
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛
@readandpaws • 388,097 subscribers
• Book review 📚| Podcast🎙 • Lifelong Learner | Brain & Psychology • English & #TOEIC Tutor |🧠Brain-based learning #LearningHowtoLearn • Animal person🐈⬛🐕
Shorts
Videos

ชอบความคิดแอนน์มากๆ 🩵 “ถ้าคุณไม่ได้รักตัวเองมากพอ พอวันหนึ่งมีใครพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับคุณ มันก็มักจะมีส่วนหนึ่งในใจที่เผลอเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นเป็นความจริง ตอนนั้นฉันเลยคิดว่า เอาล่ะ ฉันไม่อยากเชื่อคนพวกนี้อีกแล้ว ไม่อยากเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาพูดถึงฉันอีกต่อไป แต่สิ่งที่ฉันอยากทำ คือหันกลับมาทำความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองให้มากขึ้น... ...ฉันไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองเปราะบางทุกครั้งที่ก้าวออกจากบ้าน เพียงเพราะต้องคอยกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงเกี่ยวกับฉัน และตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิมมากๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรู้สึกแบบนั้นได้ตลอดเวลานะ แต่เทียบกับเมื่อก่อนแล้ว มันดีขึ้นมากจริง ๆ... ...ฉันมีทั้งความรักและความเห็นอกเห็นใจมอบให้กับคนอื่นอย่างเต็มเปี่ยม และที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือ ตอนนี้ฉันสามารถมอบสิ่งเหล่านั้นให้กับตัวเองได้เช่นกัน” — Anne Hathaway
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛1,126,045 次观看 • 1 个月前

ใช้ได้ตลอดไป 💙 “ชีวิตเป็นเรื่องหนักหน่วง โดยเฉพาะในตอนที่เราพยายามแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ส่วนหนึ่งของการเติบโต และการก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิต คือการเรียนรู้ที่จะเก็บและปล่อย สิ่งที่ฉันอยากบอกก็คือ จงเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรเก็บรักษาไว้ และอะไรคือสิ่งที่ควรปล่อยไป เพราะเราไม่มีทางแบกรับทุกอย่างไว้ได้ตลอดไป... จงเลือกให้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่คุณอยากโอบกอดเอาไว้ ส่วนที่เหลือก็ปล่อยมันไป อย่างความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเพียงครั้งเดียว อาจพรากช่วงเวลาแห่งความสุขในชีวิตของคุณไปได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณต้องเป็นคนเลือกเองว่า ชีวิตของคุณจะมีเวลาและพื้นที่ให้กับสิ่งใด” NYU's 2022 Commencement Speaker Taylor Swift
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛1,043,225 次观看 • 1 个月前

เป็นฉากจากหนังเรื่องนี้ที่จำได้แม่นที่สุด เพราะบีบคั้นอารมณ์มากกก เป็นฉากที่ฌอน (นักจิตบำบัดรับบทโดย Robin Williams) พูดกับวิล (รับบทโดย Matt Damon) ด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เป็น 10 รอบว่า "It's not your fault." ตอนแรกวิลตอบกลับไปว่า "Yeah, I know" แต่นั่นคือการรับรู้แค่ในเชิงตรรกะ (เขารู้ดีด้วยตรรกะว่าเด็กไม่ควรถูกทำร้าย เล่านิดนึงว่าวิลเป็นเด็กกำพร้าที่เป็นเหยื่อของ child abuse จากครอบครัวอุปถัมภ์ค่ะ) วิลใช้สติปัญญาเป็นเกราะป้องกัน ใช้ "ความรู้" มาเป็นกำแพงไม่ให้ "ความรู้สึก" ที่เจ็บปวดไหลเข้ามา พยายามตัดขาดความรู้สึกเจ็บปวดออกไป ในทางอารมณ์วิลไม่เคยรู้สึกจริงๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่ความผิดของเขาเลย ลึก ๆ เขายังเชื่อว่าที่เขาถูกกระทำแบบนี้เพราะตัวเองไม่ดี ไร้ค่า ไม่คู่ควร ใช้กลไกการโทษตัวเอง เด็กที่ถูกทำร้ายมักจะสร้างกลไก Self-blame ขึ้นมา เพราะการเชื่อว่า "เป็นความผิดของฉันเอง" ยังทำให้รู้สึกว่ามีอำนาจควบคุม (ถ้าฉันทำตัวดีขึ้น พ่อจะไม่ตี) ซึ่งมันน่ากลัวน้อยกว่าการยอมรับว่า "โลกนี้โหดร้ายและฉันทำอะไรไม่ได้เลย" การที่ฌอนยืนหยัดที่จะพูดประโยคนั้นซ้ำๆ แม้วิลจะเริ่มมีท่าทีโมโหหรือผลักไส คือการแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถรองรับอารมณ์ที่รุนแรงของวิลได้โดยไม่เดินหนี นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของคุณ และการที่ฌอนก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาเหมือนกัน คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักและเป็นการบอกวิลว่า "ฉันเห็นความเจ็บปวดที่แท้จริงของคุณ และคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว" เมื่อเกราะป้องกันพังทลายลงวิลก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง ร้องไห้เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง (อาการ Breakdown) และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา เพราะความเจ็บปวดที่ถูกแช่แข็งไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวได้ถูกละลายออก การกอดกันในฉากนี้คือการเติมเต็มที่ขาดหายไปในวัยเด็ก 😭😭😭
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛1,730,234 次观看 • 4 个月前

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว Robin Williams ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านพักของเขา ตอนนั้นสื่อก็รายงานว่าเป็นเพราะเขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง แต่ 3 เดือนหลังจากเสียชีวิต ภรรยาของเขาได้รับรายงานเกี่ยวผลชันสูตรของโรบิน รายงานระบุว่าในสมองของเขาพบการสะสมของโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่า Lewy bodies แพร่กระจายไปทั่วทั้งสมอง (แพทย์ระบุว่าเคสของโรบินเป็นหนึ่งในเคสที่มีพยาธิสภาพรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา) สูญเสียเซลล์ประสาทโดปามีนไปถึง 40% พบ Lewy bodies หนาแน่นในสมองส่วน Amygdala ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขามีอาการ paranoid, เห็นภาพหลอน, มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง ก่อนเขาจะเสียชีวิตไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น หมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น (Lewy body dementia วินิจฉัยโรคยาก เพราะมีอาการคล้ายกับพาร์กินสัน) คือเหมือนเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกันค่ะ ในหนังเรื่องสุดท้ายของเขา Night at the museum 3 เขามีปัญหากับการจำบทแค่ไม่กี่ประโยค จนตอนนั้นมันทำให้เขาเกิดอาการวิตกกังวล/panic attack ขั้นรุนแรง ภรรยาเขาบอกว่าโรบิน คืออัจฉริยะด้านการแสดงคนหนึ่ง จำบทเก่งมาก อย่างในละครเวทีที่ต้องจำบทเยอะมาก เขาก็ไม่พลาดเลยสักครั้ง ตอนนั้นโรบินบอกภรรยาว่าเหมือนตัวตนของเขาถูกขโมยไป 😭 ภรรยาของเขาได้เขียนไว้ในบทความอันหนึ่งว่า เธอหวังเหลือเกินว่าโรบินจะได้รู้ชื่อโรคนี้ก่อนที่เขาจะจากไป เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจของเขามันเกิดจากความผิดปกติภายในสมอง ไม่ใช่เพราะจิตใจของเขาอ่อนแอหรือคิดไปเอง 😭😭😭 ผลงานหนังชิ้นสุดท้ายของโรบินคือเรื่อง Night at the Museum 3: Secret of the Tomb
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛1,355,715 次观看 • 3 个月前

เคยอ่านเจอมาว่า ช้างเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มี empathy สูง คือนอกจากจะมีการช่วยเหลือ ปลอบโยนกันในฝูงแล้ว ช้างยังสามารถเข้าใจได้อีกว่าสมาชิกในกลุ่มหรือสัตว์อื่นต้องการความช่วยเหลือ และจะเข้าช่วยแม้จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการกระทำนั้น หัวใจอ่อนโยนมากๆ 🐘🥺 (ในวิดีโอ ช้างกำลังช่วยกาเซลล์ที่กำลังจะจมน้ำ พอช่วยดึงขึ้นมาได้แล้วมีเดินตามไปเช็คด้วย)
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛2,513,965 次观看 • 1 年前

เหมือนเข้ามาเปลี่ยนชีวิตกันและกัน คุณผู้ชายคนนี้ไปเดินป่า (เดินทางไกล 21 km) ระหว่างเดินไปเขาก็ได้ยินเสียงแมวร้อง เจ้าของเสียงเป็นแมวตัวน้อยเดินออกมาจากใต้สะพาน น้องไม่กลัวคนเดินเข้าหาเขาแบบไม่ลังเลเลย น่าจะหิวมากๆด้วย พอดีกับที่คุณคนนี้แกจะพกอาหารแมวอาหารหมาติดตัวตลอดตอนออกไป hiking ) พอให้กินขนมเสร็จน้องก็ไม่ไปไหน เดินตามเขาตลอด แล้วคุณพี่แกก็บ่นตลอดทางว่า เจอปัญหาแล้ววววว(พร้อมโบกไม้โบกมือให้น้องกลับไป) สงสัยจะไม่ยอมกลับจริงๆใช่ไหม เนี่ยเลี้ยงไม่ได้หรอก ผมอยู่ในเมือง เสียงก็ดัง แถมสกปรกอีกต่างหาก.....ตัดภาพไปที่ส่วนท้ายวิดีโอ คุณแมว Taz กำลังเล่นกลิ้งพุงหลุนๆ ทั้งคอนโดแมวเอย ของเล่นเอย ที่นอนเอย 5555 คุณพี่ถูกแมวรับเลี้ยงแล้วค่ะ ดีใจด้วย
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛2,843,110 次观看 • 2 年前

นึกถึงไวรัลวิดีโอบน Reddit เมื่อหลายปีก่อนค่ะ ที่คุณพ่อมีภาวะความจำเสื่อมจำลูกสาวตัวเองไม่ได้ แต่เขาบอกว่าถึงจะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร แต่เขารู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับเขามาก เขารักเธอและรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ใกล้เธอ แต่เห็นแววตาคุณพ่อมันคงเป็นความรู้สึกสับสนมาก ตอนที่ลูกสาวเรียกเขาว่าพ่อ แต่เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร 😭😭😭
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛116,918 次观看 • 1 个月前

เรามักคิดว่า Perfectionism หรือการรักความสมบูรณ์แบบ คือการเป็นตัวเราในแบบที่ดีที่สุด แต่ในงานวิจัยกลับบอกว่า perfectionism คือสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ หรือ striving for excellence เลยนะ และจริงๆแล้ว perfectionism เป็นกลไกหนึ่งในการป้องกันตัว มันเหมือนเสียงที่คอยกระซิบที่ข้างหูเราอยู่ตลอดเวลาว่า ฉันดูดีรึยัง ฉันทำได้สมบูรณ์แบบไหม ฉันประสบความสำเร็จได้แบบไร้ที่ติรึเปล่า มันเป็นกลไกที่เราสร้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความน่าอับอาย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดสินหรือการถูกว่ากล่าวจากคนอื่น ดังนั้น perfectionism ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับการพยายามสู่ความเป็นเลิศหรือการเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด แต่เป็นมันวิธีการปกป้องตัวเอง คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหมล่ะ พอจะเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง คุณก็จะรู้สึกว่า "OMG! มันต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" ฉันว่าพวกเราหลายคนเป็นแบบนั้น ดังนั้นแล้ว ฉันคิดว่าคำถามสำคัญที่เราต้องถามตัวเองคือ "ฉันกำลังกลัวอะไรกันแน่?" มีคำพูดคำพูดนึงของ Aristotle ที่น่าสนใจมาก ที่บอกว่า "ถ้าหากคุณไม่อยากถูกวิจารณ์ คุณก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องพูด หรือไม่ต้องเป็นอะไรเลย" ฉันคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่คงเลือกที่จะไม่ใช้ชีวิตแบบนั้น ดังนั้น ก็พยายามให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด และจำไว้เสมอว่า ไม่มีใครสามารถสร้างสรรค์ได้ในแบบที่คุณทำหรอก มีแต่คุณเท่านั้นแหละที่ทำได้ - Brené Brown
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛2,108,083 次观看 • 2 年前

ในระหว่างการจัดระเบียบเอกสารเก่า Gregory Schnakenberg นักจดหมายเหตุค้นพบม้วนฟิล์ม 8มม.ในกล่องโลหะที่เขียนกำกับว่า "The Philippines 1942" เขาตื่นเต้นมากคิดว่าต้องเป็นภาพวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2แน่ๆ จึงส่งม้วนฟิล์มไปแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอล ภาพที่ได้กลับมาคือแบบนี้..
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛2,346,535 次观看 • 3 年前

ช้างเป็นสัตว์ที่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นสูงมากๆ (compassion) อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสัตว์โซล เมื่อลูกช้างน้อยตกน้ำ ทั้งแม่และช้างอาวุโสตกใจกันมาก รีบหาทางช่วยน้องขึ้นมา ทั้งคู่รีบลงไปช่วยโดยไม่คิดถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง (selflessness) my heart 🤍💙
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛2,175,942 次观看 • 3 年前

มันไม่เป็นไรเลยที่จะรู้สึกเศร้า ก็การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด - ตลอดทั้งเรื่อง“ไรลีย์” พยายามอย่างหนักที่จะมีความสุขในสิ่งแวดล้อมใหม่หลังจากการย้ายบ้าน (แค่ใช้คำว่าพยายามมีความสุข ก็ฟังดูไม่น่าจะความสุขเท่าไหร่) เธอผลักไสความเศร้า กดทับอารมณ์นั้นไว้ (Joy ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ Sadness เข้าใกล้ลูกบอลความทรงจำหรือแท่นควบคุมอารมณ์) จนวันนึงเธอเข้าใจว่าอารมณ์เศร้า ก็คือส่วนนึงของตัวตนของเธอ โมเม้นต์ที่ Sadness เข้าไปควบคุมแท่นควบคุมอารมณ์ คือ ช่วงเวลาที่เธอยอมรับและโอบกอดอารมณ์เศร้าของตัวเองไว้ เธอยอมให้ตัวเอง vulnerable เล่าความรู้สึกให้พ่อกับแม่ฟังอย่างจริงใจ ถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นความสุข 100% มีความเศร้าเจือปนอยู่ในนั้น แต่มันก็เป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะถูกเก็บไว้ใน “ความทรงจำหลัก” เพราะมันช่วยทำให้ไรลีย์เข้มแข็งขึ้น เป็นความทรงจำที่จะคอยย้ำเตือนบอกเธอว่า “it's okay to be sad about it.”
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛1,577,029 次观看 • 2 年前

เมื่อก่อนเราเคยมองว่าตัวเองอ่อนแอ เพราะทุกครั้งที่นึกถึงพ่อที่จากไปหลายปีแล้ว เราก็ยังร้องไห้ ยังคิดถึง และรู้สึกเหมือนตัวเองทำใจไม่ได้สักที เราไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เรายังรู้สึก grieving อยู่ จนวันหนึ่งได้ฟังมุมมองเกี่ยวกับ grief จากวิดีโอสัมภาษณ์ Andrew Garfield จำประโยคหนึ่งได้ดีจนถึงทุกวันนี้เลย เขาบอกว่า "I hope this grief stays with me because it is all the unexpressed love I didn't get to tell her" “ผมหวังว่าความเศร้านี้จะยังคงอยู่กับผม เพราะมันคือความรักทั้งหมดที่ผมยังไม่ได้มีโอกาสบอกเธอ” (พูดถึงคุณแม่ของเขา) ประโยคนี้เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อความเศร้าของตัวเองไปเลยนะ บางทีการที่เรายัง grieving อยู่ ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ ไม่ได้แปลว่าเรายัง move on ไม่ได้ และไม่ได้แปลว่าเรายังติดอยู่กับวันที่สูญเสียเขาไป เพราะความเศร้าที่จะอยู่กับเราไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต แท้จริงแล้วมันคือความรักทั้งหมดที่เรายังไม่มีโอกาสมอบให้กัน และบางทีเหตุผลที่เรายังคิดถึงพ่อ ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่สิบปี หรือจนถึงวันที่เราต้องจากโลกนี้ไป ก็อาจไม่ใช่เพราะเรายังติดอยู่กับวันที่สูญเสียเขา แต่อาจเป็นเพราะเรายังมีความรักที่อยากบอกเขาอยู่เสมอ ความเศร้านั้นอาจไม่ได้กำลังบอกว่าเราไปต่อไม่ได้ แต่มันอาจกำลังบอกว่า เรายังรักและคิดถึงเขามากแค่ไหน 😭
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛41,370 次观看 • 25 天前