี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจเขียนนิยายเรื่อง ‘เดอะ ครูซิเบิล’ หลังจากหนังสือตีพิมพ์ มีนักแสดงเกาหลี ‘กงยู’ ได้อ่านตอนเข้ากรมทหาร อ่านจบรู้สึกคับแค้นใจมาก เขารู้สึกต้องทำอะไรซักอย่าง ติดต่อนักเขียน ติดต่อผู้กำกับมาสร้างหนัง ติดต่อนายทุน ตอนแรกนายทุนไม่อยากสร้างเรื่องนี้ เพราะมันหดหู่ กลัวขายไม่ได้ ผู้กำกับที่ยอมมารับงานคือ ฮวังดงฮยอก ผู้กำกับสควิดเกม แล้วหนังของคดีนี้เลยเกิดขึ้น หนังนำแสดงโดยกงยู มีนักแสดงเด็กที่ฝึกภาษามือมาโดยเฉพาะ ผู้กำกับใช้เทคนิคการถ่ายทำแยกส่วน ไม่ให้เด็กถ่ายทำร่วมกับผู้ใหญ่ในฉากรุนแรง พอฉายในปี 2011 กลายเป็นปรากฏการณ์ คนดูทั้งประเทศ ประธานาธิบดีเกาหลียังไปดู จุดกระแสให้คนเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดี และมีพยานลับคือ คนขับรถโรงเรียน ที่ทำงานในโรงเรียนมา 20 ปี เขียนบันทึกทุกอย่างไว้ คนดูหนังจบก็ร่วมลงชื่อเรียกร้อง สุดท้ายผู้อำนวยการเลยติดคุกเพิ่มเป็น 12 ปี และโรงเรียนก็ถูกสั่งปิดในปีที่หนังออกฉายปีเดียวกัน ภายหลังมีการผ่านร่างกฎหมายโทกานี ยกเลิกอายุความสำหรับคดีอาชญากรรมทางเพศผู้พิการ (เท่ากับผ่านไปกี่ปีก็นำตัวคนร้ายมาลงโทษได้) ให้การเอาผิดคนร้ายล่วงละเมิดผู้พิการ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเหยื่ออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่มีการอ้างว่าเหยื่อส่งเสียงมั้ย ขยับตัวมั้ย คนพิการโดนล่วงละเมิดก็คือโดนล่วงละเมิด หนังหรือหนังสือสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ กงยูให้สัมภาษณ์ว่า หลังอ่านหนังสือเรื่องนี้จบ เขายังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอรู้แล้ว เขาเลยถามตัวเองว่า ในฐานะนักแสดง เขาทำอะไรได้บ้าง เขาเลยตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่ามันจะเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เสียงของเขากลายเป็นเสียงที่เปล่งออกมาแทนเด็กๆ และเปลี่ยนโฉมกฎหมายเกาหลีที่มีต่อผู้พิการไปตลอดกาล สุขสันต์วันเกิดกงยู
L O L A5,681,791 次观看 • 1 个月前

ภาพถ่ายคู่รักไปชมดอกซากุระ แต่หลังถ่ายแค่ 2 วินาที มีคนเมาแล้วขับพุ่งชน ผชฟื้น แต่ผญเสียชีวิตคาที่ แต่งงานกันมา 20 ปี ผชสติแตกต้องเข้ารพจิตเวช “เธอเพิ่งยิ้มและพูดว่า ที่รักคะ ซากุระสวยจัง” คนขับมีคดีเมาแล้วขับมาแล้ว 2 ครั้ง กินเหล้ามา 7 แก้ว พวกเมาแล้วขับมันเห็นแก่ตัวทุกคน
L O L A6,323,505 次观看 • 2 个月前

เคสนี้ทัวร์ลงหนักมาก คู่รักผู้พิการอยากมีลูก หน่วยงานคุ้มครองเด็กบอกอย่ามีเลย เลี้ยงเองไม่ได้ ก็ไม่ฟัง เลยต้องมีคนมาเลี้ยงลูกให้ 24 ชม อีกเคสสมองพิการทั้งคู่ มีลูกทั้งที่ญาติห้าม สรุปต้องใช้อาสา 400+ คนดูแล ลูกเกิดมาเพื่อเลี้ยงพ่อแม่ คนญี่ปุ่นในเม้นสาปหนักมากว่ามีลูกเมื่อพร้อมสิ
L O L A6,928,111 次观看 • 2 个月前